โหลวฉางซีถูกบังคับให้มานั่งรับประทานอาหารเย็นกับเถ้าแก่ไฉตามลำพังในห้องพักของเขาชายหนุ่มสั่งอาหารที่นางชอบและก้มหน้าก้มตากินไป จนอิ่ม
“คุณหนูสี่วันพรุ่งนี้ข้าจะต้องไปดูแลโรงเตี๊ยมที่เมืองเทียนถังหลายวัน สักหน่อย”
โหลวฉางซีตะลึงเล็กน้อยทว่าสีหน้าของนางกลับแสดงความรู้สึกออกมาจนหมด
“ถ้าท่านโล่งใจมากก็ไม่ต้องแสดงออกมาจนหมดหรอกนะ”เขาเหน็บเบาๆ และยกยิ้มมุมปาก
“อืม....”นางเลิกคิ้วน้อยๆ แล้วอมยิ้มแก้มตุ่ย “ก็แปลว่าข้าไม่ต้องดูแลท่านแล้วใช่หรือไม่?”
“ก็คงเป็เช่นนั้นแต่....” เขายกยิ้มมุมปาก “เฉพาะตอนที่ข้าไม่อยู่นะอย่างไรสัญญาสามเดือนของเราก็ยังคงมีผล” ชายหนุ่มมองที่หูของนาง “ดีมากที่คุณหนูสี่ยังไม่ลืมว่าต้องสวมต่างหูเอาไว้ตลอดเวลา”
นางพยักหน้าเบาๆแต่ในใจคิดว่าพ้นคืนนี้ไปนางก็ไม่ต้องสวมต่างหูคู่นี้ไว้อีกแล้ว ทว่าความคิดนั้นกลับต้องยุติลง
“ต่างหูคู่นี้สำคัญมากต่อให้คุณหนูสี่ไม่ใส่ก็จะเก็บไว้กับตัวตลอดเวลานะเพราะไม่แน่ว่าในยามคับขันของสิ่งนี้อาจจะช่วยท่านได้”
โหลวฉางซีทำหน้าเหวอเขารู้ได้อย่างไรว่านางกำลังคิดจะทิ้งของสิ่งนี้ไว้
“กินเสร็จแล้วดื่มสุรากันสักหน่อยดีหรือไม่?”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เถ้าแก่ไฉ! มือปราบโหลว! ขอข้าเข้าไปดื่มด้วยได้หรือไม่?”
ไฉซีฮันส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายเขาอุตส่าห์สั่งคนหน้าประตูให้กันคนผู้นี้เอาไว้แต่มือปราบอู๋กลับหน้าหนาพยายามเข้ามาจนได้
“เชิญ!”
“ข้าหอบหิ้วสุราชั้นดีมาจากเมืองเทียนถังอยากได้สหายรู้ใจมาดื่มด้วยพอดี เชิญเถ้าแก่ไฉชิมดูก่อน”กล่าวจบมือปราบหนุ่มก็รินสุราให้กับไฉซีฮันโดยมีโหลวฉางซีนั่งถอนหายใจ
“มือปราบโหลวท่านชิมสักหน่อยเถิด”
“ขอบคุณมือปราบอู๋”
นางยิ้มน้อยๆ ให้กับอู๋เจี้ยน นึกขอบคุณที่เขามาช่วยคลี่คลายความอึดอัดให้โหลวฉางซีนั่งรับประทานอาหารทั้งเช้าและเย็นอยู่กับเถ้าแก่ไฉแม้เถ้าแก่หนุ่มรูปงามจะไม่ได้กล่าวถ้อยคำคุกคามหรือแสดงท่าทีก้อร่อก้อติกกับนางแต่สายตาแสดงความเป็ห่วงเป็ใยทุกเช้าเย็นก็ทำให้ใบหน้าของเขาคอยวนเวียนหลอนหลอกนางแม้แต่ในยามหลับ
โหลวฉางซีแสร้งนั่งซวนเซและพูดจาอ้อแอ้จากนั้นก็ขอตัวกลับไปนอนทว่าบุรุษสองคนกลับยังนั่งดื่มกันกระทั่งแทบฟุบ ยงฟูหลิวจึงได้เข้ามาเชิญ มือปราบอู๋กลับไปนอนที่ห้องและประคองเถ้าแก่ของตนขึ้นเตียงนอนก่อนปิดประตูให้อย่างเบามือ
อู๋เจี้ยนตื่นลงมาห้องโถงด้านล่างก่อนฟ้าสางจึงได้เห็นว่าขบวนเถ้าแก่ไฉออกเดินทางจากเมืองเชียนเยาแต่เช้าเมื่อสอบถามหลงจู๊จึงได้ความว่าไฉซีฮันต้องกลับไปดูแลโรงเตี๊ยมที่เมืองเทียนถัง
สายวันนั้นสวีเสี่ยวถงเชิญหัวหน้ามือปราบอู๋เข้าร่วมประชุมพร้อมด้วยหัวหน้ามือปราบแต่ละหน่วยของทั้งสองอำเภอ
“สายของเราค้นหาที่ตั้งของสำนักโบตั๋นแดงเจอแล้วให้ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางไปยังพรมแดนที่ตำบลเวินโจว”
นายอำเภอโหลวซีห่าวคัดค้านการเดินทางของภรรยาเนื่องจากนางเพิ่งตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนโดยนำเอาท่านหมอหลัวมากล่าวยืนยันและขอให้หัวหน้า มือปราบอู๋และหัวหน้ามือปราบเหยานำขบวนมือปราบไปเอง
“ใต้เท้าโหลวไม่ต้องห่วงข้ากับมือปราบเหยาจะจัดการเื่นี้อันที่จริงเมืองเชียนเยาไม่อาจจะทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ป้องกันหากพวกเราออกเดินทางไปกันเสียส่วนใหญ่แล้วเหล่าโจรถือโอกาสบุกเข้ามาทำลายที่นี่ก็คงจะตกที่นั่งลำบากให้หัวหน้ามือปราบสวีดูแลเมืองเชียนเยาเถิดเพราะหัวหน้าหน่วยทุกคนล้วนไปกันหมด”หัวหน้ามือปราบอู๋เจี้ยนกล่าวอย่างองอาจ
โหลวฉางซีที่คิดว่าตนเองจะได้ตรวจพื้นที่อย่างสงบสุขกลับต้องเก็บของออกจากโรงเตี๊ยมเหย้าไคซินเพื่อติดตามเหยาอิงิออกไปช่วยถล่มสำนักโบตั๋นแดงดีที่มือปราบเมืองเทียนถังก็มีมือปราบหญิงอยู่นับสิบคน
สวีเสี่ยวถงเพิ่งได้สังเกตทุกคนอย่างละเอียดมือปราบหญิงเมืองเทียนถังช่างคล้ายกับบุรุษจนยากจะแยกออกพวกนางรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันจนเกินกว่าจะแยกแยะออกจากมือปราบคนอื่นๆ
“ครานี้ข้าวางใจแล้วเ้าเดินทางไปกับพวกเขาได้เพราะมีมือปราบหญิงจำนวนมาก มิน่า! ตอนที่หัวหน้าอู๋เห็นข้ากับเ้าคราแรกถึงได้ในัก” สวีเสี่ยวถงหัวเราะร่านึกถึงสายตาตกตะลึงเมื่ออู๋เจี้ยนมองนางอยู่นานจนสามี ผู้เป็นายอำเภอของนางขุ่นเคืองใจจากนั้นมือปราบอู๋ก็หันไปเห็นน้องสาวของสามีที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วตกตะลึงไปอีกคำรบ
โหลวฉางซีกลับไปเก็บข้าวของที่อยู่ในห้องพักโรงเตี๊ยมเหย้าไคซินในตัวนางยังซุกถุงใส่ต่างหูที่ไฉซีฮันให้ไว้ในสาบเสื้อ นางคิดว่าต้องหาวิธีเอาของสิ่งนี้คืนเขาไปให้ได้
‘ไม่รู้ว่าต่างหูนี่เป็ของท่านแม่เขาจริงหรือไม่?แต่หากเป็อย่างที่เขาบอกจริงๆ ข้าเก็บเอาไว้เท่ากับยอมรับน้ำใจจากเขา’
ใต้เท้าโหลวกับฮูหยินออกมายืนส่งขบวนมือปราบที่ประตูด้านหลังของอำเภอซึ่งเป็ทางออกไปยังชายแดนระหว่างแคว้นิกับแคว้นเว่ยโหลวฉางซีรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ออกไปทำภารกิจอันยิ่งใหญ่เป็ครั้งแรกหากไม่นับการที่นางเผาชุมโจรเล็กๆแห่งหนึ่งเมื่อครั้งที่นางกับโหลวเซียงอี๋น้องสาวต่างมารดาแอบหนีจากเมืองฉู่จิ้งมาตามหาพี่ชายคนโตที่เมืองเชียงเยาระหว่างทางถูกพวกโจรค้ามนุษย์จับตัวไป
“พี่สี่ท่านไปคราวนี้ควรเอาอาวุธสำคัญของเราไปด้วยนะเ้าคะ”
“อาวุธ!ข้าก็มีกระบี่ชั้นดีที่อาซ้อให้มาแล้วนี่”
“มิใช่เ้าคะ! อาวุธของเราสองคนคือนี่ต่างหาก”โหลวเซียงอี๋หรือคุณหนูห้าแห่งสกุลโหลวหยิบเอากระบอกไม้ไผ่อันเล็กใส่มือให้พี่สาวห้าอัน“นี่คือพู่ไฟที่ข้าสั่งทำเป็พิเศษ เพิ่งเสร็จเมื่อวันก่อนไม่น่าเชื่อว่าจะได้ใช้โดยทันทีเพราะพี่สี่ต้องเดินทางไปปราบโจร”
โหลวฉางซียิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงความหลัง“ดีๆ เ้ามีแค่นี้เองหรือ? ไม่รู้ว่าสำนักโบตั๋นแดงใหญ่แค่ไหน?แต่ข้าคิดว่าน่าจะใหญ่กว่าชุมโจรนั่นมากแน่ๆ”
“ไม่เป็ไรข้ายกให้ท่านหมดเลยก็ได้ ข้ายังมีอีกสิบห้าอันเ้าค่ะอานุภาพของมันรุนแรงกว่าพู่ไฟธรรมดาถึงสิบเท่า”
“หมายความว่า....”
สองพี่น้องแอบหลบออกไปด้านหลังจวนพวกนางไปยืนอยู่ริมฝั่งหนองน้ำใหญ่หลังอำเภอจากนั้นโหลวฉางซีก็ดึงจุกของกระบอกไม้ไผ่นั้นออกมาอย่างรวดเร็ว ไฟพุ่งพู่ออกมาเป็สายยาวกว่าหนึ่งจิ้ง
“ยอดเยี่ยมเลยพู่ไฟทั่วไปอย่างมากก็พุ่งออกมาแค่ฉื่อเดียวเท่านั้นเอง”
“เผาที่นั่นให้เรียบเลยนะพี่สี่!”
*************************
*1 ฉื่อ = 1 ฟุต
1 จิ้ง = 3.3 เมตร
