สมาชิกทุกคนในบ้านต่างพากันอลหม่านกับการจัดเตรียมการงานวิวาห์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่เดือนข้างหน้านี้ และแน่นอนไม่มีทางที่ว่าที่เ้าบ่าวเ้าสาวจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
“นี่ยายสิ สรุปแกจะจัดงานพิธีหมั้นที่โรงแรมวันเดียวกันเลยมั้ย หรือจะไปจัดแยก” นายอนันต์ผู้เป็บิดาดูจะใส่ใจงานวิวาห์ครั้งนี้ยิ่งกว่าใคร ๆ เอ่ยปากถามลูกสาวที่มัวแต่โอ้เอ้ ไม่ยอมตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดงานวิวาห์เสียที
“แล้วแต่คุณพ่อเลยค่ะ หนูยังไงก็ได้ค่ะ”
“ยังไงก็ได้ แกนี่พูดง่ายดีนะ นี่มันงานแต่งงานแกนะ หัดมีหัวคิดบ้างสิ” เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นชายชราถึงกับมีน้ำโหออกมาทันที
“ก็หนูให้ตารางไปกับคุณพิกุลแล้วไงคะคุณพ่อ ถ้าเป็วันเวลาตามที่ให้ไปยังไงหนูก็สะดวกค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร ที่เธอหอบกลับมาทำต่อที่บ้าน ก่อนที่จะเอ่ยกับบิดาเนิบ ๆ
“แกนี่มันไม่ได้เื่จริงๆเลย ฉันละเบื่อคุยกับแกแล้ว แล้วนี่พีทไปไหนเสียแล้วล่ะ” เมื่อลูกสาวไม่สามารถทำให้เขาพอใจได้ ชายชราจึงมองหาว่าที่ลูกเขยทันที
“พีทเค้าก็เดินเล่นไปทั่วแถว ๆ นี้แหละค่ะคุณพ่อ นี่มัน่พักร้อนของเขาหนิคะ ”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงกระทบกระเทียบ ขนาดตัวไม่อยู่ยังสามารถทสร้างความหงุดหงิดใจให้เธอได้อีก ยอมแล้วจริง ๆ ผู้ชายคนนี้
“ฮึ! ปากดี” ชายชราค่อนแคะออกมา ก่อนที่จะเดินจากไป
“อ้าว พีท ไปไหนมาล่ะเนี่ย ผมมีเื่ที่จะให้คุณช่วยตัดสินใจพอดี” ชายชรายังเดินออกไปยังไม่พ้นห้องนั่งเล่นดี ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของว่าที่ลูกเขยปรากฏขึ้น อารมณ์ขุ่นมัวก็ถูกแทยที่ด้วยความสดใสร่าเริงราวกับปาฏิหาริย์
หลังจากที่ได้รับฟังความ้าชายหนุ่มเกี่ยวกับรายละเอียดพิธีต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ชายชราก็ขอตัวไปพักผ่อนเอนหลังยามบ่าย
เมื่อคล้อยหลังบิดาของเธอแล้ว คนว่างงานจึงเดินเข้ามาหาว่าที่ภรรยาที่กำลังทำหน้ามู่ทู่ราวกับไม่ถ่ายท้องมาสองอาทิตย์ ด้วยหวังจะหาอะไรทำแก้เบื่อระหว่างรออาหารมื้อถัดไป
“อะไรของคุณอีกฮะพีท! นี่คุณจะมากวนอะไรอีกไม่ทราบ” ยิ่งเห็นบิดาให้ความรักและใส่ใจเขามากเท่าไหร่ ต่อมเด็กขี้อิจฉาของเธอก็ยิ่งแต่ปูดโปนขึ้นมา
“ก็ไม่ทำไมครับ ผมก็แค่มาดูว่าที่ภรรยาของผม ที่กำลังทำหน้าเหมือนอึไม่ออกมาสองปีว่าเป็อย่างไรบ้างก็เท่านั้น ผมทำไม่ได้เหรอครับ?” ชายหนุ่มกล่าวออกมาพลางทำหน้าตาใสซื่อ
“พูดอะไรของคุณคะพีท น่าเกลียดชะมัด” เมื่อได้ยินเขาวิจารณ์หน้าตาของเธอแบบนั้น คิ้วเรียวสวยก็ยิ่งขมวดมากขึ้นจนมันแทบจะเป็โบว์ได้อยู่แล้วเชียว
“ถึงจะน่าเกลียด แต่คุณก็ต้องยอมรับนะครับ ความจริงล้วน ๆ เลย”
“เอาล่ะ ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณแล้ว มีอะไรว่ามาเลยค่ะ” เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีที่จะก่อกวนไม่หยุด เธอจึงเลือกที่จะหยุดาประสาทนี้เอง
“คุณนี่รู้ใจผมที่สุดเลย นี่สินะที่เค้าเรียกว่าพรหมลิขิต เนื้อคู่ คู่ชีวิต” เขากล่าวลอยหน้าลอยตาอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้สองมือแกร่งบีบ ๆ นวด ๆ ไปที่หัวไหล่กลมมนของเธอเบา ๆ
“พอเลยไม่ต้องมายุ่ง! จะเอาอะไรบอกมาตรง ๆ เลยดีกว่าค่ะ” ทีท่าของเขาเธอทำให้เริ่มระแวง ประสบการณ์การใช้ชีวิตร่วมโลกกับอีกฝ่ายมาหลายปี ทำให้เธอเริ่มรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ
“เอ๊ะ! ตาแก่นี่มีลับลมคมในอะไรรึเปล่านะ”
“เปล่าเลยคนสวย ผมก็แค่เป็ห่วงคุณ เห็นคุณทำงานั้แ่เช้าแล้ว วันนี้วันหยุดนะคนสวย อย่าอุดอู้สิครับ” ไม่พูดเปล่าฝ่ามือหนาก็เลื่อนลงจากหัวไหล่กลมมน มาที่เอวบางของเธอแทนพร้อม ๆ กับหน้าหนวดเคราครึ้มของเขา ที่มาซุกไซร้ซอกคอขาวของเธอ
“อึ๋ย! พีทนี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ออกไปเลยนะ มันจั๊กจี้นะคะ ” หญิงสาวแทบจะหล่นลงมาจากเก้าอี้ เมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็จู่โจมเธอเช่นนั้น
“ทำไมครับ ทำไม่ได้เหรอครับ ว่าไงครับทำไม่ได้เหรอ” เขารู้สึกสนุกทันทีเมื่อเห็นเธอสติแตก ปากกาแท่งสวยหลุดออกจากมือเรียว ทันทีที่เขาจรดริมฝีปากไปที่แก้มอิ่มของเธอ
“บ้านะพีท! คุณจะมาแกล้งฉันแบบนี้ไม่ได้นะ มันไม่ตลกเลยนะคะ” หญิงสาวเริ่มเสียงแข็ง นึกโมโหคนตรงหน้าที่ชอบเล่นอะไรบ้า ๆ แบบนี้ ก่อนจะยิ่งโมโหหนักเข้าไปใหญ่ เมื่อััได้ว่าหัวใจดวงน้อยกำลังเต้นรัว
“อะไรครับ ผมไม่ได้แกล้งนะ คุณใส่ร้ายผมอีกแล้ว ผมก็แค่แสดงความรักเอง นี่มันภาษารักของผม” เขาพูดพร้อมกับหอมแก้มเธอซ้ำ ๆ อีกหลายที
“พีท! หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สิตางค์ตวาดเสียงดังเมื่ออีกฝ่ายยังเล่นไม่เลิก ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็รู้ดี ว่าสิ่งที่เขาทำมันก็แค่การแกล้งหยอกเล่นตามประสาคนขี้แกล้ง และใช่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เคยทำแบบนี้กับเธอมาก่อน แต่ไอ้หัวใจไม่รักดีนี่สิที่จู่ ๆ มันก็เต้นรัวไม่ยอมเบาแรงลงเลย แค่ได้ยินเสียงทุ้ม ๆ หัวใจของเธอมันก็เต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ แล้ว และนั่นมันก็ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น แต่ไอ้ที่หงุดหงิดนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหงุดหงิดเขาที่เล่นไม่เลิก หรือหงุดหงิดตัวเองที่มาอ่อนไหวกับเื่ไร้สาระแบบนี้
“นี่มันไอ้แก่พีทนะ ไอ้แก่พีท สิตางค์ นี่คือไอ้หัวงู” หญิงสาวสลัดศีรษะไปมาหวังเรียกสติที่มีอยู่น้อยนิดให้กลับมา
“เป็ไรครับซูซี่ นี่คุณเขินจนเพ้อเจ้อเลยเหรอครับ ขอโทษทีนะครับที่เสน่ห์ของผมมันรุนแรงเกินไป” ปีเตอร์เท้าแขนไว้บนโต๊ะพลางกระซิบเสียงกระเส่า
มั่นใจให้ “ ห้า ” มั่นหน้าให้ “สิบ” พฤติกรรมแบบที่เป็ “เขา” มันช่วยทำให้ใจที่สั่นรัวกลับมาเต้นตรงจังหวะได้ทันที
“เฮ้อ ไม่น่าเล้ย ไม่น่าไปเผลอใจเต้นให้ตาแก่นี่เลย สงสัยเธอคงจะห่างหายจากผู้ชายมากเกินไปสินะ ถึงได้มาใจเต้นกับวัตถุโบราณเดินได้แบบนี้เนี่ย” หญิงสาวถึงกับส่ายหัวอย่างสมเพชให้กับตัวเอง ที่เผลอใจเต้นไปกับตาแก่ปากมาก
“เอาล่ะนะ ผมเข้าใจนะว่าหนุ่มหล่อ หุ่นดี มีฟีโรโมนแบบผม สาว ๆ คนไหนอยู่ใกล้ก็ต้องตกหลุมรัก แต่ในฐานะที่เรารู้จักกันมานาน แถมคุณยังจะมาเป็ภรรยาผมอีก ผมเลยจะให้โอกาสคุณััผมให้เต็มที่เลยนะครับ จับเลย ๆ เชิญััผม ในทุกอณูที่คุณ้าได้เลยครับ” เขาจับมือของเธอลากไปทั่วร่างกายหนา ดวงกลมถึงกับเบิกกว้างเมื่อััได้ถึงมวลกล้ามเนื้อแน่น ที่แม้จะจับต้องผ่านเสื้อยืดตัวบางแต่กระแสความร้อนจากร่างหนาก็ทำให้ใบหน้าใสแดงฉ่าขึ้นมา เมื่อไม่อาจจะต้านทานไหวหญิงสาวจึงตัดช่องน้อยแต่พอตัวรีบปิดตาแน่นทันที ด้วยเห็นแล้วว่าใบหน้าคมเข้มของคนตรงหน้าขยับเข้ามาหาเธอเรื่อย ๆ ความคิดสัปดนในหัวผุดขึ้นมาเป็ฉาก ๆ
กระแสความร้อนผ่าวที่มือบางััได้ก่อนหน้ากลับกลายเป็ความอุ่นชื้น หญิงสาวทำใจกล้าลืมตาขึ้นมาดูว่าเขากำลังทำอะไรกันแน่ ก่อนจะพบว่าตอนนี้ฝ่ามือบางของเธอกำลังซุกอยู่ที่จั๊กกะแร้ของเขา ที่กำลังเปียกชุ่มได้ที่หลังจากออกไปวิ่งเล่นในสวนมาร่วมสองชั่วโมง
“อี๋! พีท! ไอ้คนบ้า น่ารังเกียจที่สุดเลย ไอ้คนวิปริต” หญิงสาวถึงกับต้องกรีดร้องออกมา ทั้งโกรธทั้งโมโห นี่ถ้าไม่ติดว่าคนตรงหน้าเป็ตัวเงินตัวทองของเธอแล้วล่ะก็ วันนี้คงจะได้มีใครสักคนลงไปนอนเฝ้ารากมะม่วงแล้ว
“แหมคุณ ไม่ต้องกลบเกลื่อนหรอกครับ เขินก็บอกว่าเขินสิครับ เราคนกันเองอายอะไรกันน้า อู้ว...หน้าแดง!” มือหนาที่ชุ่มเหงื่อยกขึ้นมาประคองใบหน้างามของเธอ
“กรี๊ด! พีทททททท!” หลังจากนั้นเธอก็เป็อันต้องเลิกทำงาน แต่ก็ใช่ว่าจะได้พักผ่อนอะไรหรอกนะ เพราะตราบใดที่มีมนุษย์บ้าแบบ “ ปีเตอร์ โฮล์มส์” อยู่ละก็ไม่มีทางที่ชีวิตของเธอจะสงบสุขได้ มาคิด ๆ ดูแล้วเธอก็เริ่มจะลังเลแล้วสิ ว่าไอ้การลงทุนครั้งนี้มันจะคุ้มค่าหรือเปล่า นี่เธอจะได้ขึ้นปก Forbes หรือจะได้เข้าศรีธัญญาก่อนกันแน่