“เจี๋ยเอ๋อ เ้าเอาซาลาเปากับน้ำแกงไปให้พี่จื่อจิ้งที่บ้านเขาที” หนิงลี่กำชับพร้อมกับยื่นถุงใส่ซาลาเปาและกระบอกไม้ไผ่ที่กรอกน้ำแกงไก่ใส่จนเต็มกระบอกให้กับน้องชาย “รีบไปรีบกลับนะ อย่าไปเถลไถลที่ไหนล่ะ”
หลังจากที่ได้คุยเปิดอกกับหวงจื่อจิ้งในวันนั้น หนิงลี่กับเซียวหยางฟางก็ช่วยเหลือเื่อาหารการกินให้กับครอบครัวของหวงจื่อจิ้งมาตลอด เพราะหนิงลี่รู้ดีว่าสภาพความเป็อยู่ของสองแม่ลูกนั้นเรียกว่าย่ำแย่สุดๆ ั้แ่เสียเสาหลักอย่างหวงจื่อไป แต่หวงจื่อจิ้งยังรู้สึกละอายกับสิ่งที่พี่ชายของตัวเองทำไว้กับหนิงลี่ เด็กชายจึงยังไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับหนิงลี่
ตัวหนิงลี่เองนอกจากจะดูแลครอบครัวของหวงจื่อตามสัญญาที่นางให้ไว้กับเขาแล้ว นางยังอยากดูพฤติกรรมของหวงจื่อจิ้งไปด้วย เพราะหากหวงจื่อจิ้งเป็คนดีและรักหนิงหลันจริงอย่างที่หวงจื่อบอก นางก็พร้อมที่จะส่งเสริมให้เขาก้าวหน้ามากกว่านี้ แต่ถ้าหากว่าหวงจื่อจิ้งเป็คนไม่เอาไหน นางก็พร้อมที่จะเขี่ยเด็กชายให้กระเด็นไปให้ไกลจากชีวิตของน้องสาว แต่เื่นี้ต้องดูกันไปยาวๆ หากในอนาคตหนิงหลันก็มีใจให้กับหวงจื่อจิ้ง ถึงตอนนั้นนางก็ค่อยหาวิธีจัดการก็แล้วกัน คิดไปตอนนี้ก็มีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ หนิงลี่เลิกคิดและเดินเข้าไปหยิบตะกร้าอุปกรณ์บำรุงผิวออกมาจากห้อง
“ท่านแม่ หลันเอ๋อ วันนี้ข้าจะสอนพวกท่านให้ใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากับผิวกาย” หนิงลี่ใช้นิ้วชี้จิ้มย้ำๆ เข้าไปที่แก้มทั้งสองข้างของตัวเอง “แล้วหน้าของพวกท่านก็จะขาวใส และนุ่มนิ่มเหมือนกับหน้าของข้านี่อย่างไรเ้าคะ”
ขณะที่ครอบครัวของหนิงลี่กำลังเพลิดเพลินไปกับการบำรุงผิวอยู่นั้น อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านกลับเกิดาน้ำลายกันอยู่อย่างเผ็ดร้อน จะเป็ใครไปไม่ได้หากไม่ใช่ยายแก่ปากร้ายอย่างแม่เฒ่าเฉาและยายแก่หน้าเงินอย่างแม่เฒ่าหนิง วันนี้ทั้งสองคนต่างก็ครึ้มอกครึ้มใจพาหลานสาวที่คิดว่าสวยของตัวเองไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ ด้วยหวังจะอวดหลานสาวของตัวเองว่าเป็กุลสตรีที่ขยันขันแข็งและเพียบพร้อม งานบ้านงานเรือนก็ทำได้ดีไม่มีขาด เจตนาของแม่เฒ่าทั้งสองคนก็คือ้าสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้กับหลานสาว เพราะเด็กสาวทั้งสองคนอยู่ในวัยที่เหมาะสมกับการออกเรือนแล้ว
‘เฉาปาเม่ย’ หลานสาวคนโตของแม่เฒ่าเฉา เป็หญิงสาวที่รูปร่างดีเสียที่ผิวคล้ำไปสักหน่อย แต่แม่เฒ่าเฉากลับมองไม่เห็นอย่างนั้น เพราะดูจากเสื้อผ้าที่นางเลือกให้หลานสาวสวมใส่นั้นช่างฉูดฉาดตัดกับสีผิวเสียเหลือเกิน
‘หนิงไป๋หลิง’ หลานสาวของแม่เฒ่าหนิง เป็บุตรสาวของลุงใหญ่ของหนิงลี่ ซึ่งหนิงลี่กับหนิงไป๋หลิงเกิดปีเดียวกัน แต่หนิงไป๋หลิงแก่เดือนกว่า ท่านผู้เฒ่าหนิงและแม่เฒ่าหนิงต่างก็เป็คนหน้าตาดี ทำให้ลูกหลานที่เกิดมาต่างก็สวยหล่อกันทุกคน ยกเว้นก็แต่หนิงไป๋หลิงที่มีหน้าตาออกไปทางญาติฝั่งแม่ที่มีผมหยักศกและรูปร่างอวบ ทั้งยังไม่ค่อยสูงมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นแม่เฒ่าหนิงก็ยังมองว่าหนิงไป๋หลิงเป็หลานสาวที่สวยที่สุดในบรรดาหลานสาวทุกคน เหตุผลก็เพราะหนิงไป๋หลิงเป็ลูกสาวของบุตรชายสุดที่รักของแม่เฒ่าหนิงนั่นเอง
แม่เฒ่าหนิงและแม่เฒ่าเฉาต่างก็หมายตาหลานชายคนเล็กของสกุลจ้าว ชื่อ ‘จ้าวหลง’ ซึ่งปีนี้จ้าวหลงมีอายุครบสิบหกปีแล้ว อีกทั้งปีที่ผ่านมาเขายังสอบถงเซิงผ่านแล้วด้วย และเวลานี้ก็อยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าสอบซิ่วไฉในปีหน้า
ถึงแม้แม่เฒ่าทั้งสองจะแสดงออกว่าอยากจะให้หลานสาวของตนเองแต่งเข้าไปเป็สะใภ้ที่บ้านจ้าวมากขนาดไหนแต่ก็ไม่เป็ผล เพราะคนบ้านจ้าวไม่มีใครสนใจ ทั้งทุกคนในบ้านยังถูกท่านผู้เฒ่าจ้าวกำชับไว้ว่าอย่าได้ไปข้องเกี่ยวกับครอบครัวของยายเฒ่าน่ารำคาญทั้งสอง หากใครไม่ปฏิบัติตามจะถูกไล่ออกจากบ้านทันที
เหตุที่ท่านผู้เฒ่าจ้าวประกาศกับทุกคนในบ้านอย่างนั้นก็เพราะท่านรู้ถึงพฤติกรรมและนิสัยของคนบ้านหนิงและคนบ้านเฉาเป็อย่างดี แม้ท่านผู้เฒ่าจ้าวจะพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านหลีเจี่ยแห่งนี้แค่สิบกว่าปี แต่นั่นก็นานพอที่จะทำให้ท่านผู้เฒ่าจ้าวมองเห็นความร้ายกาจของแม่เฒ่าทั้งสองจนหมดไส้หมดพุงแล้ว
“ข้าก็นึกว่านางละครมาจากโรงละครแห่งใด ช่างแต่งกายได้งดงามสดใส เหมาะสมกับ...” แม่เฒ่าหนิงเปิดฉาก
“เหมาะสมกับอะไร แกพูดดีๆ นะยายแก่หนิง” แม่เฒ่าเฉาสวนกลับเมื่อมองเห็นสายตาของแม่เฒ่าหนิงที่กำลังมองสำรวจหลานสาวตัวเองอยู่
“ข้าก็แค่จะชมว่าเสื้อผ้าที่เ้าเลือกให้หลานสาวของเ้าสวมใส่นั้นช่างขับเน้นให้สีผิวโดดเด่นขึ้นมาเหลือเกิน” แม่เฒ่าหนิงพูดจบ ผู้หญิงที่ซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำต่างก็หัวเราะกันครืน
“แน่นอนล่ะสิ” แม่เฒ่าเฉาตอบอย่างภูมิใจ และคิดว่าเสียงหัวเราะเ่าั้คือคำชมที่ทุกคนมอบให้กับเฉาปาเม่ย “เสื้อผ้าชุดนี้เป็เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ข้าตัดเย็บเองกับมือ เ้าคงกำลังอิจฉาข้าอยู่ล่ะสิ ก็แน่ล่ะ เพราะดูเสื้อผ้าของหลานสาวเ้าสิ แทบจะไม่ต่างจากผ้าเช็ดพื้นในครัวเสียด้วยซ้ำ”
“เ้าว่าใครใส่ผ้าเช็ดพื้น!” แม่เฒ่าหนิงะโถาม “นี่เป็ชุดที่หลิงเอ๋อใส่มาทำงานเท่านั้น เสื้อผ้าชุดใหม่ที่บ้านข้าก็มี ข้าตัดให้นางตั้งหลายชุด รับรองว่าดีกว่าเศษผ้าที่หลานสาวเ้ากำลังใส่อยู่เป็แน่”
“เศษผ้า! เ้าว่าใครใส่เศษผ้า” แม่เฒ่าเฉาทุ่มถังน้ำลงพื้นอย่างแรง ทำให้น้ำกระเด็นโดนเสื้อผ้าของหนิงไป๋หลิงเปียกไปทั้งตัว
“ท่านย่า...” หนิงไป๋หลิงแสร้งบีบน้ำตาเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากชาวบ้าน “ข้าเปียกไปหมดแล้ว ถ้าเกิด...ถ้าเกิดพี่หลงมาเห็นเข้า...”
“ยายแก่เฉา ดูแกทำอะไรหลานสาวข้า นางเปียกไปหมดทั้งตัวแล้ว ถ้าเกิดคนบ้านจ้าวมาเห็นหลานสาวข้าในสภาพนี้แล้วพวกเขาจะคิดยังไง” แม่เฒ่าหนิงมองเห็นสภาพหลานสาวแล้วก็ให้โมโหแม่เฒ่าเฉาขึ้นมา
“เห็นแล้วจะอย่างไร คนบ้านนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจหลานสาวของเ้าสักหน่อย เพราะถ้าหากจะเปรียบกันแล้ว ปาเม่ยของข้ายังน่ามองกว่าหลานสาวของเ้าตั้งเยอะ ปาเม่ยของข้าทั้งผอมบางทั้งสูง แล้วดูหลานสาวของเ้าแม้จะปีนขึ้นเตียงเตาก็ยังต้องหาไม้มารอง เ้าไม่คิดว่าหลานสาวของเ้าดูจะเลี้ยงเสียข้าวสุกไปหน่อยหรือ อายุขนาดนี้แล้วแต่ยังดูตัวเล็กเหมือนเด็กอายุสิบขวบ”
“ยายแก่เฉา เ้าว่าใครเลี้ยงเสียข้าวสุก” พูดจบแม่เฒ่าหนิงก็ตบแม่เฒ่าเฉาอย่างแรงไปหนึ่งที เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เป็ความชุลมุนของแม่เฒ่าทั้งสอง ซึ่งผู้หญิงที่ซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำก็ไม่คิดที่จะเข้าไปห้าม เพราะทุกคนกลัวว่าแม่เฒ่าทั้งสองจะย้อนกลับมาด่าตัวเองว่ายุ่งไม่เข้าเื่เสียเปล่าๆ
เมื่อไม่มีใครมาห้าม สักพักแม่เฒ่าหนิงกับแม่เฒ่าเฉาต่างก็หยุดมือกันไปเองด้วยความเหนื่อย เฉาปาเม่ยกับหนิงไป๋หลิงจึงรีบเข้าไปพยุงผู้าุโของตน ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่จ้าวหลงและหนิงเจี๋ยเดินผ่านมาทางแม่น้ำพอดี
“เจี๋ยเอ๋อ เ้ามาช่วยพี่สาวพยุงท่านย่าหน่อยสิ ท่านย่าปกป้องพี่สาวเพราะพี่สาวถูกคนไม่ดีรังแก” หนิงไป๋หลิงพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น ถึงปากนางจะพูดกับหนิงเจี๋ย แต่สายตากลับไปหยุดอยู่ที่จ้าวหลงแทน
“พี่จ้าวหลง พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะขอรับ พี่ใหญ่เคยบอกเอาไว้ว่าเราไม่ควรเข้าไปช่วยเหลือใครสุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะคนที่ ‘ไม่ใช่ญาติ’ เพราะพวกเขาอาจจะสร้างปัญหาให้เราได้ในอนาคต” หนิงเจี๋ยเน้นบางคำอย่างชัดเจน