ณ ร้านหนังสือมือสอง ในตรอกเล็กๆ ข้างโรงพยาบาลเจียงตง โรงพยาบาลประจำจังหวัดเล็กๆ ทางภาคเหนือ
" อ้าว หมอเฟิ่ง ออกเวรแล้วหรือครับ " อาเตา หลานชายเ้าของร้านหนังสือมือสองทักขึ้น ตอนนี้เขายืนอยู่บนบันไดไม้พับได้ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดตู้หนังสือ้า
" อืม ออกเวรแล้ว เข้าเวรดึกมาสองอาทิตย์แล้ว กลัวจะนอนไม่หลับเลยแวะมาหาหนังสืออ่านหน่อย " เฟิ่งอวี้หลัน ตอบคำถามอย่างเป็กันเอง
" ออ แล้ววันนี้คุณตาไม่อยู่เหรอ " เฟิ่งอวี้หลันถามกลับถึงคุณตาผมขาวเ้าของร้านเขาเป็ตาของอาเตา
" คุณตาไปเยี่ยมญาติครับ พรุ่งนี้ก็คงกลับแล้ว " อาเตาเอ่ยตอบโดยที่มือก็ยังคงเช็ดทำความสะอ่ดชั้นหนังสือต่อไป
ระหว่างที่ทั้งสองคนพูดคุยกัน ก็มีผู้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ในมือของเขามีหนังสืออยู่สี่ห้าเล่ม
" เอ่อ ขอโทษนะครับ ที่นี่รับซื้อหนังสือเก่ามั้ย " ชายวัยกลางคนมองหน้าเฟิ่งอวี้หลันเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เฟิ่งอวี้หลันมองชายผู้นั้นพร้อมทั้งยิ้มให้ " ฉันไม่ใช่เ้าของร้านหรอกค่ะ คนนั้นเป็หลานชายเ้าของร้าน " เฟิ่งอวี้หลันพูดพลางหันหน้าไปหา อาเตา อาเตาเองก็กำลังค่อยๆ เกาะบันไดลงมาเช่นกัน
" ต้องขอโทษจริงๆ ครับ ปกติแล้วเวลารับซื้อหนังสือจะเป็คุณตาที่ตัดสินใจ วันนี้คุณตาผมไม่อยู่ เอาเป็ว่าคุณลุงมาใหม่พรุ่งนี้ได้มั้ยครับ " อาเตาเดินมาหยุดยืนหน้าชายวัยกลางคน พร้อมอธิบายอย่างสุภาพ
" คุณดูแทนไม่ได้เหรอครับ ภรรยาของผมเข้าโรงพยาบาล ผมต้องรีบใช้เงิน หนังสือทั้งหมดนี่เป็ของคุณพ่อผมเอง หากไม่จำเป็จริงๆ ผมก็ไม่อยากขาย " ชายวัยกลางคนพยายามเอ่ยขอร้อง
" ไม่ได้จริงๆ ครับ ผมไม่สามารถตีราคาหนังสือได้ " อาเตาพยายามอธิบาย
เฟิ่งอวี้หลันที่มองเหตุการณ์ อยู่ข้างๆ มาโดยตลอด เห็นท่าทีของชายผู้นั้นดูแล้วไม่ใช่คนหลอกลวง จึงเดินขึ้นไปด้านหน้า เอ่ยกับชายวัยกลางคนผู้นั้นว่า
" เอ่อ ฉันขอดูหนังสือในมือของคุณได้มั้ยคะ "
" ได้ครับ ๆ " ชายวัยกลางคนที่แต่เดิมแววตาหม่นหมองยามนี้ดวงตาของเขาเป็ประกายราวกับมีความหวัง เขารีบวางหนังสือในมือลงตรงพื้นที่ว่างบนโต๊ะที่เอาไว้ใช้คิดเงิน
" หมอเฟิ่ง " อาเตา เอ่ยเรียกเฟิ่งอวี้หลันเบาๆ ส่ายหน้าน้อยๆ เพื่อเป็การปฏิเสธ แม้เขาไม่มีความรู้เื่หนังสือ แต่ก็ช่วยคุณตาดูแลร้านมาหลายปี บ่อยครั้ง ที่คนชอบแอบอ้างเอาหนังสือธรรมดามาหลอกขาย หากไม่ได้ราคาที่พอใจก็จะตามตื้อไม่เลิก
เฟิ่งอวี้หลันไม่ได้สนใจ เธอทำเพียงยิ้มให้อาเตาเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปดูหนังสือของชายวัยกลางคน หนังสือห้าเล่ม สี่เล่มล้วนเป็หนังสือทั่วไป เกี่ยวกับพวกยาสมุนไพรพื้นฐาน ไม่ใช่หนังสือที่น่าสนใจ อีกเล่มที่ดูเก่าที่สุด เป็หนังสือเล่มบางๆ ความหนาไม่ถึงร้อยแผ่น เข้าเล่มด้วยการเย็บด้วยด้ายเชือก ต่างจากเล่มอื่นที่เป็การเข้าสันกาว ชื่อหนังสือ ' หัตถาเทวะ ' ตัวอักษรเหมือนจะถูกเขียนด้วยพู่กัน ลายเส้นหนักแน่นมั่นคง ไม่ต่างจากลายมือของคุณตาของเธอเลย ที่น่าแปลกคือ ด้านในมีแต่เพียงความว่างเปล่า กระดาษด้านในเก่าจนเป็สีเหลืองแต่ไม่มีอะไรเขียนไว้เลย เฟิ่งอวี้หลันพยายามพลิกไปมาจนขอบกระดาษบาดนิ้วเธอจนเืซิบ ก็ไม่เจออะไร
เฟิ่งอวี้หลันเดาว่าเล่มนี้ อาจจะเป็พวกหนังสืออ่านเล่นพวกนิยายกำลังภาพในที่ชายกลางคนคนนี้หยิบติดมือมาเท่านั้น
"คุณลุง้าขายเท่าไหร่หรือคะ " เฟิ่งอวี้หลันเอ่ยถาม
" สองพันหยวนครับ สำหรับหนังสือทั้งหมดนี้ " ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างลังเล สายตาก็เหลือบมองสีหน้าเฟิ่งอวี้หลันไปด้วย
" สองพันหยวน! " อาเตาะโขึ้นมาเสียงดัง "คุณลุงครับ หนังสือพวกนี้เป็หนังสือสมุนไพรธรรมดา ทั่วไปเพียงห้าร้อยหยวนก็นับว่าแพงแล้ว สองพันหยวนนี้ ไม่สูงเกินไปหรือครับ " อาเตาถามกลับเสียงขุ่น สีหน้าแสดงความไม่พอใจ
"เอ่อ ..คือ ผมจำเป็ต้องใช้เงินจริงๆ ครับ หากเลือกได้ผมจะไม่อยากขายเลย " ชายวัยกลางคนก้มหน้าตอบเสียงเบา ตัวเขาก็ละอายอยู่ไม่น้อย ยิ่งโดนเด็กหนุ่มเอ่ยตำหนิเขาก็ยิ่งไม่กล้าเงยหน้าสบตาเฟิ่งอวี้หลัน
เฟิ่งอวี้หลันมองชายวัยกลางคนครู่หนึ่ง " ตกลงค่ะ สองพันหยวนฉันซื้อเอง "
เมื่อได้ยินว่า เฟิ่งอวี้หลันจะยอมซื้อหนังสือ ชายวัยกลางคนก็เงยหน้าขึ้น สองตาของเขาฉ่ำวาว น้ำใสๆ เอ่อคลออยู่ในดวงตา หากไม่พยายามฝืนไว้เขาคงร้องไห้ออกมาจริงๆ
"คุณจะยอมซื้อจริงๆ หรือ " ชายวัยกลางคนถามย้ำอีกครั้ง เพื่อเป็การยืนยัน
" ใช่ค่ะ ฉันซื้อทั้งหมด " พูดจบก็ยื่นเงินสองพันหยวนให้ชายวัยกลางคน ชายวัยกลางคนผู้นั้นยื่นมือมารับด้วยอาการสั่นเทา หลังรับเงินมาแล้วเขาก็กำไว้ในมือแน่น พร้อมทั้งเอ่ยขอบคุณสามสี่ครั้งติดๆ กัน
" ขอบคุณครับ ๆๆๆๆ เอ่อ ผมขอเบอร์ติดต่อของคุณไว้ได้มั้ย อย่างที่บอกหนังสือทั้งหมดเป็ของที่พ่อผมทิ้งไว้ให้ หากผมมีเงิน อยากจะขอซื้อมันกลับคืน
" ได้ค่ะ "เฟิ่งอวี้หลันพยักหน้า ก่อนจะยื่นนามบัตร ของตัวเองให้
" คุณเป็หมอหรือครับ " ชายวัยกลางคน รับนามบัตรมาดูก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
" ใช่ค่ะ "
" ขอบคุณมากนะครับ หากผมมีเงินจะรีบนำมาซื้อหนังสือพวกนี้คืนนะครับ ผมขอตัวก่อน " ชายวัยกลางคนพูดจบก็เดินออกจากร้านไปอย่างเร่งรีบ หลังชายผู้นั้นจากไป อาเตาก็รีบเอ่ยขึ้นทันที
" หมอเฟิ่ง ทำไมคุณถึงยอมซื้อหนังสือพวกนี้ล่ะ ดูก็รู้แล้วว่าเขาต้องเป็พวกต้มตุ๋นแน่ๆ "
" ทำไมถึงคิดว่าเขาเป็พวกต้มตุ๋นล่ะ "
" หมอเฟิ่งคุณใจดีเกินไปแล้ว คนพวกนี้ชอบมาที่ร้านบ่อยๆ บอกว่า้าขายหนังสือ แล้วก็้าขายราคาแพงๆ พอคุณตาไม่ยอมซื้อหรือให้ราคาไม่ถูกใจพวกเขาก็จะโวยวาย " อาเตาพยายามอธิบาย
" แล้วผู้ชายคนนั้นเคยมาที่นี่มั้ย " เฟิ่งอวี้หลันถามยิ้มๆ
" ไม่เคยครับ "
" เช่นนั้น ทำไมถึงคิดว่าเขาจะโกหก "
" โถ่ หมอเฟิ่ง "
" เอาเถอะ ฉันง่วงแล้ว ฉันไปล่ะ ดูแลร้านดีๆ ล่ะ " เฟิ่งอวี้หลันหยิบทั้งสือทั้งหมดที่เพิ่งซื้อมาถือ พร้อมเดินออกจากร้าน
ณ หอพักแพทย์ ด้านหลังโรงพยาบาล
ในขณะที่เฟิ่งอวี้หลัน กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ข้างเตียงคือโต๊ะหนังสือ หนังสือสี่ห้าเล่มที่เธอเพิ่งซื้อมา ถูกวางไว้บนโต๊ะยังไม่ได้ถูกเก็บเข้าชั้น ทันใดนั้นเอง หนังสือเล่มบนสุด หน้าปกมีตัวอักษรเขียนว่า ' หัตถาเทวะ ' ก็เปิดขึ้นเองอย่างรวดเร็วเกิดเป็เสียงพึบพับ หน้ากระดาษพลิกไปเรื่อยๆ พร้อมกับลำแสงสีทองที่เปล่งประกายออกมา ไม่นานลำแสงสีทองนั้นก็เจิดจ้าครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งห้อง