ตอนที่ 9 โมโห (1)
“ข้าเข้าใจสิ่งที่คุณหนูพูดมา แต่การยอมปล่อยนางไปเช่นนี้ข้ากลับกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นไม่ลง!”
ลี่ว์จูเปิดม่านจากด้านนอกเข้ามา หยิบของกินเล่นมาวางไว้บนโต๊ะจื่อข้างๆ ถานสวี่เฉิงอวี๋ด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เดิมทีมีเื่แบบนี้ที่ไหนกัน หากไม่ใช่เพราะนางยามนี้แม่นางคงได้ดื่ม ได้กิน ได้เล่นสนุก ข้าเองก็คงได้เล่นหมากเป็เพื่อนคุณหนูไปแล้ว!”
“เ้าโมโหเช่นนี้ คิดจะโมโหจนล้มป่วยไป จะได้แอบอู้ ไม่ต้องมารับใช้ข้าอย่างนั้นรึ”
เมื่อได้พูดระบายทุกสิ่งไปแล้วก้อนที่จุกในอกของสวี่เฉิงอวี๋ก็คลายปมลง
นางหยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วเรียกลี่ว์จู “ตำรายุทธพิชัยากล่าวไว้ว่า การยืมดาบฆ่าคนนั้นร้ายกาจที่สุด เดิมข้าคิดว่าอาหญิงสามโวยวายถึงเพียงนี้เพราะเื่เล็กนิดเดียว ทั้งยังเร่งข้าหลายครั้งจนถึงขั้นส่งไต้เม่ามาหา ช่างเป็คนที่ความคิดคับแคบจริงๆ แต่พอพูดกันให้กระจ่างและคิดให้ถี่ถ้วนแล้ว เื่ที่แฝงไว้อยู่กลับน่าจะสนใจนัก”
มือของลี่ว์จูชะงักไป ก่อนจะหันไปมองอีกฝ่าย “หมายความว่าอย่างไรหรือเ้าคะ”
“นางอ่านกระทั่งตำรายุทธพิชัยา คิดว่าเก่งกาจเพียงใดเล่า แม้ว่าจะเฝ้าพื้นที่เล็กๆ อย่างเรือนในนี้ แต่เกรงว่าอนาคตต้องมีคนได้ปวดหัวอีกแน่ อีกอย่าง เฉินอี้นั่น...” ดวงตาของสวี่เฉิงอวี๋หม่นแสงลง “ใครจะรู้ว่านางกุมทุกอย่างไว้ในมือั้แ่เมื่อใดกัน ข้าเห็นว่าปกติแล้วตานซีเองก็ไม่ใช่คนโง่งม มีอะไรก็เล่าให้เฉินอี้ฟังหมด คิดว่าแต่ก่อนทั้งสองคนคงจะเป็พี่น้องที่สนิทกันจริงๆ เพียงแต่หนึ่งปีกว่ามานี้เฉินอี้อยู่ที่บ้านสาม ถูกอาหญิงสามจับเอาไว้แน่น ซึ่งก็บังเอิญนักที่นางสนิทสนมและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกับสาวใช้ในเรือนข้า ดังนั้นหากอยากจะสืบข่าวอะไรก็ไม่ใช่เื่ที่ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือหรือ”
ลี่ว์จูหนังตากระตุกและรู้สึกกลัวขึ้นมา “เช่นนั้นแต่ก่อน...” ลำคอนางตีบขึ้นมา “แม้คุณหนูจะไม่ได้ทำอะไร แต่ข้าก็ยังคงพูดเช่นเดิมนะเ้าคะว่าเช่นนี้น่าขยะแขยงเหลือเกิน แค่คิดดูก็รู้สึกอึดอัดไปหมดแล้ว พวกเราอยู่ในเรือนดีๆ กลับกลายเป็อะไรไปเสียได้ พวกนางอยากรู้อะไรก็ได้รู้ ไหนจะตานซีที่ยังคอยรับใช้คุณหนูในเรือน ไม่ใช่เพียงแค่ทำความสะอาดอยู่นอกเรือนอีก”
นางพูดไปบ่นไป “เ้าเด็กนี่ไม่มีหัวคิด ข้าจะต้องไปถามให้ละเอียดให้ได้ ว่านางพูดอะไรกับเฉินอี้ไปบ้าง!”
สวี่เฉิงอวี๋ถอนหายใจและดึงนางเอาไว้ “ตานซีไม่ได้ใจกล้าอย่างเ้า เ้าจะไปถามให้นางใอีกหรืออย่างไร เื่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป พวกเราก็รู้แล้วว่าเื่ทั้งหมดคืออะไร ตัวนางเองก็รู้แล้วว่าต่อไปเมื่อพบหน้าก็อย่าได้พูดคุยมากเช่นนั้นก็พอแล้วไม่ใช่หรือ เ้ายังจะ้าอะไรอีก อาหญิงสามบีบให้ข้าไปพบนางแต่ข้าปัดไปได้แล้ว เ้าก็ให้ข้าได้พักสักประเดี๋ยวเถิด”
ลี่ว์จูยังคับข้องใจ แต่สวี่เฉิงอวี๋พูดถึงขนาดนี้แล้วนางก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรให้มากความ เพียงคิดว่าต่อไปจะต้องจับตาตานซีสาวใช้คนนั้นให้ดี เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายที่ปกติเป็คนเงียบๆ แต่ลับหลังกลับไปก่อเื่จนวุ่นวาย ทั้งยังต้องให้คุณหนูออกหน้าจัดการให้อีก!
เรือนจ้านลู่เชิญเสี่ยวหลิ่วเหนียงจื่อ[1]จากสำนักเมี่ยวชุนมาจับชีพจรในจวน ซึ่งเหลียงซื่อก็รู้เื่นี้อย่างรวดเร็ว
ตอนที่ไต้เม่านำน้ำชากลับมาในห้องก็ได้บอกข่าวที่เสี่ยวหลิ่วเหนียงจื่อเข้าจวนมากับนาง
ยามนี้เหลียงซื่อนั่งอยู่บนเตียงหลัวฮั่น[2]ตรงหน้าต่างฝั่งตะวันตก ข้อมือสวมกำไลหยกสีเขียวเก่าแก่วงหนึ่งอยู่ ส่วนในมือยังกำสร้อยลูกประคำปี้สี่[3]สีแดงเส้นหนึ่งไว้
อัญมณีในสร้อยลูกประคำเส้นนั้นแต่ละเม็ดกลมกลึงเคลื่อนไปตามปลายนิ้วขาวเรียวยาวของนาง กระทั่งไต้เม่าพูดจบเม็ดอัญมณีถึงหยุดเคลื่อนไหว
เชิงอรรถ
^ เหนียงจื่อ เป็นคำสรรพนามสำหรับเรียกสตรีอายุน้อยหรือกลางคนที่แต่งงานแล้ว^ เตียงหลัวฮั่น มีลักษณะคล้ายตั่งตัวยาวที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับนอนคนเดียว ปกติมักไม่ได้ใช้เป็นเตียง และจะมีการวางโต๊ะเสริมไว้ตรงกลาง ทำให้มีพื้นที่แบ่งออกเป็นสองด้าน ใช้สำหรับนั่งเล่นจิบชา^ ปี้สี่ คือ ทัวร์มาลีน อัญมณีที่มีหลากสีสัน