ณ ถ้ำพำนักอักษรอัคคี ฝ่ายนอกพรรคมารโลหิต หลินเยี่ยนนั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่ง เบื้องหน้าคือของที่ยึดมาได้จากผู้ดูแลสำนักชิงอวิ๋น...ถุงสมบัติสามใบ
“ตรวจสอบของที่ได้มาก่อน”
เขาเปิดถุงใบแรก ภายในมีหินิญญาระดับต่ำห้าสิบก้อน ยาฟื้นฟูสามขวด และตำรา “เพลงกระบี่ชิงอวิ๋น” ใบที่สองมีหินิญญาสามสิบก้อน ยาฟื้นลมปราณสองขวด และกระบี่บินระดับต่ำหนึ่งเล่ม ใบที่สามมีหินิญญาหนึ่งร้อยก้อน โอสถห้าขวด เคล็ดวิชาสามเล่ม และยันต์หยกสื่อสารอีกหนึ่งชิ้น
“รวมหินิญญาหนึ่งร้อยแปดสิบก้อน โอสถสิบขวด เคล็ดวิชาสี่เล่ม อาวุธวิเศษหนึ่งชิ้น”
หลินเยี่ยนพยักหน้าพึงใจ ทรัพยากรเหล่านี้เพียงพอให้เขาฝึกฝนได้ระยะหนึ่ง
เขาหยิบ “เคล็ดวิชาชิงอวิ๋น” ขึ้นมาศึกษาอย่างละเอียด แม้พรรคมารโลหิตจะให้วิชามาร “เคล็ดโลหิตสังหาร” มา แต่หลินเยี่ยนโน้มเอียงที่จะฝึกฝนทั้งสายธรรมะและสายมาร
“เคล็ดวิชาทั้งสามต่างมีข้อดี หากหลอมรวมเข้าด้วยกันได้...”
แววตาหลินเยี่ยนฉายประกายกล้า เขาเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา...ใช้เคล็ดกลืน์เตาหลอมเป็หลัก เคล็ดชิงอวิ๋นสร้างรากฐาน และเคล็ดโลหิตสังหารเสริมพลังสังหาร
“ต้องลองดู”
เขาหยิบหินิญญาออกมา เริ่มโคจรพลัง เคล็ดกลืน์เตาหลอมทำงานอย่างบ้าคลั่ง เคล็ดชิงอวิ๋นจัดระเบียบพลังงาน ส่วนเคล็ดโลหิตสังหารรวบรวมจิตสังหาร ทั้งสามวิชาสร้างสมดุลอันเปราะบางในร่างกาย
เมื่อหลินเยี่ยนลืมตา หินิญญาทั้งก้อนก็กลายเป็ผุยผง พลังปราณในกายเข้มข้นขึ้นส่วนหนึ่ง
“สำเร็จ!”
ผู้ฝึกตนทั่วไปใช้เวลาหนึ่งชั่วยามเพื่อหลอมหินิญญาหนึ่งก้อน เขาใช้เพียงครึ่งชั่วยาม ทั้งยังดูดซับได้หมดจดยิ่งกว่า
“ด้วยความเร็วนี้ ไม่เกินสามวันย่อมทะลวงสู่ขั้นกลั่นลมปราณขั้นสอง”
หลินเยี่ยนกำลังจะฝึกต่อ พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ศิษย์น้องหลิน าุโเสวี่ยอวิ๋นเรียกพบ”
“ทราบแล้ว นำทางไป”
ทั้งสองเดินผ่านเขตศิษย์ฝ่ายนอก มาถึงตำหนักโลหิต าุโเสวี่ยอวิ๋นนั่งอยู่บนบัลลังก์ประธาน
“หลินเยี่ยนมาแล้ว ดีมาก”
าุโเสวี่ยอวิ๋นยิ้ม
“ภารกิจแรก สนใจหรือไม่”
“ขอผู้าุโโปรดชี้แนะ”
“ค่ายเฮยเฟิง เคยได้ยินหรือไม่”
าุโเสวี่ยอวิ๋นอธิบาย
“ค่ายเฮยเฟิงเป็รังโจรที่ใหญ่ที่สุดในรัศมีร้อยลี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกมันปล้นขบวนสินค้าของพรรคมารโลหิตเรา”
“เ้าค่ายคือเฒ่าผีเฮยเฟิง ตบะขั้นกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด มีลูกน้องกว่าห้าสิบคน”
าุโเสวี่ยอวิ๋นมองหลินเยี่ยน
“เ้า...จัดการไหวหรือไม่”
“ข้าคนเดียวหรือ”
“แน่นอน นี่คือบทพิสูจน์ความภักดีของเ้า”
าุโเสวี่ยอวิ๋นยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ทำภารกิจสำเร็จ ทรัพย์สินทั้งหมดในค่ายเฮยเฟิงเป็ของเ้า”
เฒ่าผีเฮยเฟิงขั้นกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด กับโจรป่าอีกกว่าห้าสิบคน... สำหรับเขาในตอนนี้ นับเป็ความท้าทาย แต่เขาไม่เคยกลัวความท้าทาย
“ข้ารับภารกิจนี้”
“ดี! สามวันให้หลัง ข้า้าเห็นธงของค่ายเฮยเฟิงเปลี่ยนเป็สีเื”
หลินเยี่ยนออกจากตำหนัก มุ่งตรงไปยังเขาเฮยเฟิง เขาไม่ได้บุกเข้าไปทันที แต่ซุ่มสังเกตการณ์ที่ตีนเขาทั้งวันเพื่อดูผังของค่าย
“บุกตรง ๆ ไม่ใช่ความคิดที่ดี ต้องใช้เล่ห์กล”
คืนนั้นไร้แสงจันทร์ โจรยามสองคนยังไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอ ล้มลงสิ้นใจ หลินเยี่ยนลากศพไปซ่อน แล้วเดินเข้าค่ายอย่างสบายอารมณ์
ในยามค่ำคืน เนตรอัคคีทองคำมีประโยชน์อย่างยิ่ง เขามองเห็นตำแหน่งโจรยามทุกคน หลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
“จัดการพวกขั้นกลั่นลมปราณก่อน”
หลินเยี่ยนย่องไปที่กระท่อมหลังหนึ่ง มองผ่านหน้าต่าง เห็นโจรขั้นกลั่นลมปราณขั้นสามกำลังหลับอยู่ เขาะโเข้าทางหน้าต่าง ฟาดฝ่ามือลงบนกระหม่อมอีกฝ่าย มันตายคาที่โดยไม่ได้ส่งเสียงร้อง
ตลอดทั้งคืน หลินเยี่ยนเคลื่อนไหวในค่ายเฮยเฟิงราวภูตผี โจรทุกคนที่มีตบะขั้นกลั่นลมปราณ ถูกเขาจัดการอย่างเงียบเชียบ พอฟ้าสาง หัวหน้าย่อยขั้นกลั่นลมปราณทั้งห้าคนก็ตายสิ้น
“เกิดอะไรขึ้น! พวกไอ้สองตายหมดแล้ว!”
“ท่านเ้าค่าย! มีคนลอบเข้ามาในค่าย!”
เฒ่าผีเฮยเฟิงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
สิ้นเสียง ก็มีเสียงหัวเราะเ็าดังมาจากประตูค่าย
“ไม่ต้องหาแล้ว ข้าอยู่นี่”
ทุกคนมองไป เห็นเพียงเด็กหนุ่มชุดดำยืนอยู่หน้าประตู กำลังเดินเข้ามาทีละก้าว ดวงตาสีทองแดงคู่นั้น ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสะท้าน
“เ้าคือคนที่ฆ่าลูกน้องข้ารึ”
เฒ่าผีเฮยเฟิงจ้องหลินเยี่ยน
“บังอาจมาก!”
“เฒ่าผีเฮยเฟิง สินะ”
หลินเยี่ยนกล่าวเรียบ ๆ
“ได้ยินว่าเ้าปล้นขบวนสินค้าของพรรคมารโลหิต”
“ใช่แล้วอย่างไร!”
เฒ่าผีเฮยเฟิงแค่นเสียง
“จัดการมัน! ฆ่าไอ้เด็กนี่ซะ!”
โจรป่ากว่าสี่สิบคนโห่ร้องพุ่งเข้ามา หลินเยี่ยนยืนนิ่ง แววตาดูแคลน
“เศษสวะ”
เขายกมือขวาขึ้น รวมเปลวเพลิงสีแดงฉานไว้ในฝ่ามือ
“ไป”
สิ้นเสียง เพลิงนั้นกลายเป็อสรพิษไฟนับสิบสาย พุ่งเข้าใส่โจรป่าแต่ละคนอย่างแม่นยำ
“อ๊ากกก”
เสียงกรีดร้องดังระงม เพียงชั่วครู่ โจรป่ากว่าสี่สิบคนก็ตายไปเกินครึ่ง
ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เฒ่าผีเฮยเฟิงมองอย่างตกตะลึง
“เ้า...เ้าเป็ใครกันแน่!”
“คนที่มาเอาชีวิตเ้า”
หลินเยี่ยนเดินเข้าไปหาเฒ่าผีเฮยเฟิงทีละก้าว
“ข้าสู้ตายกับเ้า! ฝ่ามือวายุทมิฬ!”
ปราณฝ่ามือสีดำทะมึนพุ่งเข้ามา แต่ในสายตาหลินเยี่ยน ฝ่ามือนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่ เขาร่างวูบไหวหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเฒ่าผีเฮยเฟิง
“เป็ไปได้อย่างไร...เ้ามีตบะแค่ขั้นกลั่นลมปราณขั้นหนึ่ง...”
มันไม่อยากเชื่อ ตนเป็ถึงขั้นเจ็ด กลับถูกไอ้เด็กขั้นหนึ่งโค่นลงในพริบตา
“เ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย”
หลินเยี่ยนเดินไปอยู่ตรงหน้า
“ตอนนี้ เอาทรัพย์สินทั้งหมดของค่ายออกมา ข้าจะให้เ้าตายสบาย ๆ”
หลินเยี่ยนปลิดชีพมันด้วยฝ่ามือเดียว แล้วจึงไปค้นหาทรัพย์สมบัติในห้องลับ ในนั้นเต็มไปด้วยเงินทอง หินิญญา โอสถ และอาวุธวิเศษอีกหลายชิ้น
“รวยแล้ว”
หลินเยี่ยนเก็บทุกอย่างใส่ถุงสมบัติ แล้วหาห้องหินที่ใหญ่ที่สุดในค่ายเพื่อนั่งพักผ่อน ค่ายเฮยเฟิง เปลี่ยนเ้าของแล้วนับแต่นี้ และนี่เป็เพียงก้าวแรกบนเส้นทางของหลินเยี่ยนเท่านั้น