เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 7: อาณาเขตปลอดภัย


    แสงตะวันรุ่งอรุณสาดส่องผ่านม่านหมอกสีส้มแดงที่เบาบางลงไปบ้าง ทว่าอากาศยามเช้าของต่างจังหวัดรอบบ้านสวนปู่ยังคงแฝงเร้นไปด้วยกลิ่นอายชื้นคาวของสนิมเหล็กเข้มข้น คราบละอองน้ำค้างสีส้มอมชมพูแห้งกรังเกาะติดอยู่ตามปลายใบยางพาราและยอดหญ้ารกชัฏประหนึ่งฉากจำลองแดนนรกที่กำลังรอคอยวันตื่นรู้

    นนท์บิดขี้เกียจลุกขึ้นยืนบนเตียงไม้โบราณที่ยังมีคราบเปรอะเปื้อนรอยรักของเมื่อคืน ชายหนุ่มรู้สึกได้อย่างเด่นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย กล้ามเนื้อไหล่และแผ่นหลังที่เคยเมื่อยล้าขัดยอกจากการทำงานในโรงงานและการเดินทางบัดนี้กลับตึงกระชับและเบาสบายอย่างน่าทึ่ง กระแสพลังอบอุ่นอ่อนๆ ไหลเวียนผ่านจุดชีพจรทั่วร่าง สเตตัสระบบเทพแมงดาที่ยังคงปรากฏสกรีนมุมสายตาบอกเขาว่าเขายังคงครองสกิล 'กายาคงกระพัน' และ 'แรงช้างสาร' ที่แชร์มาจากกิ๊ฟอย่างเต็มประสิทธิภาพ

    ข้างกายของเขา กิ๊ฟกำลังนอนหลับใหลอย่างสงบ ผิวพรรณเนื้อตัวของเธอไม่มีแผลข่วนจากคมเล็บซอมบี้หลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย ใบหน้าที่ซีดเซียวปานซากศพในคืนมหันตภัยกลับมามีสีเลือดฝาดแดงระเรื่อเย้ายวน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอพ่นไอร้อนจางๆ ผสมผสานกลิ่นฟีโรโมนสาวอันหอมละมุนที่ปลุกเร้าอารมณ์ชายหนุ่มแต่เช้าตรู่

    นนท์สะกิดเรียกกิ๊ฟเบาๆ เพื่อนสนิทสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่โตเปล่งประกายคมกริบไร้ร่องรอยพิษไข้ร้าย เธอขยับลุกขึ้นยืนและบิดเอวทดสอบร่างกายด้วยความปีติยินดีกับสภาพร่างกายแกร่งประดุจเกิดใหม่

    "ไอ้นนท์... กูรู้สึกดีชะมัด... พลังมันพรั่งพรูไปหมด" กิ๊ฟกำหมัดขาวเนียนชกอากาศจนเกิดเสียงลมพัดวืดวาบ

    "ดีแล้วกิ๊ฟ... แต่เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้ รอบบ้านเรายังรกร้างและมีพวกซอมบี้ตาแดงปะปนอยู่ ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้พวกมันอาจจะแห่กันมาพังบ้านเราอีก วันนี้เราต้องทำความสะอาดเคลียร์พื้นที่สวนปู่ให้ปลอดภัยเป็นด่านแรกก่อน" นนท์เสนอแนะแผนการอย่างรอบคอบ

    ...

    ทั้งสองคนจัดแจงลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้าและพกอาวุธป้องกันตัว นนท์กระชับด้ามมีดพร้าถางป่าเหล็กแหนบคมกริบของปู่ ส่วนกิ๊ฟหยิบท่อนเหล็กกลมหนาที่หาได้จากกองเครื่องมือเกษตรมาควงเล่นในมือดั่งกระบองคู่กาย

    ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินสืบออกจากประตูบ้านชั้นล่าง ลุยเข้าไปในดงป่ากล้วยน้ำว้าและร่องสวนยางพาราที่รกชัฏและชื้นแฉะที่โอบล้อมรอบตัวบ้านปู่ เสียงใบไม้แห้งลั่นเหยียบใต้ฝ่าเท้ายามก้าวสืบเท้าเดินอย่างระแวดระวัง

    ทันใดนั้น ซอมบี้กลายพันธุ์ตัวแรกที่หลงเหลือจากเมื่อคืน ผิวหนังเปื่อยเน่าคละคลุ้งด้วยกลิ่นอับชื้นพลันส่งเสียงขู่ครางคำรามพุ่งทะยานออกมาจากดงกล้วยรกร้างดิ่งตรงมาหานนท์

    นนท์ไม่รอช้า สัญชาตญาณความแกร่งในกายตอบรับ สกิล 'แรงช้างสาร' ปะทุวาบ ชายหนุ่มเหวี่ยงมีดพร้าถางป่าฟาดสะบั้นออกไปเบื้องหน้าด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงประหนึ่งดาบเหล็กยักษ์

    *ฉับ!!!*

    คมมีดพร้าแหวกตัดผ่านกระดูกคออันแข็งเกร็งของซอมบี้ขาดสะบั้นกระเด็นอย่างง่ายดายปานฟันลำต้นกล้วยอ่อน หัวของมันหลุดกระเด็นลอยไปตกในดงหญ้ารก เลือดสีดำหนืดข้นพุ่งเปรอะเปื้อนดินใบหญ้า ร่างไร้วิญญาณล้มตึงแน่นิ่งไป นนท์ทึ่งกับพละกำลังที่ได้รับแชร์มาอย่างที่สุด ข้อมือของเขาไม่รู้สึกตึงเครียดหรือปวดร้าวแม้แต่น้อย มีดพร้าเหล็กหนาหนักกลับเบาหวิวประหนึ่งท่อนฟืนผุ

    ขณะเดียวกัน ซอมบี้อีกสามตัวที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเริ่มแห่กรูดาหน้าเข้ามาหากิ๊ฟ

    "เข้ามาเลยไอ้พวกหมาบ้า!"

    กิ๊ฟร้องคำรามลั่น ก้าวเท้าข้ามขอนไม้ยักษ์ที่ขวางทาง สกิล 'กายาเทวะ' ปลุกเร้ามัดกล้ามของเธอ สาวห้าวเหวี่ยงท่อนเหล็กกลมหนาฟาดสะบั้นออกไปเป็นครึ่งวงกลมปะทะเข้ากลางลำตัวซอมบี้ตัวแรกดังก้อง *ปัง!!!* แรงหวดส่งผลให้ซี่โครงและกระดูกสันหลังของอสูรกายแหลกยับเยินกระเด็น ร่างของมันลอยคว้างกระเด็นไปฟาดอัดกับลำต้นยางพาราใหญ่เสียงดังกร๊อบร่วงสนิทคาที่

    กิ๊ฟสืบเท้าหมุนตัวชกหมัดซ้ายขวา ฟาดท่อนเหล็กทลายหัวซอมบี้ที่เหลือแหลกเหลวคาที่ประดุจหวดผลทุเรียนดิบ ทั้งสองลุยประสานงานกันเป็นทีมคู่หูขาลุยอย่างยอดเยี่ยมและคล่องตัว รัศมี 1 กิโลเมตรโอบล้อมบ้านสวนปู่ได้รับการกวาดล้างเคลียร์พื้นที่จนสะอาดปลอดภัยอย่างไร้สิ่งคุกคามในเวลาไม่นาน

    ...

    หลังจากจัดการเคลียร์พื้นที่สวนป่าปลอดภัยแล้ว นนท์และกิ๊ฟหวนกลับมายังตัวบ้านสวนปู่เพื่อลงมือบูรณะซ่อมแซมจุดที่ผุพังพินาศ

    นนท์ใช้สกิลแรงช้างสารยกแบกท่อนซุงขนาดใหญ่มาทำแนวตอกค้ำยันประตูบ้านชั้นล่างและตอกสลักล็อกหน้าต่างไม้ใหม่ให้หนาแน่นแข็งแกร่งทนทานต่อแรงชนยิ่งขึ้น รั้วลวดหนามรอบสวนที่ขาดชำรุดก็ได้รับการดึงขึงขมวดตึงซ่อมบำรุงอย่างเป็นระบบ

    จากนั้น ชานนท์เดินไปเช็กเครื่องปั่นไฟดีเซลเครื่องเก่าและถังน้ำมันสำรองในโรงเก็บเครื่องมือเกษตรหลังบ้านปู่ "โชคดีฉิบหาย... น้ำมันดีเซลในถังยังเหลืออยู่ค่อนถัง เครื่องปั่นไฟยังใช้งานได้" นนท์ยิ้มออกเมื่อทดลองสตาร์ทเครื่องปั่นไฟเสียงดังหึ่งๆ จนระบบสายไฟส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่หลอดนีออนชั้นล่างสว่างไสว

    กิ๊ฟช่วยปัดกวาดเช็ดถูฝุ่นละอองในตัวบ้านชั้นล่าง และเดินออกไปเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตรที่เหลือรอดรอบบ้าน เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอ พริกขี้หนูสวน และใบกะเพราป่าสีเขียวสดมาจัดเตรียมอาหารประทังชีพ

    นนท์รับบทเป็นพ่อครัวใหญ่ในครัวปูนหลังบ้าน ชายหนุ่มติดเตาแก๊สกระป๋องปรุงรสทำ 'แกงป่าปลาดุกกระป๋องใส่พริกแกงเผ็ดร้อน' และกล้วยน้ำว้าปิ้งกลิ่นหอมอบอวล รสจัดจ้านแบบวิถีชนบทต่างจังหวัดช่วยเติมเต็มพลังงานให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าของทั้งสองคนได้อย่างอบอุ่นลึกซึ้ง

    ...

    ระหว่างที่นั่งพักผ่อนทานอาหารกลางวันคุยกันอยู่รอบโต๊ะไม้เก่าชั้นล่าง จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนสีฟ้าของระบบเทพแมงดาก็แจ้งเตือนข้อความสำคัญสีแดงดึงดูดสายตาของนนท์ทันที

    *[ระบบ: แจ้งเตือนเงื่อนไขขีดจำกัดพลังงาน]*
    *[คำเตือน: ความเข้ากันได้ของระบบและการแบ่งปันพลังงาน (สกิล) ระหว่างโฮสต์และเป้าหมายจะเข้าสู่สภาวะเสื่อมถอยประสิทธิภาพ (คูลดาวน์) เมื่อพ้นกำหนด 24 ชั่วโมงจากการสอดประสานสัมผัสล่าสุด]*
    *[ข้อมูลสกิล: ระดับประสิทธิภาพและพละกำลังของ 'กายาคงกระพัน' และ 'แรงช้างสาร' จะลดลงเหลือ 50% ทันทีที่ครบกำหนดเวลา และลดลงอีกครึ่งหนึ่งในทุกๆ 12 ชั่วโมงถัดไป]*
    *[เงื่อนไขรักษาระดับพลัง: โฮสต์จำต้องทำกิจกรรมร่วมรัก (มีเพศสัมพันธ์และหลั่งน้ำรัก) กับคู่พันธะสัญญาอย่างสม่ำเสมอเพื่อชาร์จระดับพลังงานและรักษาผลลัพธ์ของระบบให้คงที่ 100%]*

    นนท์เบิกตามองหน้าจอระบบพลางกลืนแกงป่าร้อนฝืดคอ ค่อยๆ อธิบายข้อมูลเงื่อนไขลึกลับนี้ให้กิ๊ฟฟังอย่างละเอียดยิบย่อย

    กิ๊ฟที่ฟังประโยคชาร์จพลังงานร่วมรักจบ ผิวแก้มใสพลันขึ้นสีแดงก่ำปานมะเขือเทศสุกในวินาทีเดียว ยัยเพื่อนสนิททุบโต๊ะไม้ดังปัง สบถบ่นงึมงำโวยวายขัดเขินสุดขีด

    "ไอ้... ไอ้ระบบโรคจิตวิปริตเอ๊ย! นี่หมายความว่ามึงต้องทำเรื่องแบบนั้นกับกูทุกวันเลยเหรอวะ! ฮึ่ย... มึงคิดแผนระบบชั่วๆ แบบนี้ขึ้นมาเองหรือเปล่าไอ้นนท์! ฉวยโอกาสกับกูชัดๆ!"

    นนท์รีบโบกมือแก้ตัวลนลาน "กูไม่ได้ตั้งเงื่อนไขนะกิ๊ฟ! ระบบมันเตือนของมันเอง มึงก็เห็นหน้าจอนี่ลอยอยู่ข้างหน้ามึงเหมือนกันนี่หว่า ถ้าเราไม่รักษาระดับพลังไว้ คืนนี้เกิดมีฝูงซอมบี้ระดับบอสหรือตัวแปลกๆ บุกเข้ามา เราสองคนไม่มีพลังวิเศษคงโดนรุมฉีกเนื้อกินสดๆ แดกหัวขาดแน่"

    กิ๊ฟยืนเท้าสะเอวเม้มปากแน่นบ่นงึมงำอย่างอับจนหนทางและจำใจยอมรับความจริง แม้ใบหน้าจะแดงก่ำเขินอายปานจะละลาย แต่เธอก็รู้ดีว่าในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ตาแดงเกลื่อนกราด การไม่มีพลังพิเศษหมายถึงความตายอย่างน่าอนาถ

    ...

    รัตติกาลคืบคลานเข้ามาปกคลุมผืนป่าและสวนยางพาราอีกครั้ง สายลมหนาวพัดโชยยอดต้นยางพาราจนสั่นซู่ซ่าปะทะหน้าต่างบ้านสวนรกร้าง แสงสลัวสีส้มแดงหมอกโลหิตลอยนิ่งอยู่นอกแนวรั้วลวดหนาม

    นนท์และกิ๊ฟนั่งอยู่รอบกองไฟดวงเล็กๆ ที่นนท์สุมไฟไว้ในเตาดินเผาในห้องโถงชั้นล่างที่มืดมิด ไร้แสงสว่างอื่นรบกวน ท่ามกลางความเงียบงันปะทะสายลมหนาวรอบนอกที่พัดโชยเข้ามาในตัวบ้าน

    *ซ่า... ซ่า... ฟี้...*

    จู่ๆ เครื่องวิทยุสื่อสารคลื่นสั้นสีกากีเครื่องเก่าแก่ของปู่ (วิทยุทหารพรานโบราณ) ที่จมฝุ่นอยู่ตรงชั้นวางตู้เก่าตรงมุมมืด พลันเกิดสัญญาณไฟฟ้าสถิตแทรกแซงส่งแสงไฟกะพริบสีแดงวาบจางๆ พร้อมเสียงดังลั่นสนั่นความเงียบงันขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

    นนท์และกิ๊ฟสะดุ้งสุดตัว หันขวับสาดแสงไฟฉายและสายตาเพ่งมองไปยังเครื่องวิทยุเก่าเครื่องนั้นในพริบตา ตัวเครื่องเก่าๆ ส่งเสียงลั่นดังเปรี๊ยะราวกับมีขั้วพลังไฟเข้าสู่ตัวรับสัญญาณ

    *ซ่า... ได้ยินไหม... ใครก็ได้... ช่วยฉันด้วย... ฮึก... ฉันติดอยู่ในตู้... พวกมันอยู่ข้างนอก...*

    คลื่นเสียงแผ่วเบาสั่นเครือของผู้หญิงคนหนึ่งดังสะท้อนผ่านลำโพงวิทยุเก่า น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนสะอื้นและเสียงลมหายใจสั่นรัวดั่งกำลังหนีภัยคุกคามลึกลับออกมาในความเงียบสงัดจับขั้วหัวใจของทั้งสองคนในคืนวันสิ้นโลกนี้! นนท์ก้าวเดินไปหาเครื่องวิทยุสลับหันไปมองประสานสายตากับกิ๊ฟที่เกร็งมือจิกแขนเสื้อเขาไว้แน่น ทั้งสองจ้องมองสัญญาณสั่นสะท้านระลึกถึงภัยอันตรายระลอกใหม่และการผจญภัยที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในวันสิ้นโลกนี้!