เสียงคำรามของกองทัพอสูรพันตาดังกึกก้องประหนึ่งกลองรบจากอเวจี สั่นะเืไปถึงรากฐานของหอคอยร้อยอสูรที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางนครหลวงหานหยาง บนยอดบันไดวนที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ชั้นสูงสุด เ้าชายเจ็ดในชุดฉลองพระองค์สีม่วงเข้มยืนเด่นเป็สง่า ดวงตาสีม่วงประหลาดของเขาจับจ้องลงมายังหลินเทียนและพี่สาวของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและดูแคลน
"พี่หญิง... ท่านยังดื้อรั้นพาเ้ามดปลวกนี่มาขวางทางข้าอีกหรือ?" เ้าชายเจ็ดแค่นเสียงหัวเราะ "ในเมื่อท่านเลือกที่จะยืนข้างศัตรู เช่นนั้นก็จงกลายเป็ปุ๋ยให้แก่กองทัพอสูรของข้าเสียเถิด! ฆ่าพวกมันให้หมด!"
สิ้นคำสั่ง ฝูงอสูรพันตาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์กึ่งแมลง ิัสีเทาตะปุ่มตะป่ำและมีดวงตาสีแดงฉานงอกอยู่ทั่วร่างนับพันตัว ก็พุ่งทะยานลงมาจากเพดานและผนังหอคอยดุจห่าฝนสีดำ พลังปราณที่ชั่วร้ายและกลิ่นอายความตายปกคลุมไปทั่วโถงวิหารจนแทบจะหายใจไม่ออก
หลินเทียนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว กระชับกระบี่ัพลิกฟ้าที่เพิ่งหลอมรวมชิ้นส่วนที่สองสำเร็จ ใบดาบสีดำขลับบัดนี้แผ่รังสีสีเงินยวงปนน้ำเงินที่เข้มข้นจนเกิดเป็ประกายอัสนีจางๆ วิ่งวนอยู่รอบคมดาบ เขาหันไปมองจิ่นเทียนเสวี่ยที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกาย "องค์หญิง... ท่านช่วยคุมเชิงให้ข้า ข้าจะเปิดทางผ่านกองทัพขยะพวกนี้เอง!"
"ระวังตัวด้วยหลินเทียน พลังของอสูรพวกนี้อยู่ที่ดวงตาของมัน อย่าให้พวกมันรุมล้อมเ้าได้!" จิ่นเทียนเสวี่ยกล่าวพร้อมกับวาดมือสร้างม่านพลังสีม่วงสูงส่งเข้าคุ้มกันด้านหลัง
หลินเทียนหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสื่อสารกับ 'หัวใจัคราม' ที่สถิตอยู่ในจุดตันเถียน ทันใดนั้น แสงสีน้ำเงินเจิดจ้าก็ะเิออกมาจากร่างของเขา เกล็ดัสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนทั่วแขนและลำคอ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สี sapphire ที่แฝงไปด้วยอำนาจทำลายล้างสูงสุด
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่หก: จิตันิรันดร์!"
หลินเทียนทะยานร่างเข้าหากองทัพอสูรดุจัคลั่ง ท่วงท่าของเขาไม่ได้เป็เพียงการฟันกระบี่ธรรมดา แต่ทุกลูกพรรณที่เขาเคลื่อนที่ จะบังเกิดประกายอัสนีสีครามพุ่งกระจายออกมาจากร่าง สังหารอสูรที่เข้าใกล้ในรัศมีสิบวาให้กลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา คมกระบี่ัพลิกฟ้าตัดผ่านร่างของอสูรนับร้อยดุจตัดหยวกกล้วย เืสีเขียวคล้ำสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นศิลา
เ้าชายเจ็ดเห็นดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี เขารีบประสานมือร่ายอาคมมืด "ค่ายกลหมื่นตาปิดผนึก์!"
ดวงตาบนร่างของอสูรที่เหลืออยู่พลันเรืองแสงสีม่วงพร้อมๆ กัน ปล่อยลำแสงอาคมมืดนับหมื่นสายพุ่งเข้าหาหลินเทียนมุ่งหมายจะตรึงร่างและจิติญญาของเขาไว้ ทว่าหลินเทียนกลับเหยียดยิ้มเ็า เขาชูกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ ปราณัครามควบแน่นจนกลายเป็ัั์โปร่งแสงที่ขดวนรอบตัวเขา
"สลาย!"
เพียงคำรามสั้นๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็สลายลำแสงอาคมมืดเ่าั้ให้กลายเป็อากาศธาตุ หลินเทียนไม่รอช้า เขาพุ่งเป้าไปที่เ้าชายเจ็ดโดยตรง "ถึงตาเ้าแล้ว!"
"เ้า... เ้าเป็ตัวประหลาดอะไรกันแน่!" เ้าชายเจ็ดตวาดด้วยความหวาดกลัว เขาชักกระบี่ 'เนตรอเวจี' อาวุธระดับิญญาชั้นสูงออกมาประชัน ปราณสีม่วงดำปะทะกับปราณสีครามจนหอคอยทั้งหลังสั่นะเื การปะทะกันของพี่น้องราชวงศ์และผู้สืบทอดัทำให้มิติรอบข้างเริ่มแตกร้าว
ในการปะทะครั้งสุดท้าย หลินเทียนรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่ "กระบี่ผ่ามิติ: อัสนีัพิฆาต!"
รอยแยกมิติสีครามพุ่งผ่านร่างของเ้าชายเจ็ดไปอย่างแม่นยำ ชุดเกราะมืดและกระบี่เนตรอเวจีแตกกระจายออกเป็ชิ้นๆ ร่างของเ้าชายเจ็ดปลิวไปกระแทกกับกำแพงจนกระอักเืคำโต แววตาที่เคยบ้าคลั่งบัดนี้เหลือเพียงความพ่ายแพ้และหวาดกลัว
หลินเทียนเดินเข้าไปหาศัตรูที่หมอบอยู่บนพื้น ปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอ "บอกมา... ชิ้นส่วนที่สามอยู่ที่ไหน?"
เ้าชายเจ็ดหัวเราะอย่างขมขื่น "เ้าชนะข้าได้... แต่เ้าไม่มีวันชนะ 'ท่านผู้นั้น' ได้... ชิ้นส่วนสุดท้าย... อยู่ที่ใจกลาง 'ทะเลทรายมรณะ' ในวิหารแห่งการล่มสลาย... หากเ้ากล้า... ก็จงไปที่นั่นเพื่อพบกับความสิ้นหวังที่แท้จริง!"
สิ้นคำพูด เ้าชายเจ็ดก็ใช้พลังเฮือกสุดท้ายสลายร่างกลายเป็หมอกมืดหนีหายไปในรอยแยกมิติ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความพ่ายแพ้ จิ่นเทียนเสวี่ยเดินเข้ามาหาหลินเทียน แววตาของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและกังวล "ขอบใจเ้ามากหลินเทียน นครหลวงได้รับความสงบสุขกลับคืนมาแล้ว... แต่ทะเลทรายมรณะคือสถานที่ที่แม้แต่เทพยังไม่อยากเหยียบย่าง"
หลินเทียนเก็บกระบี่เข้าฝัก แสงสีน้ำเงินบนร่างค่อยๆ จางหายไป "ไม่ว่ามันจะอันตรายเพียงใด ข้าก็จะไป... เพื่อจบสิ้นเื่ราวนี้ และทวงคืนเกียรติยศให้แก่ตระกูลัคราม"
เขามองไปยังขอบฟ้าทิศตะวันตกที่ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า การเดินทางครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอันตรายที่สุดกำลังรออยู่เบื้องหน้า มหากาพย์แห่งกระบี่นิรนามบทที่ยี่สิบจบลงท่ามกลางชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และการเริ่มต้นของบททดสอบสุดท้ายที่แท้จริง!