“เ้า…!”
เซียวหรันได้ยินนางด่าตัวเองว่าเป็ไก่อ่อนก็โมโหจนหน้าขึ้นสีแดงก่อนแปรเปลี่ยนเป็ดำ แต่เพราะมีเป่ยมู่หานอยู่ตรงนี้ นางจึงต้องรักษาท่าที
เซียวหรันพยายามเก็บอาการ ไม่กล้าด่ากลับ ส่วนเซียวจิ่วเอ๋อร์นั้นไม่มีความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งเมื่อเห็นเซียวหรันลอบชำเลืองมองเป่ยมู่หานเป็ระยะๆ นางก็ยิ่งเผยสีหน้าเย้ยหยัน
“ว่าข้ากินในถ้วยมองในหม้อ ข้าว่าคำพูดนี้เหมาะจะมอบให้เ้ามากกว่า เซียวหรัน คุณหนูสามแห่งสกุลเซียว มีว่าที่สามีอย่างคุณชายซูอยู่ก่อนแล้ว ขณะเดียวกันก็ใช้คุณชายใหญ่เจี่ยเป็เครื่องมือ แล้วนี่อะไร ตอนนี้เ้าคิดจะจับคนของข้าอีกหรือ”
เซียวจิ่วเอ๋อร์พับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าควรทำให้นางได้ลิ้มรสว่าอะไรคือความพ่ายแพ้ทางวาจา
แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ ก็ถูกเป่ยมู่หานที่ยืนอยู่ด้านหลังเตะเข้าที่ขาเบาๆ ส่งผลให้ความมั่นใจหายไปกว่าครึ่ง
เซียวจิ่วเอ๋อร์หันกลับไปมอง พบว่าเป่ยมู่หานกำลังจ้องนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจดูเหมือนจะพูดว่า ‘หากกล้าเรียกข้าว่าคนเลี้ยงดูอีกคำเดียว ข้าจะฆ่าเ้าเดี๋ยวนี้!’
เซียวจิ่วเอ๋อร์เบนสายตากลับมาอย่างไม่เต็มใจ ทำเป็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ก่อนจะหันไปต่อปากต่อคำกับเซียวหรันต่อ
“เกิดมาหน้าตาไม่สวยนั้นไม่ใช่ความผิดของเ้า แต่ทั้งอัปลักษณ์ทั้งโง่เขลา แล้วยังเสนอหน้าทำให้คนอื่นรำคาญ นี่สิถึงจะผิดอย่างแท้จริง! ข้าล่ะสงสัยเหลือเกินว่าเซียวจื้อหยวนที่ได้ชื่อว่าเป็แม่ทัพผู้กล้าหาญและมีไหวพริบไม่น้อย เหตุใดบุตรีของเขาถึงได้โง่งมเช่นนี้
พูดแต่ว่าข้าไปยั่วยวนซูย่าง เ้าใช้ตาไหนมอง? อ้อ เขานั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมเพราะรอข้า ถ้าเช่นนั้น ถ้าเขานั่งอยู่ในส้วม ก็คงรอเ้าสินะ เ้ามีความสามารถในการพูดต่อความยาวสาวความยืดเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่ไปทำบะหมี่ดูล่ะ เสียดายนัก!
เ้าทำตาแดงก่ำมองข้าทำไม ที่นี่ก็ไม่มีใครอื่น เ้าจะเสแสร้งแกล้งทำให้ใครดู?”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เองก็คาดไม่ถึงว่าหลังจากพ่นคำพูดใส่ไปเพียงไม่กี่ประโยค อีกฝ่ายจะถึงกับร้องไห้ นางมองดูเซียวหรันที่ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา ใจก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เซียวหรันร้องไห้อย่างเ็ป เสียงสั่นเครือถามออกมา
“คนที่ทำผิดมาตลอดคือตัวเ้า เหตุใดถึงโยนความผิดใส่ข้าอยู่ร่ำไป เราสองคนก็เป็พี่น้องกันแท้ๆ ไยจึงต้องทำถึงเพียงนี้”
“หยุดพูดเื่ไร้สาระเถอะ แม่ข้าคลอดลูกเพียงคนเดียว ข้าไม่มีพี่น้องที่แสร้งทำตัวใสซื่อแต่กลับฉาวโฉ่เช่นเ้า วันนี้เ้ามาหาข้าเพราะเื่อะไร หากเพียงเพื่อจะมาต่อปากต่อคำ ก็เ้าเชิญกลับไปเถอะ”
ในเมื่อมีเป่ยมู่หานอยู่ที่นี่ เซียวหรันย่อมไม่กล้าลงมือ เซียวจิ่วเอ๋อร์เองก็ไม่อยากฆ่านางในตอนนี้ หากมัวแต่เถียงกันไปก็เท่ากับเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
เซียวหรันเม้มปากด้วยความคับข้องใจ แววตาเปี่ยมด้วยความเจ็บช้ำ ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเซียวจิ่วเอ๋อร์ด้วยสีหน้าใสซื่อ
เขาสวมอาภรณ์สีดำ ผมดำขลับ รูปลักษณ์สุภาพเคร่งขรึม เปี่ยมด้วยความสง่างามราวกับเซียนที่ถูกส่งลงมาจาก์
ั้แ่นางเข้ามาในห้องนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาประดุจแกะสลักของเขาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ เลย กลับกัน กลิ่นอายอันสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวเขา กลับกดดันให้นางไม่กล้าสบตาเขาโดยตรงแม้แต่น้อย
‘แท้จริงแล้วเขาเป็ใครกันแน่’
เซียวหรันไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเซียวจิ่วเอ๋อร์ คนหนุ่มหล่อเหลาโดดเด่นเช่นนี้ ไฉนเลยจะลดตัวมาสนใจนางที่เป็เพียงเศษสวะ!
เซียวหรันสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติ ก่อนเอ่ยถึงเหตุผลแท้จริงที่ตนมาวันนี้ นางมองเซียวจิ่วเอ๋อร์แล้วกล่าวว่า
“ท่านพ่อสั่งให้ข้ามาพาเ้ากลับไป”
“แล้วอย่างไรต่อ”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เป็ที่สังเกต ท่าทีแสดงชัดว่านางไม่ไว้ใจ เซียวจื้อหยวนสั่งให้นางกลับไปที่จวนสกุลเซียว ไม่มีทางมีเื่ดีแน่
“ท่านพ่อเป็ห่วงเ้า เ้าเป็สตรีแท้ๆ แต่กลับมาพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมตามลำพัง หากเกิดเื่ร้ายอะไรขึ้น ชื่อเสียงของตระกูลเซียวจะต้องเสื่อมเสีย”
“่นี้คนที่ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเสื่อมเสียไม่ใช่เ้าหรอกหรือ กล้าโยนความผิดมาให้ข้าอีก ไม่มากไปหน่อยรึ”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
เซียวหรันกัดฟันพยายามระงับความหงุดหงิดในใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบที่สุดเท่าที่ทำได้
“ยังไงก็แล้วแต่ เ้าควรกลับไปคุยที่จวนกับข้าก่อน”
“อยากให้ข้ากลับไปจริงหรือ”
“ถูกต้อง”
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้” เซียวจิ่วเอ๋อร์ทำท่าคิดอะไรบางอย่าง ก่อนเปลี่ยนท่าทีกล่าวว่า
“เ้าคุกเข่าลง โขกหัวสามครั้ง และขอร้องข้าอย่างจริงใจ ข้าจะพิจารณาตามเ้าไป”
“เ้าช่างเพ้อเจ้อ!”
“ถ้าเช่นนั้น เ้ามาทางใดก็จงกลับไปทางนั้นให้ไว!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์รอยยิ้มเลือนหายไป นางไม่คิดเสียเวลาโต้เถียงอีกต่อไป ใช้พลังจากฝ่ามือผลักเซียวหรันให้ออกจากห้องโดยไม่แตะโดนตัวนาง ก่อนจะปิดประตูลงกลอน แล้วหันมามองปัญหาอีกอย่างที่ยังอยู่ในห้อง
“เซียวจิ่วเอ๋อร์ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เซียวหรันเคาะประตูอย่างร้อนรน “กลางวันแสกๆ เช่นนี้ เ้าอยู่ในห้องกับบุรุษลำพัง ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!”
“ไม่เกี่ยวกับเ้า! ไสหัวไปให้ไกล อย่ามาขัดขวางธุระของข้า!” เซียวจิ่วเอ๋อร์ะโด่ากลับอย่างรำคาญ ก่อนหันมาสบตากับเป่ยมู่หาน นางเอ่ยถามเสียงหนักแน่นแต่ไม่อ่อนข้อ
“ท่านมาหาข้ามีธุระอันใด”
เซียวหรันมาหานางเพื่อนำตัวกลับไปยังสกุลเซียวย่อมมีเหตุผล เป่ยมู่หานมาอยู่ที่นี่ ก็คงไม่ใช่แค่เดินเล่นอย่างไร้จุดหมาย
เป่ยมู่หานเงียบไป สายตาเขามองเซียวจิ่วเอ๋อร์ั้แ่หัวจรดเท้า
เขาถูกกู้เหยียนและซูย่างลากตัวมาที่นี่ กู้เหยียนมาตามหาให้นางแก้พิษ ส่วนซูย่างมาตามหานางแต่ไม่รู้ว่าเขามีธุระอันใด
เ้าสารเลวซูย่าง พอได้ยินเสียงเซียวหรันเข้ามาก็รีบะโหน้าต่างหนีไปทันที พร้อมลากกู้เหยียนไปด้วย
เป่ยมู่หานยังไม่ทันได้ตั้งตัว และเขาก็ไม่ใส่ใจที่จะตามไป จึงต้องมาถูกขังอยู่ในห้องนี้โดยไม่ตั้งใจ และถูกบังคับให้ชมละครเื่นี้จนจบ
เซียวหรันไม่มีทางเอาชนะเซียวจิ่วเอ๋อร์ได้ เป่ยมู่หานมั่นใจในข้อนี้
หากทั้งสองต่อสู้กันจริงๆ เกรงว่าภายในสิบกระบวนท่า เซียวหรันอาจต้องตายอย่างอนาถใต้เงื้อมมือของเซียวจิ่วเอ๋อร์
แต่ทำไมนางถึงไม่…
“ในเมื่อเ้าเกลียดนางนัก ทำไมไม่ฆ่านางเสียให้สิ้นเื่” เป่ยมู่หานเอ่ยเสียงเรียบแต่เจือไปด้วยความสงสัย
“ท่านราชครูเองก็รังเกียจข้าไม่ต่างกัน ไฉนถึงยังไม่ฆ่าข้าเสียตอนนี้เล่า” เซียวจิ่วเอ๋อร์ยิ้มบาง ขณะยกชายเสื้อพลิ้วลงนั่งรินชาใส่ถ้วย
“ต่างฝ่ายต่างก็มีเป้าหมายของตัวเองทั้งนั้น”
เป่ยมู่หานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“เ้าไม่อยากให้นางตายง่ายๆ ใช่หรือไม่”
“ท่านราชครูเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าชายหนุ่มที่ฉลาดเกินไปมักจะไม่น่าคบหาบ้างหรือไม่” เซียวจิ่วเอ๋อร์เลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้าไม่อยากให้เซียวหรันตายง่ายๆ ท่านเองก็คงรอเวลาที่จะประจานข้าอย่างเปิดเผยอยู่ใช่หรือไม่”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่ได้ปฏิเสธการคาดเดาของเขา นางคิดจริงๆ ว่าหากฆ่าเซียวหรันเพียงครั้งเดียวคงง่ายเกินไปสำหรับสตรีจอมวางแผนเช่นนั้น
หากเซียวหรันแต่งกับเจี่ยเจิ้งชู ถูกใช้งานในบ้านสกุลเจี่ยจนหมดแรง แล้วถูกหย่าขาดด้วยจดหมายหย่า ส่งกลับไปยังสกุลเซียว สุดท้ายตกตายใต้เงื้อมมือของพวกอสูร...นี่ต่างหากคือจุดจบที่เหมาะสมกับเซียวหรัน
พูดตามตรง เซียวจิ่วเอ๋อร์เริ่มอดใจรอไม่ไหวที่จะเห็นสิ่งที่เจี่ยเจิ้งชูจะทำกับเซียวหรันเมื่อเขาหายจากอาการโง่งม
นางเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ดวงตาเปล่งประกายราวกับวางแผนการบางอย่าง มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ ดูคล้ายดั่งมารร้ายที่กำลังคิดเล่นสนุก
เป่ยมู่หานจ้องนางอยู่พักใหญ่ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ทำชั่วไม่หยุดเช่นนี้ เ้าไม่กลัวโดน์ลงโทษหรือ”
“?”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึง
“ทำชั่วอย่างนั้นหรือ ข้านึกว่าตนเองกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแทนฟ้าเสียอีก เซียวหรันฆ่ามารดาข้าต่อหน้าต่อตาข้า หากข้าไม่แก้แค้นครั้งนี้ ข้าคงโดน์ลงโทษเสียเองกระมัง ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่เคยเชื่อใน์อยู่แล้ว หาก์มีตา ข้าก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
จากการถูกผู้ที่ไว้ใจฆ่าตาย กลับมาเกิดใหม่ในร่างหญิงไร้ค่า ทั้งยังต้องมาเจอคนวิปลาสไร้เหตุผลเช่นเขาอีก
“์ไม่ชอบข้า ข้าก็ไม่จำเป็ต้องทำตามลิขิต์”
เซียวจิ่วเอ๋อร์หันไปมองเป่ยมู่หาน ดวงตาฉายแววสนุกสนานพลางถามขึ้นว่า
“แล้วท่านเล่า ท่านเชื่อใน์หรือไม่”