บริเวณโต๊ะอาหารด้านนอกเก๋งจีนมีเด็กชายสองคนกำลังนั่งสนทนากันอยู่
"นายว่าใครจะชนะ" อาโม่ออกปากขอความเห็นขณะที่ลูคัสกำลังเอื้อมมือไปหยิบน่องไก่เพิ่ม
"กาเชิงจะแพ้ในเจ็ดกระบวน"
เมื่อกาเชิงบุกถึงตัวตั๋วซันเขาก็ซัดผ่ามือออกไปชายร่างใหญ่รับฝ่ามือนั้นเต็มๆจนถอยเซไปด้านหลังเล็กน้อยเมื่อตั้งหลักได้จึงปล่อยมัดสวนเข้าใส่กาเชิง
แต่อีกฝ่ายก็ว่องไวเป็นอย่างมากหมัดของตั๋วซันช้าเกินไปทำให้เขาถูกฝ่ามือซัดเข้ากลางหลังจนได้แล้วก็เป็นอย่างนี้ถึงสี่ครั้งติดกันที่ตั๋วซันไม่สามารถทำอะไรกาเชิงได้เลย
เมื่อเข้าสู่กระบวนท่าที่ห้าของกาเชิงขณะที่ฝ่ามือกำลังจะถูกปล่อยเข้ากลางอกของอีกฝ่าย หมับ! แขนขวาของเขาถูกล๊อคจากชายร่างใหญ่
"ปล่อยข้า" กาเชิงพูดออกมา เขาไม่สามารถนำแขนออกจากพันธนาการนั้นได้
"อ๊าก" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ตุบเสียงทึบดังขึ้น ตั๋วซันหักแขนกาเชิงก่อนเหวี่ยงร่างเขาลงพื้นอย่างไม่ใยดี
"อ๊าก แขนข้าหักแล้ว" กาเชิงยังนอนร้องโอดครวญ
อาโม่ตกตะลึงเล็กน้อยถึงตัวเขาจะประเมินผลการต่อสู้ออกว่ากาเชิงต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่ก็ไม่ละเอียดเท่าลูคัสที่บอกว่าเขาจะพ่ายแพ้ในเจ็ดกระบวนท่า
"ข้าขออภัย ไม่คิดว่าพี่กาเชิงจะกระดูกอ่อนเช่นนี้"ตั๋วซันทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อน
เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้บรรยากาศในสถานที่นี้เปลี่ยนไปเมื่อมีคนเปิดก็ต้องมีคนตาม
"ข้าปาร์คซุงจะรับมือพี่ชายตั๋วซันเอง"ชายชุดเขียวอีกคนกำลังก้าวออกไปหวังล้างแค้นให้กาเชิง
"เดี๋ยว" มีเสียงขัดจังหวะขึ้น
"ขออภัยทุกท่านข้าน้อยหลี่เฟินไม่อยากขัดความบันเทิงแต่โปรดอย่าลืมจุดประสงค์ในการชุมนุมในวันนี้ข้าหวังให้ทุกท่านได้พบปะสังสรรค์มิใช่มาสู้รบกัน"
หลี่เฟินยังเตือนสติผู้คน
"พี่ชายหลี่หมัดเท้าไม่มีตาพี่ชายกาเชิงเองก็บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นใช้คาถาฟื้นฟูรักษาไม่นานก็หายแล้ว" หยวนซียังคงยิ้มระรื่น
จากนั้นหยวนซีส่งสายตาให้ตั๋วซันทันที
"ข้าขอเชิญตัวแทนจากแดนเหนือ มาแลกเปลี่ยนกระบวนท่าได้หรือไม่"ตั๋วซันทำทีกวาดสายตาไปรอบเก๋งจีน
การกระทำนี้ทำให้ผู้ชมโดยรอบมองตามออกไปทันทีแม้แต่เทพธิดาทั้งสองเองก็ยังให้ความสนใจ
"ลูคัสเจ้ายักษ์นั่นท้าทายนายอยู่น่ะ"อาโม่เรียกเขาเพราะคิดว่าลูคัสไม่ได้ยิน
"ผมยอมแพ้"เด็กชายตอบอย่างไม่ใส่ใจในหัวกำลังคิดว่าจะเลือกกินอะไรต่อดีประโยคนี้ทำให้เหล่าผู้คนแม้กระทั่งหลี่เฟินขมวดคิ้ว
ตามหลักการของโลกวรยุทธใครก็ตามที่ถูกท้าทายควรออกไปต่อสู้เพื่อรักษาเกียติของตนแม้จะรู้ว่าจะต้องตายก็ตาม
แต่นี่อะไร...เด็กหนุ่มจากแดนเหนือปฏิเสธออกมาง่ายๆ
"ท่านเป็นบุรุษไม่มีศักดิ์ศรีบ้างหรือไร หากถูกท้าก็ควรรับคำท้าสิ"เด็กสาวในชุดเกราะแดงเธอเป็นตัวแทนของสถานศึกษาอาเทนพูดขึ้น
"นี่เป็นเพียงการชุมนุมน้ำชาผมเพียงต้องการมาทานอาหารและจิบชาต้องขออภัยทุกท่านด้วย" ลูคัสโค้งอย่างสุภาพ
เมื่อมีตัวชงออกมาเช่นนี้มีหรือหยวนซีจะยอมอยู่เฉย
"ทุกท่านอย่าไปใส่ใจกับพวกตัวประกอบเลย ถึงอย่างไรการประลองศึกรวมสถานศึกษาในครั้งนี้แดนเหนือก็ต้องแพ้อย่างราบคาบ...เหมือนเฉกเช่นทุกปี"
ประโยคนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างแม้แต่อาโม่เองก็รู้สึกผิดหวังกับลูคัสเช่นกันบุรุษควรมีความทระนงมิใช่ทำตัวเป็นเต่าหดหัวเยี่ยงนี้
หยวนซีกำลังหลับตาเขาเฝ้ารอให้เด็กชายจากแดนเหนือตกหลุมพรางแล้วพลั้งปากเอ่ยรับคำท้าออกมาตัวเขานั้นอยากสร้างความอัปยศให้แก่สถานศึกษาอีเดนให้มากที่สุด
แต่เงียบ...เมื่อหยวนซีลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นคือลูคัสเดินไปโต๊ะข้างๆแล้วฉีกน่องไก่โยนเข้าปากด้วยสีหน้าชื่นบาน
"เขาไม่อยากสู้ ก็ให้คนที่อยากขึ้นมาสิจะไปรบเร้าทำไม"ว่านชิงเปิดปากขึ้น
เมื่อเทพธิดาเอ่ยปากด้วยตนเองมีหรือคนรอบข้างจะกล้าขัด
"เดี๋ยว" เมื่อเหตุการณ์กำลังจะกลับไปเข้ารูปเข้ารอยมู่เฉิงกลับยืนขึ้น
"เมื่อท่านให้เหตุผลว่าจะไม่สู้ในเวลานี้ หมายความว่าการประลองจริงในวันรุ่งขึ้นท่านจะรับทุกคำท้าทายใช่หรือไม่"มู่เฉิงถามด้วยเสียงไม่ดังและไม่เบาจนเกินไป
ลูคัสวางน่องไก่พร้อมหันหน้าไปหาทุกคน
"นอกจากรับคำท้าแล้วในวันพรุ่งนี้ตัวกระผมจะขอท้าทายทุกท่านในที่แห่งนี้"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งสายตาของอาโม่กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง นี่สิการกระทำของลูกผู้ชาย
"ฮ่า ฮ่า ก็แค่พวกดีแต่ปาก หากแน่จริงทำไมไม่ออกมาสู้เดี๋ยวนี้เลยล่ะ"หยวนซีตะโกนขึ้น
"เพราะในสายตาของผม การกินน่องไก่สำคัญกว่าการทุบตีสุนัขอย่างไรเล่า"
ลูคัสตอบอย่างไม่ไยดีหยวนซีผู้นี้เสียดสีตัวเขาและสถานศึกษาอีเดนอยู่หลายครั้งทำให้เด็กชายไม่จำเป็นต้องสุภาพด้วยประโยคนี้ทำให้หยวนซีกำลังจะพุ่งตัวออกไปโจมตีใส่ลูคัสแต่กลับถูกหลายคนห้ามปรามเอาไว้
“ดีดีมาก ปากดีได้เฉพาะนาทีนี้เท่านั้นแหละในวันพรุ่งนี้ข้าจะเลาะฟันในปากของเจ้าออกมาให้หมด” หยวนซีชี้หน้าพร้อมพูดข่มขู่
มู่เฉิงยิ้มมุมปากเธอรู้สึกสนใจเด็กหนุ่มจากแดนเหนือคนนี้จริงๆเธออยากรู้ว่าในวันพรุ่งนี้เขาจะทำได้อย่างที่พูดไว้หรือไม่
"ขอถอนคำพูด ความจริงแล้วทักษะการพูดของนายไม่ได้เรียนรู้มาจากพี่ชายหลี่แต่กลับเหนือกว่าหลายช่วงตัว ข้าน้อยว่านชิงขอคาราวะ" ว่านชิงเดินเข้ามาพร้อมทำทีล้อเลียนเขา
ลูคัสหน้าทำหน้าเหยเกแม่นางน้อยคนนี้กำลังด่าเขา
"ก็คนมันไม่ว่างจะให้ทำยังไง" เด็กชายกล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อว่านชิงเดินเข้ามาอาโม่ที่อยู่โต๊ะด้านข้างก็ผงกศีรษะเป็นเชิงทักทายครั้งหนึ่ง
"ท่านมีนามว่าอะไร" สาวผมแดงหยุดตรงหน้าลูคัส มู่เฉิงนั่นเอง
"ลูคัส เรน จากแดนเหนือตัวแทนสถานศึกษาอีเดน"เขายืนขึ้นพร้อมแนะนำตัวด้วยความสุภาพ
"ผู้น้อยแซ่มู่ นามว่าเฉิง ยินดีที่ได้พบหวังว่าพรุ่งนี้จะได้เห็นฝีมือของท่าน"กล่าวจบเธอก็เดินจากไปพร้อมกลุ่มคนของสถานศึกษาอาเทน
เหตุการณ์นี้ทำเอาอาโม่หันมายกนิ้วโป้งให้ลูคัส
"นายไม่ไปกับเขาเหรออาโม่" ลูคัสส่งคำถามออกไป
"ไล่กันแบบนี้ได้ยังไง นี่ยังกินไม่หมดเลย"อาโม่กล่าวพลางชี้ขาหมูในจาน
ประโยคนี้ทำให้ว่านชิงหัวเราะเสียงใสออกมาจากนั้นทุกคนก็สนทนากันหลายเรื่องทำให้ลูคัสได้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก
ว่านชิงบอกว่าในเมืองหลวงเอสที่ไม่ไกลจากสถานศึกษาแห่งนี้มีหอคอยราชันย์ตั้งอยู่ด้วยในที่สุดเขาก็รู้ว่าหอคอยราชันย์แท้จริงนั้นมีทั้งหมดห้าแห่งแต่ละแห่งถูกตั้งอยู่ทางเมืองหลวงทั้งสี่ทิศของทวีปและหอคอยราชันย์แห่งสุดท้ายอยู่ที่เมืองหลวงของภาคกลางข้อมูลของนักสู้ทุกหอคอยราชันย์ล้วนเชื่อมต่อกันสมมุติว่าลูคัสไปเข้าหอคอยราชันย์ที่เมืองหลวงเอสเขาก็ยังอยู่ชั้นที่หกดังเดิม เพียงแต่หากเปิดโหมดการรบที่นั่นคู่ประลองก็จะเป็นคนของหอคอยนั้น
หลังจากผู้คนบางกลุ่มทยอยจากไปหลี่เฟินก็เข้ามาทักทายอีกรอบพร้อมเสนอว่าหากลูคัสต้องการยกเลิกคำพูดเมื่อสักครู่หลี่เฟินก็พร้อมจะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้
จากนั้นก็มีผู้คนออกมาแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอีกสี่ห้ารายก่อนงานชุมนุมพยัคฆ์จะจบลง
เวลาเช้าตรู่บรรยากาศรอบสถานศึกษามอวู้ดส์ดูร่มรื่นเป็นอย่างมาก
"เมื่อคืนนายไปไหนมา" อากิโกะถามด้วยความสงสัย
"ไปดูเทพธิดาที่งานชุมนุม" ลูคัสกล่าวอย่างติดตลก
อาอากิโกะไม่พูดอะไรก่อนเร่งความเร็วเดินออกนำหน้าไปทันทีในขณะที่ลูคัสรู้สึกว่าเขาอาจจะล้อเล่นมากเกินไปหน่อยนั้น
"เทพธิดางดงามมากไหม" ฟุส นั่นเอง
"ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง" ลูคัสตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
หลังจากฟังคำตอบฟุสก็กระโดดกลับไปเขย่าร่างเฉินอย่างฮึกเหิม
ลูคัสส่ายศีรษะไม่รู้ว่าสองคนนี้ไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหนในที่สุดสนามประลองขนาดใหญ่ปรากฏสู่สายตา
เวทีประลองหินที่รายล้อมไปด้วยเหล่าต้นไม้ยักษ์อัฒจันทร์ไม้ใหญ่ล้อมรอบบริเวณด้านบนนั้นแน่นขนัดไปด้วยเหล่านักเรียนชุดเขียวของสถานศึกษามอวู้ดส์
"มอวู้ดส์" "มอวู้ดส์" "มอวู้ดส์"เสียงเชียร์ส่งตรงมายังด้านล่าง
มีกระโจมถูกสร้างไว้ทั้งสี่ทิศเพื่อรองรับคณะตัวแทนของเหล่าสถานศึกษาต่างๆฝั่งสถานศึกษาอีเดนนั้นได้ประจำอยู่ทางทิศเหนือ
"ในฐานะเจ้าภาพในปีนี้สถานศึกษามอวู้ดส์ขอต้อนรับทุกท่านสำหรับผู้ชนะเลิศจะได้รับสิ่งนี้"เสื้อคลุมสีขาวประดับไปด้วยลายมังกรดำถูกนำออกมา
ปลายของเสื้อคลุมนี้ขาดวิ่นเป็นริ้วมันน่าจะถูกเรียกว่าเป็นผ้าคลุมเสียมากกว่า
"เสื้อคลุมมังกรดำอุปกรณ์เสริมพลังระดับตำนาน"
คล้ายดั่งฟ้าผ่าเวลากลางวันเสียงฮือฮาดังขึ้นไม่หยุด อุปกรณ์เสริมพลังจะแบ่งออกเป็น ต่ำ กลาง สูงแต่ที่เหนือกว่านั้นคือระดับตำนานและพระเจ้า
สาเหตุที่ผู้คนไม่ค่อยพูดถึงกันเพราะมันหายากราวกับงมเข็มในมหาสมุทรเดิมทีเกราะขาวที่สวมใส่อยู่นี้ก็เป็นอุปกรณ์เสริมพลังระดับต่ำเป็นของติดตัวที่สถานศึกษายกให้เป็นสมบัติแก่เหล่านักเรียนต้องชื่นชมว่าสถานศึกษาอีเดนนั้นใจดีอย่างเป็นมากคงไม่มีที่ไหนลงทุนแจกจ่ายอุปกรณ์เสริมพลังระดับต่ำฟรีออกไปมากมายขนาดนี้
"มันต้องเป็นของข้า" หยวนซีกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดัง
"ของข้าต่างหาก" มีเสียงดังออกมาจากฝั่งสถานศึกษาอาเทน
แต่ก็มีเสียงขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง
"สำหรับที่สองจะได้รับสัตว์พาหนะประเภทบิน"ภาพนกเหยี่ยวสีขาวที่ยังไม่โตเต็มวัยโผล่ขึ้นกลางอากาศให้ทุกคนเห็นทั่วกัน
รางวัลที่สามลงมาถึงสิบนั้นเป็นทักษะกับศาสตราวิญญาณทั้งสองสิ่งล้วนเป็นระดับกลาง และผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับผลึกระดับสูงคนละห้าก้อนเป็นขวัญถุงติดไม้ติดมือกลับไปแสดงให้เห็นว่าสถานศึกษาทั้งสี่ทุ่มทุนเพื่อจัดการประลองรวมสถานศึกษาในครั้งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว
.