ซุนถือของสามอย่างไว้ในมือเหลือเวลาอีกสามเดือนทุกสำนักจะเปิดรับศิษย์ใหม่ ข้าต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้
ซุนหยิบของสามสิ่งเก็บไว้ในห้องของมัน และไปเตรียมอาหารเย็นให้ท่านย่า ในระหว่างกำลังข้าวเย็นใกล้เสร็จ
ซุนได้ยินเสียงดังมาจากลานประลองของหมู่บ้าน
ฮู เล่ ฮู เล่ ฮู เล่ ฮู เล่
“ ยินดีกับท่านผู้นำที่ได้ชิงเกราะเกร็ดัแดงพันปี มาอยู่ในมือได้สำเร็จ “
เสียงดังมาเป็ระยะภายในลานหมู่บ้านมีการฉลองอย่างครึกครืน
ซุน ลอบแอบมองเงียบอยู่ด้านหลังต้นไม้และค่อยๆหายกลืนไปกับเงามืดมุ่งหน้ากลับบ้านมันนำของสามสิ่งใส่ถุงเดินไปหาย่า
“ ท่านย่าข้าขอออกไปฝึกวิชา อาจจะไม่ได้กลับบ้านสักพัก”
ซุนเ้าไปเถอะ จงแข็งแกร่ง อย่าให้ใครมาดูถูกเ้าอีก
ซุนออกจากหมู่บ้านเดินขึ้นเขาตามความทรงจำในวัยเด็ก ย่าเคยพามันขึ้นเขาไปเก็บของป่าบังเอิญไปเจอถ้ำมันรีบมุ่งหน้าไปที่ถ้ำ แต่ด้วยภูมิประเทศทิวทัศน์เปลี่ยนไปมาก การดำเนินต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วยามกว่าจะหาถ้ำพบอันดับแรกเมื่อถึงรีบเร่งทำความสะอาด จัดเตรียมบริเวณรอบให้พร้อมสำหรับฝึกวิชา
ด้านนอกถ้ำคืนนี้ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงดาว
ซุนหยิบกล่องไม้สีดำไร้ลวดลายขึ้นมาไว้บนมือ เปิดกล่องออกพบ ไข่มุกสีดามือมิดไรแสงปราณทมิฬในค่ำคืนนี้ยิ่งน่าหวาดหวั่นปลดปล่อยปราณทมิฬออกมาอย่างเข้มข้นกว่า่เวลาที่พบมันในครั้งแรก
เอือก เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นมา
“ ข้าจะกินมันหรือมันจะกินข้ากันแน่น ” ซุนเอ่ยด้วยความหวาดวิตก
“ เหลือเวลาอีกสามเดือนกว่าสำนักจะเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากวิธีนี้ ”
เฮ้ออ… ซุนถอนหายใจอย่างหนัก
ซุนนั่งเตรียมใจฝืนโยนไข่มุกเข้าปากไหลลื่นลงคอ
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาดังขึ้นสะท้านลั่นถ้ำ
อ๊ากกกกกกกกกก…
ซุนขยับมือเลื่อนมากุมท้องน้อยด้วยความปวดร้าว ลำตัวบิดงอ ่หน้าอกปรากฎแสงสีดำทมิฬจากจุดเล็กขยายมาเท่ากำปั้นสีดำทมิฬเริ่มกระจายเข้าสู้ชั้นิัออกไปทั่วร่าง ไล่จากอกไปตามแขน ขาแล้วขึ้นหน้า ทั้งหมดจนเป็สีดำทมิฬประดุจหลุมดำที่ไร้ที่สิ้นจุด เส้นแสงทองปรากฏขึ้นจากจุดตันเทียนกระจายลามเข้าสู่เส้นเื แผ่นหลังปรากฏปีกสีดำทรงพลัง ดวงตากลับกลายเป็สีแดงราวกับเื
ภายในห้วงความคิดปรากฏเงาทมิฬขนาดใหญ่ยืนหยัดประหนึ่งภูผา ั์ตาสีชาดจองมันด้วยแววตาที่เหยียดหยาม
“เ้ามนุษย์ตัวน้อยั้แ่เ้าฝืนชะตากลืนไข่มุกทมิฬของข้า ชะตาของเ้าจะพลิกผันไม่อาจคาดเดา เ้าจะอยู่เหนือเหล่าอสูรทั้งปวง ” เงาทมิฬกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
“ ข้าเฟยซุนชีวิตของข้าต่อไปนี้ ข้าจะก้าวไปในเส้นทางที่ข้าเลือกเท่านั้นเ้าเป็แค่สิ่งของที่ท่านแม่ข้า่ชิงมา เ้าไม่อาจมาตัดสินชะตาของข้า ” เฟยซุน รวบรวมความกล้าทั้งชีวิตะโกลับไปอย่างหวาดหวัน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าเ้ามนุษย์ตัวต้อยต่ำที่สุดในห้วงา ริอาจต่อปากต่อคำกับข้า… ”
ปุ้ง ภาพเสมือนถูกตีกลับอย่างแรงภาพในห้วงความคิดค่อยๆ เรือนรางหายไป
มันฝืนประคองสติที่กำลังเรือนราง พลิกกายฝืนลุกขึ้นมานั่งโคจรลมปราณที่แตกกระจายไปทั่วร่าง มันเร่งรีบรีดเร้นลมปรานที่กระจายไล่จากบนลงกลางจากล่างขึ้นบนหมุ่นรวมประสานเข้ากับจุดตันเทียน
วันเวลาหมุนผ่านไปนานยิ่งกว่า่เวลาที่ฝึกรวมปราณกับหยาง สีหน้าของมันในยามนี้ปวดร้าวคล้ายกับใช้เท้าเปล่าเดินบนเพลิงบรรลัยกัลป์ ความเ็ปท่ีค่อยๆกลืนกินสติ ภายในระยะเวลาไม่กี่อึกใจปีกสีดำที่แผ่นหลังของมันค่อยๆกลับคืนเข้าสู่แผ่นหลังของมัน ผิวกายที่เคยแตกระแหงค่อยๆประสานกลับคืนสู่สภาพเดิม
ผ่านไปสี่ชั่วยาม
ั้แ่เริ่มทุกอยากกำลังย้อนกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติพลังปราณของมันเดิมที่อยู่่กำเนิดลมปราณขั้นสี่พลันสลายไปจนหมดสิ้น ตัวมันที่ไม่คาดคิดจะคิดย้อนเสียใจกับการกระทำก็ไม่ทันกาลย้อนคืนได้ สภาวะอารมณ์เกิดขึ้นระลอกสั่นไหวกำลังกายและกำลังพลันสลาย ร่างกายไม่มีเรียวแรงไม่อาจฝืนระคองสติ มันทำได้เพียงทิ้งร่างสลบไปลงไปกับพื้นถ้ำ
วันเวลาหมุนผ่านไปครบหนึ่งวัน
ั์สีดำลืมตาอย่างแช่มช้า สองแขนฝืนยกดันตัวขึ้นมานั่งพิงกำแพงอย่างทุลักทุเล
“ ข้าเกือบตายไปแล้วใช่ไหมท่านแม่ข้าเกือบต้องทิ้งชีวิตน้อยๆเพราะท่านเลยนะ ท่านเอาอะไรให้ข้ากินเนี่ย แล้วไอตัวน่ากลัวที่ปรากฏห้วงความคิดของข้านั้นมันคืออะไรกัน”
มันสำรวจร่างกายจ้องมอง แขน ขา นิ้วมือนิ้วเท้า เอามือลูบหัว ทุกอย่างปกติ โครงจรพลังปราณที่ลดลงมาเหลือเพียงขั้นเริ่มต้น
“กลับสู่ขึ้นที่หนึ่งอีกแล้ว ไข่มุกนั้นมันดีจริงหรือไม่ข้าไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แถมพลังปราณข้ายังลดลงอีก” มันทำได้เพียงบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
ซุนฝืนสังขารลุกขึ้นยืนพาตัวเองออกไปหาแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้บริเวณถ้ำ ั์ตามันที่ไม่พบแสงสว่างมานานออกมาครั้งแรกั์ตาแทบบอด มันให้เวลาสักพักก่อนค่อยๆลืมตาปรับแสงให้พอดีมันใช้เวลาไม่กี่อึกใจ ฏ้สามารถเดินไปยังลำธารขณะที่กำลังโน้มกายลงตักน้ำดื่ม ทว่ามันพบกับภาพสะท้านตัวมันจากลำธาร สิ่งแรงที่เห็นสีผมมันเปลี่ยนไปเป็..สีดำทึบดวงตาก็เปลี่ยนแปลงเป็สีดำดูลึกลับอยากน่าหวาดหวัน