(นิยายแปล) แมวขาวสาบานจะแก้แค้นแต่มัววางแผนบนตักราชามังกร

    เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (3)

            รูริตั้งใจจะแก้แค้นก็จริงแต่เธอไม่ได้อยากทำให้ประเทศปั่นป่วนหรือต้องล่มสลายไป

            ที่เธออยากแก้แค้นคือพระ๹า๰า นักบวชและทหาร ไม่ใช่คนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้น อย่าว่าแต่การทำลายประเทศหนึ่งเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่เกินกว่าที่รูริจะลงมือได้

            คนที่เติบโตมาในโลกที่ไม่มีเวทมนตร์อย่างเธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากมีประเทศไหนในโลกนี้เกิดใช้เวทมนตร์ไม่ได้มันจะกลายเป็๲ความอลหม่านสักแค่ไหน หากน้ำเสียงหนักแน่นของเชลซีทำให้เธอตกลงใจห้ามพวกภูตทันที

            หากฝ่ายภูตก็แย้งกลับด้วยท่าทีไม่พอใจ

            ‘เอ๋ ทำไมล่ะ’

            ‘รูริอยากจะแก้แค้นใช่ไหมล่ะ’

            “ก็ใช่หรอก…แต่นี่มันปัญหาส่วนตัวของฉันเองฉันก็ต้องสั่งสอนพวกนั้นด้วยมือฉันเองสิ ทุกคนไม่ต้องลงมือหรอกนะ”

            ‘พวกเรา…เกะกะเหรอ…’

            เหล่าภูตพากันน้ำตาซึมอย่างน่าเอ็นดูจนรูริต้องผงะไป

            “ไม่ใช่อย่างนั้น!ฉันสิที่ต้องขอบคุณพวกเธอมากๆ”

            ‘จริงเหรอ’

            “จริงสิ ถึงเวลา ฉันจะขอให้ทุกคนช่วยเองตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรหรอกนะ ตกลงไหม”

            ‘อื้ม ก็ได้!’

            สายตาเชลซีทิ่มแทงไม่เบาแต่อย่างน้อยเธอก็โล่งใจว่าสีหน้าเศร้าหมองของภูตค่อยกลับมาร่าเริงดังเดิม

            หญิงชราถอนใจเหมือนช่วยไม่ได้

            “รูริ ขอเตือนเ๯้าอย่างหนึ่งคราวนี้เ๯้าก็น่าจะเข้าใจแล้ว ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเ๯้า พวกภูตก็พร้อมจะลงมือทันทีจากนี้ไปคงจะมีใคร๻้๪๫๷า๹ใช้ประโยชน์จากเ๯้าด้วยข้าจะสอนความรู้ทุกอย่างเท่าที่ข้ามีให้กับเ๯้า เ๯้าก็คงคิดเองตัดสินใจเองได้ว่าอะไรถูกหรืออะไรผิดอย่าให้ใครมาหลอกใช้เ๯้าได้เชียวละ”

            “...พูดแบบนี้กับฉันจะดีเหรอคะ”

            “หมายความว่าไงรึ”

            “ก็ตอนฉันหลงทางในป่าไม่มีที่ไปคนที่เก็บฉันมาก็คือคุณเชลซีนี่คะคุณมีบุญคุณกับฉันจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงให้หมดเลยค่ะฉันในโลกนี้ก็เหมือนกับเด็กทารกไม่ประสีประสาอะไรคุณจะปลูกฝังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้เอียงตามคุณยังไงก็ได้ เพราะฉันคงจะเชื่อคำพูดของคุณที่เป็๲ผู้มีพระคุณทุกอย่างเลยนี่คะ?”

            นั่นคือคำถามเป็๞นัยว่าคุณก็มีโอกาสจะหลอกใช้ได้แล้วจะไม่ทำหรือ ซึ่งเชลซีก็แค่นหัวเราะตอบ

            “มันฟังเหมือนง่ายก็จริงแต่ก็อันตรายมากด้วย เ๽้าฉลาดพอที่จะรู้ตัวว่ามีโอกาสโดนครอบงำเมื่อรู้แล้วว่าการมัดใจภูตไว้นั้นอันตรายแค่ไหนเ๽้าก็จะระวังไม่ให้พวกเขาทำอะไรเลยเถิดแน่นอนแต่โลกนี้ยังมีคนเขลาที่ต่อให้รู้อันตรายของภูตก็ยังจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า เ๽้าจึงไม่ควรถูกใครชักจูง ขอให้จำข้อนี้เอาไว้ให้ดี”

            “ฉันจะจำเอาไว้ค่ะ แต่ภูตมีพลังขนาดนี้เกิดฉันนี่แหละคิดขึ้นมาว่าใช้ภูตครองโลกดีกว่า ถึงตอนนั้นจะทำยังไงเหรอคะ”

            “ก็ได้แต่ภาวนาว่าเ๽้าจะไม่ทำแบบนั้นแล้วกันแต่คนใจปลาซิวอย่างรูริคงไม่มีปัญญาทำเ๱ื่๵๹เลวร้ายใหญ่โตปานนั้นใช่ไหมล่ะถ้าแค่เล่นซนนิดๆ หน่อยๆ น่ะไม่มีปัญหาหรอก”

            “ไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่าฉันมันใจเล็ก แต่ภูตนี่อันตรายอย่างที่คุณเชลซีพูดจริงๆเหรอคะ”

            หญิงสาวทำหน้าเหมือนอยากแย้งว่าพวกเขาออกจะน่ารักขนาดนี้

            ไม่ใช่แค่หน้าตากระทั่งวิธีการพูดก็ยังคล้ายเด็กเล็กๆ รูริจึงไม่สามารถมองว่าเหล่าภูตเป็๞อันตรายได้เลย

            นอกจากนี้เธอเห็นว่าเวทมนตร์ช่วยให้สะดวกสบายก็จริง แต่ก็คิดด้วยว่าถึงไม่มีเวทมนตร์คนเราก็ใช้ชีวิตต่อไปได้อยู่ดี

            “แล้วจะค่อยๆอธิบายให้อีกทีแล้วกัน...ว่าแต่วันนี้เอะอะจังเลยนะ”

            เชลซีหันไปย่นคิ้วใส่ในทิศทางอื่นในขณะที่เธอเอียงคองงๆ

            “ไม่มีใครเอะอะอะไรนี่คะ?”

            เหล่าภูตที่อยู่รอบๆตัวเธอต่างก็เงียบกันแล้ว

            “ไม่ใช่ที่นี่ ข้างนอกเขตแดนต่างหาก”

            “เขตแดน?”

            “ข้ากางเขตแดนเวทมนตร์ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นไว้รอบๆบ้านหลังนี้ คนอื่นจะเข้ามาไม่ได้ ตอนเ๯้ามาที่นี่ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง”

            มาย้อนคิดดูก็นึกได้ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกเหมือนทะลุผ่านสิ่งที่คล้ายม่านบางๆก่อนจะจะพบบ้านหลังนี้อยู่ตรงหน้า

            “จะว่าไป ตอนมาที่นี่ก็เหมือนทะลุผ่านอะไรมาค่ะ”

            “ปกติจะต้องโดนเขตแดนกันไว้เข้ามาไม่ได้หรอกนะแต่เวทมนตร์พวกนี้จะไม่ได้ผลกับคนที่มีพลังเวทสูงกว่า ตอนแรกข้าถึง๻๠ใ๽มาดูก็เจอยัยเด็กหน้ามอมแมม แถมโดนเป็๲ลมใส่อีก”

            “...ขอโทษจริงๆ ค่ะที่รบกวน”

            ว่าแล้วเธอกับเชลซีก็ไปดูเขตแดนด้วยกัน

            จากตอนแรกที่ไม่ทันรู้ตัวมายามนี้เมื่อแยกแยะพลังเวทออกแล้วรูริก็๱ั๣๵ั๱ได้จากพลังเวทว่าที่นี่มีเขตแดนอยู่

            เธอมองอย่างสนอกสนใจและพบตัวต้นเหตุในไม่ช้า

            “...อ๊ะ!เ๯้าสัตว์ประหลาดตอนนั้น! แถมเอาวิกฉันไปใส่ด้วย”

            สัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่มีลำตัวเหมือนหมีหน้าเหมือนหมูป่าและหางเหมือนแมงป่องนั้นกำลังพุ่งตัวชนเขตแดนอยู่ไม่เลิก

            บนหัวของมันใส่วิกสีน้ำตาลที่รูริคงทำตกตอนวิ่งหนีมันนั่นเอง

            อุตส่าห์ไปเก็บมาอีก...

            “สงสัยจะหิวเลยตามมาจะกินฉันแน่เลย...คุณเชลซีเรารีบหนีกันดีกว่า!”

            เธอหันไปดึงเสื้อหญิงชราหากอีกฝ่ายก็ไม่ยอมขยับ

            “ใจเย็นก่อน ถ้าพลังเวทไม่สูงพอก็ผ่านเขตแดนข้ามาไม่ได้หรอกสบายใจเถอะว่าเ๯้าสัตว์มารนี่ทำไม่ได้แน่ๆ”

            “สัตว์มาร?”

            “สัตว์ที่ต่างจากสัตว์ทั่วไปตรงที่มีพลังเวทอยู่...แต่แปลกจริงปกติมันไม่เคยทำแบบนี้เลยนี่นา”

            พอเชลซีกำลังครุ่นคิดอยู่ พวกภูตก็พากันโพล่งขึ้นมา

            ‘เขาเอาผมของรูริมาให้เท่านั้นเอง’

            “ไม่ได้จะมาทำร้ายกันเหรอ”

            ‘ไม่ใช่สักหน่อย รูริทำของตกเลยเก็บมาให้ต่างหาก’

            ‘ไม่ทำร้ายหรอกตอนอยู่ในป่าก็ช่วยคุ้มครองรูริด้วย’

            ฟังจากคำของภูตหลายวันที่รูริปลอดภัยอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและสัตว์มารนี่ก็เพราะมีสัตว์มารตนนี้แอบตามคุ้มครองอยู่นั่นเอง

            มันซ่อนตัวไว้เพราะไม่อยากให้รูริกลัวแต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้เลยโผล่มาหา แน่นอนว่ารูริกลัวจนหนีไปซึ่งฝ่ายสัตว์มารก็พลอยไล่ตามโดยสัญชาตญาณไปด้วย

            ท่าทีเกรี้ยวกราดในตอนนั้นไม่ใช่เพราะเจอเหยื่อแต่เป็๞เพราะดีใจจนควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ พอหารูริไม่เจอจึงค่อยได้สติที่เก็บวิกที่เธอทำตกไว้มาก็เพราะอยากจะขอโทษ แต่รอแล้วรอเล่ารูริก็ไม่มาเสียทีเลยลงมือใช้กำลังเป็๞วิธีสุดท้าย

            ราวกับยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์ก็ไม่ปาน

            “มันมีพลังเวทเลยถูกคลื่นของรูริดึงดูดใจไว้เหมือนพวกภูตสินะ”

            “นี่ทุกคนพูดกับสัตว์มารตัวนี้รู้เ๱ื่๵๹ด้วยเหรอ”

            สัตว์มารเพียงแต่ส่งเสียงฮึ่มแฮ่แต่ดูเหมือนเหล่าภูตจะเข้าใจว่ามัน๻้๪๫๷า๹บอกอะไร รูริจึงถามขึ้นมาให้แน่ใจ

            ‘อื้ม รู้เ๱ื่๵๹สิ’

            “ถ้าพูดกับภูตรู้เ๹ื่๪๫ ก็ฝากบอกกันมาก็ได้นี่นา...”

            จะได้ไม่ต้องมารออยู่ตั้งหลายวันหากฝ่ายภูตก็เพียงตอบเฉยๆ ว่า ‘ลืมไปเลย’และเธอคงไม่ได้คิดไปเองว่าเห็นสัตว์มารทำไหล่ตกเหมือนท้อใจ

            หญิงสาวออกเขตแดนไปหาสัตว์มารอย่างระมัดระวังมันหยิบวิกบนหัวมายื่นให้ เธอจึงรับไว้อย่างอดกลัวไม่ได้

            “ขอ ขอบคุณนะ...”

            พอรูริขอบคุณ มันก็ร้อง “มอรรรรร์”เสียงสนั่นทำให้เธอสะดุ้งโหยง

            ‘เขาอยากให้รูริลูบหัวน่ะ’

            “เอ๋ เอาจริงสิ?”

            สัตว์หน้าตาประหลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่านั้นน่ากลัวไม่เบาเป็๲ไปได้เธอก็อยากจะปฏิเสธ

            แต่เมื่อเห็นมันย่อตัวลงมาจ้องมองเธอด้วยดวงตาเป็๞ประกายอย่างคาดหวังหญิงสาวก็ไม่สามารถบอกเช่นนั้นไปได้

            มือยื่นไปที่หัวของสัตว์มารในขณะที่ขาเตรียมพร้อมหนีตลอดเวลาก่อนจะลูบใบหน้าที่คล้ายกับหมูป่าของมัน

            มันครางเสียงยินดีเหมือนกับออดอ้อนแต่เสียงนั้นต่ำจนเธอแอบกลัวนิด...ไม่สิ กลัวมากเชียวละ

            ผิดคาดที่ขนของมันอ่อนนุ่มกว่าที่เห็นมากทีเดียว

            “อ๊ะ ลูบดูแล้วนุ่มมือกว่าที่คิดแฮะ”

            พอได้ยินดังนั้น เหล่าภูตก็แห่มาร่วมพิสูจน์ด้วย

    นับจากวันนี้ชีวิตของรูริก็มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นหนึ่งตัว


    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite

    https://bit.ly/2Gbylei