ิอี้หลินกับชีวิตที่แสนอาภัพ
ปวดหัว นั้นคือสิ่งที่เยว่หลิวอิงนั้นรู้สึกในตอนนี้ เยว่หลิวอิงค่อยๆลืมตาขึ้นมา พบว่าทุกอย่างนั้นไม่คุ้นเคย แสดงว่าตอนนี้เธอมาอยู่ในยุค 70 แล้ว
แสงสว่างส่องเข้ามาในห้องที่แสนจะอับชื้น เื่ราวของหญิงสาววัย 17 ปีที่เคยเห็นในฝันกำลังฉายซ้ำเข้ามาให้รับรู้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น เื่ราวของหญิงสาวที่ชื่อ ิอี้หลิน หลานสาวของสกุลิ ที่ไม่เป็ที่้าของครอบครัว
ครอบครัวสกุลินั้น มีท่านปู่ิซาน และผู้เป็ย่านาม จางลี่เหมียน ทั้งคู่มีลูกทั้งหมด 4 คน
ลูกคนโต ิอี้เฟิ่ง อายุ 40 ปี แต่งงานกับ หวังเยว่หัว มีลูก 3 คน คือ ิเฟิ่งซาน อายุ 21 ปี เป็ทหาร แต่งงานกับลูกสาวเ้านาย เว่ยเหมยฟาง มีลูกชายหนึ่งคน ชื่อ ิเฟิ่งหยวน อายุ 2 ปี
คนที่สองชื่อ ิเฟิ่งหวง อายุ 18 ปี เป็ทหาร มีสัญญาหมั้นหมายกับลูกสาวคนรองของบ้านสกุลหลิว
คนที่สาม เป็บุตรสาวนามว่า ิเฟิ่งฮวา อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมตอนต้นปีสุดท้าย
ลูกคนรอง ิอี้หลง อายุ 38 ปี แต่งงานกับ หรูฟางเซียน มีลูกชายฝาแฝดสองคน คนโตชื่อ ิจางเว่ย คนที่สองชื่อ ิจางเฟย อายุ 19 ปี
ิจางเฟยแต่งงานกับหรงอิงอิง มีลูกชายฝาแฝดอายุ 6 เดือน ชื่อ ิจางอี้ และิจางซุน
ลูกชายคนที่สามชื่อ ิหรูหรง อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมตอนต้นปีสุดท้าย
ลูกคนที่สาม ิอี้เฟย แต่งงานกับ หงเซียงเชียง มีฝาแฝดชายหญิง นั้นคือ ิอี้หลินและ ิอี้หลาน น้องชายฝาแฝดของร่างที่เยว่หลิวอิงเข้ามาอยู่ แต่ว่าบิดาและมารดา รวมถึงน้องชายฝาแฝดนั้นได้ตายจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อ ห้าปีก่อนแล้ว
ทำให้ตอนนี้ิอี้หลินอาศัยอยู่กับปู่ย่าของเธอในฐานะหลานสาว และเป็เหตุให้ย่าไม่ชอบเธอ เพราะกล่าวโทษเธอว่าเป็ตัวซวยที่เป็สาเหตุให้พ่อและน้องชายต้องมาจากไป
พ่อของิอี้หลินเป็ทหารในหน่วยพิเศษ มีตำแหน่งเป็ถึงพันตรี แต่น่าเสียดายที่ต้องมาจากไป นั้นทำให้ผู้เป็ปู่และย่าเสียใจเป็อย่างมาก จากอุบัติเหตุในครั้งนั้นิอี้หลินรอดมาได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
ลูกคนสุดท้อง เป็ลูกสาวนามว่า ิเหม่ยลัน แต่งงานกับข้าราชการอาศัยอยู่ที่ปักกิ่ง มีลูกชาย สองคน และลูกสาวอีกหนึ่งคน เธอไม่กลับมาเยี่ยมบ้านเป็เวลาห้าปีแล้ว มีเพียงจดหมายและของฝากมาปีละครั้งใน่เทศกาลปีใหม่เท่านั้น
เมื่อเสียพ่อแม่ไปิอี้หลินก็มาอยู่กับผู้เป็ปู่และย่า เนืองจากครอบครัวินั้นเป็ครอบครัวใหญ่ หลานสาวไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากผู้เป็ปู่และย่า
บ้านของครอบครอบสกุลินั้นเป็บ้านหลังใหญ่ มีเรือนหลักอยู่สองเรือนหลักๆ มีห้องเก็บของแยกออกมาไกลจากตัวบ้านอยู่ทางด้านหลังติดกับแปลงผัก
ครอบครัวของลุงใหญ่นั้นอาศัยอยู่ที่เรือนหลักกับปู่และย่า และหลานสาวอย่างิเฟิ่งฮวา ซึ่งเป็ที่รักของผู้เป็ย่า ครอบครัวของลุงใหญ่ยังมีลูกชายที่เป็ทหารถึงสองคน ลูกคนรองยังไม่แต่งงานแต่มีสัญญาหมั้นหมาย ทั้งคู่ส่งเงินมาให้ผู้เป็ย่าทุกเดือน
ส่วนครอบครัวของลุงรอง นั้นอาศัยที่เรือนทางด้านขวากับครอบครัว
เรือนเล็กที่ติดกันซึ่งเคยเป็ของิอี้หลินนั้นถูกยกให้ลูกชายคนรองิจางเฟย และสะใภ้อย่างหรงอิงอิง ซึ่งมีลูกชายฝาแฝดอายุ 6 เดือน ชื่อ ิจางอี้ และิจางซุน
ลูกชายคนโตของลุงรองนั้นยังไม่แต่งงานเพราะเป็ทหารส่งเงินมาให้ครอบครัวลุงรอง ส่วนลุงรองและภรรยา และลูกชายคนรองนั้นทำงานเก็บแต้มที่แปลงนา
ครอบครัวของลุงรองนั้นแยกบ้านออกมาแล้ว แต่ก็ยังช่วยบ้านหลักทำงานและมอบเงินให้ปู่และย่าเพื่อแสดงความกตัญญูทุกเดือน
สวนลูกสาวคนเดียวของบ้านินั้นแต่งงานออกไป และไม่กลับมาที่บ้าน นอกจากส่งจดหมายและข้าวของมาใน่เทศกาลปีใหม่เท่านั้น
ครอบครัวินั้น อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเหอ เป็หมู่บ้านขนาดกลาง อยู่ห่างจากตัวอำเภออี้หยาง 10 ลี้ ที่นี้มีแหล่งน้ำ พืชมี่ปลูกนั้นได้ผลดี ทำให้ชาวบ้านได้ส่วนแบ่งที่มาก แต่ทุกครอบครัวก็ยังคงประหยัดเพราะข้าวและธัญพืชนั้นมีไม่มาก มีแค่พอเพื่อให้อยู่รอดเท่านั้น
ครอบครัวินั้นดีหน่อยที่มีหลานที่เป็ทหารส่งเงินมาให้ ทำให้ได้ทานอาหารครอบสามมื้อ และจะมีเนื้อให้กินแค่่ปีใหม่เท่านั้น บ้านินั้นเลี้ยงไก่ได้ถึงห้าตัว มันออกไข่ทุกวัน ถูกส่งให้บ้านลุงรอง 2 ฟอง และบ้านของลุงใหญ่ 3 ฟอง
ิอี้หลินนั้นได้ทานอาหารสองมื้อต่อวันเท่านั้น บางวันก็ได้ทานแค่มื้อเดียว เธอต้องทำงานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะซักผ้า หุ้งหาอาหาร ให้อาหารไก่และหมู ไหนจะรดผัก ตักน้ำ เมื่อเสร็จแล้วก็ต้องไปเก็บผักป่าเพื่อสะสมแต้มอีก
เธอแทบไม่เคยนั่งร่วมโต๊ะกับครอบครัวของปู่ย่าและลุงใหญ่เลยสักครั้ง แถมบางครั้งยังต้องตักน้ำให้บ้านของลุงรองด้วย ที่ย่าไม่ให้เธอไปลงแปลงนาเพราะว่า้าให้เธอทำงานบ้านทุกอย่าง ส่วนหลานสาวหรือลูกพี่ลูกน้องของเธออย่าง ิเฟิ่งฮวา กลับอยู่บ้านเฉยๆ ไม่คิดแม้แต่จะล้างจานช่วยเธอเลยสักครั้ง
ผู้เป็ย่าเองก็ไม่ว่าอะไร เธอทำเพียงแต่งตัวและอยู่บ้านสบายๆไปวันๆ
มีเพียงน้องชายอย่างิหรูหรง ที่แวะมาช่วยเธอเก็บผักป่าเป็ประจำ บางครั้งแบ่งปันอาหารให้เธอทาน ส่วนคนอื่นๆนั้นไม่เห็นเธออยู่ในสายตาด้วยซ้ำ นอกจากเวลาเรียกใช้เธอ
ผู้เป็ย่าเองเมื่อเจอหน้าเธอก็เอาแต่หาเื่ต่อว่าเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็จะถูกต่อว่าด้วยความไม่พอใจ ถ้าทำอะไรขัดใจผู้เป็ย่า บางครั้งก็ถูกอีกฝ่ายทุบตี ร่างกายของิอี้หลินนั้นผอมแห้ง ดูก็รู้ว่าขาดสารอาหาร แถมถูกใช้งานอย่างหนักนานวันร่างกายก็ทรุดโทรม
ร่างนี้ป่วยและเป็ไข้ป่า ในค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงของดวงจันทร์ร่างนี้ก็จากไปโดยไม่มีใครมาเหลียวแล มาสนใจ ตอนนี้เยว่หลิวอิงเข้ามาในร่างนี้
ภาพความทรงจำต่างๆนั้นแล่นเข้ามา เยว่หลิวอิงรับรู้ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างวางของิอี้หลิน
"ขอให้เธอได้ไปอยู่กับพ่อแม่ของเธอนะอี้หลิน" เยว่หลิวอิงเอ่ยออกมาเบาๆ ต่อจากนี้เธอคือ ิอี้หลิน ดูจากร่างผอมแห้งนี้แล้วเธอคงต้องขุนให้ร่างนี้มีเนื้อมีหนังขึ้นแล้ว อีกเดือนกว่าๆจะเข้าหน้าหนาวแล้ว
"นังอี้หลิน สายโด่งป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ตื่นอีก"
"แกนั่งตัวี้เี ตื่นมาทำงานบ้านเดียวนี้นะ" เสียงร้องะโด่า ทำให้ิอี้หลินรู้ว่าคนที่ะโร้องด่าเธอนั้นคือ ย่าของเธอนั้นเอง ย่าผู้นี้ช่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจหลานสาวอย่างิอี้หลินเอาเสียเลย (นับจากนี้จะเรียกเยว่หลิวอิงว่า ิอี้หลิน)
"แค่กๆ คุณย่าค่ะ ฉันไม่สบาย แค่กๆๆ" ิอี้หลินเอ่ยตอบและไอออกไป
"ใครจะสนตัวซวยอย่างแก ตื่นไปรดผัก ตักน้ำและไปเก็บผักป่ามาให้ไก่และหมู ถ้ายังไม่ตื่นจะตีแกให้หลังลาย" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและไม่พอใจดังขึ้นมา
ิอี้หลินได้แต่ส่ายหัว หญิงชราผู้นี้ช่างใจจืดใจดำเสียจริง
"แต่ฉันยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเลยนะคุณย่า ขอฉันทานมื้อเช้าก่อนได้ไหม?" ิอี้หลินออกกับผู้เป็ย่า
"กิน กิน รู้จักแต่จะกินงานการไม่ยอมทำ นอนตื่นสายขนาดนี้ไม่มีเหลือให้แกกินแล้ว ไปทำงานได้แล้ว อย่าให้ฉันต้องเอาไม้มาฟาดแกเพื่อสั่งสอน" ิอี้หลินลุกขึ้นมาจากห้องเก็บฝืนที่ทรุดโทรม มันถูกทำจากดิน มุงด้วยหญ้า พอให้หลบแดดหลบฝน
ฝั่งหนึ่งนั้นใช้เก็บของ เก็บฝืน อีกครึ่งนั้นคือที่อยู่ของเธอ มีเตียงไม้และที่นอนแข็งๆ ผ้าห่มเก่าๆ เสื้อผ้าที่ใส่ก็ผ่านการซ่อมแล้วซ่อมอีก เป็ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเป็ของเหลือจากหลานสาวที่รักของย่าอย่างิเฟิ่งฮวา ยังดีที่มีเตาให้ความอบอุ่น ไม่งันิอี้หลินคงตายไปเพราะความหนาวตั้งนานแล้ว
จางลี่เหมียน เมื่อเห็นว่าหลานสาวที่เธอไม่ชอบขี้หน้าลุกออกมา ก็เดินจากไป ทำไมต้องให้เธอเดินมาด่าถึงที่ ช่างไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองเสียจริง
นางไม่ชอบหน้าหลานสาวผู้นี้ยิ่งนัก ถ้าไม่กลัวเป็ขี้ปากชาวบ้านเธอคงไล่หลานสาวคนนี้ออกจากบ้านไปแล้ว นี้นางใจดีแค่ไหนแล้วที่ให้ที่ซุกหัวนอน ให้อาหารอีกฝ่าย
เธอเคยคิดจะให้หลานสาวคนนี้แต่งออกไป แต่สะใภ้ใหญ่บอกกับเธอว่า ถ้าแต่งงออกไป ทางบ้านิก็ต้องคืนสินเดิมของมารดาและหาสินเดิมให้เ้าหล่อน ซึ่งมันไม่คุ้มค่าและถ้าหากแต่งออกไปงานบ้านมากมายใครจะเป็คนทำ
ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยกับความคิดของสะใภ้ใหญ่ ให้หลานผู้นี้ย้ายไปอยู่ห้องเก็บฟืน ให้ทำงานบ้านโดยให้กินแค่น้ำข้างและแป้งแข็งๆประทังชีวิตเท่านั้น
พอเห็นร่างกายของอีกฝ่ายล้มป่วยและเริ่มทรุดโทรม นางจางลี่เหมียนก็คิดว่า ช่างเลี้ยงเสียข้าวสุกเสียจริง
เมื่อผู้เป็ย่าจากไปแล้ว ิอี้หลินก็ออกมาล้างหน้า ล้างตา เริ่มมองสำรวจรอบๆ จากนั้นแอบเอาเบอร์เกอร์กับน้ำดื่มออกมาทานจนอิ่ม
จากนั้นเริ่มรดน้ำผัก ตักน้ำ จนเสร็จ ่สายๆ คนบ้านใหญ่นั้นออกไปลงแปลงนากันหมด เธอเข้ามาที่ห้องครัว ก่อนจะเตรียมอาหารเป็แป้งจี่ กับผักหมอไม้ที่เธอไปหามาไว้เมื่อวันก่อน แล้วก็ทำน้ำแกงหน่อไม้อีกอย่างหนึ่ง
ของที่ทำอาหารผู้เป็ย่า ไม่ก็ป้าสะใภ้ใหญ่จะเตรียมเอาไว้ มันพอแค่ทำอาหารในแต่ละมื้อเท่านั้น เธอไม่ได้รับอนุญาตให้กิน และเข้าไปให้ห้องเก็บเสบียงของบ้านใหญ่
เธอปัดกวาดและเช็ดถูกห้อง ตามความทรงจำของร่างนี้ที่เคยทำ ที่ห้องโถง เธอพบกับสิ่งที่เธอกำลัง้าหา เธอไม่กล้าเอ่ยปากถามใคร เพราะกลัวว่ามันจะผิดวิสัย
มันคือ ปฎิทินนั้นเอง เธอพบว่า นี้คือ เดือนสิบเอ็ด ปี 1975
อีกประมาณสามสี่ปีจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เธอจะต้องอดทนและหาช่องทางออกไปจากบ้านหลังนี้ และตามหาพี่อิงซงหลานของเธอให้พบ
แต่ก่อนจะตามหาสามี เธอต้องทำให้ร่างกายนี้แข็งแรงเสียก่อน ร่างกายนี้ช่างผอมแห้งและทรุดโทรมเหลือเกิน
ตอนเที่ยงปู่ย่า ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ ก็กลับมาทานมื้อเที่ยง เธอได้เพียงแป้งจี่หนึ่งแผ่นเท่านั้น จากนั้นป้าสะใภ้ใหญ่ก็ไล่เธอออกมาจากบ้านใหญ่
่บ่ายเธอเข้าป่าไปเก็บผักป่า เธอถือโอกาสนี้เดินสำรวจป่า ดีที่ในมิติมีน้ำตกวิเศษ เธอใส่กระบอกน้ำตักน้ำมาจากมิติ เพื่อให้ดื่มกิน
ป่าด้านนอกแถบจะไม่มียอดผักป่าให้เก็บเลยเพราะถูกชาวบ้านเก็บไปจนหมดแล้ว เธอเดินเข้าไปในป่าลึกหน่อย ก็พบชาวบ้านที่เข้ามาหาหน่อไม้และหาเห็ด เธอเองเจอกับเห็นและเก็บมันไป ได้หน่อไม้มาอีกสามสี่หน่อ มีแต่หน่อใหญ่ ป่านี้ช่างอุดมสมบรูณ์ ชาวบ้านที่ไม่ได้ลงแปลงนาเข้าป่ามาหาของป่ากันแต่กลับออกไปจนหมดแล้วเพราะนี้มัน่บ่าย
ิอี้หลินเข้ามาในป่าลึก จนพบกำน้ำตกและแหล่งน้ำ แถวนี้ไม่มีใครเข้ามาเลย เธอ้าหลบสายตาคน จากนั้นก็พาตัวเองเข้ามายังมิติ
สิ่งแรกที่เธอทำคือ เข้าไปอาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกาย เธอใช้เวลาอยู่เป็ชั่วโมงกว่าจะอาบน้ำ ขัดผิวของเธอ
ดีที่เธอเตรียมเสื้อผ้าเอาไว้ให้ แต่คงใส่ให้ใครเห็นไม่ได้ โดยเฉพาะ ผู้เป็ย่าและป้าสะใภ้ พออาบน้ำเสร็จเธอรู้สึกสบายตัว น้ำนี้มาจากน้ำตกวิเศษ ูเามันอยู่หลังบ้านเธอนี้เอง น้ำจากน้ำตกนั้นไหลมาตามธารน้ำ ไปจนสุดเขตมิติของเธอ จะเรียกได้ว่า รอบๆเขตมิติของเธอนั้น เป็ลำธารที่ไหลมาจากน้ำตกก็ว่าได้
นอกจากนี้ยังมีลำธารไหลผ่านส่วนกลางที่เธอเพาะปลูกอีกด้วย มิติท่านเทพช่างรู้ใจของเธอจริงๆ
ระบบไฟและระบบน้ำเธอติดตั้งโดยใช้โซล่าเซลล์ทั้งหมด ดีที่ในมิตินั้นมีแดดตลอด่กลางวัน ไม่มีฝนมีแต่อากาศอบอุ่น เย็นสบาย ไม่หนาว ในมิตินั้นแทบไม่มีเวลา่กลางคืนเลย
แต่ก็ดีแล้วเพราะเธอนั้นเข้ามาในมิติได้เพียง่กลางคืนเท่านั้น ตอนนี้เธอเริ่มวางแผนเพาะปลูกไม้ผลที่เหลือของเธอ ิอี้หลิน สบมองใบหน้าของตัวเองในกระจก จะว่าไปร่างนี้ก็น่าตาดี ใบหน้ารูปไข่ ตา คิ้ว จมูก ช่างดูลงตัว ส่งให้ร่างนี้ดูมีเสน่ห์ สวยน่ามอง แต่ติดตรงที่รางนี้ผอมแห้งและตัวเล็กมากไปหน่อย
ิอี้หลินสูงแค่ 160 เท่านั้น ร่างเก่าของเธอนั้นสูงตั้ง 170 เธอสำรวจร่างนี้จนพอใจ
"เอาละอี้หลินจากนี้ฉันจะดูแลร่างนี้เป็อย่างดี ฉันจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดี ฉันจะดีกับคนที่ดีกับเธอ ส่วนคนที่คิดร้าย ทำไม่ดีกับเธอ ฉันก็จะตอบแทนสิ่งนั้นกลับคืน หวังว่าดวงิญญาของเธอจะจากไปอย่างหมดห่วง ขอให้เธอได้เจอกับพ่อแม่และน้องชายของเธอ"
ตอนนี้ได้เวลาเริ่มขุนร่างนี้แล้ว ิอี้หลินมุ่งหน้าไปที่ห้องครัว จากนั้นเอาบะหมี่ออกมาทาน จากนั้นก็ทานกี่วีเป็ผลไม้ล้างปาก และชงเวย์ที่อุดมไปด้วยโปรตีนดื่ม ตามด้วยวิตามินบำรุงร่างกาย
ไม่เกินสามเดือนร่างนี้จะกลับมามีเนื้อหนังอย่างแน่นอน
---TBC---