“รินทร์ พ่อเราเริ่มถามแล้วนะว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน”
“พิมพ์อยากแต่งแล้วหรอ”
“อยากสิ เราจะสามสิบแล้วนะ”พิมพ์ชนกมองคู่หมั้นอย่างเง้างอน เขาสองคนหมั้นกันั้แ่ขึ้นปีหนึ่ง จนตอนนี้ทั้งคู่อายุยี่สิบแปดปีเข้าไปแล้ว สิบปีกับการหวงก้างของพิมพ์ชนก แต่ดูเหมือนฝ่ายชายยังไม่คิดขั้นเดียวกับหล่อน
“อืม ไว้เราพร้อมเราจะไปคุยกับท่าน”
“เดี๋ยวรินทร์!”หล่อนคว้าแขนวรินทร์ไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินหนีกันเช่นทุกครั้ง วรินทร์ลอบถอนหายใจทิ้งแล้วหันกลับมาหาคู่หมั้น
“เราไม่อยากรอจนถึงสามสิบนะ รินทร์ติดขัดตรงไหนบอกเราสิ”
“เรายังไม่พร้อม”
“แล้วเมื่อไหร่จะพร้อม!”พิมพ์ชนกขึ้นเสียงใส่ หมดภาพลักษณ์สาวผู้อ่อนหวาน ทั้งลูกน้องทั้งลูกค้าภายในโรงแรมต่างหันมามองที่เธอเป็ตาเดียว
พิมพ์ชนกมองซ้ายขวา กัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันให้วรินทร์ได้ยินเพียงคนเดียว ก่อนเ้าหล่อนจะเดินกระแทกส้นเข็มออกจากห้องอาหารสุดหรูชั้นห้าสิบ
“เราจะฟ้องคุณอา”
“คุณรินทร์…”
“ผมโอเค ขอน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้วนะ”วรินทร์สั่งงานให้ปรานี แล้วหมุนตัวกลับไปที่ห้องทำงานของตน
คำขู่ของพิมพ์ชนกไม่มีผลกับวรินทร์ตั้งนานแล้ว ยิ่งเมื่อหลังจากเหตุการณ์ที่เขาถูกทำร้ายจนเข้าโรงพยาบาล รชตก็ยิ่งไม่มีผลทางจิตใจเขามากยิ่ง
จากแต่ก่อนที่ทำตัวว่านอนสอนง่าย เพียงเพราะ้าอ้อมกอดอันอบอุ่นจากบิดา พอรู้ว่าไม่มีประโยชน์วรินทร์ก็เริ่มขัดใจรชตมากขึ้น
จากที่เขาต้องมาเดทกับพิมพ์ชนกทุกสัปดาห์ เขาก็บ่ายเบี่ยงเหลือเพียงเดือนละครั้ง คอนโดที่นราวิชญ์อยากได้ เขาก็ขายทอดตลาดเป็ที่เรียบร้อย
เรียกได้ว่าวรินทร์เป็ลูกอกตัญญูโดยสมบรูณ์ แล้วอย่างไร เขาไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่หญิงแพศยาคนนั้นพูดสักนิด วรินทร์ยังคงใช้ชีวิตเงียบ ๆ คนเดียว ทำงาน ขึ้นชั้นหก นอนเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรแย่กว่าความทรมานที่ผ่านมาหรอก
“น้ำเต้าหู้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ”วรินทร์ละจากกองเอกสารมาสนใจแก้วที่เลขาคนสวยยกมาให้ เครื่องดื่มนี้เป็สิ่งที่ยังยึดเหนี่ยววรินทร์ไว้ ต่อให้เขาไร้ความรู้สึกกับสิ่งใด ก็ยังมีนมถั่วเหลืองนี่ที่ทำให้เขาพอยิ้มออกมาได้
“เอ๊ะ…”แต่ดูเหมือนวันนี้น้ำเต้าหู้เ้าเดิมจะมีอะไรผิดปกติ จากกลิ่นหอมละมุนของถั่วเหลือง กลับมีกลิ่นไหม้ผสมมาด้วยเล็กน้อย
วรินทร์เงยหน้ามองเลขา ก็เห็นว่าปรานียืนกุมมือด้วยความเกร็ง เหงื่อข้างขมับเริ่มออก ทั้งที่ภายในห้องของเขาเปิดแอร์ถึงยี่สิบองศา
“คุณนีเปลี่ยนร้านเหรอ ทำไมมีกลิ่นไหม้”
“คุณรินทร์คะ คือ…ดิฉันขอโทษนะคะ”ปรานียกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงสั่นเช่นเดียวกับขาเรียวของหล่อน วรินทร์ไม่พูดอะไรเพียงหยักหน้าแล้วยกน้ำเต้าหู้ขึ้นดื่ม
“วันนี้ร้านเดิมปิดค่ะ แล้วดิฉันไม่รู้ว่าจะหาที่ไหนให้ถูกใจคุณรินทร์…”
“คุณนีจะอยากว่าผมเื่มากหรือ”วรินทร์เอ่ยแทรก หยักคิ้วเชิงถาม แต่เมื่อเขาทำท่าทีแบบนี้ เลขาคนแกร่งกลับลุกเข่าลงพื้น พร่ำบอกแต่ไม่ให้เขาไล่หล่อนออก
“คุณรินทร์อย่าไล่ดิฉันออกเลยนะ ดิฉัน…”
“เห็นผมใจร้ายขนาดนั้นเชียว”
“มะ เอ่อ มะไม่…”
“ช่างเถอะ แล้วสรุปซื้อที่ไหน”วรินทร์บอกปัด ท่าทีของปรานีไม่เป็ที่ชื่นชอบของเขานัก แต่เพราะอีกคนทำงานดีแถมเข้าใจเขามาก จึงไม่อยากถือสาเอาความอะไร แค่ตอบที่มาของน้ำเต้าหู้หอมกลิ่นไหม้มาเท่านั้นก็พอ
“ดิฉันได้มาจากพี่วิทค่ะ”
“วิท? เ้าของร้านหรือ”
“เปล่าค่ะ วิทยายามกะดึกของโรงแรมเราค่ะ”คำตอบของปรานีทำใจวรินทร์สั่นไหว เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่ปกติมันไม่เคยเป็
เขาไม่เคยรับรู้การเต้นของหัวใจมานานแล้ว ั้แ่มารดาจากไป
วรินทร์เอื้อมมือมาจับตรงอกข้างซ้าย ก่อนจะหลุดขำออกมา
ใจเต้น? หลุดขำ?
ช่างเป็สิ่งมหัศจรรย์สำหรับวรินทร์เหลือเกิน แก้วที่บรรจุน้ำถั่วเหลืองค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ภายใต้การมองของเลขาคนสวย ปรานีลอบมองรอยยิ้มของเ้านายด้วยใจพองโต
ในที่สุดหล่อนและพี่ชายก็ไม่ถูกไล่ออกแล้ว
“คุณรินทร์คะ”แม้อยากปล่อยให้เ้านายดื่มด่ำกับรสชาติแสนอร่อย แต่งาน่ดึกยังรอวรินทร์อยู่ หล่อนจึงต้องปลุกเ้านายให้ตื่นจากฝันหวาน
“ครับ”
“งานเลี้ยงใกล้เริ่มแล้วค่ะ”วรินทร์พยักหน้าตอบ ก่อนจะจำใจวางเ้าน้ำถั่วเหลืองที่เหลืออยู่ก้นแก้วลง เอื้อมมือไปหยิบสูทด้านหลังมาสวมใส่ แล้วเดินออกไปพร้อมกับปรานี
งานเลี้ยงฉลองปีใหม่ ที่วรินทร์เสนอให้จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานได้สนุกกันอย่างเต็มที่ หลังจากที่ผ่านเทศกาลปีใหม่มาแล้ว แม้ภายในงานจะไม่มีเครื่องดื่มมึนเมา เพราะห่วงใยกลัวว่าพนักงานจะตื่นมาทำงานไม่ไหว แต่ลูกน้องใต้ปกครอง ก็ไม่ได้โอดคราญเสียดายอะไร
“สุขสันต์วันปีใหม่ครับคุณรินทร์”
“มีความสุขมาก ๆ นะคะคุณรินทร์”
เข้ามาภายในงาน พนักงานทั้งหลายก็ต่างเข้ามาอวยพรปีใหม่ให้เขาทั้งนั้น วรินทร์ชนแก้วกับทุกคน จนเขารู้สึกแน่นท้อง จึงฝากให้ปรานีดูแลงานให้ ส่วนตัวเขาขอออกไปสูดอากาศด้านนอก แต่ไม่วายหยิบน้ำส้มติดมือมาสองแก้ว
ก็อก ก็อก
“เชี้ย!”เสียงอุทานดังมาจากป้อมยาม วรินทร์เคาะกระจกเพื่อให้รปภ.ของโรงแรมละจากหนังโป๊มาสนใจผู้มาใหม่
“ถ้าจะดูควรใส่หูฟังนะครับ”วรินทร์บอกด้วยเสียงราบเรียบ พร้อมกับยื่นแก้วน้ำส้มหนึ่งแก้วให้กับอีกฝ่าย
“ขอโทษครับคุณรินทร์”
“ไม่เป็ไร”วรินทร์ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเดินเข้าป้อมยาม แล้วลากเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ วิทยา รปภ.กะดึกเ้าของน้ำเต้าหู้เมื่อเย็น
ไร้บทสนทนามีเพียงเสียงจากหนังโป๊ของวิทยาที่ถูกปล่อยทิ้งเป็หมัน วรินทร์ใช้สายตามองที่จอกล้องวงจรปิด ส่วนวิทยาก็มองเ้านายของตนด้วยความสงสัย จู่ ๆ นายเหนือหัวก็มานั่งข้างกัน ทำให้วิทยาเกร็งตัวจนวรินทร์รู้สึกได้
“จะดูก็ดูเถอะ เดี๋ยวผมก็กลับแล้ว”วรินทร์พูดขึ้นทั้งที่ไม่หันมามองหน้า จึงไม่รู้ว่าวิทยาทำสีหน้าลำบากใจเพียงใด
วรินทร์มาขัดจังหวะที่เขากำลังจะเสร็จจาการดูกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ในมือถือ เ้าวิทน้อยก็ยังคงแข็งตรงไม่ยอมลง หากจะดูต่อแล้วช่วยตัวเองให้เ้านายดูก็กระไรอยู่ วิทยาจึงทำได้เพียงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สูดหายในเข้าออกหวังให้มันสงบ
“ผมมาขัดจังหวะเหรอ”เสียงของวรินทร์ดังขึ้น วิทยาลืมตามองเ้านาย ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์ยังค้างอยู่หรือความขี้เงี่ยนของตน วิทยาถึงรู้สึกว่าวิรนทร์หล่อ หล่อจนอยากยัดเหยียดความเป็ผัวให้
“ใช่ คุณรินทร์ต้องรับผิดชอบ”
“ยังไง”
“นอนกับผมสิ”วิทยายื่นหน้าเข้าไปใกล้เ้านายมากขึ้น เวลานี้เขาไม่กลัวจะโดนไล่ออกแล้ว ขอแค่ได้กินเ้านายแสนเย้อยิ่งตรงหน้าก่อนก็พอ ถ้าถูกไล่ออกจริง ไว้ค่อยหางานใหม่
“ผมต้องทำยังไง”คำถามของวรินทร์สร้างความสนใจแก่วิทยาเป็อย่างมาก เขาได้ยินข่าวว่าอีกฝ่ายหมั้นหมายกับคนรักมานานสิบปี ทำไมถึงยังถามคำถามนี้กับเขาได้
“คุณไม่เคยเหรอ”เ้านายหนุ่มส่ายหน้าปฏเสธ ทำเอาวิทยาเผลอนำมือมาตบหน้าผากตนแรง ๆ หนึ่งที เขานึกว่าวรินทร์จะเจนโลกพอช่วยเขาให้หายคัน ดูท่าเขาต้องโลกสวยด้วยมือเราเสียแล้ว
“ต้องทำเหมือนในคลิปนั้นเหรอ”
“ช่างเถอะคุณ กลับเข้าข้างในไป”วิทยาบอกปัด เตรียมกดหาคลิปใหม่เพื่อสร้างอารมณ์ของตนขึ้นใหม่ แต่กลับถูกมือเล็กแย้งมือถือไป แล้วเปลี่ยนเป็หน้าใส ๆ ของวรินทร์แทน
“สอนหน่อยได้ไหม ผมอยากทำเป็”
“ผมไม่เป็รับให้คุณแน่ ๆ ”วรินทร์ส่งสายตาส่งสัยไปให้วิทยา เขาไม่เข้าใจกับคำว่า เป็รับ ของคุณยามเสียเท่าไหร่ เขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นทำอย่างไร ต้องมีโพซิชันในการกระทำด้วยหรือ
“เฮ้ออ คุณยังเด็กเกินไป”
“ยี่สิบแปด นับว่าเด็กเหรอ”วิทยาถอนหายใจทิ้งไปกี่รอบแล้ว ั้แ่เจอหน้าาวรินาทร์ ภาพลักษณ์เย้อหยิ่งที่อีกคนสร้างมาถูกทำลาย ด้วยแววตาใสซื่อ เมื่อต้องมารับรู้เื่คาวโลกีย์
“เอาเถอะ ปล่อยผมช่วยตัวเองแล้วกัน”
“ขอลองทำได้ไหม”สำหรับวรินทร์นักธุระกิจที่ดี ต้องไม่พลาดทุกการเรียนรู้ใหม่ ๆ เมื่อมีโอกาสเขาก็อยากลองดู
เห็นพิมพ์ชนกรบเร้าเขาให้ทำมาหลายปีแล้ว แต่เพราะทั้งชีวิตไม่เคยหมกมุ่นกับสิ่งนี้ ทำให้เขาไม่สามารถมอบสิ่งที่เธอปรารถนาได้
“ผมต้องยอมคุณใช่ไหม ดี ผมี้เีชักเอง”
ว่าแบบนั้นวิทยาก็เอื้อมมือไปจับมือเล็กมาวางที่เ้าลูกชาย ด้วยขนาดของมันทำเอาวรินทร์ตาเบิกกว้าง เขาไม่เคยจับของสงวนของใครมาก่อน วรินทร์พยายามจะยกมือขึ้น แต่วิทยาก็ยังคงกดไว้ แล้วพูดขู่เ้านาย
“คุณอาสาแล้ว ถ้าไม่ทำผมจะฟ้องเมียคุณ”
แม้คำขู่ของวิทยา วรินทร์จะไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อลองวางไว้นาน ๆ ใจของเขาก็เริ่มเต้นเร็วขึ้นจนกว่าว่าอีกคนจะได้ยิน เขาถึงได้ย่อตัวลง เพื่อไม่ให้วิทยาได้ยิน
แต่ดูเหมือนวรินทร์จะคิดผิดเสียแล้ว ยิ่งเ้าตัวก้มตัวลง ใบหน้าใสก็ตรงกับแกนกายของวิทยา รปภ. ผู้หิวกระหายปล่อยมือเ้านาย แล้วมาปลดซิปกางเกงดึงล่นมันลงมาเล็กน้อยให้ลูกชายได้ออกมาสูดอากาศ พร้อมกับทักทายว่าที่แม่เลี้ยงของมัน
“ทักทายมันสิ”
“ยังไง”
“ลูบมันเบา ๆ เหมือนลูบหัวหมาอะ”วรินทร์ทำตามที่อีกคนแนะนำ เขาค่อย ๆ นำมือไปวางที่แกนกายสีเข้มอีกครั้ง ลูบมันเบา ๆ อย่างที่วิทยาบอก เขาได้ยินเสียงของคนบนเก้าอี้ร้องซี้ดออกมา ซึ่งทำให้วรินทร์ได้ใจ ทั้งลูบทั้งคลำจนมันเริ่มขยายใหญ่เต็มมือขาว
“มัน ใหญ่ขึ้น”
“ดีแล้ว ลองชิมมันดูสิ”
“ยังไง”
“ดูดเหมือนไอติม”ได้ยินแบบนั้น วรินทร์ก็พยายามนึกภาพไอศกรีมที่เคยชอบในวัยเด็ก เพราะเขาไม่ได้กินมานานแล้ว ไม่รู้ว่าเ้าสิ่งนี้จะมีรสชาติเหมือนไอศกรีมยังไง
“ดูดสิ”เมื่อถูกเร่งจากคน้า วรินทร์สูดหายใจตั้งสติก่อนจะก้มหน้าไปใกล้แกนกาย กลิ่นเหม็นเฉพาะของอวัยวะเพศ ตีพุ่งเข้าหน้าของวรินทร์จนต้องถอยหน้าออก แต่กลับถูกมือหนากดไว้ เขาจึงต้องกั้นใจก้มไปใช้ลิ้นเลียเพื่อทำความรู้จัก
เสียงซี้ดซาดจากวิทยาเป็ตัวบ่งบอกว่าวรินทร์ทำได้ถูกใจ เขาเหมือนได้รับแรงใจจากคน้าอ้าปากงับเอาเ้าท่อนเนื้อคับปาก
วรินทร์คล้ายว่าจะหายใจไม่ออก ท่อนเนื้ออัดแน่นจนขยับลำบาก น้ำลายก็ไหลย้อยตรงมุมปาก ทำใจสักพักวรินทร์ก็เริ่มขยับออกแล้วไล่เลียเหมือนมันเป็ไอศกรีมที่กำลังละลาย
“ซี้ดด ปากโคตรนุ่มเลยว่ะ”วิทยาเหมือนถูกดูดเข้าไปในห้วงแห่งกาม ลิ้นร้อนของวรินทร์เลียลูกชายของเขาจนแทบเสร็จ มือหนากดศีรษะมนให้ตรงกับแกนกาย บังคับให้วรินทร์กลืนกินมัน
วรินทร์ทำตามอย่างว่าง่าย ท่อนเนื้อขนาดใหญ่กลับเข้ามาในปากเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาแทบไม่ต้องทำอะไร เพราะวิทยากำผมเส้นเล็กของวรินทร์ แล้วดึงขึ้นลง ส่วนสะโพกคน้าก็กระแทกสวนกับปากบาง
“ดูดหน่อย ซี้ดด”วรินทร์ทำตามที่วิทยาบอก ทั้งถูกกดทั้งถูกสวน ทำเอาปากบางเริ่มรู้สึกเจ็บ เขาเจ็บจนอยากจะถอนปากหนี แต่ดูเหมือนคุณยามจะไม่ยอม เพิ่มแรงกระแทกมากขึ้น ไม่นานวรินทร์ก็รับรู้ถึงของเหลวถูกฉีดพ่นใส่ปากของตัวเอง
“อ้าา”วิทยาปล่อยกลุ่มผมที่กำไว้ เงยหน้ามองเพดานอย่างตาลอย เขาไม่เคยถูกออรัลแล้วสุขสมเช่นนี้ ปากบาง ๆ ที่ไม่เคยเหยียดยิ้ม กลับนุ่มกว่าของเล่นผู้ใหญ่อยู่มาก
วิทยากลับมามองหน้าเ้านาย เห็นวรินทร์งงงวยกับน้ำสีขาวขุ่นในปาก อีกคนคายออกมาแล้วมองหน้าเขา วิทยาหลุดขำเบา ๆ ก่อนจะหยิบทิชชู่ส่งให้คนที่นั่งอยู่พื้น
“ผมทำให้ไหม”วิทยาถาม
“ไม่เป็ไร แค่เช็ดออกเอง”
“ผมหมายถึง ให้ผมอมให้ไหม”วรินทร์ชะงักกับคำตอบของวิทยา ผู้ชายคนนี้พูดเื่เพศเหมือนเื่ปกติเชียวหรือ เขาก็เพิ่งเคยเจอ วรินทร์คิดว่าแค่เขาขอลองช่วยวิทยาก็เหมือนคนบ้าแล้ว แต่ยามคนนี้กลับบ้ากว่าเขามาก
“ไม่เป็…อ๊ะ!”ยังไม่ทันปฏิเสธดี มือหนาก็วางบนเป้ากางเกงของวรินทร์ เขาหยิบมือนั้นออกแล้วถอยห่างไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่ง
“อะไร อมขนาดนั้นคุณไม่มีอารมณ์หน่อยเหรอ”
“แล้วต้องมีด้วยหรือ”
“เชื่อคุณเลย”วิทยาสบถ เขาหวังจะได้ลองชิมของสูง แต่น่าเสียดายที่วรินทร์ดูจะไม่เล่นเกมส์กับเขา ชายวัยสี่สิบปีเอื้อมหยิบทิชชู่มาเช็ดลูกชาย ก่อนจะเก็บเข้ากางเกงดังเดิม
หันมองเ้านายหนุ่ม ยังคงเห็นวรินทร์มองเป้าเขาไม่พัก จนวิทยาอยากแกล้งรูดซิปลงอีกครั้ง แต่ถูกวรินทร์เอ่ยห้ามไว้
“พอ ๆ ไม่ต้องเอาออกมา”
“ก็เห็นมอง”วิทยาว่ายิ้ม ๆ แล้วนั่งลงตามเดิม สายตาก็คอยมองว่าอีกคนจะกลับเข้าโรงแรมเมื่อไหร่ เมื่อเสร็จอารมณ์หมายแล้ว วรินทร์ก็หมดประโยชน์ เป็เ้านายจอมเนี๊ยบเช่นเคย
“น้ำเต้าหู้เมื่อเย็น อร่อยดีนะ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็ไร นี่ค่าน้ำ”วรินทร์หยิบแบงค์สีเทาหนึ่งใบวางไว้ตรงหน้าวิทยา แล้วเดินออกจากป้อมยาม กลับเข้างานเลี้ยงเช่นเดิม เหมือนตนไม่ได้แอบไปเล่นซนอะไร
วรินทร์น้อวรินทร์…
“คุณรินทร์ปากไปโดนอะไรมาคะ”
คำทักท้วงของปรานี ทำวรินทร์มีสีหน้าเลิ่กลั่ก จับไปที่ปากของตนก็รู้สึกแสบเล็ก ๆ ก่อนจะขอกระจกจากปรานีมาส่อง
“อ๋อ ผมเดินชนขอบประตูทางออกน่ะ”แม้คำแก้ต่างขอวรินทร์จะเชื่อถือไม่ได้ แต่หล่อนจะปิดตาข้างหนึ่ง ทำเป็เชื่อเ้านาย
“แล้วคุณรินทร์อยากกลับหรือยังคะ”
“งั้นฝากคุณนีดูแลพนักงานนะครับ ผมขอตัวขึ้นไปพักก่อน”
“ฝันดีนะคะคุณรินทร์”
วรินทร์พยักหน้าน้อย ๆ แล้วหมุนตัวเดินเข้าลิฟต์ กดชั้นหกให้มันพาเขาไปสู่ห้องพัก วรินทร์ย้ายมาอาศัยอยู่ที่โรงแรม ั้แ่ขายคอนโดเ้าปัญหานั้น แม้จะถูกนราวิชญ์ตามระรานอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าให้อีกคนมาไล่บี้เอาของของเขาไป
“พี่วิท!”
“ไอ้เชี่ยเอ้ย พวกมึงเป็อะไรทั้งเ้านายทั้งลูกน้อง”วิทยาเอามือทาบอก เขารู้แล้วว่าทำไมวรินทร์กับปรานีถึงทำงานเข้าขากันได้ เพราะทั้งสองนิสัยเหมือนกันยังไงละ
นิสัยชอบทำคนอื่นใ
“อะไร นินทาคุณรินทร์เหรอ”ปรานีเย้าหยอกพี่ชายร่วมที่ทำงาน หล่อนจำได้ว่าเมื่อห้าปีก่อน วิทยาก็ด่ากรานเ้านายหล่อนเช่นกัน ที่วรินทร์ไล่ให้วิทยามาทำงานกะดึก
“ไม่นินทา พูดให้ได้ยิน”
“แล้วนี่มาทำไร”วิทยาเอ่ยถามธุระของคุณเลขาสุดแกร่งของโรงแรมนารีรัตน์ ที่จู่ ๆ ก็เดินมาหาเขาที่ป้อมยาม
“ของกินจ้า”ปรานียกถาดขึ้นมาประกอบการพูด ของกินหลายอย่างที่หล่อนเก็บไว้ให้พี่ชายได้กิน เพราะทำงานเป็ยาม ทำให้วิทยาไม่สามารถเข้างานเลี้ยงได้
หล่อนที่เป็น้องสุดที่รัก ก็แอบเก็บของน่ากินมาให้ หวังว่ามันจะส่งไปถึงหลานชายตัวน้อยของหล่อนด้วย
“มีขนมของน้องน้ำด้วยนะ”
“ขอบใจนะเ้านี ถึงท้องเ้าตัวแสบแน่ ๆ ”วิทยารับถาดของกินมาจากปรานี ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันสักพักก่อนจะแยกย้ายกัน เพราะปรานีได้เวลาออกงานแล้ว
ภาพหนุ่มสาวคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่ในสายตาของวรินทร์ตลอด เขาไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน ทำไมถึงได้มีท่าทีสนุกสนานขนาดนั้น
แต่สิ่งที่วรินทร์รับรู้ได้ ถึงหัวใจเ้ากรรมของตัวเขาเอง ที่มันคันหยุบหยิบจนเขานึกรำคาญ หากจะละสายตาหนี ก็กลัววิทยาจะล่อลวงคุณเลขาของเขาไปทำอะไรมิดี
ใช่เขาเพียงเป็เขาปรานี
ล่ะมั้ง
เมื่อเห็นปรานีและวิทยาแยกย้ายกันแล้ว เขาถึงยอมไปล้มตัวนอนที่เตียงขนาดคิงไซต์ ด้วยพื้นที่ของเตียงที่กว้างมาก ๆ ทำเอาวรินทร์เปล่าเปลี่ยว อยากได้คนมานอนหนุนนอนกอด
เช่น วิทยา…
เอ๊ะ!
ทำไมจู่ ๆ เขาถึงมีความรู้สึกเช่นนี้ล่ะ หรือต้องกลับไปหาพี่หมออีกแล้ว