บทที่ 14 ป้อนข้าวให้สามีจำเป็
เมื่อเด็กสองคนเห็นข้าวที่ผสมกับข้าวฟ่างเหลือง ดวงตาก็เปล่งประกาย พวกเขาดื่มแต่ข้าวต้มมาตลอดครึ่งเดือน ในที่สุดก็ได้กินข้าวแห้ง แถมเป็ชามใหญ่เต็ม ๆ ด้วย
ถวนเป่าตักน้ำแกงราดลงบนข้าว ไม่ทันได้รอให้เย็น ก็ดื่มเข้าไปทีเดียว รู้สึกร้อนอยู่บ้าง แต่น้ำแกงมันอร่อยเหลือเกิน!
"ถวนเป่า ดื่มช้า ๆ ระวังร้อน เอ้า กินเนื้อชิ้นนี้ด้วย อย่าสนใจแต่น้ำแกง"
ฉู่ชิงเฉินคีบเนื้อตรงขาให้หนึ่งชิ้นใหญ่ใส่ชามของถวนเป่า
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หยวนเป่าที่กำลังถือเนื้อกระต่ายชิ้นใหญ่ไว้มือละชิ้น กำลังแทะอย่างมันปากจนน้ำมันเยิ้ม นางไม่ต้องเป็ห่วงเลย
"ท่านแม่ อร่อยมาก ข้าไม่เคยได้กินเนื้อที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย"
ถวนเป่าพูดอย่างไม่ชัดเจน ขณะที่ปากยังเคี้ยวเนื้อกระต่ายอยู่
ฉู่ชิงเฉินมองเด็กทั้งสองคนกินอย่างเอร็ดอร่อย นางก็รู้สึกพึงพอใจ ตักข้าวเข้าปากคำหนึ่ง ข้าวในสมัยโบราณไม่ใช้ยาฆ่าแมลง มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติที่เข้มข้นมาก
นางแทะเนื้อกระต่ายชิ้นหนึ่ง นุ่มและฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอมเป็พิเศษ น้ำแกงนั้นรวบรวมเอาสารอาหารและรสชาติของเนื้อไว้จนครบถ้วน อร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไป
"ท่านแม่ มีหัวเล็ก ๆ โผล่อยู่ที่ประตูห้องด้วยเ้าค่ะ"
ฉู่ชิงเฉินมองตามสายตาของหยวนเป่าไป ก็เห็นเด็กอายุประมาณสิบขวบอยู่ตรงนั้น
นางลุกขึ้นจากม้านั่งไม้เดินไปที่ประตู แล้วดึงเด็กที่แอบมองเข้ามา
"น้าฉู่ ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบมองพวกท่านกินเนื้อนะ แต่กลิ่นเนื้อของท่านหอมมาก ข้าอยู่บ้านข้าง ๆ ยังได้กลิ่นเลย"
พ่างหู่บิดมือไปมาด้านหลังอย่างประหม่า เขาไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว พอกลิ่นเนื้อตุ๋นของน้าฉู่โชยมาถึงลานบ้าน เขาอดไม่ไหวเลยมาแอบดู ยิ่งดูก็ยิ่งน้ำลายไหล
"พ่างหู่ อย่ามาทำขายหน้าตรงนี้ รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้"
พี่สะใภ้จางเพิ่งทำอาหารเสร็จ พอหันมาก็ไม่เห็นลูกชายแล้ว นึกในใจก็รู้ว่าเขาวิ่งมาที่นี่
ฉู่ชิงเฉินมองพี่สะใภ้จางที่กำลังฉุดกระชากพ่างหู่ให้กลับบ้าน นางจึงไปหาชามใบเล็กมา ตักเนื้อกระต่ายและน้ำแกงเกือบเต็มชามวิ่งตามออกไป
"พี่สะใภ้จาง กระต่ายของข้าตัวอ้วน เนื้อเยอะ บ้านข้ากินไม่หมดหรอก ชามนี้ทั้งเนื้อทั้งน้ำแกง เอากลับไปให้พ่างหู่กินเถอะ"
"สะใภ้เสิ่น ทำแบบนี้ไม่ได้หรอก"
พี่สะใภ้จางรีบปฏิเสธทันที ยุคสมัยนี้ บ้านไหนมีเนื้อมีหนังย่อมไม่ยอมยกให้คนนอกง่าย ๆ
"พี่สะใภ้จาง ปกติท่านดูแลลูกสองคนของข้าไม่น้อย ญาติไกลมิสู้เพื่อนบ้านใกล้ ถือว่าเป็การขอบคุณจากข้า ต่อไปเรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน อย่าเกรงใจไปเลย"
"น้องสาว งั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ เย็นนี้หลังพระอาทิตย์ตกดิน ข้าจะพาสามีมาที่บ้านเ้า เ้าอย่าลืมช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายให้เขาด้วย"
พี่สะใภ้จางค่อนข้างเชื่อเื่พวกนี้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าระดับอาคมของฉู่ชิงเฉินเป็อย่างไร ได้ยินว่าเซียนเพียงพอนร้ายกาจนัก เมื่อเข้าสิงร่างใครเพื่อแก้แค้น ถ้าไม่ใช่ปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีวิชาสูงส่ง ก็ไล่มันไม่ได้จริง ๆ แต่ตอนนี้นางไม่รู้จักปรมาจารย์ผู้มีวิชาสูงส่งคนไหนที่พอจะพึ่งพาได้ มีก็แค่หญิงสาวตรงหน้านี้เท่านั้น
"เื่นี้ไม่มีทางลืมแน่นอน พี่สะใภ้จาง ถึงเวลาก็พาพี่หลี่มาได้เลย"
ฉู่ชิงเฉินรับปากอย่างว่องไว
หลังจากพี่สะใภ้จางถือเนื้อกลับไปพร้อมรอยยิ้ม นางก็หันหลังเข้าบ้าน
"หยวนเป่า กินให้อิ่มก็พอนะ อย่ากินจนจุกจะอึดอัดเอา เ้าชอบกินเนื้อ ต่อไปบ้านเราจะมีเนื้อกินทุกวัน"
ฉู่ชิงเฉินกินข้าวไปสองคำ พลางมองหยวนเป่าที่นั่งตรงข้าม ที่ถึงแม้จะเรอออกมาเพราะอิ่มแล้ว แต่ก็ยังก้มหน้าแทะเนื้ออยู่ นางจึงเอ่ยเตือน
"ท่านแม่พูดจริงหรือ? ท่านแม่จะทำเนื้อให้พวกเรากินทุกวันหรือ?"
"แม่ไม่โกหกเ้าหรอก"
หยวนเป่าได้ยินคำพูดของมารดา ก็ลูบท้องกลมป่องของตัวเอง แล้วจึงวางตะเกียบลง
ถวนเป่าก็ไม่กินต่อแล้วเช่นกัน ถึงเนื้อจะอร่อย แต่เขาก็ไม่โลภมาก ไม่เหมือนน้องสาวที่เห็นแก่กิน พออิ่มแล้วก็เลิก
"ถวนเป่า แม่จะไปป้อนข้าวพ่อเ้า ถ้าเ้าเบื่อก็เก็บโต๊ะเสียหน่อย ถือเป็การช่วยย่อยอาหาร"
ฉู่ชิงเฉินพูดจบ ก็คว้าชามน้ำแกงเข้าไปในห้องนอน
เสิ่นโม่ชูยังคงนอนนิ่งอยู่ที่นั่น นางเดินเข้าไปดูและพบว่า สีหน้าของเขาดูเปล่งปลั่งขึ้นมาก บนหน้าผากก็ไม่มีไอสีดำปกคลุมแล้ว อีกไม่กี่วัน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็คงจะตื่นขึ้นมา
นางนั่งลงที่ขอบเตียง แล้วค่อย ๆ ตักน้ำแกงกระต่ายหอมกรุ่นเข้าปากสามี
หลังป้อนน้ำแกงเสร็จ นางจึงวางชามไว้บนโต๊ะข้าง ๆ
คนเราไม่ควรนอนอยู่เฉย ๆ ไม่เคลื่อนไหว ไม่เช่นนั้นกล้ามเนื้อที่ขาจะฝ่อลง และอาจเกิดแผลกดทับที่ก้นได้
ฉู่ชิงเฉินคิดเช่นนั้น พลางสังเกตว่า สีหน้าชายหนุ่มแดงระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ ส่งให้เขาดูหล่อเหลาน่าเอ็นดูผิดปกติ
แต่คนปกติไม่ควรมีสีหน้าแดงระเรื่อขนาดนี้ นางจึงยื่นมือไปััหน้าผากของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ
แย่แล้ว เสิ่นโม่ชูเป็ไข้ ทั้งใบหน้าและหน้าผากร้อนผ่าวมาก
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะหยิบปรอทวัดไข้ออกมาจากมิติ แล้วปลดเสื้อผ้าของชายหนุ่มออก เพื่อสอดปรอทไว้ใต้รักแร้เขา
พระเ้า! 39 องศาเซลเซียส
นางรู้สึกอย่างประหลาดใจว่า ชายร่างกำยำผู้นี้ช่างขี้โรคเหลือเกิน ทำไมถึงเป็ไข้ได้ล่ะ? หรือจะเป็เพราะแผลกดทับจริง ๆ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากฉู่ชิงเฉินก็กระตุก นางต้องถอดกางเกงเขาดูจริง ๆ หรือ?
ถวนเป่ากับหยวนเป่ายังเล็ก เื่แบบนี้พวกเขาทำไม่ได้ หากนางไม่จัดการ แล้วเสิ่นโม่ชูเป็ไข้จนตาย ถวนเป่าต้องเกลียดนางไปชั่วชีวิตแน่
เพื่อไม่ให้เด็กทั้งสองขาดพ่อ นางจำต้องช่วยชายผู้นี้อีกสักครั้ง ดูก้นสักหน่อย คงไม่เป็กุ้งยิงหรอก
อีกอย่าง ในสายตาหมอย่อมไม่มีแบ่งแยกชายหญิง เหตุผลมันก็ใช่... แต่พอจะลงมือถอดกางเกงเขาจริง ๆ มือของนางกลับสั่นเทา
"ท่านแม่ ท่านถอดกางเกงท่านพ่อ เพราะอยากผลิตน้องชายให้พวกเราหรือเ้าคะ?"
ฉู่ชิงเฉินได้ยินเสียงงุนงงของหยวนเป่า ก็รีบดึงมือที่กำลังถอดกางเกงชายผู้นั้นลงครึ่งหนึ่งกลับมาราวกับสายฟ้า
โอย... ถูกเด็กจับได้เสียแล้ว ไม่ต้องดูไม่ต้องคิด ใบหน้าของนางคงแดงจนร้อนผ่าวแน่
"หญิงสารเลว เ้ายังไม่ทิ้งสันดานเดิมอีกหรือ? ท่านพ่อหมดสติขนาดนี้ ยังคิดจะทำเื่อกุศลกับเขาอีก!"
ถวนเป่าเบิกตาโกรธจัด เห็นได้ชัดว่าเขาผิดหวังในตัวแม่เลี้ยงคนนี้มาก
เด็กน้อยทั้งสองอายุห้าขวบแล้ว พอจะรู้เื่ชายหญิงอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด
"ถวนเป่า หยวนเป่า พวกเ้าเข้าใจผิด มันไม่ใช่อย่างที่พวกเ้าคิด"
ฉู่ชิงเฉินพยายามอธิบายอย่างยากลำบาก พลางรีบหาคำพูดมาอ้าง
"ข้าเห็นกับตาว่าเ้าถอดกางเกงท่านพ่อ เ้าจะแก้ตัวอย่างไร?"
ถวนเป่าโกรธมาก ท่านพ่อสภาพแย่ขนาดนั้นแล้ว นางยังไม่ปล่อยท่านพ่อไปอีก
เดิมที น้องสาวกลัวว่านางจะดูแลท่านพ่อคนเดียวไม่ไหว จึงลากเขามาช่วย ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่แสบตาเช่นนี้
"พ่อของเ้าหมดสติมานานแล้ว นอนนิ่งไม่ได้เคลื่อนไหวเป็เวลานานจนเกิดแผลกดทับ ทำให้ไข้ขึ้น ถ้ารักษาไม่ทันจะตายเพราะไข้ แม่กำลังช่วยชีวิตเขา เข้าใจไหม เด็กน้อย เ้ากล้าใส่ร้ายแม่อีกแล้ว แม่โกรธมาก ไม่รักษาแล้ว"
ฉู่ชิงเฉินคิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด จึงพูดอย่างมีความมั่นใจขึ้นมาทันที
ถวนเป่าได้ยินแบบนั้นก็ยื่นมือไปแตะหน้าผากท่านพ่อ ร้อนมากจริง ๆ ตอนนี้เขาเชื่อคำพูดของแม่เลี้ยงแล้ว
"เมื่อกี้เป็ข้าที่เข้าใจผิด ท่านใจกว้าง อย่าถือสาเด็กน้อยอย่างข้าเลย ท่านทำต่อเถิด ข้ากับน้องจะไม่รบกวนท่านรักษาท่านพ่อแล้ว"
ฉู่ชิงเฉินอึ้งไป เด็กน้อยคนนี้ขอโทษรวดเร็วมาก ลูกผู้ชายรู้จักก้มหัว มีอนาคตแน่นอน!
จากนั้นเขาก็ลากหยวนเป่าออกไป หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็ชักสีหน้า ทำไมไม่เหลือใครไว้ช่วยบ้างเลย? งานนี้ตกเป็ของนางคนเดียวอีกแล้ว
ฉู่ชิงเฉินตัดสินใจเด็ดขาด แล้วรีบถอดกางเกงของชายผู้นั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลอีก
โอ้! หญิงสาวสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ผู้ชายคนนี้... ตรงนั้นขาวดีจัง
หัวใจนางเต้นตึกตักอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางก้มลงตรวจสอบดูอย่างละเอียด พบว่ามีรอยแผลกดทับอยู่สองสามจุดจริง ๆ แม้จะไม่มาก แต่เพราะขาดการรักษานานเกินไป จึงเริ่มมีหนองและอักเสบเสียแล้ว