ตลอดวันกงจักรหางานเล็กๆน้อยๆให้ทำเพราะเกรงว่าหญิงสาวจะเบื่ออย่างที่บอก เขาพูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทำให้บรรยากาศภายในห้อง ซึ่งมีเพียงเขาและเธออยู่กันสองคนผ่อนคลาย
แม้ไม่ได้ชวนสนทนามากนัก แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าปฏิกิริยาที่ชมพูรักแสดงออกค่อนไปในทางที่ดี ทุกครั้งที่ลอบมองวงหน้าหล่อน จึงทำให้หัวใจเขาพองโตแทบคับอก
ผลประมวลของความชอบจึงได้บทสรุปว่า...ไม่แน่ชมพูรักก็อาจจะมีใจให้เขา
มนุษย์เรายามรักยามชอบใครมักเข้าข้างตนเองก่อน ว่าคนผู้นั้นอาจจะมีใจตอบรับ แม้จะเป็เพียงคำพูดเล็กน้อยหรือท่าทางที่อาจดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นพึงใจ
กงจักรก็เป็เช่นนั้นคิดและรู้สึก แถมยังหวังไว้เต็มร้อย
ต่างกับกมลาที่นั่งหงุดหงิดจนไม่เป็อันทำงาน คอยแต่ระแวงระวังอยู่นอกห้องและเคาะประตูเพื่อเดินเข้าออก ทำทีเป็มีธุระเื่งานบ้าง ไม่ใช่เื่งานบ้างเพียงเพื่อจะเสนอหน้าเข้าไปขัดจังหวะ ไม่ให้ทั้งสองคนมีโอกาสเพื่อจะสานสัมพันธ์
ถุงกล้วยแขกที่วางบนโต๊ะทำงานยังคงอยู่เท่าเดิม ก็ในเมื่อไม่มีแก่ใจอยากทานั้แ่ทีแรก พอลับหลังนิดากมลาก็โยนถุงกล้วยแขกทิ้งลงถังขยะ ทำปากขมุบขมิบใส่ ทำกับคนไม่ได้ก็ทำกับของกิน
ครั้นพอตกเย็นกงจักรก็ทวงถามถึงเื่ที่คุยเมื่อกลางวัน ว่าตกลงใจจะให้ไปส่งที่บ้านใช่ไหมแต่พอหญิงสาวทำท่าชั่งใจ ชายหนุ่มก็หน้าตึงขึ้น และยืนยันคำเดิม
จะว่าถูกบังคับก็เป็ได้แต่ชมพูรักก็ไม่ได้ปฏิเสธ หล่อนคว้ากระเป๋าสะพายและเดินนำออกไปพอเจอหน้านิดาก็เข้าไปกระซิบ พอให้ได้ยินกันสองคน
นิดาพยักหน้ารับเป็เชิงว่าเข้าใจ หากกมลาที่ยืนข้างกันค้อนขวับอย่างหงุดหงิดและอดถามไม่ได้ “จะกลับบ้านแล้วเหรอ ตรงเวลาจริงนะ เลิกงานปุ๊บก็ไม่รอช้า”
“พอดีมีธุระค่ะ มีนัดกับคุณพ่อ”
แม้จะไม่ขยายความในเื่อันเป็ส่วนตัวแต่คนถามก็ไม่ใคร่อยากรู้ ถ้าไม่เห็นว่าคนที่เดินตามออกมาจากประตูจะทำท่าสนิทสนมกับชมพูรัก
“ไปกันรึยัง ผมชักหิวแล้ว”
ชมพูรักหันไปหลิ่วตาให้เพื่อนหมายจะยั่วเย้ากมลาให้เข้าใจผิด นึกสนุกที่กลั่นแกล้งให้คนอารมณ์ไม่คงที่อย่างเลขาฯสาวประสาทเสียถ้าชมพูรักหันกลับไปมอง คงได้เห็นท่าทางพิลึกพิลั่นที่ฝ่ายนั้นแสดงออก
นิดาจึงกล่าวสวัสดีและขอตัวกลับบ้านบ้างโดยที่เดินตามกันไปติดๆ ปล่อยให้กมลายืนหน้าหุบเป็ดอกบัวตูม ยืนกระทืบเท้าเต้นเร่าๆอยู่ขอบโต๊ะหน้าบอกบุญไม่รับทีเดียว
พอเดินมาถึงลานจอดรถชมพูรักเดินไปอีกทางกับที่รถของรองประธานหนุ่มจอดอยู่ แต่กลับเดินไปขนาบข้างนิดาและชวนกันคุยส่งเสียงคิกคัก
“เธอจะไปไหนน่ะ รถผมอยู่ทางนี้” กงจักระโไล่หลัง
สองสาวหันกลับมามองพร้อมอมยิ้มในขณะที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ เขาหายใจแรงรู้สึกประหม่า มองตาสองสาวสลับไปมาแล้วก็เอ่ยขึ้น
“นิดจะกลับพร้อมชมพูรึเปล่าครับ ผมจะได้ไปส่ง”
เขาเพิ่งเรียกหญิงสาวด้วยชื่อเล่นเต็มปากเต็มคำและทำทีเป็พูดอ้อมค้อม นิดาหันไปมองเพื่อนก่อนตอบ “ไม่รบกวนคุณกงจักรดีกว่าค่ะ นิดขับรถมาเอง”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปส่งชมพูที่บ้านให้ครับ ทางเดียวกับบ้านผมพอดี”
“ใครว่าฉันจะกลับพร้อมกับคุณ ฉันจะไปธุระกับนิดก่อน”
หญิงสาวยิ้มอย่างเป็ต่อแล้วก็เดินไปยังรถของนิดาที่จอดในช่องถัดไป “พรุ่งนี้เจอกันค่ะ ขอบคุณในความหวังดี”
แม้ว่าวันนี้ท่าทีของชมพูรักยังไม่ชัดเจนแต่กงจักรก็คิดว่าจะเดินหน้าต่อ ยิ่งจีบยากนี่สิยิ่งท้าทายเขาไม่เคยเชื่อด้วยซ้ำในเื่ ‘บุพเพสันนิวาส’ ดังนั้นการที่เขานึกชอบหล่อนเพียงแค่ไม่กี่วันจึงเป็เื่ที่เขาคิดว่าเขาคือผู้ลิขิต เขาคือผู้กำหนดเอาเอง
แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอนสัจธรรมในข้อนี้เขาลืมนึกถึง วันนี้ที่บอกว่า ‘ชอบ’ ใครเลยจะรู้ว่า พรุ่งนี้อาจรู้สึก ‘เกลียด’ ก็เป็ได้
ต้องเกลียดทั้งๆที่ยังรัก...และเกลียดจนเข้ากระดูกดำ
........................................จบตอนที่ 7