พิมกับผมสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการทำงานด้วยกันมาหลายครั้ง จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งเธอเอ่ยปากชวนผมไปทานข้าวเย็น แต่เป็ที่บ้านของผมเอง ซึ่งผมไม่ได้ตอบปฏิเสธ อาจจะเป็เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรืออาจเพราะผมไม่สามารถพูดคำว่า "ไม่" กับเธอได้
“เอาล่ะ ฉันจะทำกับข้าวให้เอง นายแค่นั่งรอเฉยๆ ก็พอ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น หลังจากที่เรากลับมาถึงบ้านของผม
“แน่ใจนะว่าเธอทำได้?” ผมแกล้งแซว
“เชื่อมือฉันเถอะน่า” เธอยิ้มก่อนจะเดินตรงไปยังห้องครัว
เธอสวมกระโปรงสั้นและเสื้อยืดตัวเล็กที่รัดรูปพอดีตัว เมื่อเธอก้มลงหยิบของจากถุงที่เราแวะซื้อระหว่างทาง ผมเผลอเหลือบไปเห็นขอบกางเกงในลายลูกไม้ที่โผล่พ้นขอบกระโปรงเล็กน้อย ผมรีบเบือนสายตาออกทันที แต่ภาพนั้นกลับติดอยู่ในหัวจนทำให้ผมรู้สึกถึงบางสิ่งในร่างกายที่เริ่มตื่นตัว
ผมนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องครัว มองดูเธอเดินไปเดินมาเพื่อเตรียมวัตถุดิบ เธอจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แต่กระโปรงสั้นของเธอที่พลิ้วไปตามการเคลื่อนไหวกลับทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายเป็ระยะ
“นายจะมองอยู่เฉยๆ แบบนั้นจริงๆ เหรอ? ไม่ช่วยอะไรหน่อยเลย?” เธอถามพร้อมกับหัวเราะ
“ก็เธอเป็คนบอกให้ฉันนั่งเฉยๆ เองนี่” ผมตอบกลับ พลางพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้จ้องเธอมากเกินไป
แต่แล้วจู่ๆ ขณะที่เธอเดินถือถาดไข่ไก่ไปที่เคาน์เตอร์ทำอาหาร เธอก็สะดุดอะไรบางอย่างและเสียการทรงตัว
“ว้าย!”
เธอล้มลงบนตักของผมเต็มๆ ผ้ากันเปื้อนที่เธอสวมไว้บังตัวเธอได้เพียงบางส่วน แต่ความรู้สึกจากแรงกระแทกทำให้ผมรู้ทันทีว่าตรงกลางของเธอร่องเนื้ออุ่นนุ่มใต้กระโปรงมานั่งทับอยู่ตรงกับแก่นกายของผมพอดี
“โอ้...โทษที!” เธอพูดพลางพยายามขยับตัวออก แต่จังหวะที่เธอขยับกลับทำให้ส่วนที่เสียดสีกันยิ่งชัดเจนขึ้น
ร่างกายของผมตึงเครียดในทันที ผมพยายามจะช่วยดันเธอออก แต่พิมกลับนิ่งไปและไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้สถานการณ์มันเริ่มลุกลามไปไกล
“ขอโทษจริงๆ นะ...” เธอพูดเสียงแ่ แต่จังหวะที่เธอขยับตัวอีกครั้งก็ทำให้ผมเผลอครางออกมาเบาๆ
“ไม่เป็ไร เธอ...แค่ลุกขึ้นก็พอแล้ว” ผมพูดเสียงติดขัด
“ฉัน...ข้อเท้าฉันพลิกน่ะ” เธอบอกพลางทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย “ลุกไม่ได้จริงๆ ขอโทษนะ”
น้ำหนักตัวของเธอยังคงกดลงมาบนตัวผม จุดที่เสียดสีกันนั้นเริ่มชัดเจนจนผมไม่สามารถซ่อนอาการของตัวเองได้อีกต่อไป เธอคงรู้สึกได้ เพราะสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เอ่อ...พิม” ผมเรียกเธอเบาๆ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เธอกลับขยับตัวอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ
“อ๊ะ...” เธอเผลอครางออกมาเบาๆ เสียงนั้นทำให้หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบะเิ
ผมสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมตัวเอง “เดี๋ยวฉันช่วยพยุงเธอไปนั่งที่อื่นก่อนนะ”
“ขอบใจนะ” เธอพูดเสียงเบา ก่อนที่ผมจะค่อยๆ ช่วยพยุงเธอไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ
หลังจากสถานการณ์วาบหวิวที่เกิดขึ้น เธอก็พยายามเปลี่ยนเื่และทำอาหารต่อจนเสร็จ เรานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเงียบๆ แต่ในหัวของผมยังคงวนเวียนกับััเมื่อครู่
หลังจากกินข้าวเสร็จ พิมก็ขอตัวกลับบ้าน เธอยิ้มให้ผมเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ผมนั่งอยู่ในความเงียบ พร้อมกับภาพและความรู้สึกที่ยังคงติดค้างในหัวซึงเป็ภาพที่ชัดมาก..