"รับคำสั่ง!" เสียงของเหล่าผู้ฝึกตนหลายสิบคนดังก้องปานระฆังั์สั่นะเืไปทั่ว สะท้อนก้องให้เห็นถึงความสามัคคีและจิตสังหารอันแรงกล้าของตระกูล
จากนั้นภายใต้การนำของมู่เสินฉวน พวกเขาเ่าั้ก็พุ่งตรงไปยังที่ตั้งของตระกูลหวังอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง
มู่เฉินไล่ตามหวังเยี่ยนหรันได้ทันทั้งสองคนมีระดับขั้นรากฐานขั้นที่สอง จึงหนีออกไปไม่ไกลจากตระกูลมู่มากนัก
ตอนนี้ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันบนพื้นที่โล่งกว้าง
"เ้ามาคนเดียว?" หวังเยี่ยนหรันมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นผู้ฝึกตนคนอื่นของตระกูลมู่ตามมาด้วยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในสายตาของนางมู่เฉินยังคงเป็แค่ขยะที่ติดอยู่ในระดับฝึกฝนร่างกายมากว่าสามปีแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรก็มิอาจเทียบเคียงนางได้
เพียงแค่ฆ่าเขานางก็จะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้
มู่เฉินมองมาด้วยสายตาสงบนิ่งแล้วจึงพูดขึ้นเสียงเรียบ
"ไม่ต้องมองหาใครหรอก"
"ข้ามาคนเดียว"
"ผู้นำตระกูล..."
"สั่งให้ข้ามาฆ่าเ้า เพื่อพิสูจน์ในความเด็ดเดี่ยวของข้า!"
ใบหน้าของหวังเยี่ยนหรันฉายแววเย้ยหยันออกมาทันใด
"อวดดีนัก!"
"เ้ายังคิดว่าตัวเองเป็อัจฉริยะของเมืองชิงหยุนอยู่งั้นหรือ?"
"ตระกูลมู่ของเ้าลำพองใจได้ไม่นานหรอก พวกเ้าฆ่าเยียนจู่ ก็เตรียมรับมือกับความโกรธแค้นอันโเี้จากถ้ำหลิงซูได้เลย!"
"พูดมาก!"
มู่เฉินตะคอกกลับจากนั้นก็สะบัดมือ เรียกไม้บรรทัดเหล็กดำหนักอึ้งออกมาในมือ
ในพริบตาเดียว พลังปราณิญญาอันเข้มข้นก็พวยพุ่งออกมาห่อหุ้มไม้บรรทัด แล้วพุ่งเข้าใส่ร่างของนางราวพายุโหมกระหน่ำ
ทันทีที่หวังเยี่ยนหรันััถึงระดับพลังปราณิญญานี้หัวใจก็เต้นระรัว
ระดับรากฐานขั้นที่สอง!
ระดับขั้นของเขากลับมาเป็ปกติแล้ว!
แต่นางไม่มีเวลาคิดมากนักรีบเรียกหาอาวุธวิเศษกระบี่สีเขียวมรกตออกมา
"เพลงกระบี่จันทราสีคราม!"
พร้อมกับเสียงร้องอันไพเราะพลังกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวสีฟ้าครามก็พุ่งทะยานออกจากร่าง พร้อมด้วยเสียงหวีดหวิว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ร่างชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง
ตูม!
ตูม!
การปะทะกันของพลังทั้งสองสร้างเสียงดังสนั่น
แต่ดูเหมือนว่าคุณภาพพลังปราณิญญาของมู่เฉินจะเหนือกว่า
ไม้บรรทัดเหล็กดำฟาดฟันเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำลายพลังกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวจนแตกกระจาย กลายเป็แสงสว่างนับพัน
"ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่ได้เรียนวิชาอะไรดีๆ มาจากถ้ำหลิงซูเลยสินะ!"
"ลองดูวิชาของข้าดูบ้าง!"
"ไม้บรรทัดเพลิงพิโรธกลืนคลื่น!"
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มไม้บรรทัดเหล็กดำก็กลายเป็สีแดงฉาน เสมือนว่าถูกห่อหุ้มด้วยลาวาที่ร้อนระอุ อุณหภูมิโดยรอบพลันเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็ว
"วิชาขั้นเสวียนระดับสูง!"
สีหน้าของหวังเยี่ยนหรันแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงทันที
วิชาขั้นเสวียนเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในตระกูลหวังก็ถือเป็วิชาลับระดับสูงสุดที่สืบทอดกันมา
มีเพียงทายาทสายตรงที่ก้าวเข้าสู่ระดับแก่นปราณเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติในการฝึกฝน
แม้แต่ในถ้ำหลิงซูนางที่เข้าร่วมฝึกฝนมาถึงสองปีก็ยังมีโอกาสฝึกฝนเพียงแค่หนึ่งวิชาเท่านั้น
ไม่นึกเลยว่ามู่เฉินจะใช้วิชานี้ออกมาได้อย่างง่ายดาย
มันทำให้นางทั้งใทั้งโกรธ
หวังเยี่ยนหรันกัดฟันแน่น พลังปราณิญญาพลุ่งพล่าน ใช้วิชาขั้นเสวียนระดับสูงออกมาปะทะเช่นกัน
ตูม!
ตูม!
คลื่นพลังที่มองไม่เห็นพวยพุ่งขึ้นบนที่ราบโล่งอย่างต่อเนื่อง
ใน่เวลาสั้นๆทั้งสองคนปะทะกันไปแล้วหลายสิบกระบวนท่า
แต่ยิ่งต่อสู้นานเท่าไร หวังเยี่ยนหรันก็ยิ่งอกสั่นขวัญหนีมากขึ้นเท่านั้น!
ไม่รู้ว่ามู่เฉินฝึกฝนวิชาอะไรมาคุณภาพและความเข้มข้นของพลังปราณิญญาถึงเหนือกว่านางหลายเท่า
วิชาต่างๆก็หลากหลายกว่า
บางวิชานางก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนช่างประหลาดยิ่งนัก
ในตอนนี้มู่เฉินนั้นไม่อยากยืดเยื้ออีกต่อไป เขา้าจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
ทันใดนั้น พลังปราณิญญาระดับรากฐานขั้นที่สองก็ะเิออกมาอย่างเต็มกำลัง รัศมีพลังพุ่งสูงขึ้นหลายขั้น
เห็นเพียงฝ่ามือเรียวของเขาเหยียดออกดอกบัวสีเพลิงที่เปล่งประกายระยิบระยับก่อตัวขึ้นมาเงียบๆ ภายในนั้นแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างอันน่าพรั่นพรึง
"ดอกบัวเพลิงพิโรธ!"
ดอกบัวสีเพลิงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆท่ามกลางสายตาอันหวาดกลัวของหวังเยี่ยนหรัน
"ไม่!"
เสียงะเิรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน
ร่างของหวังเยี่ยนหรันถูกเปลวเพลิงกลืนกินภายในพริบตาเดียวแม้แต่ซากศพก็ไม่เหลือ
สีหน้ามู่เฉินซีดเซียวเล็กน้อยดวงตาเป็ประกายไหววูบ
คำพูดหนึ่งดังก้องอยู่ในหูของเขา
"ผู้แข็งแกร่งแท้จริงควรมีจิตใจแน่วแน่ และไม่ควรถูกครอบงำด้วยเื่ความรักใคร่!"
เพียงครู่เดียว
เมื่อมู่เฉินเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเขาก็กลับมาสงบนิ่งดังเดิม
แม้เขาอยากจะะโออกมาว่าสักวันข้าจะกลับมาแก้แค้น
แต่ด้วยกำลังของตระกูลมู่ในปัจจุบันความแค้นครั้งไม่ต้องรอให้เสียเวลา แต่มันจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
จากนั้นเขาก็นำยาเม็ดออกมาหลายเม็ด กลืนลงไปในคำเดียว สีหน้าที่ซีดเซียวก็กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
"เ้าหนู ทำได้ดีมาก!" เสียงชมเชยของปรมาจารย์หลิงเหยาดังออกมาจากแหวน
เขาคิดว่าการมู่เฉินที่ต้องฆ่าคนรักในวัยเยาว์เช่นนี้ด้วยมือของตัวเองอาจทำให้ตัวเขาเองต้องจมจ่ออยู่กับความสับสนในใจ แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะสงบสติอารมณ์ได้รวดเร็วเพียงนี้
ดูเหมือนว่าผู้นำตระกูลมู่จะมีอิทธิพลต่อเขาอย่างมาก
มีสถานะที่สูงส่งในใจของเขา
"ท่านอาจารย์ ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้"
"แข็งแกร่งจนช่วยท่านกำจัดศัตรูและสร้างร่างใหม่ขึ้นมาให้ได้!"
"แข็งแกร่งจนสามารถนำพาตระกูลมู่ไปสู่จุดสูงสุด!"
หลังจากพูดจบ แววตาของมู่เฉินก็ยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น และพุ่งตรงไปยังที่ตั้งของตระกูลหวัง...