หลังจากที่หนานิเดินทางกลับ
เื่ราวที่เกิดขึ้นภายในสถาบันฮวงเทียนก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองฮุ่ย หนานอวี้ก็กลายเป็จุดสนใจของเมืองฮุ่ยทันทีและกลายเป็ประเด็นร้อนแรงที่สุดที่ตระกูลใหญ่รวมไปถึงกองกำลังที่เปิดสาขาในเมืองต่างก็รับรู้เช่นกัน
เวลานี้หนานอวี้ได้กลายเป็ศิษย์คนสำคัญของสถาบันฮวงเทียนและได้รับทรัพยากรระดับสูงทั้งหมดของสถาบันทันที แม้กระทั้งหนานหลินที่เป็น้องสาวก็ได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเช่นกัน
ตอนนี้เมื่อหนานอวี้เดินทางไปไหน ศิษย์ของสถาบันฮวงเทียนก็ต้องโค้งคำนับให้ด้วยความเคารพราวกับเขาคือลูกพี่ใหญ่ของสถาบันฮวงเทียน แม้แต่อาจารย์ทั้งหมดก็ยังต้องรับฟังคำกล่าวของเขาด้วยเช่นกัน
ความรู้สึกนี้หนานอวี้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะได้รับการปฏิบัติแบบนี้จากคนรอบข้าง
นอกจากนี้เขายังได้ถูกเชิญไปหาท่านเย่เจียงที่เป็เ้าเมืองฮุ่ยเพื่อสอบถามถึงครอบครัวของเขา เพราะเย่เจียงรับปากกับท่านหยางผิงเอาไว้แล้วว่าจะดูแลหนานอวี้และครอบครัวของเขาให้ดีที่สุด
และข่าวที่สำคัญที่สุดที่ทำให้กองกำลังทั้งหมดในเมืองถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆก็คือความแข็งแกร่งของหยางผิงผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรที่อยู่ในระดับราชันยุทธ์
เช้าวันถัดมา ที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง
หลังจากที่หนานิกินอาหารเช้าเสร็จแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังสถาบันฮวงเทียนเพื่อมาเยี่ยมพี่ๆของเขา
เมื่อหนานิมายังสถาบันฮวงเทียน เขาก็ถูกหยุดโดยผู้คุ้มกันด้านหน้า
“ พวกเ้าเป็ใครมาทำอะไรที่สถาบันฮวงเทียน? ” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งถามด้วยท่าทีจริงจัง
“ ข้าคือหนานิน้องชายของหนานอวี้ ข้ามาเยี่ยมที่ชายของข้า ” หนานิกล่าวพร้อมกับหยิบตราสัญลักษณ์ของตระกูลหนานให้กับผู้คุ้มกันดู
เมื่อผู้คุ้มกันเห็นตราสัญลักษณ์พวกเขาก็มองหน้ากันก่อนที่จะมองไปยังหนานิด้วยแววตาจริงจัง
“ รอสักครู่ข้าจะไปถามกับศิษย์พี่หนานก่อน ” หนึ่งในผู้คุ้มกันกล่าวด้วยนท่าทีจริงจัง
หนานิและคนอื่นๆจึงยืนรออยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าสถาบันฮวงเทียน
เวลานี้หนานอวี้กำลังพูดคุยกับหนานหลินและจ้าวเซียนอยู่ที่ศาลาหยุนฉี ซึ่งเป็สถานที่พักผ่อนของรองผู้ดูแลสถาบันฮวงเทียน
ในขณะนั้นเองก็มีศิษย์คนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความเคารพ
“ ศิษย์พี่หนานอวี้ มีคนบอกว่าเป็น้องชายของท่านรออยู่ด้านนอก เห็นว่าชื่อหนานิ ” ศิษย์คนนั้นกล่าวพร้อมกับยื่นตราสัญลักษณ์ของตระกูลหนานให้กับหนานอวี้
เมื่อหนานอวี้และหนานหลินก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
“ ดูเหมือนว่าน้องเล็กจะมาพวกเรา ” หนานหลินกล่าวด้วยอย่างมีความสุข
“ ใช่แล้วล่ะ ดูเหมือนว่าพร์ของน้องเล็กจะยอดเยี่ยมมากเช่นกันเนื่องจากเขาฝึกยุทธ์ได้ไม่กี่วันก็เข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่หนึ่งแล้ว ” หนานอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมมีวิธีติดต่อกัน เื่สำคัญแบบนี้หนานอวี้และหนานหลินย่อมรับรู้เป็ธรรมดา
“ ที่เ้ากล่าวมาคือน้องชายคนเล็กของพวกเ้าใช่ไหม? ” จ้าวเซียนถามด้วยความสนใจ
“ ใช่แล้วพี่สาวจ้าว น้องเล็กของพวกเราคืออัจฉริยะเชียวนะ เขาฝึกยุทธ์แค่ไม่กี่วันก็มาถึงระดับสร้างรากฐานขั้นที่หนึ่งแล้วทั้งๆที่เขาอายุเพียงแค่สิบสามปีเท่านั้น ” หนานหลินอธิบายให้กับจ้าวเซียนฟัง
“ อัจฉริยะจริงๆ! ” จ้าวเซียนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะอัจฉริยะบางคนกว่าจะเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานได้ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจจะเป็ปี แต่ไม่เคยได้ยินมาว่ามีคนเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน
จากนั้นทั้งสามก็พากันเดินไปยังหน้าทางเข้าสถาบันฮวงเทียน
เมื่อหนานอวี้และหนานหลินเห็นใบหน้าของหนานิ พวกเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข
“ น้องเล็ก ” หนานหลินวิ่งไปหาหนานิพร้อมกับหยิกแก้มของเขาด้วยความเอ็นดู
เมื่อเห็นว่าทีของหนานหลิน ผู้คุ้มกันก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือน้องชายของศิษย์พี่หนานอวี้จริงๆ พวกเขาจึงจดจำใบหน้าของหนานิเอาไว้ เผื่อครั้งหน้าที่หนานิมาเยี่ยมอีกครั้งพวกเขาจะได้รับไปแจ้งศิษย์พี่หนานอวี้ทันที
“ พี่ใหญ่ พี่รอง ” หนานิหลุดจากการหยิกแก้มของหนานหลินเขาก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม แม้ว่ามือของเขาจะลูบใบหน้าอยู่ก็ตาม
จากนั้นสายตาของหนานิก็มาหยุดอยู่ที่จ้าวเซียนก่อนที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่นว่า “ พี่ใหญ่นี้คือพี่สะใภ้ของข้าใช่ไหม ท่านเลือกได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ”
เมื่อได้ยินที่หนานิกล่าวมา จ้าวเซียนถึงกับก้มหน้าลงด้วยความอายแต่ถึงอย่างนั้นนางก็รู้สึกมีความสุขอย่างมากเช่นกัน
หนานอวี้หัวเราะเบาๆแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเขาเองก็มีใจให้กับจ้าวเซียนจริงๆ ไม่สิต้องบอกว่าทั้งสองต่างก็มีใจให้กันเสียมากกว่า
นอกจากนี้บิดาของจ้าวเซียนเองก็สนับสนุนทั้งสองอีกด้วย แม้ว่าตอนแรกจ้าวสิงหงจะไม่ได้ว่าอะไรกับการที่จ้าวเซียนมาชอบหนานอวี้ เพราะจ้าวสิงหงก็รู้ดีว่าหนานอวี้คือศิษย์อัจฉริยะของสถาบันฮวงเทียน เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานจ้าวสิงหงกลายมาเป็ผู้สนับสนุนหลักในการให้จ้าวเซียนคบกับหนานอวี้ทันที
แถมจ้าวสิงหงยังป่าวประกาศไปทั่วอีกว่าบุตรสาวของเขาจ้าวเซียนนั้นเป็คนรักของหนานอวี้ เื่นี้สร้างความอิจฉาให้กับผู้อื่นเป็อย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ทำให้เหล่าคุณชายทั้งหลายมุ่งเป้ามาที่หนานหลินผู้เป็น้องสาวของหนานอวี้ แม้ว่าหนานหลินจะไม่ใช่อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับหนานอวี้ แต่ประสิทธิภาพของนางก็นับว่าเหนือกว่ารุ่นเดียวกันมาก และด้วยความที่นางเป็คนน่ารักและพูดคุยสนุกทำให้นางกลายเป็ขวัญใจของเหล่าบุรุษในสถาบันฮวงเทียนแล้ว
“ มาๆเข้าไปด้านในกันเถอะพี่ใหญ่จะได้เลี้ยงดูน้องเล็กของเรา ” หนานอวี้กล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
ไม่นานนักทุกๆคนก็เดินตรงไปยังศาลาหยุนฉี
เมื่อมาถึงที่ศาลาหยุนฉี ทุกๆคนก็นั่งพูดคุยกันอย่างมีความสุข
“ น้องเล็กข้าััได้ว่าชายคนนั้นไม่ธรรมดาเขาและข้าก็ไม่เคยเห็นเขาในตระกูลหนาน เขาคือใครงั้นหรือ? ” หนานอวี้ถามขึ้นพร้อมกับมองไปยังเหรินจ้าว
“ อ่อพี่ใหญ่ ท่านผู้นี้คือท่านเหรินจ้าวยอดฝีมือขั้นอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ เขาเห็นว่าข้ามีพร์เลยคิดที่จะรับข้าเป็ศิษย์ แต่ข้าปฏิเสธและจะเข้าร่วมกับสำนักชิงหง ท่านเหรินจ้าวจึงตัดสินใจที่จะสอนข้าอยู่ที่ตระกูลหนาน และท่านเหรินจ้าวเองก็ได้ช่วยเหลือตระกูลหนานอีกด้วย ” หนานิอธิบาย
เมื่อได้ยินว่าคนๆนั้นเป็ถึงอาจารย์ยุทธ์และ้าที่จะรับหนานิเป็ศิษย์ หนานอวี้ หนานหลินและจ้าวเซียนก็แสดงท่าทีประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องรู้ก่อนว่าอาจารย์ยุทธ์คือตัวตนที่ทรงพลังที่สุดของพื้่นที่แถบนี้ทั้งหมด การที่เขามาอยู่สถานที่เล็กๆอย่างตระกูลหนานเป็เื่ที่เหลือเชื่อมากๆ
“ เป็โชคของน้องเล็กจริงๆ อาจารย์ยุทธ์ระดับนี้แม้กระทั้งในเมืองก็ไม่มีแม้แต่คนเดียว ” หนานหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม สำหรับนางแล้วขอแค่ครอบครัวของนางมีความสุขและอยู่อยากปลอดภัยก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
จากนั้นหนานิก็หยิบเอาโอสถออกมาสามขวดและมอบให้กับพี่ๆของเขา
“ นี้คือโอสถหยวนตัน โอสถระดับมนุษย์ขั้นสูงระดับสามดาว ซึ่งเหมาะแก่การบ่มเพาะอย่างมาก มันจะช่วยกระตุ้นพลังยุทธ์ของพวกพี่ให้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ” หนานิกล่าว
“ โอสถหยวนตันสามดาวงั้นเรอะ?! ” หนานอวี้และคนอื่นๆประหลาดใจ
พวกเขาย่อมรู้จักโอสถหยวนตันเป็อย่างดี เพราะโอสถชนิดนี้มีราคาแพงและหาได้ยากมากเนื่องจากวิธีการปรุงโอสถชนิดนี้ต้องใช้ส่วนผสมเยอะและมีฝีมือในระดับสูง ซึ่งโอสถหยวนตันหนึ่งเม็ดมีราคาสูงกว่าสามร้อยหรือสี่ร้อยตำลึงทองเสียอีก เพราะแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับยอดยุทธ์ก็ยังได้รับประโยชน์มหาศาล
แน่นอนว่าราคาหนึ่งหรือสองร้อยตำลึงทองและนั้นคือโอสถหยวนตันหนึ่งดาวเท่านั้น ถ้าหากเป็สองดาวหรือสามดาวราคาก็จะยิ่งสูงกว่านี้หลายเท่า
แม้ว่าที่หอการค้าหมื่นสมุทรจะมีขายอยู่เหมือนกันแต่พวกเขาก็ขายอย่างจำนวนจำกัด ทำให้หนึ่งวันขายได้เพียงแค่สิบห้าขวดเท่านั้น ซึ่งหนึ่งขวดมีโอสถหยวนตันสามดาวอยู่เพียงแค่สามเม็ดเท่านั้น
การที่จะปรุงโอสถสามดาวได้ก็ต้องเป็นักปรุงโอสถระดับมนุษย์สามดาวเท่านั้น ซึ่งโอสถหนึ่งดาวจะมีคุณภาพธรรมดาซึ่งจะมีประสิทธิภาพเพียงแค่ห้าหรือหกส่วนเท่านั้น
ถ้าหากเป็โอสถสองดาวประสิทธิภาพจะสูงขึ้นซึ่งมันจะมีมากถึงเจ็ดหรือแปดส่วน
โอสถสามดาวคือโอสถที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เพราะมันมีประสิทธิภาพสูงถึงเก้าหรือสิบส่วนเลยทีเดียว
ส่วนระดับของนักปรุงโอสถก็มีอยู่ทั้งหมดห้าระดับเช่นกัน โดยแบ่งเป็ระดับมนุษย์ ปฐี ์ ตำนาน ศักดิ์สิทธิ์ กึ่งเซียน
หนานอวี้รีบคืนขวดโอสถให้กับหนานิพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ น้องเล็กนี้มันมากเกินไป นอกจากนี้น้องก็น่าจะรู้แล้วว่าพี่ใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าหมื่นสมุทร สำหรับโอสถหยวนตันพี่ใหญ่ก็สามารถหาได้ง่ายๆเช่นกัน ”
“ ไม่ต้องหรอกพี่ใหญ่ แม้ว่าพี่จะได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าหมื่นสมุทรแต่ราคาของโอสถหยวนตันก็ใช่ว่าพี่ใหญ่จะซื้อได้ง่ายๆเสียที่ไหน นอกจากนี้ท่านเหรินจ้าวก็มีสหายเป็นักปรุงโอสถระดับปฐีอีกด้วย ข้าสามารถขอโอสถหยวนตันได้เป็จำนวนมากแถมราคายังถูกอีกด้วย ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นเหรินจ้าวก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ พวกเ้ารับไปเถอะ ถือว่าเป็ของขวัญพบหน้าแล้วกัน นอกจากนี้สหายของข้าก็เป็นักปรุงโอสถระดับปฐีสามดาว สำหรับโอสถหยวนตันข้าสามารถหามาได้ตลอดเวลา ”
เมื่อได้ยินที่เหรินจ้าวกล่าวมา หนานอวี้ก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง หนานหลินและจ้าวเซียนก็รีบทำตามทันที
แม้ว่าหนานอวี้จะได้รับการดูแลจากหอการค้าหมื่นสมุทร แต่เขาก็มาจากตระกูลเล็กๆเขาก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อโอสถหยวนตันจากหอการค้าหมื่นสมุทร เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้ดีว่าการได้รับโอสถหยวนตันสามดาวมานี้มันจะทำให้เขาสามารถกลายเป็นักยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
“ ไม่เป็ไร ถึงอย่างไรพวกเ้าก็เป็ครอบครัวเดียวกันกับเ้าหนูนี้ ข้าจะสนับสนุนก็ไม่เห็นเป็ไรเลย ” เหรินจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินออกไปข้างนอก
จากนั้นเหล่าพี่น้องก็พูดคุยกันอย่างมีความสุข จนกระทั้งตอนเย็น หนานอวี้ได้พาทุกๆคนไปยังหอหยกราตรีเพื่อเลี้ยงฉลอง
ด้วยการมาถึงของหนานอวี้ทำให้กลายเป็ที่สนใจทันที การได้รับความคุ้มครองจากยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเดินกร่างทั่วแคว้นฉินโจวแล้ว
เมื่อผู้ดูแลหอหยกราตรีทราบข่าว นางก็รีบเดินเข้ามาทักทายด้วยตัวเอง
ผู้ดูแลหอหยกราตรีเป็สตรีวัยสามสิบกว่าปี นางเป็ญาติห่างๆของเ้าเมือง นางมีนามว่าเย่ซิน ความแข็งแกร่งระดับนักยุทธ์ขั้นปลาย
“ หอหยกราตรียินดีต้อนรับคุณชายหนาน ” เย่ซินกล่าวทักทายด้วยความเคารพ
“ ข้า้าห้องส่วนตัว ” หนานอวี้บอกความ้าของตัวเอง
“ ไม่มีปัญหาเ้าคะ ข้าจะนำทางให้กับคุณชายหนานเอง ” เย่ซินกล่าวพร้อมกับผายมือให้ทั้งหมดเดินตามมา
เมื่อมาถึงห้องอาหารส่วนตัว เย่ซินก็กล่าวขึ้นด้วยว่า “ คุณชายหนานเพื่อเป็เกียรติของเรา ค่าอาหารและค่าสุราในค่ำคืนนี้ข้าน้อยขอเป็คนออกให้เอง เชิญคุณชายและคุณหนูทั้งกินและดื่มให้เต็มที่ ”
“ ขอบคุณแม่นางเย่ซินด้วย ” หนานอวี้กล่าวขอบคุณ
ค่ำคืนที่สนุกสนามก็ผ่านพ้นไป
หนานิและคนอื่นๆก็นอนพักที่หอหยกราตรีก่อนที่เช้าวันถัดมา หนานอวี้ หนานหลินและจ้าวเซียนจะมาส่งหนานิที่หน้าประตูเมือง
แต่เมื่อหนานิกลับมาที่หมู่บ้านของเขา เขาก็พบว่าที่หมู่บ้านมีคนจำนวนมากกำลังเดินไปมาอยู่และบางคนกำลังสร้างบางสิ่งอยู่
หนานิมองดูด้วยความประหลาดใจก่อนที่เขาจะรู้ว่ากลุ่มคนจำนวนมากนี้ถูกส่งมาจากจวนเ้าเมือง พวกเขามาที่หมู่บ้านเพื่อปรับปรุงหมู่บ้านและมอบตำแหน่งผู้ดูแลูเามู่อวิ๋นให้กับหนานเฟยหยุน
ตำแหน่งผู้ดูแลูเามู่อวิ๋นคือตำแหน่งลอยๆที่มีไว้ให้หนานเฟยหยุนเท่านั้น ซึ่งตำแหน่งนี้จะได้รับเงินจากทางการถึงห้าพันตำลึงทองต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ในการเก็บทรัพยากรจากูเามู่อวิ๋นได้เต็มที่
หมู่บ้านทุกหมู่บ้านแม้ว่าจะอยู่ติดกับูเามู่อวิ๋น แต่ชาวบ้านทั้งหมดก็ห้ามเก็บทรัพยากรมากเกินไป เพื่อรักษาสมดุลให้กับูเามู่อวิ๋น แต่ตอนนี้หมู่บ้านหยุนฉางได้รับการยกเว้นแล้ว พวกเขาสามารถเก็บสะสมทรัพยากรจากูเามู่อวิ๋นได้อย่างไม่จำกัด
นอกจากนี้ยังมีคนของจวนเ้าเมืองส่งมาปกป้องหมู่บ้านหยุนฉางอีกด้วย ซึ่งคนที่ถูกส่งมาก็เป็ถึงยอดยุทธ์ขั้นปลายถึงสองคน เพราะเ้าเมืองเย่เจียง้าที่จะทำให้ตระกูลหนานปลอดภัยที่สุด เขากลัวว่าถ้าหากตระกูลหนานมีปัญหาเกิดขึ้น เขาจะกลายเป็คนแรกที่ถูกท่านหยางผิงจัดการ
แม้ว่าเ้าเมืองเย่เจียงจะเป็คนของราชสำนัก แต่ราชสำนักคงไม่คิดที่จะสร้างปัญหาให้กับราชันยุทธ์เพียงเพราะคนตัวเล็กๆแบบเขาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเ้าเมืองเย่เจียงจึงรู้ดีว่าเขาจะต้องทำอย่างไรถึงจะอยู่อย่างสุขสบาย