“พวกนายจะทำอะไร ปล่อยนะ ไม่ใช่อย่างที่พวกนายคิดนะ ฉันไม่ได้ยั่วยวนพวกนายสักหน่อย”
ลิเลียคิดว่าชายทั้งสี่นี้คงเห็นเธอกำลังยั่วยวนพวกเขาอยู่แต่ความจริงนั้นเปล่าเลย ทว่าก็น่าแปลกที่ชายทั้งสี่คนนี้กลับไม่ตอบอะไรมา พวกเขากดเธอลงกับพื้นก่อนจะฉีกกระชากเสื้อผ้าเธอโดยง่าย คงไว้ให้เหลิอเสื้อผ้าบางส่วนซึ่งมันทำให้เธอดูยั่วยวนมากกว่าเดิมอีก
“ไม่นะ อย่าถอดเสื้อผ้าฉัน พวกนายเป็นอะไรกัหมด ถ้าเกิดคนในตระกูลรู้ว่าพวกนายข่มขืนฉัน พวกเขาคงต้อง...”
ลิเลียกำลังจะพูดว่า
‘พวกเขาจะต้องอับอาย’
แต่เธอก็นึกได้ จริงสินะ อย่างเธอเป็นแค่ผู้หญิงชั้นต่ำในตระกูล เหตุผลที่ยังคงอยู่ในตระกูลได้ก็เพียงเพราะมีสายเลือดของพ่ออยู่เท่านั้น ดังยั้ยน ถ้าหากเธอไปกรีดร้องโวยวายว่า
‘ฉันถูกคนในตระกูลข่มขืนค่ะ’
สิ่งที่พวกเขาจะตอบกลับมาพร้อมกับสายตาเหยียดหยามก็คงเป็น
‘งั้นเหรอ ดีแค่ไหนแล้วล่ะที่คนอย่างเธอได้มีสัมพันธ์สวาทกับจอมเวท ยัยตัวไร้ประโยชน์’
จะต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน ลิเลียนึกแล้วก็รู้สึกเวทนากับตัวเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องยอมให้คนพวกนี้ข่มขืน
“หยุดนะ ขอร้องล่ะ มีผู้หญิงที่ดีกว่าฉันตั้งเยอะนะ พวกนายไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ พวกนั้นก็พร้อมจะพลีกายให้นายเลยนะ”
แต่ว่าเหมือนชายพวกนั้นจะไม่ฟังคำพูดเธอเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ชายคนที่หนึ่งบีบริมฝีปากบนกับล่างเธอเข้าหากันจากทางด้านซ่้าก่อนจะเคลื่อนมือไปอีกทางจนสุดทางริมฝีปากด้านขวา
“อ อือ อื้ม !”
ทันใดนั้นลิเลียก็ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ ริมฝีปากบนกับล่างของเธอมีซิปติดกันทำให้ปากไม่สามารถอ้าออก จริงอยู่ว่าลิเลียไม่ได้เจ็บปวด แต่ว่ามันก็ทำให้เธอไม่สามารถ พูด สื่อสาร หรือว่าเตือนสติชายพวกนี้ได้อีกแล้ว
แต่ว่า ชายพวกนี้อยู่ในสภาพพำร้อมจะรับฟังเธองั้นเหรอ ลิเลียมองบรรดาชายหนุ่มรูปงามสมกับเป็นคนจากตระกูลขอมเวท แต่การกระทำของพวกเขาตอนนี้ไม่ต่างจากสัตว์ชั้นตต่ำ ดวงตาของเขาไรี้แวว ราวกับคนไม่มีสติ จากนั้น จุดเริ่มต้นของความทรมานก็เริ่มขึ้น
แขนและขาของเธอถูกกดลงกับพื้น ก่อนที่จะมีห่วงบางอย่างตรึงข้อมือเธอเอาไว้ให้ติดกับพื้น เช่นเดียวกับข้อเท้าของเธอ ท่วงท่าของเธอในตอนนี้อยู่ในลักษณะกากบาท และด้วยเพราะเสื้อผ้าถูกฉีกกระชากจนเหลือน้อยชิ้น ทำให้เธอไม่สามารถปกปิดส่วนน่าอายของร่างกายตัวเองได้เลย
ด้วยเพราะเธอไม่ค่อยได้ทานอาหารมากนัก มัวแต่เอาเวลาสนใจการอ่านตำราเพื่อหวังจะให้พลังเวทในตัวตื่นขึ้น เธอเลยเป็นคนค่อนข้างผอมบางเรี่ยวแรงน้อย หน้าอกหน้าใจของเธอไม่ได้มีขนาดใหญ่พอจะยั่วยัวชายพวกนี้ได้นัก ข้อดีเพียงอย่างเดียวคงเป็นเอวที่คอดด้วยความผอมของร่างกาย แต่นั่นก็ดูเหมือนกับคนขาดสารอาหารมากกว่า
แต่ว่า เหมือนชายพวกนี้ก็ไม่สนใจ แล้วเริ่มทำการลูบไล้ไปตามหน้าอกของเธอ และไม่อาจทราบว่าเพราะลิเลียไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้รึเปล่า เธอถึงรู้สึกว่าร่างกายของเธอช่างบอบบางเหลือเกิน มันไว้ต่อความรู้สึก ทุกครั้งที่มือพวกนี้สัมผัสร่างกายของเธอ ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตาม เธอก็กระตุกร่างกายราวกับถูกไฟฟ้าช็อต แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ามันรู้สึกดี
“หวาน ทำไมหน้าอกยัยนี่ถึงหวานแบบนี้”
ชายหนุ่มคนหนึ่งลูบไล้หน้าอกเธออย่างหื่นกระหาย
“หอม หอมเหลือเกิน”
ชายอีกคนก็นำลิ้นมาโลมเลียบริเวณซอกหูของเธอทำเอาลิเลียขนลุกเกรียว เธอพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ก็ไม่สามารถ และในที่สุด ชายคนที่สามที่อยู่ตรงหว่างขาของเธอ ก็ควักแก่นกายออกมา ทำเอาลิเลียเบิกตากว้าง
“เอาล่ะนะ ยัยร่าน”
จริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้เธอเพิ่โดนเซตข่มขืนไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจพร้อมรับการข่มขืนครั้งต่อไปสักหน่อย ความบอบช้ำทางจิตใจยังไม่หาย ยิ่งไปกว่านั้น แก่นกายของชายคนนี้กำลังกระตุกขึ้นลงอย่างน่ากลัวราวกับเป็นสัตว์ร้ายที่หื่นกระหายกำลังจ้องมองเหยื่อ
อย่านะ อย่าทำแบบนั้น ลิเลียได้แต่ภาวนาในจิตใจ แต่เหมือนชายพวกนี้คงจะไม่เข้าใจเธอ ไม่สิ ชายพวกนี้เป็นจอมเวท สามารถอ่านใจเธอได้ และเธอไม่มีเวทมนตร์เลย แปลว่าเธอไม่มีการป้องกันทางด้านเวทมนตร์ พวกเขาย่อมเข้าใจความคิดของเธออยู่แล้ว แต่การที่พวกเขายังไม่หยุดการกระทำของพวกเขา นั่นแปลว่าเจตนาของพวกเขาชัดเจน
“อื้อ !”
แม้ว่าร่องรักเพิ่งจะผ่านการร่วมเพศมาก่อนหน้านี้ แต่เธธอก็ยังไม่รู้สึกคุ้นชินเวลาที่แก่นกายชายเข้ามาในร่องรักของเธอ น้ำหวานของเธอหลั่งออกมาราวกับเป้นน้ำปัสสาวะ เป็นสารหล่อลื่นชั้นดีทำให้ชายหนุ่มกระแทกแก่นกายเข้าไปภายในร่องของเธออย่างง่ายดาย
การกระทำของชายตรงหน้าไม่ได้มีคำว่าอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เป็นการตักตวงความสุขจากร่างกายเธอเท่านั้น จนกระทั่งผ่านไปสักครู่ น้ำรักก็ถูกปล่อยออกมาค้างอยู่ภายในร่องรักของเธอก่อนที่ชายคนนั้นจะถอนแก่นกายออก
ลิเลียสูดหายใจเข้าออกด้วยความเหนื่อยหอบราวกับเธอเพิ่งไปวิ่งรอบสนามมา แต่เหมือนว่าชายพวกนี้จะไม่ได้ต้องการให้เธอพัก เพราะเมื่อแก่นกายแรกหลุดออกไป แก่นกายที่สองก็เสียบต่อด้วยระยะเวลาที่ห่างกันไม่ถึงวินาที ลิเลียถึงกับยกสะโพกขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกหระหลาด
ไม่สิ มันไม่ใช่ความรู้สึกแปลกอะไร มันคือความรู้สึกดีเพียงแต่เธอไม่ยอมรับเท่านั้น จนกระทั่งน้ำรักถูกปล่อยเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง ลิเลียรู้สึกรังเกียจชายตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ แต่ว่าทำไมกันนะ ร่องรักของธอกำลังกระตุกและบีรบรัด ราวกับต้องการบีบเอาน้ำรักของชายตรงหน้าเข้ามาในร่างกายเธอให้หมด
จนกระทั่งเมื่อชายคนนั้นเสร็จสมแล้ว ร่องรักของเธอก็ถึงกับตอดรัดแก่นกายของชายตรงหน้าในสภาพหดตัวเอาไว้ ก่อนที่เขาจะต้องออกแรงดึงออกมาจนมีเสียงดัง เปาะ ราวกับจุกขวดที่เปิดออก
และกระทั่งชายคนที่สามปรากฏตัวตรงหน้าเธอ และคราวนี้ ราวกับตราสัญลักษณ์ซัคคิวบัสของเธอส่งผลบางอย่าง มันเรืองแสงออกมาพร้อมกำับความรู้สึกบางย่างที่พุ่งเข้่ามาแทรกทุกความรู้สึกของเธอ ความอับอาย ความเจ็บปวด หรือว่าความรู้สึกอะไรก็ตาม ทุกอย่างมหาหายเหลือเพียงแค่ความสุขเท่านั้น จากนั้นดวงตาเธอก็เบิกโพล่งกับความรู้สึกมากมายที่เข้าจู่โจมจากปลายประสาทมาสู่สมอง จนกระทั่งชายคนที่สามปล่อ่ยน้ำรักออกมา
เหลืออีกแค่หนึ่งคนสินะ
ลิเลียคิดอยู่ในใจ แต่ว่า ทำไมกันนะ ทำไมเธอถึงรู้สึกเสียดายราวกับว่าความสุขของเธอจะต้องจบลงแค่นี้ ทว่าขณะที่ความคิดนั้นโผล่ขึ้นมา ลิเลียก็พยายามเรียกสติตัวเอง แล้วบอกไปว่า
‘จะไปมีความสุขกับเรื่องพวกนี้ได้ยังไง’
แต่ในห้วงจังหวะเดียวกันนั้นเอง อีกจิตใจหนึ่งก็โผล่ออกมาราวกับจะบอกว่า
‘ไม่แค่นี้ยังไม่พอ ต้องการมากกว่านี้’
และราวกับเป็นการตอบรับเจตนาอันไม่สามารถหาเจตจำนงค์ได้ ตราสัญลักษณ์ของลิเลียก็เรืองแสงออกมา ทำเอาชายหนุ่มที่อยู่รอบข้าง แก่นกายของพวกเขาที่อยู่ในสภาพหดตัวกลับมาผงาดกขึ้นอีกครั้ง ทำเอาลิเลียเบิกตากว้าง
‘ไม่นะ มันยังไม่จบแค่นี้งั้นเหรอ’
ลิเลียถามกับตัวเอง คำถามทีรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ว่า ระหว่างนั้นเอง ภายในร่องรักของเธอก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ราวกับเป็นการดูดซึมอาหาร น้ำเชื้อผ่านในร่องรักของเธอหายไป ความรู้สึกเหนียวเหนอะจนน่ารังเกียจหายไป และในขณะนั้นเอง
ตูม !
ราวกับคลื่นพลังบางอย่างกระแทกออกมา ห้องสมุดของตระกูลก็เกิดการสั่นสะเือนราวกับแผ่นดินไหว ทำเอาจอมเวทหลายคนต่างตรงไปยังสถานที่เกิดเหตุ ท่ามกลางฝุ่นควันมากมาย และกระดาษจากหนังสือที่กระจัดกระจาย พวกเขาก็พบกับร่างของจอมเวทหนุ่มที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้น
“ไม่เอาแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว ได้โปรด พอได้แล้ว”
ตาของพวกเขากลับมามีแววตาแห่งชีวิตและสติอันมั่นคงอีกครั้ง แต่ว่าตอนนี้ ท่ามกลางชายทั้งสี่คนนั้น มีร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง กำลังนั่งทับแก่นกายขอชายตรงหน้า ก่อนมือเรียวจะนำแก่นกายนั้นไปเสียบภายในร่องรักของตนเองอย่างชำนาญ แล้วออกแล้วขยับเล็กน้อย
“เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว จะเสร็จแล้ว ขอล่ะ ช่วยทนอีกนิดน่ะ”
พรืด !
“อะไรกัน เสร็จไวเกินไปแล้ว แบบนี้ทำให้ฉันเสร็จไม่ได้หรอกนะ”
เด็กสาวส่ายหน้าก่อนจะมองแก่นกายที่หดลงเล็กเมื่อหมดหน้าที่ของมัน แต่ว่า เด็กสาวก็ราวกับเด็กน้อยที่เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก แล้วติดใจต้องการจะเล่นอีกครั้ง มือของเธอสัมผัสแก่นกายนั้นและลูบไล้เพียงแผ่วเชบา แก่นกายนั้นก็กลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง
“พอแล้ว หยุดได้แล้ว”
ชายคนนั้นกล่าวออกมาราวกับการอ้อนวอนขอชีวิต แต่เด็กสาวก็ไม่ฟัง และทำการยัดแก่นกายของชายคนนั้นเข้ามาในร่องรักอีกครั้ง
ขณะเดียวกันนั้นเอง บริเวณเอวของเธอนั้น ก็มีปีกค้างคาวงอกออกมา ทำเอาหลายคนที่เห็นต่างคิดออกมมาเป็นเสียงเดียวกัน
“นั่นมัน… ซัคคิวบัส”
และท่ามกลางสายตาทั้งหมด จอมเวทอาวุโสก็เอ่ยออกมาพร้อมกับดวงตาเบิกกว้าง
“เมล็ดพันธ์ที่ถูกทิ้งเอาไว้ เริ่มงอกเงยแล้วงั้นเหรอ ยัยปีศาจตัวนั้น”