“นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ” เหมยซูใเมื่อเห็นบ้านกลายสภาพเป็เถ้าถ่านไปแล้ว
“ท่านป้าถูกลักพาไปเ้าค่ะ พวกมันสวมชุดดำอำพรางตนและมากัน 5 คน มีคนหนึ่งจับกุมตัวท่านป้าและถามหาโสมพันปี ข้าซึ่งกลัวมากจึงทำได้แต่แอบดูอยู่ เมื่อท่านป้าบอกเพียงว่าไม่รู้ พวกมันก็เลยลองค้นข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วบ้าน เมื่อไม่เจออะไร พวกมันก็เลยขู่จะเผาบ้าน ท่านป้าก็ยังคงไม่บอก ดังนั้นพวกมันก็เลยจุดไฟเผาบ้านจริงๆ ถึงกระนั้นท่านป้าก็ยังคงปากแข็ง พวกมันก็เลยจับตัวท่านป้าไป ส่วนข้าก็รีบหนีออกจากบ้านที่ไฟกำลังลุกโชนโหมกระหน่ำเ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกายท่านป้าเหวยลู่เล่า
“โสมพันปีงั้นหรือ พวกมันจะเอาไปทำอะไรกันน่ะ” เหมยซูสงสัย
“บำรุงร่างกายหรือเปล่าเ้าคะ” หวนเจินคาดการณ์
“ใช่! โสมมีไว้ช่วยสำหรับบำรุงร่างกาย แต่พวกเขายังหนุ่มยังแน่น ไม่น่าจะเป็วัยที่จะกินโสมเพื่อบำรุงร่างกายเลยนี่” เหมยซูไม่เข้าใจ
“หรือว่าจะมีผู้บงการเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“พวกเราคงต้องแจ้งทางการ เพื่อให้พวกเขาช่วยสืบหาตัวท่านป้าต่อไป” เหมยซูกล่าว
“งั้นรีบไปกันดีมั้ยเ้าคะ” หวนเจินร้อนใจเพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของหญิงวัยกลางคน
หลังจากที่เหมยซูได้ไปร้องทุกข์เื่ที่มีคนเผาบ้านของท่านป้าเหวยลู่และแจ้งเื่ลักพาตัวแล้ว ใต้เท้าหานเว่ยก็เลยส่งมือปราบและทหารช่วยออกตามหาเหวยลู่จนทั่วทั้งเมืองหนานโจว แต่ก็ไร้ร่องรอย
“ขอให้ท่านป้าปลอดภัยกลับมาด้วยเถิดเ้าคะ” เหมยซูทำได้แต่ภาวนา เพราะไม่รู้ว่าจะไปตามหาท่านป้าได้จากที่ไหน
“ข้าจะเป่านกหวีดเรียกสามีข้าให้ช่วยตามหาท่านป้าอีกแรงนะเ้าคะ” หวนเจินเสนอ
“เ้าจะเปิดเผยว่าเ้าจำเขาได้แล้วงั้นหรือ” เหมยซูสงสัย
“ยังหรอกเ้าค่ะ ข้าอยากทดสอบอะไรบางอย่าง” หวนเจินกล่าว
“เขารักเ้าถึงเพียงนี้ เ้ายังจะทรมานเขาอีกอย่างนั้นหรือ” เหมยซูไม่เข้าใจ
“ข้ากับเขาต่างถูกบังคับให้แต่งงานกัน ที่เขาดีต่อข้าก็เพราะเขาต้องรับผิดชอบข้าก็เท่านั้นเองเ้าค่ะ” หวนเจินไม่เชื่อว่าสามีจะรักนางจริง
“ข้าว่าไม่นะ ดูเขาออกจะรักเ้ามาก เห็นว่าเขาไปขอร้องให้อาจารย์ของเขาบังคับให้เ้ายอมแต่งงานกับเขาเลยนี่” เหมยซูมองออก
“ข้าไม่รู้หรอกเ้าค่ะ ว่าเขารักข้าจริงหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้เขานั้นก็มีคนรักอยู่แล้ว แต่เพราะคนรักทิ้งเขาไป เขาก็เลยหาศาลาพักใจก็เท่านั้นเอง” หวนเจินกล่าวอย่างน้อยใจ
“ดูเหมือนเ้ากำลังน้อยใจเขาอยู่นะ” เหมยซูรับรู้ความรู้สึก
“งั้นรีบไปดำเนินการดีกว่า ไม่เช่นนั้นท่านป้าอาจเกิดภัยก็เป็ได้นะเ้าคะ” หวนเจินกลัวช่วยท่านป้าไม่ทัน
********************************************
ณ ถ้ำแห่งหนึ่งในป่าลึก
ท่านป้าถูกจับมัดข้อมือไขว้หลัง และถูกมัดข้อเท้าให้นั่งอยู่ภายในถ้ำ
“ข้าก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ว่าโสมพันปีอยู่ที่ไหน ต่อให้ฆ่าข้าตาย ข้าก็บอกไม่ได้อยู่ดี” ท่านป้าเหวยลู่กล่าวเสียงแข็ง
“ไม่เจอกันนานเลยนะเหวยลู่” ผู้บงการปรากฏตัว
“ต้าหยวน! ไม่ใช่สิท่านอำมาตย์ ที่แท้ท่านจะทวงโสมพันปีคืนจากข้านี่เอง” ท่านป้าเหวยลู่รู้สึกปวดใจเมื่อเห็นอดีตสามีของนาง
“เ้าคงโกรธข้ามากสินะ แต่นั่นคือสมรสพระราชทาน ข้าจึงจำเป็ต้องอภิเษกกับองค์หญิงเปียงฉู่ตามพระราชโองการ เ้าเข้าใจข้าบ้างสิ” ท่านอำมาตย์พยายามพูดกล่อม
เหวยลู่แสยะยิ้ม และกล่าวว่า “ข้าไม่โง่ให้เ้ามาหลอกได้อีกหรอกนะ อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าเ้านั้นคอยวิ่งเต้นติดสินบนขุนนางระดับสูงเพื่อให้พวกท่านสนับสนุนให้เ้าได้เป็พระราชบุตรเขย”
“ช่างสมกับเป็เหวยลู่ แม่ค้าผู้ชาญฉลาดยิ่งนัก ในเมื่อเ้าก็รู้ธาตุแท้ของข้าแล้ว อย่ามัวพูดพร่ำทำเพลงเลยดีกว่า บอกมา โสมพันปีที่ข้ามอบให้เ้า มันอยู่ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้” ท่านอำมาตย์เค้นถาม
“ข้าเป็คนยากคนจน ในเมื่อได้สิ่งมีค่ามา ข้าก็รีบนำไปต้มกินหมดแล้วน่ะสิ” เหวยลู่กล่าวอ้าง
“ข้าไม่เชื่อ คนหัวการค้าอย่างเ้า ต้องนำไปขายให้ใครสักคนเป็แน่” ท่านอำมาตย์เองก็รู้จักนิสัยที่แท้จริงของอดีตฮูหยินเช่นกัน
“เื่ราวมันก็ 20 ปีมาแล้ว ป่านนี้โสมพันปีที่ว่าจะยังอยู่อีกหรือ” เหวยลู่กล่าวเตือน
“เ้าไม่กลัวตายหรืออย่างไร” ท่านอำมาตย์รีบขู่
“เ้าเคยฆ่าข้าตายไปแล้วทั้งเป็ จะฆ่าข้าตายอีกจะเป็ไรไป” เหวยลู่ไม่กลัว
“ใจเด็ดใช่เล่นเลยนี่ งั้นอย่าหาว่าข้าอำมหิตก็แล้วกัน” ท่านอำมาตย์หันไปสั่งลูกน้องทันที “จัดการนาง”
“เรียนท่านอำมาตย์ มีทหารมุ่งหน้ามาทางนี้ รีบหนีเถิดขอรับ” ชายชุดดำที่ดูต้นทางอยู่รีบเข้ามาในถ้ำเพื่อรายงานเื่ด่วน
“ในป่าลึกเช่นนี้ ทหารมาทำอะไรกันที่นี่” ท่านอำมาตย์พูดพึมพำ
ทหารบุกเข้ามาในถ้ำ พร้อมกับเข้าโจมตีชายชุดดำทั้งห้าคน ส่วนท่านอำมาตย์นั้นเห็นว่าท่าไม่ดี เขาไม่อยากถูกจับได้ เขาก็เลยเอาตัวรอดด้วยการรีบหลบหนีไปก่อน โดยไม่สนใจลูกน้องและเหยื่อที่จับมาอีกเลย
ชายชุดดำทั้งห้าเห็นว่าทหารนับสิบคนกำลังจะรุมเข้ามาจับตัวพวกเขา พวกเขาก็เลยใช้ะเิควันเพื่อหลบหนี
“น่าเจ็บใจนักพวกมันหนีไปได้” ท่านแม่ทัพหุ่ยซากล่าว
“เรียนท่านแม่ทัพ ภายในถ้ำมีหญิงวัยกลางคนอยู่ด้วยขอรับ” ทหารนายหนึ่งรายงาน
ท่านแม่ทัพหุ่ยซาเดินเข้าไปดูก็เห็นท่านป้าเหวยลู่ถูกจับมัด ดังนั้นท่านจึงสั่งให้ทหารรีบแก้เชือกให้ทันที
“ท่านเป็ใคร เหตุใดถึงถูกจับมัดแบบนี้ แล้วคนร้ายที่ปองร้ายท่าน ใช่สายลับแคว้นเหลียวหรือไม่” แม่ทัพหุ่ยซากำลังตามล่าสายลับแคว้นเหลียวอยู่
“ข้าชื่อเหวยลู่ เป็แม่ค้าขายของเก่า ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าพวกมันเป็ใครและ้าอะไรเ้าค่ะ” เหวยลู่ไม่อยากพาดพิงถึงท่านอำมาตย์ แม้จะแค้นใจอดีตสามีมากแค่ไหน แต่นางก็ไม่อยากให้เขามีภัยหรือถูกลงโทษใดๆ
“เอาล่ะ บ้านของท่านอยู่ที่ไหน ข้าจะไปส่ง” ท่านแม่ทัพรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เบาะแส เขาทำได้เพียงยอมปล่อยหญิงวัยกลางคนไป
“ได้โปรดพาข้าไปที่วัดซือต้าทีเ้าค่ะ และฝากจดหมายฉบับนี้ให้ลูกน้องข้าที่ร้านขายของเก่าด้วย” เหวยลู่ขอร้องพร้อมกับยื่นจดหมายปิดผนึกอย่างดีให้ท่านแม่ทัพ
“ก็ได้! ข้าจะให้ลูกน้องจัดการให้ท่านเอง” ท่านแม่ทัพยอมทำตาม
ท่านแม่ทัพเข้าใจว่าชายชุดดำทั้งห้าคนนั้นเป็สายลับแคว้นเหลียว จึงติดตามพวกเขามาจนถึงถ้ำแห่งนี้ ทหารพยายามจับกุมแต่พวกมันกลับหนีไปได้อย่างน่าเสียดาย พอมาเจอเหยื่อที่ถูกจับมา ท่านก็รีบให้การช่วยเหลือทันที แม้พยายามเค้นถามหญิงผู้เคราะห์ร้ายหรือท่านป้าเหวยลู่แล้ว แต่นางก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย เพราะความจริงแล้วนางก็ยังมีเยื่อใยให้กับท่านอำมาตย์อยู่ นางไม่้าทำลายอนาคตอดีตสามี นางจึงไม่ปริปากบอกอะไรแม้เพียงสักคำ สุดท้ายท่านแม่ทัพจึงพาท่านป้าเหวยลู่ไปส่งที่วัดซือต้าและสั่งให้ลูกน้องไปส่งจดหมายของท่านป้าให้กับซวงเหมย
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
เหมยซูหรือซวงเหมยใที่เห็นทหารสองนายเดินเข้ามาในร้าน
“เอ่อ ท่านสนใจซื้อสินค้าในร้านหรือเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
“ใครคือซวงเหมย” ทหารรีบถาม
“ข้าเองเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“ท่านป้าเหวยลู่ฝากจดหมายให้เ้า” ทหารยื่นจดหมายให้
“ท่านป้าปลอดภัยดีใช่มั้ยเ้าคะ” เหมยซูรับจดหมายพร้อมกับรีบถามเกี่ยวกับท่านป้า
“นางปลอดภัยดี ตอนนี้นางกำลังรอเ้าอยู่ที่วัดซือต้า เ้าจงอ่านจดหมายฉบับนี้ก่อน แล้วตามข้าไปที่วัดก็แล้วกัน” ทหารกล่าว
เหมยซูหรือซวงเหมยรีบเปิดจดหมายอ่านทันที ความว่า
เ้าไม่ต้องตามหากล่องหมายเลข 7 หรอก ข้าเป็คนนำไปซ่อนไว้ที่วัดซือต้าเอง ในกล่องนั้นมีโสมพันปีอยู่ ซึ่งในตอนนี้โสมพันปีเป็ที่้าอย่างมาก เพราะองค์หญิงเจียงผิงทรงประกาศว่าจะอภิเษกกับชายที่มีโสมพันปีเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากพระนางทรง้าโสมพันปีเพื่อนำไปถวายองค์ไทเฮา พระนางทรงเป็ผู้มีความกตัญญู พระนางทรงพยายามเสาะหาโสมทุกหนทุกแห่งแล้ว แต่ก็หาไม่พบ ดังนั้นพระนางจึงทรงตั้งเงื่อนไขการอภิเษกไว้เช่นนั้น กล่าวโดยสรุปคือ ข้าไม่ขายสินค้าหมายเลข 7 แล้ว แต่ข้าจะมอบให้กับคนที่เหมาะที่จะเป็พระราชบุตรเขยเท่านั้น หวังว่าเ้าจะเข้าใจข้านะ
เหวยลู่
“ข้าอ่านจบแล้ว ขอข้าปิดร้านก่อน แล้วข้าจะตามท่านไปที่วัดซือต้าเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
หลังจากปิดร้านเรียบร้อย เหมยซูและหวนเจินก็รีบตามทหารไปที่วัดซือต้าทันที
********************************************
ณ วัดซือต้า
“เ้ารีบไขกุญแจเถิดจือิ” ท่านป้าเหวยลู่สั่ง
หวนเจินหรือจือิจึงรีบไขกุญแจและเปิดกล่องจนพบว่าภายในกล่องนั้นคือโสมพันปีจริงๆ
“ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร ดังนั้นข้าจะมอบโสมพันปีนี้ให้ท่านแม่ทัพเ้าค่ะ” ท่านป้ายอมมอบโสมพันปีให้ชายตรงหน้า
“นั่นเป็ของมีค่ามาก ท่านเก็บไว้เถิด” ท่านแม่ทัพเกรงใจ
“ข้ารู้มาว่าท่านกำลังเสาะหาโสมพันปีเพื่อที่จะได้อภิเษกกับองค์หญิงเจียงผิงไม่ใช่หรือเ้าคะ” ท่านป้าเหวยลู่นั้นมีหูตากว้างไกล
“นั่นมันก็จริง แต่องค์หญิงทรงกลัวข้ามาก บางทีข้าอาจจำเป็ต้องปล่อยพระนางไป” ท่านแม่ทัพยอมถอดใจ
“ท่านจะปล่อยให้คนชั่วได้พระนางหรือเ้าคะ” เหวยลู่พยายามโน้มน้าว
“เ้าหมายถึงใครกัน” ท่านแม่ทัพสงสัยว่าใครกันที่เป็คนชั่ว
“ท่านเองก็รู้แก่ใจดีนี่เ้าคะ” เหวยลู่ไม่ยอมตอบ
“ก็ได้ ข้าจะยอมรับน้ำใจของท่านก็แล้วกัน ขอบคุณมากสำหรับโสมพันปี” ท่านแม่ทัพยอมรับน้ำใจ
ท่านแม่ทัพหุ่ยซารับกล่องโสมพันปี แล้วพาทหารกลับจวนแม่ทัพ เพื่อที่ว่าในวันพรุ่งนี้เขาจะได้เข้าเฝ้าฝ่าาและทูลขอให้พระองค์ทรงประทานมงคลสมรสระหว่างเขากับองค์หญิงเจียงผิง
หลังจากที่กลุ่มทหารกลับจนหมดแล้ว เหมยซูก็เลยกล่าวว่า “คนร้ายทั้ง 5 คน ้าโสมพันปี แสดงว่าคนบงการ้าที่จะเป็พระราชบุตรเขยอย่างนั้นหรือเ้าคะ”
“ใช่!” เหวยลู่กล่าวคำเดียวสั้นๆ นางไม่้าเล่าอะไรให้ฟังอีก
“คนที่รู้ว่าท่านมีโสมพันปีก็มีเพียงสามีเก่าของท่าน ซึ่งนั่นก็คือท่านอำมาตย์ เขา้าให้ลูกชายของเขาเป็พระราชบุตรเขยนี่เอง” เหมยซูตีความ
“ไม่ได้เด็ดขาด จะให้ทั้งสองแต่งงานกันไม่ได้” ท่านป้าเหวยลู่ค้านหัวชนฝา
“ทำไมล่ะเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้
“ข้าบอกไม่ได้” เหวยลู่ไม่อาจแพร่งพรายความลับให้ใครฟังได้
“ข้าจำได้แล้ว พ่อข้าเคยบอกว่าท่านเคยคลอดได้ลูกสาวและได้ยกทารกแบเบาะให้กับพระสนมเจียงฉู่ แสดงว่าลูกสาวของท่านได้กลายเป็องค์หญิงเจียงผิง พระนางทรงมีพ่อแท้ๆ คือท่านอำมาตย์ พระนางจึงถือว่าเป็พี่สาวของบุตรชายท่านอำมาตย์นี่เอง ดังนั้นทั้งสองจึงแต่งงานกันไม่ได้” เหมยซูเผลอหลุดปาก
“เ้าจำอดีตได้แล้วงั้นหรือเหมยซู” เหวยลู่จับความได้
“ข้าพลั้งปากจริงๆ ข้ายอมรับก็ได้เ้าค่ะว่าข้าจำอดีตได้แล้ว” เหมยซูยอมรับ
“เป็จริงตามที่เ้าคาดการณ์” เหวยลู่มิอาจแก้ตัว
“เื่ราวช่างสลับซับซ้อนยิ่งนัก” เหมยซูพูดพึมพำ
“โปรดช่วยทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้องค์หญิงเจียงผิงทรงยอมอภิเษกกับท่านแม่ทัพหุ่ยซา” เหวยลู่ขอร้อง
“แต่พวกเราได้ยินข่าวว่าองค์หญิงทรงกลัวท่านแม่ทัพมากนะเ้าคะ” หวนเจินได้ยินข่าวลือหนาหู
“ท่านแม่ทัพเป็คนดี ในบรรดาผู้ชายทั้งหมด ข้าเชื่อใจท่านแม่ทัพหุ่ยซาแต่เพียงผู้เดียว” เหวยลู่กล่าว
“เพราะอะไรหรือเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้
“เพราะว่า…