ร้านตัดผ้า
“ยังไงก็ตัดไม่ทันครับ นายท่าน”
เสียงอ่อยของช่างตัดชุดกล่าวกับลู่เอิน
หนิงเอ่อกล่าวขึ้น
“คุณชาย..ไม่เห็นต้องตัดชุดให้ข้าเลย ช่างทำไม่ทันหรอกค่ะ ข้าเองก็เป็คนตัดเย็บเป็ ข้ารู้ดี”
ลู่เอินหรี่ตามองนางกล่าว
“เ้าจะให้ข้าขายหน้าที่พาเ้าใส่ชุดชาวบ้านสีโทนเดียวแบบนี้ไปร่วมงานรึยังไง”
“ใครเค้าเอาสาวใช้ไปงานด้วยกันล่ะ คนอย่างแม่ทัพต่อให้ไม่เอานายกองคู่ใจไปก็ต้องคนสนิทแบบพี่ลู่ฉีไปสิ”
“งานนี้จัดที่หอเหมยกุย ตึกใหญ่ของที่นั่นเอาไว้จัดจองให้สำหรับจัดการเลี้ยงของคหบดีหรือขุนนางผู้ใหญ่ระดับนายอำเภอน่ะ คิดจะจัดงานที่นั่นยังถือว่าสิ้นเปลืองเกินไปด้วยซ้ำ...ถ้าเป็ปีก่อนๆ จัดแบบเป็กันเองที่จวนท่านเ้าเมือง ข้าแค่พาลู่ฉีไปด้วยก็เพียงพอ....แต่นี่ .....”
“ดูท่านเป็คนสมถะติดดิน ไม่คิดว่าพอเจอกระแสความฟุ้งเฟ้อสิ้นเปลืองของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ยังต้องสิ้นเปลืองตาม โลกของราชการนี่ไม่ง่ายเลยนะคะ”
“ไม่ง่ายจริงๆ”
“แต่...ข้าเป็แค่สาวใช้ เอาข้าไปก็ไม่ช่วยเชิดชูท่าน เว้นแต่จะโกหกไปว่าข้า......”
“ให้โกหกว่าเ้าเป็อะไร..?”
“อื้มเอ่อ ... เปล่า ไม่มีอะไรค่ะ”
“ให้โกหกไปว่าเ้าเป็สตรีที่คบหาข้า เป็คนรักแบบนี้เหรอ?”
“ข้าก็คิดว่าไม่เหมาะดังนั้นการเอาข้าไปจึงไม่มีเหตุสมควรเลย เว้นแต่ท่านต้องโกหก...”
เสียงช่างแทรกขึ้นมา
“นี่ท่านหมอหนิงเอ๋อ .. โกหกไม่ทันแล้ว คนเขารู้กันทั้งเมืองแล้วว่าท่านเข้าไปเป็สาวใช้ใกล้ชิดส่วนตัวท่านแม่ทัพ ข้าว่าท่านยอมๆ ไปงานกันท่านแม่ทัพเถอะ”
หนิงเอ๋อแม้มีภูมิความรู้วิชาการ แต่เื่ทางโลกยังน้อยนัก แต่ลู่เอินทำทีท่านอึกอักเล็กน้อย
หนิงเอ๋อเหล่ตาเงยมองลู่เอินที่สูงกว่ามีทีท่านแปลกไปเล้กน้อยจึงหันมาถามช่างตัดเสื้อ
“สาวใช้...ใกล้ชิด.......หมายถึง..... ...แบบพี่ลุ่เฉินที่ทำงานใกล้ชิดสนิทกับคุณชาย..แบบนี้น่ะเหรอ?”
“ไม่ใช่ๆแหม่..ท่านนี่ก็ทำเป็ไร้เดียงสาทั้งที่เข้ารับใช้ท่านแม่ทัพแล้วแท้ๆยังต้องให้ข้าพูดเื่พวกนี้....”
ลู่เอินตัดบทขึ้นมา
“ตกลงตัดได้หรือไม่ได้?”
“เอ่อ...ถ้าท่านแม่ทัพไม่ถือสา... ข้ามีชุดที่ตัดให้บ่าวในร้านลองสวมใส่ก่อนจะตัดชุดจริงให้คุณหนูบ้านอื่น เรียกได้ว่าเป็ต้นแบบก็ว่าได้มันไม่ได้สมบูรณ์ดีนัก แต่ข้าก็ขึ้นรูปไว้อย่างดี ย้ำรอบอีกหน่อย ปักลายอีกนิด น่าจะทันวันพรุ่ง”
“ตกลง ไว้ข้าจะมารับชุด”
ฟังทั้งคู่คุยกัน หนิงเอ๋อยังไม่อยากไปงานจึงเสริมขึ้นมา
“ข้าแม้ทำงานรับใช้ใกล้ชิดท่านแม่ทัพหรือคุณชายของข้า แต่ก็ยังเป็บ่าว ไหนเลยคู่ควรออกงาน”
“ท่านหมอ...คนทั้งเมืองเรียกท่านว่าท่านหมอ ท่านมีความรู้ วาดภาพ ลายมือสวยงาม มีวิชาแพทย์ ไหนเคยท่านแม่ทัพจะพาท่านออกงานไม่ได้”
หนิงเอ๋อฟังแล้วอดเขินไม่ได้ที่มีคนชื่นชมความสามารถ จากนั้นหันมามองหน้าลู่เอิน
ลู่เอินมองนางหลับตาแล้วหันกายเดินออกไป พูดทิ้งท้ายว่า
“ข้าจะมาเอาชุดตอนเย็น”
ช่างตอบ
“คาดว่าทันครับ”
หนิงเอ๋อเดินจ้ำตามออกมา
“นี่คุณชาย.. คนอื่นเขาชื่นชมข้ากันขนาดนี้เชียวเหรอ?”
“อยากรู้ก็ไปถามคนในเมืองสิ”
“หืม ~ แล้วคุณชายล่ะคะ.. ชื่นชมข้าบ้างรึเปล่า?”
“หลงตัวเอง”
พูดจบลู่เอินก็เดินไปพร้อมกับพูดทิ้งท้ายว่า
“งานหนักเ้าอาจได้พักแต่งานเบายังไงก็ต้องทำ อย่ามัวแต่เที่ยวเล่น”
จากนั้นเดินจากไป
ลู่ฉีที่รอด้านนอกร้านเดินเข้ามาถาม
“เซี่ยวเอ๋อ คุณชายเป็อะไร?”
“ข้าก็แค่ถามว่าถ้าชาวบ้านชื่นชมว่าข้าเก่ง คุณชายคิดเหมือนชาวบ้านมั้ย ...ก็ดุข้าหาว่าหลงตัวเองแล้วเดินดุ่ยๆไปเลย”
ลู่ฉีกลั้นขำนิดๆ
หนิงเอ๋อถามขึ้นมา
“นี่พี่ลู่ฉี รับใช้ใกล้ชิดคือ......”
“เฮ้อเ้ารับใช้คุณชายมาแล้ว ข้าเข้าไปก็เห็นเ้ากินอาหารที่คุณชายป้อน...ดูท่าเ้าจะไม่เลวเลยสำหรับคนที่ไม่ค่อยยุ่งกับสตรีเท่าไหร่อย่าคุณชาย เอาเถอะ เ้ามาจากบ้านนอกห่างไกลอาจไม่รู้คำที่คนเขาใช้กัน เห็นในตรอกนี่มั้ย บ้านที่ปิดประตูสนิทที่ตอนกลางวันเป็โกดังข้าวสารน่ะ เถ้าแก่ชอบมาให้สาวใช้รับใช้ใกล้ชิด”
นางแม้จะรู้เื่ราวลามกมากหลายจากพี่สาว แต่ในเมืองบ้านนอกของนางไม่มีบ่าวที่รับใช้ใกล้ชิด ถึงมีนางก็ไม่เข้าใจเพราะมัวแต่ไปขลุกกับอาจารย์
หนิงเอ๋อเดินไปชะเง้อดูในตรอก ก็พบกับเถ้าแก่ตัวท้วมกำลังขยับบั้นเอวที่ถลกกางเกงลงมาแล้วระดมใส่หว่างขาที่อ้าไว้ของสาวใช้ที่อายุไล่ๆกับตนเองนางหนึ่งซึ่งนางก็ไม่ได้สวมใส่ท่อนล่างเช่นกัน สตรีสาวใช้เม้มปากกัดฟันไม่ให้ร้องส่งเสียงออกมา หนิงเอ๋อหน้าแดงเข้าใจในบันดล
รีบวิ่งออกมาเตะชนถังไม้รถเข็นเกวียนข้าวด้านหน้าดังกระจัดกระจาย จนคนในห้องที่กำลังเสพสมกันต้องรีบหยิบเสื้อผ้าสวมใส่
หนิงเอ๋อยามนี้ทราบแล้วว่าคนทั้งเมืองเข้าใจว่านางรับใช้คุณชายลู่เอินถึงบนเตียงทุกวี่วันมาตลอด
จะไปไล่ป่าวประกาศว่าไม่ได้ทำก็เหมือนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะหลายวันมานี้คุณชายจัดแจงทำนั่นนี่มากมายให้นาง เป้นใครก็ต้องอดคิดไม่ได้ว่านางปรนเปรอสวาทท่านแม่ทัพเซียวลู่เอินจนสำราญจึงพึงพอใจเอาใจใส่นางถึงเพียงนี้
หนิงเอ่อหน้าแดงก่ำ ลู่เอินกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“รีบไปเถอะ ขืนยืนนานๆ เถ้าแก่ร้านข้าวสารไม่พ้นต้องออกมาหาว่าใครแอบดูเขาเป็แน่”
“อ๊าย~ ~”
นางวิ่งไปปิดหน้าไปแทบจะชนข้างของที่วางขายตามร้านรวง
มิน่าคุณหนูจูฮวาถึงเกลียดนางนักเพราะคุณหนูเข้าใจว่านางดื่มด่ำสวาทกามกันบนเตียงเคียงหมอนกับคุณชายของนางแล้วนี่เอง
คนฉลาดก็ใช่จะฉลาดทุกเื่บ่นจะซื่อจนเขลาในบางเื่ ก็เขลาจริงๆ
นางหยุดที่ร้านซาลาเปาทอดสองผัวเมียเ้าอร่อย
“เอาซาลาเปาทอด2 ลูกค่ะ”
“อ้าวท่านหมอ รอเดี๋ยวนะ”
คนขายจัดแจงใส่ห้อให้ สักครู่เมียของเขาก็ยื่นห่อเล็กๆ ห่อนึงให้
“นี่อะไรคะ?”
“ท่านหมอ ท่านนิสัยดี ช่วยคนแทบไม่คิดเงิน ข้าไม่ได้ร่ำรวยไม่มีอะไรจะให้ นี่ๆ รับไป ยาบำรุง”
“บำรุง?”
หนิงเอ่อคลี่ดู นางรู้ตำหรับยา ทราบทันทีว่ายาชุดนี้คือยาบำรุงการติดครรภ์ตั้งท้องถึงกับอ้าปากค้าง
เมียคนขายซาลาเปาทอดกล่าว
“ท่านเป็คนดี นิสัยน่ารัก ผู้คนชื่นชอบ ถ้าติดลูกตั้งครรภ์กับท่านแม่ทัพเซียวชีวิตจะได้มั่นคง อีกทั้งถ้าได้ลูกชาย เคราะห์งามยามดีท่านอาจได้ตบแต่งเป็เมียหลวงท่านแม่ทัพ”
คนขายซาลาเปาทอดเสริม
“เ้าสก็พูดจาซี้ซั้ว”
หนิงเอ๋อรีบเสริม
“ใช่ๆอย่างข้าน่ะเหรอจะ....”
คนขายซาลาเปาทอดกล่าว
“อย่างท่านแม่ทัพน่ะเหรอถ้าได้ลูกชายกับท่านหมอแล้ว จะมีเมียรองอีก ข้าว่ายาก... นี่แค่มีท่านหมอรับใช้ใกล้ชิดได้นี่ คนก็ประหลาดใจกันทั้งเมืองแล้ว”
เมียของคนขายซาลาเปากับร้านรวงข้างๆต่างพากันเห็นชอบหันมาพูดคุยกันยกใหญ่ พร้อมอวยพรให้หนิงเอ๋อมีบุตรชายให้ท่านแม่ทัพไวๆ
หนิงเอ่ออายจนไม่รู้จะอายยังไงรีบกัดซาลาเปาทั้งที่ยังร้อนแล้ววิ่งหนีไป
ชาวบ้านไม่รู้ว่านางอายมาก คิดว่าแค่เขินแล้วจะรีบกลับไปทำหน้าที่พยามมีบุตรธิดาให้แม่ทัพของพวกเขาจนพาหันหัวเราะชอบใจ
แต่อาซือกลับไม่ได้ชอบใจด้วย
นางบังเอิญเดินมาจับจ่ายรายการของประดับแต่งตัวที่คุณหนูนางใช้ให้มาทำ นางมาพร้อมสาวใช้บริวารอีก 3 คน และยืนฟังอยู่ห่างๆได้สักพัก
.............
“อะไรนะ? นางบ่าวไพร่ตัวดีนั่นพยามถึงขั้นจะมีบุตรธิดาให้พี่ลู่เอิน?!”
เสียงอันเกรี้ยวกราดแสบหูนี่ไม่พ้นเป้นของจูฮวา
อาซือกล่าวอีก
“ไม่ผิดค่ะคุณหนู ข้ากับพวกนางสาวใชคนอื่นๆ ก็ได้ยินพร้อมๆ กัน นางถึงกับให้ชาวบ้านจัดหาตัวยาบำรุงให้นางเลยค่ะ”
“หนิงเอ่อ... ข้ากับเ้า อยู่ร่วมกันไม่ได้!!”
ป้อมซีจิ๋ว
หนิงเอ๋อรองเท้าขาดเท้าหลุดออกจากรองเท้า เสียหลักหัวจะฟาดเสา รีบเอามือบังยันหน้าผากไว้ทัน แต่กลับใช้ข้างที่เจ็บคือข้างขวา
“โอ๊ย...!! ... อะไรของเ้าเนี่ย.....ลางร้ายชัดๆ เลย”