ท่ามกลางเสียงอันเงียบสงบในลานประมูลจู่ๆ ก็มีเสียงคนล้มลงบนพื้น
เดิมที่บรรยากาศที่น่าตื่นเต้นบีบหัวใจถูกทำลายสิ้นคนไม่น้อยพุ่งสายตาไปยังทิศต้นเสียง แต่ไม่เห็นอะไร เพียงแต่ว่า…คนหายไปคนหนึ่ง
หลิงเซียวดึงเข้าขึ้นมาสีหน้าเรียบเฉยตบหลังเขาเบาๆ “ศิษย์น้องเล็ก เจ็บตรงไหนรึเปล่า?”
โหยวเสี่ยวโม่รีบคลานขึ้นมาหันหลังให้คนดูตัวสั่น พลางคว้าเสื้อหลิงเซียวมาปิดหน้าไว้ เช็ดน้ำมูกน้ำตาไหลพรากจากนั้นท่าทีเหมือนไม่พอใช้ แล้วดึงแขนเสื้อหลิงเซียวเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาหน้านิ่งของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันใด…
“ศิษย์น้องเล็ก เช็ดพอรึยัง?” เสียงเย็นเยือกดังเหนือหัว
“ยัง…เอ่อพอแล้ว…” โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัว แต่จู่ๆชำเลืองเห็นหน้าตาน่ากลัว มือชะงักแล้วรีบปลดมือออกจากผ้าขาว
หลิงเซียวเลิกเสื้อจุดที่เขาเช็ดน้ำตาขึ้นเผยรอยยิ้มนิ่มนวลมองเขา “ศิษย์น้องเล็ก เจ้ารู้รึเปล่าว่าเสื้อผ้าข้าชุดนี้ราคาเท่าไหร่?”
โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัว “ไม่รู้…”
“ไม่รู้ไม่เป็นไรศิษย์พี่ใหญ่จะบอกเจ้าเอง” หลิงเซียวลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยนแล้วกระซิบเสียงค่อย “เสื้อตัวนี้ใช้ไหมสวรรค์ชั้นเก้าถักออกมาและไหมที่พ่นมาจากตัวไหมสวรรค์ชั้นเก้านั้นเป็นสัตว์ปีศาจชั้นสูงขั้นสิบเอ็ดมันจะพ่นใยไหมออกมาห้าร้อยปีต่อครั้ง ใยไหมพวกนี้ไม่อาจใช้เงินตรามาตีค่าได้ใช้ก้อนไหมแค่นี้มาหลอมเป็นเกราะ สามารถต้านน้ำไฟได้ แล้วยังมีดฟันแทงไม่เข้าเจ้าว่า จับเจ้าไปขายแล้วจะพอชดใช้มันได้หรือเปล่า?”
โหยวเสี่ยวโม่มองลักษณะมือของหลิงเซียวอย่างตะลึงใหญ่ไม่เท่ากำปั้นเลย
โหยวเสี่ยวโม่ทันใดก็หน้าตึงสัตว์วิเศษชั้นสูงขั้นสิบเอ็ด นั่นหมายถึงอะไรกัน? เขาจะรู้ได้ยังไงแต่ที่รู้แน่ชัดก็คือถึงจะจับเขาไปขาย คงชดใช้อะไรไม่ได้เท่าไหร่
“ข้าขอโทษ ศิษย์พี่หลิงข้าผิดไปแล้ว…ท่านๆๆ…อย่าให้ข้าชดใช้เงินเลยได้มั้ย?” โหยวเสี่ยวโม่คุกเข่ากอดเอวเขาแล้วโอดครวญจากนั้นพยายามกะพริบตาให้น้ำตาซึมออกมาให้ได้จากนั้นพยายามเกาะแกะตัวหลิงเซียวแต่ถูกหยุดซะก่อน
หลิงเซียวยิ้มมุมปากประโยคท้ายสุดคือประเด็นหลักสินะ!
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาประหลาดจากรอบๆหลิงเซียวรีบเอ่ย “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าลุกมาก่อน”
“ไม่เอา!” โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัวยืนกราน เอ่ยเสียงเป็นทุกข์ “หากท่านไม่ขอให้ข้าคืนเงิน ข้าถึงจะยอมลุกขึ้น”
หลิงเซียวหางตากระตุก “…ก็ได้ข้าไม่ให้เจ้าชดใช้เงินคืน”
“จริงหรือ?” โหยวเสี่ยวโม่พลันเงยหน้ามองเขา ถามจริงจังเพียงแต่หางตายังคงมีน้ำตาไหลซึมออกมา แต่ขอบตากลับไม่แดง เหมือนร้องจริงแต่ก็เหมือนแกล้งร้อง
“จริงสิ!” หลิงเซียวพยักหน้ารับจริงจัง อีกนิดก็สาบานได้แล้ว
โหยวเสี่ยวโม่กระแอมทีหนึ่งอันที่จริงเขาอยากให้หลิงเซียวสาบานด้วย แต่ว่า…หากเขาผิดคำพูดตัวเองต้องเสียใจตายแน่ ดังนั้นพอคิดๆ แล้วก็ไม่ดีกว่า
ขณะที่พวกเขาคุยกันน้ำปราณขวดนั้นก็ถูกคนชุดดำประมูลได้ไปเป็นที่เรียบร้อยสูงกว่าราคาเริ่มต้นกว่าเท่าตัว นี่มันราคาสวรรค์มิอาจเอื้อมจริงๆคนบางคนแม้สะสมทั้งชีวิตก็คงไม่ได้จำนวนเงินนี้ แต่คนมากมายต่างเริ่มสงสัยถึงตัวตนที่แท้จริงของคนชุดดำใช้จ่ายไปคราวเดียวถึงสามสิบล้าน คงมีเบื้องหลังใหญ่โตแน่นอน
แต่มีคนหมายเอาชีวิตคนชุดดำแล้วนั่นก็คือมู่เหยาแห่งพรรคเซียวเหยา
มู่เหยาได้รับมอบหมายจากท่านพ่อให้ประมูลน้ำปราณให้ได้เดิมทีนั้นมีโอกาสสูงถึงร้อยละเก้าสิบเพราะหอจี๋เล่อและสำนักเซวี่ยซ่าต้องถอดใจก่อนเพราะพวกเขาพุ่งเป้าที่ของชิ้นสุดท้ายมากกว่าแต่คิดไม่ถึงว่า ท้ายสุดกลับมีพวกคาบช้อนเงินช้อนทองโผล่มา
มู่เหยานิ่งเงียบมองไปยังทางคนชุดดำอย่างอำมหิตโดยไม่ได้สนใจสายตาคนรอบข้างในใจคิดอย่างโหดเหี้ยม ทางที่ดีอย่าได้ตกอยู่ในมือนางไม่งั้นจะสั่งสอนให้ลิ้มรสความร้ายกาจของฝ่ามืออำมหิตของพรรคเซียวเหยา
ขณะเดียวกันผู้เฒ่าหน้าตายิ้มแย้มตลอดเวลาที่อยู่บนเวทีก็หน้าขึงขังขึ้นมาหันหลังแล้วเดินหายไปยังหลังม่าน ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับกล่องหยกใบหนึ่งกล่องหยกจัตุรัส กว้างยาวราวสี่สิบเซนติเมตร เมื่อเขาเดินออกมาทั้งลานประมูลต่างแสดงพลังอำนาจระเบิดท่วมท้นออกมาทันใด
อำนาจส่วนใหญ่แผ่มาจากชั้นสองฝั่งแขกพิเศษต่างคนต่างจ้องกล่องที่ผู้เฒ่าถือมาอย่างไม่วางตา สายตาปนกิเลส แม้กระทั่งมู่เหยาที่ตั้งใจรามือก็เบิกตาโตร้อนแรงลุกเป็นไฟ
ผู้เฒ่าสูดหายใจลึกจากนั้นวางกล่องบนแท่นประมูล มือซูบผอมค่อยๆ เปิดฝากล่องออก สองวินาทีถัดจากนั้นของในกล่องหยกนั้นก็เผยต่อหน้ามวลประชา ทุกคนจ้องมองของในกล่องนั้นทุกขณะ
ในกล่องนั้นมีไข่อ่อนใบใหญ่วางอยู่ใบหนึ่งไข่อ่อนนั้นมีสองสีปนกันคือเทากับขาว ผิวเผินนั้นแผ่แสงจางๆชัดว่าเป็นไข่อ่อนที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงแค่นั้นคนส่วนใหญ่ยังสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันแกร่งกล้าที่ไข่อ่อนใบนั้นส่งผ่านออกมา
“นั่นคืออะไร?” โหยวเสี่ยวโม่เบิกตากว้างเอ่ยถาม
“ไข่ของสัตว์ปีศาจหมาป่าเลือดสีขาว” หลิงเซียวมองไปยังไข่อ่อนใบนั้นแล้วมองตาพริ้ม
หมาป่าเลือดสีขาว? ฟังจากชื่อเหมือนจะร้ายกาจสุดๆทว่าโหยวเสี่ยวโม่ยังคงไม่รู้จัก “ศิษย์พี่หลิงหมาป่าเลือดสีขาวเป็นสัตว์ปีศาจขั้นที่เท่าไหร่ ร้ายกาจมากมั้ย?”
หลิงเซียวยิ้มเสียงเยือกเย็น สายตาค่อยๆเป็นประกายขึ้นทีละน้อย “หมาป่าเลือดสีขาวเป็นสายพันธุ์ชั้นสูงสุดหนึ่งในตระกูลหมาป่าทั้งหมดพลังของพวกมันช่างสูงส่งแม้ว่าสายเลือดของพวกมันถูกจำกัดไม่สามารถเลื่อนขั้นพลังเป็นเทพเจ้าหมาป่าได้แต่ลำพังพลังจากเลือดในตัวพวกมัน เมื่อโตเต็มวัยก็เป็นสัตว์ปีศาจขั้นแปด พลังพอๆกับจอมยุทธ์ชั้นวิญญาณ”
“ร้ายกาจที่สุด!” โหยวเสี่ยวโม่อุทาน
แม้ว่าพลังของมันถูกจำกัดเพราะสายเลือดพลังสูงสุดถึงขั้นแปด แต่สำหรับเจ้าอำนาจทั้งหลายในที่นี้สัตว์ปีศาจขั้นแปดนั้นนับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากทีเดียวหากว่าพวกเขาได้สัตว์ปีศาจตัวนี้ไป แล้วเลี้ยงให้เติบโตอีกหน่อยคงเพิ่มอำนาจให้อยู่เหนือกว่าผู้อื่นได้
อย่างเช่น พรรคเซียวเหยากับหอจี๋เล่อเป็นต้น ตำแหน่งของพวกเขานั้นเท่าเทียมกัน เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีจอมยุทธ์ชั้นวิญญาณฝั่งละคนเป็นผู้นำอยู่หากมีจอมยุทธ์ชั้นวิญญาณเพิ่มขึ้นมาอีกสักคนแบบนั้นพวกเขาคงไม่ต้องถกกันเรื่องพลังอำนาจใครเหนือกว่ากันดังนั้นความน่าดึงดูดของสัตว์ปีศาจขั้นแปดตัวนี้ล่อใจพวกเขานัก
ทว่าไข่อ่อนของสัตว์ปีศาจขั้นแปดนั้นก็มีช่วงช่องโหว่อยู่ซึ่งก็คือการเติบโต
ไข่อ่อนจะเติบโตได้นั้นต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งและช่วงนี้ต้องมีค่าใช้อย่างสูง อีกทั้งยังต้องได้รับการดูแลและปกป้องอย่างสูงสุดหากยังเติบโตไม่ถึงสัตว์ปีศาจขั้นแปดที่แท้จริงแล้วถูกฆ่าตายเสียก่อนแบบนั้นก็เท่ากับสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจทั้งหมดอย่างศูนย์เปล่า
ดังนั้นหากไม่มีกำลังพอจะเลี้ยงดูไข่อ่อนนี่ได้ซื้อไปก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
“คนเหล่านี้กำลังจุดไฟเผาตัวเองอยู่ก็เท่านั้น!” หลิงเซียวเอ่ยอย่างดูแคลน
“หมายความว่ายังไง?” โหยวเสี่ยวโม่ได้ยินเขาพูด แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
หลิงเซียวเอ่ยขำขัน “หมาป่าเลือดสีขาวเป็นสัตว์ปีศาจจำพวกฝูงเนื่องจากหมาป่าเลือดสีขาวตัวเมียนั้นมีน้อยดังนั้นการสืบพันธุ์จึงมีโอกาสไม่สูงนัก บางคราห้าปีถึงจะคลอดลูกหมาป่าได้ตัวเดียวดังนั้นหากพบว่าลูกถูกขโมยไปล่ะก็ ต้องโกรธเกรี้ยวเป็นแน่ หากพวกมันมาหาถึงที่คนที่นี่คงหนีไม่รอดแม้แต่คนเดียว”
โหยวเสี่ยวโม่สูดหายใจดังเฮือก ห้าปีถึงจะออกไข่มาใบเดียวสถิติการคลอดน้อยเหลือเกิน
หลิงเซียวเอ่ยต่อ “แต่พวกนักฝึกตนเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่ความร้ายกาจของหมาป่าเลือดสีขาวพวกเขาคงเคยได้ยินมาบ้าง คงทำการสืบสวนอย่างลับๆมาก่อนแล้ว ดังนั้นฝูงหมาป่าเลือดสีขาวพวกนั้นถึงไม่ได้ตามมารังควานถึงนี่”
“ไข่อ่อนใบนี้น่าสงสารเหลือเกิน!” โหยวเสี่ยวโม่จ้องมองไข่อ่อนที่น่าสงสารบนกล่องหยกนั้นพอคิดถึงภาพที่ว่าพ่อแม่มันพบว่ามันหายไป ต้องเสียใจมากแน่พลันน้ำตาซึมเห็นใจพวกมันไม่รู้ว่าพ่อแม่มันหากรู้ว่ามันตายแล้วจะมีปฏิกิริยาแบบไหนกัน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิงเซียวก็เผยรอยยิ้มตรงหางตา “ศิษย์น้องเล็กเจ้าไม่กลัวสัตว์ปีศาจหรือไง?”
โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัว “ไม่หรอก!”
ภพก่อนเขาเคยดูรายการสัตว์รอบโลกสัตว์พวกนั้นน่ารักดีออก โดยเฉพาะลูกอ่อนที่พึ่งเกิด น่าเอ็นดูชะมัด สมัยก่อนเพื่อนบ้านเขาเคยเลี้ยงหมาน้อยเชาเชาเพศเมีย หลังจากนั้นแม่หมาเชาเชาก็คลอดลูกหมาออกมาคลอกหนึ่งเพราะว่าคลอดออกมาหลายตัว เพื่อนบ้านจึงยกให้บ้านเขาตัวหนึ่ง
เจ้าเชาเชาตัวเล็กสีขาว น่ารักมากโหยวเสี่ยวโม่ชอบมันมาก เพียงแต่ตอนหลังถูกน้องชายที่ชอบแย่งของของเขาแย่งไปแต่ผ่านไปไม่นาน น้องชายก็รำคาญเจ้าเชาเชา ขอให้พ่อแม่ส่งมันไปจากนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นเจ้าเชาเชาตัวนั้นอีกเลย ตอนนั้นเขารู้สึกเสียดายมาก!
บนแท่นประมูลหลังจากการบรรยายของล้ำค่าได้คร่าวๆในที่สุดทุกคนจึงรู้ว่านี่คือไข่อ่อนของหมาป่าเลือดสีขาว
หมาป่าเลือดสีขาวถึงขั้นชื่อว่าเป็นสัตว์ปีศาจขั้นแปดเท่ากับว่าใครที่ครอบครองไข่อ่อนใบนี้ได้ สักวันหนึ่งก็จะมีพลังตัวช่วยชั้นวิญญาณเพิ่มขึ้นมาจอมยุทธ์ชั้นวิญญาณไม่เหมือนกับชั้นสวรรค์ที่พบเจอได้ทั่วไปเหมือนผักกาดขาว
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ได้มีความสามารถพอที่จะแข่งขันประมูลแต่การได้เห็นไข่อ่อนของหมาป่าเลือดสีขาวก็รู้สึกคุ้มแล้ว เพราะใครๆก็รู้ว่าหมาป่าเลือดสีขาวนั้นเป็นสัตว์ปีศาจที่จำนวนน้อยนิดหายากเหลือเกิน