กลับมาถึงบ้าน จ้าวหยางจื่อก็ทำคอกหมูง่ายๆ ขึ้นมา แค่ขุดหลุมฝังเสาสี่ทิศ ตัดไม้ไผ่มาล้อมรอบ ขวางกั้นพอไม่ให้หมูทั้งสามตัวออกไปได้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนหลังคา เอาไว้ทำวันหลัง เพราะวันนี้ใกล้มืดค่ำแล้ว
ด้วยความที่ซีห่าวมาช่วยอีกแรง การทำคอกหมูก็เสร็จค่อนข้างไว และก็เป็เวลาทานอาหารเย็นพอดิบพอดี
ทว่าก่อนที่จะไปกินอาหารเย็น จ้าวหยางจื่อก็ไปกำชับ (ข่มขู่) หมูทั้งสามตัวอีกรอบ
“อย่าได้คิดหนี ข้าสามารถตามล่าพวกเ้าได้แม้พวกเ้าจะหนีไปสุดขอบโลก!”
หมูทั้งสามยังคงหวาดกลัวจ้าวหยางจื่ออย่างมาก เพราะกลิ่นอายที่ติดตัวเขามาจากที่แห่งนั้นแน่นอน ที่ที่เป็ดั่งฝันร้ายของพวกมัน
แม้จะคิดหลบหนี ด้วยความขี้ขลาดตาขาวของพวกมันก็ไม่กล้าหนีอย่างแน่นอน เห็นแบบนี้พวกมันก็กลัวตายเหมือนกันนะ
อู๊ดดด
อู๊ดดด
เวลานี้พ่อหมูแม่หมูร้องออกมาอย่างเชื่อฟังจ้าวหยางจื่อ พวกมันน้อยเนื้อต่ำใจมาก ไม่หลงเหลือความเย่อหยิ่งเหมือนในตอนแรกแล้ว
ลางสังหรณ์ของพวกมันย้ำเตือนว่ายุครุ่งเรืองของพวกเาาวหมู กำลังจะจบลง
เพราะั้แ่ที่พวกมันพบเจอจ้าวหยางจื่อ เขาได้่ชิงความรุ่งโรจน์ของหมูไปจนหมด ชะตากรรมในวันข้างหน้าจะโดนฆ่าทิ้งหรือเปล่าก็ไม่รู้..
อาหารของวันนี้ยังคงอร่อยเช่นเคย ทั้งสามคนนับวันยิ่งกินดีอยู่ดีนับั้แ่ที่จ้าวหยางจื่อใช้ชีวิตในร่างนี้ พวกเด็กๆ ก็ดูมีความสุขไม่น้อย
แต่ทว่าถึงอาหารจะอร่อยมากขึ้นแค่ไหน จ้าวหยางจื่อก็เริ่มเบื่อบ้างแล้ว บางทีเขาควรสอนซีซวนทำอาหารอย่างอื่นบ้าง..
..
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวยามโฉ่ว (01:00-02:59 น.) เวลานี้น้องทั้งสองคนของจ้าวหยางจื่อหลับสนิทแล้ว เขาก็เข้าไปในมิติย่อยอีกครั้ง
จ้าวหยางจื่อปลูกพริก ข้าวสาลี และโสม อย่างเร่งรีบ เขาจะมัวเสียเวลากับการปลูกนานไม่ได้ การเข้ามาในแต่ละวันช่างสั้นนัก ส่งผลให้การบ่มเพาะของเขาไม่ค่อยก้าวหน้าสักเท่าไหร่
หลังจากที่ปลูกพร้อมกับรดน้ำวิเศษต้นละหนึ่งหยดเสร็จแล้วนั้น จ้าวหยางจื่อก็ไม่จำกัดการเคลื่อนไหวของงูเห่าและพังพอนอีกต่อไป ทันทีที่เขาปลดปล่อย สัตว์ทั้งสองตัวดีใจไม่น้อยเลย พวกมันต่างมันกระดี๊กระด๊าอย่างมีความสุข
ทว่าเ้าพังพอนขี้สงสัยก็ไม่ลดการระวังตัวลงง่ายๆ พลางหันซ้ายแลขวาเพื่อสังเกตการณ์
ส่วนเ้างูเห่าตัวนั้นก็เลื้อยไปที่ปลอดภัย ที่นั่นนั้นก็คือต้นโพ เ้าพังพอนสังเกตเห็นเช่นนั้นก็รีบตามคู่อริเก่าไป
ทว่าจ้าวหยางจื่อไม่อยากเสียเวลากับพวกมันมากนัก เขามีสิ่งที่ต้องทำ พลางใช้ความคิดควบคุมพวกมันให้ลอยมาอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง
พอเขาสังเกตดูสัตว์ทั้งสองตัวดีๆ เขาก็ต้องใ
“นอกจากจะตัวใหญ่ขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ เกล็ดและขนของพวกมันก็เปลี่ยนไปด้วย”
เป็ไปตามที่จ้าวหยางจื่อกล่าว จากเดิมขนของพังพอนมีสีเทา ทว่าตอนนี้มันเปลี่ยนเป็สีขาวทั้งตัว เ้างูเห่าก็เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เกล็ดมันมีสีเหลือง ทว่าตอนนี้เป็สีทองอร่ามแล้ว ถ้าโดนแสงแดด เกล็ดของมันสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับอัญมณีเป็แน่
ทว่าในดวงตาของมันก็ซ่อนความยินดีไว้ไม่มิด ที่พวกมันพัฒนาขึ้นอีกขั้น แม้จะระแวดระวังอยู่ก็ตาม
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อจ้องมองไปที่ตาของพวกมัน กล่าวขึ้นว่า “พวกเ้าอยากดื่มน้ำวิเศษอีกหรือไม่?”
ความจริงสัตว์ทั้งสองตัวไม่สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ ทว่าพออยู่ในมิติแห่งนี้แล้ว มันก็เป็อีกเื่หนึ่ง จ้าวหยางจื่อสามารถทำให้มันเข้าใจได้อย่างง่ายดาย กลับกันเขาก็สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกสัตว์พูดด้วยเช่นกัน
พอได้ยินว่าจะได้รับน้ำวิเศษอีก ดวงตาของสัตว์ทั้งสองตัวก็เปล่งประกายระยิบระยับ ด้วยความสามารถอันเลิศล้ำของยาวิเศษพวกมันย่อมอยากได้ ต่างมีความคิดเป็เสียงเดียวกัน
้า! ้าอีก! ้าพัฒนา!
จ้าวหยางจื่อย่อมรู้ว่าทั้งสองตัวคิดอะไร พลางคลี่ยิ้มอย่างอบอุ่น (ชั่วร้าย) ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง..
“งั้นต่อจากนี้ไปพวกเ้าก็ต้องเชื่อฟังข้า ตกลงหรือไม่!”
ตกลง! ตกลง!
ด้วยสติปัญญาที่น้อยกว่าเด็กหนึ่งขวบ สัตว์ทั้งสองตัวรีบตกลงอย่างว่องไว
ในความคิดของงูเห่ากับพังพอน จ้าวหยางจื่อคือเ้าของชีวิตของพวกมันตามสัญชาตญาณ ถึงพวกมันจะเป็สัตว์ พวกมันก็ไม่ได้โง่
ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ จ้าวหยางจื่อสามารถควบคุมพวกมันมาอยู่ตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย การที่จะฆ่าพวกมันก็เป็เื่ง่ายดายเช่นกัน ยอมเชื่อฟังเขาย่อมดีกว่าความตาย
ทันทีที่สัตว์ทั้งสองตัวยอมตกลง จ้าวหยางจื่อก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ท้ายที่สุดถึงแม้ทั้งสองจะไม่เชื่อฟังและหนีไป จ้าวหยางจื่อก็ไม่คิดมากอยู่แล้ว เขามีน้ำพุวิเศษอยู่ในมือ สัตว์ตัวอื่นย่อมอยากอยู่กับเขา หาตัวอื่นที่ยินดีอยู่ด้วยกันก็สิ้นเื่
ถึงอย่างนั้นจ้าวหยางจื่อก็กล่าวข่มขู่พวกมันขึ้นอีกครั้งเพื่อความสบายใจของเขาว่า
“ถ้าพวกเ้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าก็จะไม่ให้น้ำพุวิเศษแก่พวกเ้าอีก! ทว่าข้าก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำขนาดนั้น ใครทำดีและเชื่อฟังย่อมได้รับรางวัล อยู่กับข้า ข้าย่อมดูแลพวกเ้าอย่างดี”
ได้ยินเช่นนั้นสัตว์ทั้งสองก็ยินดีอย่างยิ่ง พลางเคลื่อนตัวมาคลอเคลียจ้าวหยางจื่อเป็การใหญ่เพื่อเอาใจ
สังเกตเห็นเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็พลางครุ่นคิดในใจ
‘ช่างเชื่องง่ายเสียจริง นึกว่าจะต้องลงมือทรมานก่อนเสียอีกถึงจะเชื่อฟัง..’
จู่ๆ พังพอนกับงูเห่าก็ขนลุกซู่ตามสัญชาตญาณ ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร
ซึ่งจ้าวหยางจื่อพูดขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ ในเมื่อพวกเ้าเชื่อฟังข้า ข้าก็จะให้รางวัลตอบแทน”
กล่าวเสร็จจ้าวหยางจื่อก็ยกนิ้วขึ้นสองนิ้วเพื่อควบคุมน้ำพุวิเศษสองหยด
ทันใดนั้นน้ำพุวิเศษปรากฏตรงหน้าสัตว์ทั้งสองตัวอย่างฉับพลัน สัตว์ทั้งสองเห็นเช่นนั้นก็ตาเป็ประกายแวววาว ร่างกายพลันสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ที่มุมปากของพวกมันมีน้ำลายไหลหยดลงพื้น
กลิ่นนี้!??
้า! ้า!
จ้าวหยางจื่อยิ้มขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังกล่าวกรอกหูสัตว์ทั้งสองตัวอีกว่า
“ถ้าพวกเ้าเชื่อฟังข้าตลอดไป น้ำพุนี่ก็เป็รางวัลให้พวกเ้าตลอดไปเช่นกัน”
สัตว์ย่อมมีสติปัญญาที่น้อยนิด เข้าใจได้เช่นนั้นพวกมันก็รีบตอบขึ้นว่า..
สัญญา! สัญญา!
พอเข้าใจความ้าของพวกมัน เ้าหยางจื่อก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
‘ช่างหลอกง่ายจริงเชียว..’
หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็ควบคุมน้ำพุวิเศษ เข้าไปในปากของสัตว์ทั้งสองตัว ทันทีที่พวกมันได้รับน้ำพุ พวกมันก็ดีใจอย่างมาก ขณะเดียวกันขนาดตัวของพวกมันก็เริ่มใหญ่ขึ้นด้วยหลังจากทานเข้าไป
สังเกตเห็นแบบนั้นจ้าวหยางจื่อก็คิดในใจ
‘คราวหลังควรนำน้ำพุไปเจือจางก่อนให้พวกมัน..’
จ้าวหยางจื่อปล่อยสัตว์ทั้งสองตัวอยู่ตรงนั้นพลางดื่มน้ำพุวิเศษไปหนึ่งอึก ก่อนที่จะเริ่มบ่มเพาะต่อ..
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็พระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel