บทที่ 14 เฝิงเสี่ยวฮวาคลุ้มคลั่ง (รีไรต์)
เดิมทีฉินลิ่งอวี่้าเข้าไปพยุงเสี่ยวลิ่วให้ลุกขึ้น แต่สายตาเหลือบไปเห็นผลสีแดงสดเล็ก ๆ หลายผลเข้า จึงร้องออกมาด้วยความดีใจ
เมื่อคนอื่น ๆ ในตระกูลฉินได้ยินเสียง จึงรีบวางสิ่งของในมือ แล้วเดินมามุงดู
“โอ้ ์ เป็โสมจริง ๆ ด้วย”
“เร็วเข้า อุ้มเสี่ยวลิ่วออกมาไกล ๆ หน่อย เหล่าเอ้อร์ขุดเลย!”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
คนอื่น ๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
นี่มันโสมนะ ต่อให้คุณภาพไม่ดี ก็ขายได้เงินเยอะแน่ ๆ พอมีเงินแล้ว การเดินทางไปเมืองหลวงของพวกเขาก็จะราบรื่นขึ้นมาก
เฝิงเสี่ยวฮวานั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้าง จ้องมองโสมที่ฉินเหล่าเอ้อร์กำลังค่อย ๆ ขุดขึ้นมาด้วยแววตาเป็ประกาย คิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
นี่เป็โสมที่ลูกชายของนางเจอนะ นางต้องได้ส่วนแบ่งมากที่สุด!
“ค่อย ๆ ขุด อย่าให้รากขาดเชียวนะ รากขาดไปแม้แต่นิดเดียว ราคาต่างกันลิบลับเลยเชียว”
แม่เฒ่าฉินจ้องมองมือของฉินเหล่าเอ้อร์อย่างใจจดใจจ่อ ด้วยเกรงว่าเขาจะขุดพลาด
ส่วนทางฉินเหล่าเอ้อร์เองก็ประหม่าจนมือไม้สั่น
ถ้าไม่ใช่เพราะในที่นี้มีเพียงเขากับพ่อเฒ่าฉินเท่านั้นที่เคยขุดโสมมาก่อน รู้วิธีการขุดเป็อย่างดี เขาคงโยนเสียมทิ้งแล้วไม่ทำต่อแล้ว
สายตาเป็สิบคู่จ้องมองมาที่เขา ทำให้เขารู้สึกกดดันยิ่งนัก
เวลาผ่านไป
ในที่สุดโสมทั้งต้นก็ถูกขุดขึ้นมาได้สำเร็จ
แม่เฒ่าฉินจ้องมองโสมต้นนั้น มือของนางสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้น
เมื่อพิจารณาจากลักษณะของโสมแล้ว อายุอย่างต่ำคงไม่น้อยกว่าห้าสิบปีแน่
ฉินเยาเยาได้แต่คิดในใจว่า ท่านย่า มองให้ดีกว่านั้นอีกหน่อยสิ
“ท่านแม่ ท่านดูสิขอรับ โสมต้นนี้ อายุอย่างน้อยก็ราว ๆ ห้าสิบหกสิบปี อย่างน้อย ๆ ก็ขายได้ร้อยตำลึงขอรับ” ฉินเหล่าเอ้อร์กล่าวด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก” สวี่ซิ่วอิงเอ่ยขึ้น “ดูจากรากแล้ว อายุอย่างน้อย ๆ ก็ร้อยปีเห็นจะได้”
“ถ้าเอาไปขาย ราคาไม่ต่ำกว่าห้าร้อยตำลึงเป็แน่”
คำพูดของสวี่ซิ่วอิง ทำให้ฉินเหล่าเอ้อร์ผู้ซึ่งตื่นเต้นอยู่แล้ว ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
ห้าร้อยตำลึงเชียวนะ!
ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของพวกเขามีค่าใช้จ่ายต่อปีเพียงสิบกว่าตำลึงเท่านั้น
ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวานั้นตื่นเต้นจนตัวสั่น ห้าร้อยตำลึง! พอมีเงินห้าร้อยตำลึงนี้แล้ว ชีวิตของนางก็จะสุขสบาย
นางจะได้เอาเงินไปตอบแทนแม่เฒ่าฉินสักร้อยตำลึง ยังไงซะนางก็เป็สะใภ้ที่กตัญญูรู้คุณ
ส่วนที่เหลืออีกสี่ร้อยตำลึง นางจะให้ครอบครัวของนางสองร้อยตำลึง เพราะน้องชายของนางยังไม่ได้แต่งงาน
และเงินที่เหลืออีกสองร้อยตำลึง นางจะเก็บห้าสิบตำลึงไว้ใช้จ่ายในบ้าน ส่วนอีกร้อยห้าสิบตำลึง นางจะเอาไว้ซื้อเครื่องประดับสวย ๆ ให้ตนเอง
เฝิงเสี่ยวฮวาวาดฝันอย่างมีความสุข นางจินตนาการไปถึงตอนที่นางสวมเครื่องประดับที่งดงามออกไปข้างนอก แล้วสตรีอื่น ๆ พากันอิจฉาริษยา
เฝิงเสี่ยวฮวาที่กำลังละเมอเพ้อพกอยู่ในภวังค์ เห็นเหล่าเอ้อร์ยื่นโสมให้แม่เฒ่าฉิน นางคิดว่าแม่เฒ่าฉินจะฮุบโสมไว้คนเดียว จึงขาดสติ พุ่งเข้าไปแย่งโสมทันที
แม่เฒ่าฉินถูกเฝิงเสี่ยวฮวาชนจนโสมในมือหลุดลอยไป
สวี่ซิ่วอิงที่อุ้มฉินเยาเยายืนอยู่ข้าง ๆ เห็นเฝิงเสี่ยวฮวาพุ่งเข้ามา ก็ยื่นมือออกไปคว้าอย่างไม่ทันคิด แต่กลับถูกชนล้มลงไปด้วยกัน
หน้าผากของฉินเยาเยาไปกระแทกเข้ากับก้อนหินเล็ก ๆ พอดี ทำให้บริเวณนั้นแดงขึ้นมาทันที
“ท่านแม่!”
“ท่านย่า!”
“เล่อเหนียง!”
“น้องสาว!”
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้ ทุกคนในครอบครัวใจนหัวใจแทบวาย รีบวิ่งเข้าไปพยุงพวกเขาลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวาเมื่อได้สติว่าตนเองทำอะไรลงไป นางจึงรีบหลบไปด้านข้าง ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
“ท่านแม่ ท่านไม่ได้าเ็ตรงไหนใช่หรือไม่”
“สวี่ซิ่วอิง เ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”
แม่เฒ่าฉินไม่ได้สนใจอาการาเ็ของตนเอง แต่กลับหันไปดูอาการของสะใภ้สี่และหลานสาวตัวน้อยด้วยความเป็ห่วง
เมื่อนางเห็นรอยบวมแดงที่หน้าผากของฉินเยาเยา ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
สวี่ซิ่วอิงก็รู้สึกเ็ปจนน้ำตาไหลริน
ส่วนฉินเหล่าซื่อ ใบหน้าของเขามืดครึ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าว
“เล่อเหนียง ไม่เจ็บ ไม่เจ็บนะ ย่าเป่าให้แล้วนะ” แม่เฒ่าฉินเป่าหน้าผากของเยาเยาด้วยความสงสาร
“เล่อเหนียง”
“เล่อเหนียง”
แม่เฒ่าฉินเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ฉินเยาเยายังคงไม่ตอบสนอง ทำเอานางใจหาย
“เล่อเหนียง เจ็บหรือไม่ เ้าขานรับย่าสักคำได้หรือไม่”
“ทำอย่างไรดี เล่อเหนียงไม่ตอบเลย”
แม่เฒ่าฉินผู้เข้มแข็งมาโดยตลอด บัดนี้น้ำตาไหลรินออกมา มองไปที่เหล่าลูกหลานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
สวี่ซิ่วอิงรีบอุ้มฉินเยาเยาไว้ในอ้อมแขน ตบแก้มเล็ก ๆ ของลูกน้อยเบา ๆ ร้องไห้เรียก “ลูกแม่ ขานรับแม่หน่อยเถิด อย่าทำให้แม่ใเช่นนี้”
“ลูกเอ๋ย ตื่นเถิด พ่อจะพาเ้าไปจับกระต่ายน้อยดีหรือไม่”
ฉินเหล่าซื่อบุรุษร่างใหญ่โตสูงถึงร้อยแปดสิบ แต่กลับร้องไห้เหมือนเด็กน้อย
เสี่ยวลิ่วร้องไห้พลางลูบใบหน้าเล็ก ๆ ของฉินเยาเยา ปากก็เรียกหา “น้องสาว” ซ้ำไปซ้ำมา
คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็น้ำตาพรั่งพรู ต่างจ้องมองฉินเยาเยา หลานสาวคนเดียวของตระกูล พวกเขาคิดว่านางจากไปแล้ว
ทุกคนล้วนจมอยู่ในความเศร้าโศก จนไม่ทันได้คิดจัดการกับเฝิงเสี่ยวฮวา ต้นเหตุแห่งเื่ร้ายนี้
แท้จริงแล้ว ฉินเยาเยาเพียงแค่ศีรษะกระแทกอย่างแรง ิญญาจึงออกไปร่อนเร่ภายนอกชั่วครู่
เพราะร่างกายของเด็กน้อยนั้นช่างบอบบางนัก
เมื่อนางรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านย่าต่างตื่นตระหนกใ ยิ่งท่านพ่อของนางร้องไห้ราวกับเด็กน้อย นางจึงรีบเปล่งเสียงร้องสองครั้ง เป็สัญญาณว่านางยังมีชีวิตอยู่
ทันทีที่ได้ยินเสียงของเยาเยา ทุกคนในตระกูลฉินก็โห่ร้องด้วยความยินดี พวกเขาไม่เคยได้ยินเสียงร้องไห้ของฉินเยาเยาไพเราะเช่นนี้มาก่อน ราวกับเสียงทิพย์จากสรวง์
แม่เฒ่าฉินรีบตรงเข้ามากอดเยาเยาไว้แน่น ร้องเรียก “แก้วตาดวงใจของย่า”
ฉินเยาเยาถูกกอดรัดจนหายใจไม่ออก นางจึงดิ้นไปมาด้วยความอึดอัด
แม่เฒ่าฉินคิดว่านางหิว จึงรีบส่งนางให้สวี่ซิ่วอิง
สวี่ซิ่วอิงหันหลัง ยัดนมใส่เข้าไปในปากของเยาเยา
ฉินเยาเยาอยากจะบอกว่านางไม่ได้หิว แต่พอเห็นแววตาของมารดาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ก็ยอมดูดนมแต่โดยดี
เอาเถอะ ดื่มสักหน่อยก็แล้วกัน หากนางไม่ดื่ม ท่านแม่คงไม่สบายใจเป็แน่
และก็เป็ดังคาด เมื่อนางเริ่มดูดนม ความกังวลในดวงตาของสวี่ซิ่วอิงก็ค่อย ๆ จางหายไป สามารถดื่มนมได้ แสดงว่าลูกสาวปลอดภัยดี
เมื่อเห็นหลานสาวปลอดภัยดีแล้ว แม่เฒ่าฉินก็นึกถึงเฝิงเสี่ยวฮวา ตัวต้นเหตุแห่งเื่ราวทั้งหมด นางก้าวผ่านคนอื่น ๆ ไปยืนอยู่ตรงหน้าเฝิงเสี่ยวฮวาด้วยสีหน้าเ็า
“ท่านแม่ ข้า...”
ไม่รอให้เฝิงเสี่ยวฮวาพูดจบ แม่เฒ่าฉินก็ตบหน้านางอย่างแรง
แม้แม่เฒ่าฉินจะอายุมากแล้ว แต่กำลังวังชายังดีอยู่ แม้จะเทียบกับตอนที่ยังสาวไม่ได้ แต่เพราะนางทำงานหนักมาตลอดชีวิต กำลังของนางจึงไม่สามารถดูแคลนได้
ตบเพียงครั้งเดียว เฝิงเสี่ยวฮวาก็เซไปหลายตลบ ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น
เฝิงเสี่ยวฮวากุมใบหน้ากรีดร้อง “ยายแก่ กล้าตบหน้าข้างั้นหรือ?!”
ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าฉินจะได้ทำอะไร ฉินเหล่าเอ้อร์ก็พุ่งเข้ามา เขากระชากเฝิงเสี่ยวฮวาขึ้นมา แล้วตบหน้านางไปสองฉาดและถามด้วยน้ำเสียงดุดันว่า
“เ้าเรียกผู้ใดว่ายายแก่!”
เฝิงเสี่ยวฮวาถูกสามีของตนตบหน้าไปสองฉาดก็โกรธจนแทบคลั่ง นางร้องะโเสียงดังว่า “แยกบ้าน ข้า้าแยกบ้าน!”
เมื่อเห็นว่าฉินเหล่าเอ้อร์ทำท่าจะตบนางอีก แม่เฒ่าฉินก็ห้ามไว้ แล้วถามอย่างใจเย็น “เ้าอยากแยกบ้านงั้นหรือ”
“ใช่ ข้า้าแยกบ้าน!” เฝิงเสี่ยวฮวาคิดถึงโสมที่ขายได้ห้าร้อยตำลึงก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
มีเงินห้าร้อยตำลึงแล้ว นางจะต้องมาทนอยู่กับยายแก่ผู้นี้อีกทำไม
“ดี หากเ้าอยากแยกก็แยก”
“ท่านแม่!”
“ท่านย่า!”
ฉินเหล่าเอ้อร์กับฉินลิ่งอวี่รีบเอ่ยปาก ทว่าแม่เฒ่าเพียงยกมือขึ้นห้าม
“ท่านแม่...”
“ท่านย่า...”
หลายปีที่ผ่านมา เฝิงเสี่ยวฮวาคิดจะเล่นเล่ห์เพทุบายอันใด แม่เฒ่าฉินมองออกทั้งหมด
“เฝิงเสี่ยวฮวา นี่เป็คำขอแยกบ้านหนที่สองแล้ว นับั้แ่พวกเรารอนแรมมา วันนี้ข้าจะให้เ้าเป็คนตัดสินใจ เ้าลองว่ามาสิ จะแบ่งกันอย่างไร”
“โสมเป็ของข้า!”