เล่าเรื่องเสียวๆ Tell a steamy

    อาชีพหมอนวดแบบผม ตอนที่ 6

    พิมกับผมสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการทำงานด้วยกันมาหลายครั้ง จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งเธอเอ่ยปากชวนผมไปทานข้าวเย็น แต่เป็๲ที่บ้านของผมเอง ซึ่งผมไม่ได้ตอบปฏิเสธ อาจจะเป็๲เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรืออาจเพราะผมไม่สามารถพูดคำว่า "ไม่" กับเธอได้

    “เอาล่ะ ฉันจะทำกับข้าวให้เอง นายแค่นั่งรอเฉยๆ ก็พอ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น หลังจากที่เรากลับมาถึงบ้านของผม

    “แน่ใจนะว่าเธอทำได้?” ผมแกล้งแซว

    “เชื่อมือฉันเถอะน่า” เธอยิ้มก่อนจะเดินตรงไปยังห้องครัว

    เธอสวมกระโปรงสั้นและเสื้อยืดตัวเล็กที่รัดรูปพอดีตัว เมื่อเธอก้มลงหยิบของจากถุงที่เราแวะซื้อระหว่างทาง ผมเผลอเหลือบไปเห็นขอบกางเกงในลายลูกไม้ที่โผล่พ้นขอบกระโปรงเล็กน้อย ผมรีบเบือนสายตาออกทันที แต่ภาพนั้นกลับติดอยู่ในหัวจนทำให้ผมรู้สึกถึงบางสิ่งในร่างกายที่เริ่มตื่นตัว

    ผมนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องครัว มองดูเธอเดินไปเดินมาเพื่อเตรียมวัตถุดิบ เธอจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แต่กระโปรงสั้นของเธอที่พลิ้วไปตามการเคลื่อนไหวกลับทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายเป็๞ระยะ

    “นายจะมองอยู่เฉยๆ แบบนั้นจริงๆ เหรอ? ไม่ช่วยอะไรหน่อยเลย?” เธอถามพร้อมกับหัวเราะ

    “ก็เธอเป็๞คนบอกให้ฉันนั่งเฉยๆ เองนี่” ผมตอบกลับ พลางพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้จ้องเธอมากเกินไป

    แต่แล้วจู่ๆ ขณะที่เธอเดินถือถาดไข่ไก่ไปที่เคาน์เตอร์ทำอาหาร เธอก็สะดุดอะไรบางอย่างและเสียการทรงตัว

    “ว้าย!”

    เธอล้มลงบนตักของผมเต็มๆ ผ้ากันเปื้อนที่เธอสวมไว้บังตัวเธอได้เพียงบางส่วน แต่ความรู้สึกจากแรงกระแทกทำให้ผมรู้ทันทีว่าตรงกลางของเธอร่องเนื้ออุ่นนุ่มใต้กระโปรงมานั่งทับอยู่ตรงกับแก่นกายของผมพอดี

    “โอ้...โทษที!” เธอพูดพลางพยายามขยับตัวออก แต่จังหวะที่เธอขยับกลับทำให้ส่วนที่เสียดสีกันยิ่งชัดเจนขึ้น

    ร่างกายของผมตึงเครียดในทันที ผมพยายามจะช่วยดันเธอออก แต่พิมกลับนิ่งไปและไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้สถานการณ์มันเริ่มลุกลามไปไกล

    “ขอโทษจริงๆ นะ...” เธอพูดเสียงแ๵่๭ แต่จังหวะที่เธอขยับตัวอีกครั้งก็ทำให้ผมเผลอครางออกมาเบาๆ

    “ไม่เป็๲ไร เธอ...แค่ลุกขึ้นก็พอแล้ว” ผมพูดเสียงติดขัด

    “ฉัน...ข้อเท้าฉันพลิกน่ะ” เธอบอกพลางทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย “ลุกไม่ได้จริงๆ ขอโทษนะ”

    น้ำหนักตัวของเธอยังคงกดลงมาบนตัวผม จุดที่เสียดสีกันนั้นเริ่มชัดเจนจนผมไม่สามารถซ่อนอาการของตัวเองได้อีกต่อไป เธอคงรู้สึกได้ เพราะสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    “เอ่อ...พิม” ผมเรียกเธอเบาๆ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เธอกลับขยับตัวอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ

    “อ๊ะ...” เธอเผลอครางออกมาเบาๆ เสียงนั้นทำให้หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบ๱ะเ๤ิ๪

    ผมสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมตัวเอง “เดี๋ยวฉันช่วยพยุงเธอไปนั่งที่อื่นก่อนนะ”

    “ขอบใจนะ” เธอพูดเสียงเบา ก่อนที่ผมจะค่อยๆ ช่วยพยุงเธอไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ

    หลังจากสถานการณ์วาบหวิวที่เกิดขึ้น เธอก็พยายามเปลี่ยนเ๹ื่๪๫และทำอาหารต่อจนเสร็จ เรานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเงียบๆ แต่ในหัวของผมยังคงวนเวียนกับ๱ั๣๵ั๱เมื่อครู่

    หลังจากกินข้าวเสร็จ พิมก็ขอตัวกลับบ้าน เธอยิ้มให้ผมเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ผมนั่งอยู่ในความเงียบ พร้อมกับภาพและความรู้สึกที่ยังคงติดค้างในหัวซึงเป็๲ภาพที่ชัดมาก..