ในวันนี้บทละครที่เธอได้แสดงนั้น เป็บทละครที่เธอไม่ค่อยถนัด อีกอย่างวันนี้อากาศเย็นฝนก็ทำท่าจะตก แถมยังขึ้นมาถ่ายทำอยู่บนเขา มันทำให้เธอรู้สึกแย่ั้แ่ตอนเธอมาถึง หญิงสาวเดินเข้ามาในกองถ่ายพบผู้กำกับอยู่ในกองก่อนหน้าเธอแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้มาร่วมงานกับเขาถึงแม้ที่ผ่านมาเธอจะแสดงได้ดี และเขาก็ไม่เคยต่อว่าเลยสักครั้ง ทำให้เธอปลื้มเขามากขึ้นไปอีก แต่วันนี้มันไม่เหมือนกับทุกที บทที่แสนยากคือบทของนางเอกในยุคจีนโบราณที่เข้าปกป้องชายหนุ่มที่ตัวเองรัก และต้องาเ็จนใกล้ตาย ความรู้สึกของคนกำลังจะขาดใจตายอย่างอาลัยอาวรณ์ต่อคนรัก ไม่อยากพลัดพรากจากเขาแม้เพียงเศาเสี้ยวสักวินาทีเดียวความรู้สึกที่จะต้องแสดงออกมานั้น มันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิด อารมณ์ต้องสื่อออกมาให้ชัด หญิงสาวทบทวนบทอีกครั้งก่อนทำการถ่ายทำ เธออ่านบทเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอกำลังเข้าฉากต่อไป เธอคิดว่าเธอจะทำให้ดีที่สุด แต่แล้วในขณะที่เธอกำลังถ่ายทำนั้น เสียงผู้กำกกับก็ะโใส่เธอขึ้นทันที
“นี่คุณสวี่จางลี่บทของเธอเป็ตัวเอกในเื่นี้นะ คนที่ใกล้ตายและกำลังจะพลัดพรากจากคนรักมันต้องแสดงอารมณ์ให้มากกว่านี้ รู้จักไหม คำว่าอารมณ์น่ะ อารมรณ์ของคนที่กำลังจะตาย” เขาต่อว่าหญิงสาวเพราะการแสดงของเธอไม่ถูกใจเขา
“ผู้กำกับคะ ฉันก็แสดงเต็มที่แล้ว คุณจะให้ฉันใช่อารมณ์แบบไหนจะให้ฉันสื่ออารมณ์ของคนที่กำลังจะตาย ฉันไม่เคยตายสักหน่อยจะไปรู้ถึงอารมณ์นั้นได้ยังไงกัน" เธอเถียงเขาและแอบน้อยใจ เพระชายหนุ่มสั่งคัตมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าเธอจะทำยังไงก็ไม่ถูกใจของเขา สิ่งที่เฟยหลง้าไม่ใช่แบบนี้ เขา้าให้เธอสื่ออารมณ์ให้มากกว่านี้อีก"
“เธอไปอ่านบทมาใหม่แล้วเราค่อยมาเข้าฉากกันอีกครั้งหนึ่ง” ผู้กำกับต่อว่าหญิงสาวด้วยความโมโหพร้อมกับโยนบทลงบนโต๊ะ เขาเดินออกจากกองถ่ายไปทันที
หนึ่งชั่วโมงต่อมาจางลี่ก็มาเข้าฉากอีกครั้ง คราวนี้เธอพยายามทีี่จะแสดงอารมณ์ออกมาให้เต็มทีี่แต่แล้วผู้กำกับอย่างเฟยหลงก็สั่งคัตอีกครั้ง
“คัต เอาใหม่ ทำให้ดีกว่านี้นะ ฉากสุดท้ายแล้ว” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ทำให้จางลี่ใ นี่เธอยังทำไม่ดีพออีกงั้นหรอ หญิงสาวรู้สึกว่าความพยายามของเธอเริ่มจะหมดความอดทน เธอเริ่มท้อต่อความพยายามที่ทำ การที่จะทำให้เป็ที่ถูกใจเฟยหลงนั้นมันยากมากเกินไป แล้วความหวังที่จะได้ใกล้เขาอีกสักนิดไม่มีแล้ว ตอนนี้ก้าวของเธอค่อยๆ ถอยห่างออกมาคลายกับว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้ร่วมงานและใกล้ชิดกับเขาแบบนี้อีก นี่อาจเป็ครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่ใกล้เขา ในขณะที่เธอเข้าฉากที่หญิงสาวกำลังจะตาย และต้องจากลาจากคนรัก จางลี่เธอค่อยๆ ปล่อยน้ำใส ๆ ออกจากตา นั่นมันไม่ใช่การสื่ออารมณ์ในตัวละคร แต่มันคือน้ำตาของเธอที่คิดว่าเธอจะต้องแยกจากเขาชั่วนิรันดร์ ทุกคนที่อยู่ในกองถ่ายถึงกับอึ้งกับการแสดงของเธอที่สื่ออามรณ์ออกมาได้เหมือนจริง เฟยหลงจ้องมองหญิงสาวที่แสดงอารมณ์ออกมานั้น ชายหนุ่มถึงกับก้มหน้าลง
“คัต" เสียงของเฟยหลงดังขึ้น แต่น้ำเสียงนั้นแปลกไปกว่าทุกที เขามีท่าทีขรึม ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาจางลี่ เขาเอามือแตะที่ไหล่ของหญิงสาวเบาๆ
“คุณสวี่ วันนี้พอแค่นี้แหละ พรุ่งนี้เป็ฉากสุดท้าย ไม่มีบทของคุณ ฉากของคุณหมดแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องมาก็ได้ คุณพักผ่อนเถอะ” พูดจบเฟยหลงก็เดินจากไป ปล่อยให้จางลี่ที่ไม่เข้าใจ ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เธอมองตามเฟยหลงที่เดินออกไปจากกองถ่าย เธอรู้สึกเสียใจที่เขาพูดกับเธอด้วยท่าทีเฉยเมย
“นี่ฉันมันไม่ได้เื่อย่างนั้นสินะ เขาถึงไม่พูดอะไรเลย” เธอคิดว่าการที่เฟยหลงนิ่งเงียบไปแบบนั่น แสดงว่าเธอเล่นไม่ถูกใจเขา การที่ไม่พูดอะไรมันทำให้รู้สึกแย่ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กับเฟยหลง มันเริ่มจะเปลี่ยนเป็ความรู้สึกที่ไม่ชอบ หญิงสาวกลั้นน้ำตาด้วยความโกรธไว้ไม่อยู่ เธอเก็บกระเป๋าของเธอสะพายขึ้นบ่าและเดินออกไปทั้ง ๆ ที่ยังใส่ชุดจีนโบราณอยู่
“วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ ผู้จัดการช่วยเคลียร์คิวให้ด้วยนะคะ ฉันขอกลับก่อนแล้วกัน”
“นี่เดี๋ยวก่อนจางลี่ กลับมาก่อน” เสียงผู้จัดการร้องเรียกให้หญิงสาวหยุด เพราะเธอยังไม่ได้เปลี่ยนชุด
ทางด้านเฟยหลงนั้น เขาเดินกลับมาที่ห้องพักส่วนตัว ชายหนุ่มมีอาการสั่น จิตใจหวั่นไหวในฉากที่จางลี่แสดงเมื่อสักครู่ ฉากที่ต้องจากลาจากคนรักและไม่อาจกลับมาหาเขาได้ จางลี่แสดงได้ดีเลยทีเดียว เหมือนเธอกำลังรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เฟยหลงแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เหมือนเขาหลุดไปเป็คนรักของจางลี่ในฉากที่เธอแสดง เขาต้องรีบออกมาเพราะไม่้าให้ใครเห็นอาการของเขา เมื่อเขาได้สติและควบคุมอารมณ์ได้ เขาก็กลับไปหาจางลี่ที่อยู่ในกองถ่าย เพราะคิดว่าหญิงสาวคงจะรอให้เขาชมเหมือนทุกที เฟยหลงมาถึงที่กองถ่าย เขาพยายามมองหาจางลี่ แต่ไม่พบหญิงสาว ชายหนุ่มพบเพียงผู้จัดการส่วนตัวของเธอ
“ผู้จัดการ แล้วคุณสวี่ล่ะ?”
“จางลี่กลับไปแล้ว นี่ยังใส่ชุดที่ถ่ายละครออกไปอีก”
“เขาออกไปนานหรือยังครับ”
“สักครู่นี่เอง”
“หรอครับ”
“แต่จะว่าไปนะครับ จางลี่ไม่ค่อยสบาย เธอฝืนตัวเองมาสักพัก นี่ฉากของเธอก็หมดแล้ว เธอคงจะได้พักผ่อน”
“นั่นสิครับ เก่งนะครับที่เธอทำได้ขนาดนี้”
"ผู้กำกับครับ ฉากสุดท้ายของจางลี่เป็ไงบ้างครับ"
“ถึงจะสั่งคัตหลายครั้ง แต่สุดท้ายฉากเมื่อกี้เธอทำได้ดีมากเลยครับ ผมชอบฝีมือการแสดงของเธอ”
“ดีจังที่ผู้กำกับชอบ”
“ครับ” เฟยหลงหันหน้าไปมองผู้จัดการส่วนตัวของจางลี่แบบงง
“ก็จางลี่น่ะ ปลื้มผู้กำกับมากเลยนะครับ ถึงขั้นเป็ไอดอลของเธอเลย การที่เธอมีความพยายามขนาดนั้น นั่นเป็เพราะเธออยากให้คุณประทับใจ ถึงแม้ว่า่นี้เธอจะไม่ค่อยสบาย แต่เธอก็ยังพยายามอย่างมากนะครับ”
เฟยหลงยืนนิ่ง เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าจางลี่มีใจให้เขา เขาคิดว่าการที่เธอทุ่มเทขนาดนั้น นั่นเพราะเธอเป็อัจฉริยะที่เก่งและมีความรับผิดชอบสูง แต่ป่าวเลย การที่เธอทุ่มเทกับการแสดงขนาดนั้นนั่นเพราะ้าให้เขาประทับใจ ชายหนุ่มรู้สึกหน้าร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก ความจริงนั้น เฟยหลงก็แอบชอบหญิงสาวั้แ่ครั้งแรกที่พบ
“ผู้กำกับครับ บทเมื่อกี้เธอเล่นได้ดีจริง ๆ ใช่ไหมครับ?”
“ครับ ทำไมเหรอครับ?” เขาตอบพร้อมกับมองหน้าของผู้จัดการส่วนตัวของจางลี่ที่กำลังยืนคิดอะไรอยู่
“เมื่อกี้ผมรู้สึกเหมือนจางลี่จะร้องไห้นะ เห็นบอกว่าตัวเองไม่ได้เื่แล้วก็กลับบ้านไป” เฟยหลงหยุดชะงักกับคำพูดของผู้จัดการ
“หรือว่า” เขาคิดขึ้นได้กับคำพูดและท่าทีของเขาที่บอกกับหญิงสาว “คุณสวี่ วันนี้พอแค่นี้แหละ พรุ่งนี้เป็ฉากสุดท้าย ไม่มีบทของคุณ ฉากของคุณหมดแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องมาก็ได้ คุณพักผ่อนเถอะ” อย่าบอกนะว่าเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาต่อว่าเธอ ชายหนุ่มเมื่อนึกขึ้นได้ เขาก็รีบวิ่งออกไปจากสถานที่ถ่ายทำ ไปยังที่จอดรถ เขามองหารถของจางลี่แต่ไม่พบ หญิงสาวขับรถออกไปแล้ว ออกไปทั้งๆ ที่กำลังเข้าใจผิด ชายหนุ่มรีบขับรถตามเธอออกไปทันที