6
เมื่อบ่นจนพอใจก็หันมาสนใจกับการตามสืบต่อ ห้องนี้คล้ายเป็ห้องเก็บสัมภาระไม่ใช้งาน สิ่งของวางเรียงรายเต็มไปหมด ค้นจนทั่วก็พบเข้ากับกล่องใบเล็กรูปร่างแปลกตา ภายนอกคล้ายกล่องธรรมดาแต่เมื่อพิจารณาดูกลับออกแบบมาเป็พิเศษ
ฝากล่องถูกแง้มออก กลิ่นหอมประหลาดแผ่กระจายคละคลุ้ง ภายในมีถุงหอมเรียงรายจำนวนไม่มาก เขาสูดดมกลิ่นของถุงหอมไม่นานก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างยิ่ง คล้ายกับกลิ่นของต้นน่าหลง
ต้นน่าหลง?
ต้นน่าหลงเป็พืชพื้นเมืองของตำบลซีอัน มันจะขึ้นในหุบเขาลึกเล่าขานว่าเปลือกของมันเป็กลิ่นที่ปีศาจรังเกียจ คนนิยมเข้าไปหาเพื่อนำมาขายแต่ว่าส่วนมากแล้วกลับได้เพียงแค่หยิบมือ ตัวเขาเคยได้ชมอยู่ครั้งหนึ่งเพราะเพื่อนบ้านสามารถเก็บมาได้แต่ทว่ากลับเสียมือไปข้างหนึ่งเช่นกัน
กล่องไม้ถูกเก็บเข้าไปในแขนเสื้อ เหยาเยี่ยชิงะโออกทางหน้าต่างมุ่งสู่เส้นทางหุบเขาลึก
เมื่อร่างของเหยาเยี่ยชิงจากไปไม่นานแม่เล้าของหอบุปผาก็ปรากฏตัวขึ้นมองไปยังเส้นทางของผู้บุกรุกที่จากไปพร้อมปิดหน้าต่างลงกลอน
เพียงไม่นานเหยาเยี่ยชิงก็มาถึงยังกลางหุบเขาลึกในตำบลซีอัน ร่างของเ้าสำนักฝูสามารถัักับไอปีศาจได้อย่างดีเยี่ยมเพียงแต่ไอกระบี่เสียงเหลียงทำให้ไม่พบปีศาจเลยสักตน
ต้นน่าหลงมีกลิ่นต่างกันอยู่เล็กน้อยทั้งความเข้มอ่อนลึกของกลิ่น เพ่งสมาธิอีกครั้งครานี้ได้กลิ่นที่คล้ายกับถุง
หอมมากแต่มันกลับเลือนรางจนแทบสลายไปกับไอหมอก
เหยาเยี่ยชิงเดินตามสายลมไปพบเข้ากับบ้านเก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางป่าถึงจะบอกว่าเป็บ้านแต่มองดูแล้วไม่อาจอยู่อาศัยได้เลย หลังคาไม้พังลงมากว่าครึ่งหลังแม้แต่ประตูยังเป็รูใหญ่ รอบนอกอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมตลบเป็กลิ่นที่คล้ายกับถุงหอมอยู่สามส่วน
เขาเปิดประตูเข้าดูยังต้นตอของกลิ่นแต่ภาพตรงหน้าทำให้ถึงกับตกตะลึงไป
แสงจันทร์ส่องสว่างเล็ดลอดผ่านรูหลังคาขนาดใหญ่แม้จะมืดมิดสำหรับคนธรรมดาแต่ผู้บำเพ็ญที่มีพลังปราณไหลเวียนทั่วร่างอย่างร่างของเ้าสำนักฝูแล้วกลับชัดเจนกว่าอาทิตย์อัสดง
เหยาเยี่ยชิงมองไปยังเนื้อหนังที่ถูกแขวนอยู่บนขื่อหลังคา ลมหายใจแ่เบาทำให้เขาก้าวยาวไปตรงหน้ากลิ่นหอมก่อนหน้าถูกแทนด้วยกลิ่นเนื้อเหม็นโฉ่ หนอนสีน้ำตาลเหลืองกัดแทะไปยังไหปลาร้าที่โผล่พ้นออกมาจากรอยเสื้อที่ฉีกขาด เขายื่นมือออกไปหวังช่วยเหลือ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นตอบสนองทันที
ใบหน้าเปรอะไปด้วยคราบแข็งสีน้ำตาลหม่น ดวงตาประกายแดงมองมาที่เขาด้วยท่าทีดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่โดนกับดักนายพราน มือที่ยื่นไปก่อนหน้าถูกร่างตรงหน้ากระโจนเข้าหวังกัดแต่ก็ถูกเหยาเยี่ยชิงจับศีรษะไว้
“ไม่ต้องกลัวข้ามาช่วยเหลือ”
ท่ามกลางหุบเขาลึกร่างเล็กที่เต็มไปด้วยรอยแผลหยุดการเคลื่อนไหวลงเมื่อความอบอุ่นส่งผ่านมาบนหนังศีรษะ พลังปราณปกคลุมฝ่ามือเรียว ค่ายกลทำลายล้างของเ้าสำนักฝูถูกเหยาเยี่ยชิงปลดทำลายพันธนาการ
ร่างที่ถูกปลดจากการจองจำตกลงตามแรงโน้มถ่วงก่อนที่จะกระทบพื้นไม้ก็ถูกรับมาไว้ในอ้อมกอด ทันทีที่หนอนตัวอ้วนกลมััได้ถึงไอปราณอันแข็งแกร่งก็เปลี่ยนเป้าหมายจากร่างเล็กเป็เขาแทน
ก่อนที่ข่ายอาคมทำลายล้างจะถูกเหยาเยี่ยชิงหยิบยืมขึ้นมาใช้พวกมันก็ถูกบางอย่างดูดกลืนไปอย่างรวดเร็วบุคคลที่สามปรากฏตัวที่ประตูเรือนที่ผุพัง
กระบี่เสียงเหลียงแผ่ไอปราณออกมารุนแรงจนเขาวางร่างเล็กลง หนอนถูกดึงไปอยู่ในมือของบุคคลที่สาม
“เ้าสำนักฝู ไม่เจอกันเสียนาน” คนตรงหน้าเอ่ยวาจาหนักแน่น ใบหน้าครึ่งล่างถูกบดบังด้วยผ้าผืนหนึ่ง
ประกายสีแดงทำให้เหยาเยี่ยชิงกำด้ามกระบี่เตรียมต่อสู้ ไอของโซ่ที่ตรึงร่างของเด็กน้อยเอาไว้บนขื่อเป็ไอเดียวกับโซ่ที่ติดอยู่เอวคนตรงหน้า ถึงเขาจะไม่รู้ที่มาแต่ปีศาจตรงหน้าไม่มีท่าทีประสงค์ดีเป็แน่ ข่ายอาคมป้องกันถูกแผ่ปกคลุมไปยังร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลัง
หัวคิ้วของนางขมวดขึ้นเมื่อเห็นการกระทำของเหยาเยี่ยชิง “ส่งเด็กคนนั้นมาแลกกับคำถามดีหรือไม่ ก่อนโดนพิษท่านคงมีคำถามมากมายไม่ใช่หรือ”
“...”
ตอนนี้ในสมองไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับร่างตรงหน้าแม้แต่น้อย เขาเลือกที่จะเงียบลงไม่ตอบรับหรือบอกปัดแต่มือหนึ่งคว้าไปยังด้ามจับกระบี่เสียงเหลียง
นางจ้องมองไปยังั์ตาเรียวหงส์ ท่าทีเฉยเมยทำการคาดเดาบางอย่างชัดเจนขึ้น “มิน่าเล่า”
เมื่อนางจับไปที่อาวุธข้างเอว กระบี่เสียงเหลียงก็ถูกชักออกจากฝักทันที ไอปราณไหลเวียนทั่วหุบเขา ถึงตนจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็ใครแต่มีหนึ่งคนที่สามารถให้คำตอบได้แน่ ๆ เขาคิดจะจับกลับไปให้หลิวหยางตรวจดูแต่ร่างของนางก็กระโจนหลบอย่างว่องไว
“เป็ดั่งคาดจริง ๆ โชคชะตามักเล่นตลกต่อท่าน” มันทำคล้ายรู้อะไรบางอย่าง
จิตใจของเหยาเยี่ยชิงเริ่มปั่นป่วนไม่รู้ว่าตัวเขาเป็อะไรถึงโศกเศร้าเช่นนี้ เขาพุ่งไปอีกครั้งแต่คราวนี้ปีศาจตนนี้กลับใช้บางอย่างตั้งรับ หางแมงป่องขนาดใหญ่ชูขึ้นบังตรงหน้าของนาง ร่างบางคิดจะเอ่ยอีกสองสามประโยคแต่ต้านทานไว้ไม่ได้เลยดีดตัวออก เืซึมออกจากปลายหางอันใหญ่
“กระบี่ของท่านยังคงแข็งแกร่งดังเดิม ไว้ท่านระลึกได้แล้วข้าจะมาพูดคุยความหลัง” กล่าวจบก็พุ่งทะยานหนีแต่มีหรือที่เหยาเยี่ยชิงจะยอมให้ไปโดยง่าย เขาออกตัวทะยานไปตามไปเช่นกันนางหันกลับมามองเล็กน้อยก่อนจะคำรามเสียงดัง
สิ้นเสียงทั่วทุกแห่งปรากฏร่างของปีศาจน้อยใหญ่ ถึงจะต่างสายพันธุ์แต่ทุกตัวกลับมีหางน้อยใหญ่พ่วงอยู่ที่หลัง เป็ลักษณะเดียวกับหางแมงป่องขนาดใหญ่และต่างวิ่งกรูไปยังกระท่อมเก่าทรุดโทรม
“บัดซบ!” ว่าพลางก็รีบกลับไปยังกระท่อมหลังนั้น
ข่ายอาคมแม้แข็งแรงแต่ก็ไม่สามารถทนทานต่อปีศาจทั้งหุบเขาได้ การทำลายติดต่อกันหลายครั้งทำให้มันมีรอยร้าวเกิดขึ้น ก่อนที่เหล่าปีศาจจะทำลายมันลงได้เหยาเยี่ยชิงก็ปลดปล่อยกระบวนท่าปลอบประโลมจิตใจ
ถึงจะพูดว่าเป็การปลอบประโลมจิตใจแต่แท้จริงแล้วเป็การทำลายไปยังแก่นิญญาอาฆาต ฟันไม่โดนเนื้อกระดูกแต่เล่นงานไปยังแก่นิญญา เป็กระบวนท่าที่ไม่อันตรายต่อแก่นิญญาบริสุทธิ์
ปีศาจทุกตัวไม่เล่นงานเขาแต่มุ่งเป้าไปยังร่างเล็ก เหยาเยี่ยชิงตัดสินใจใช้มือข้างหนึ่งอุ้มร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลขึ้นมาส่วนมืออีกข้างก็ฟาดฟันไปยังเหล่าปีศาจที่บุกเข้ามาไม่หยุดหย่อน เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วยาม รอบตัวเขามีปีศาจกองพะเนิน
ปีศาจวัวตนสุดท้ายถูกกระบี่ฟาดฟัน
เขาวางร่างในอ้อมแขน มือข้างที่รองรับน้ำหนักเป็เวลานานแทบจะเป็อัมพาตไปแล้ว
ถึงจะใช้พลังต่อสู้ไปมากแต่ไม่ถึงกับอิดโรย เหยาเยี่ยชิงได้แต่ชมเชยเ้าสำนักฝูในใจ หลังการต่อสู้จบลงเขาเลือกที่จะทำตามความทรงจำของเ้าสำนักฝู กระบี่เสียงเหลียงถูกร่ายรำท่ามกลางความมืดมิดอีกครา ในความทรงจำหลังจากที่ลงมือสังหารเหล่าปีศาจเสร็จสิ้น ทุกครั้งจะน้อมส่งดวงิญญาอาฆาตด้วยกระบวนท่าส่งดวงจิตรสู่สมุฏฐานเริ่มต้น
ด้วยจำนวนของปีศาจ กว่าเหยาเยี่ยชิงจะส่งแก่นิญญาดวงสุดท้ายเสร็จแสงแรกยามเช้าก็สาดส่องมายังผืนป่าที่เงียบสงัด
เขาเดินไปหาหินก้อนใหญ่ก่อนเอนตัวนั่งลงด้วยท่าทีหมดสภาพถึงร่างกายของเ้าสำนักฝูจะเก่งกาจเพียงใดแต่เป็ครั้งแรกที่เขาใช้กระบวนท่าติดต่อกันหลายชั่วยามร่างกายจึงโรยแรงลง
กลิ่นแปลกประหลาดพัดโชยตามส่ายลม มันเป็กลิ่นเฉพาะที่เขาจดจำได้อย่างแม่นยำ
ร่างเล็กที่วางไว้ก่อนหน้าถดกายเข้าหาเหยาเยี่ยชิงด้วยท่าทีทุลักทุเล
“อยู่ให้นิ่ง แผลเ้ามีมากเกินไปประเดี๋ยวจะปริแตก” คนตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง เหยาเยี่ยชิงเห็นดังนั้นจึงปิดตาลงหวังจะคลายความเหนื่อยล้าแต่ถึงอย่างไรประสาทการรับรู้ยังคงฉับไว
หัวคิ้วขมวดเป็ปมก้อน ตาเรียวหงส์เปิดขึ้น เขามองไปยังร่างที่อยู่ในข่ายอาคม ถึงจะเคลื่อนเพียงหนึ่งชุ่น [7] ก็มองออกอย่างแจ่มแจ้ง
พบเจอกับคนดื้อดึงเข้าเสียแล้ว
ถึงจะอยากนั่งพักต่อแต่เขาก็เลือกที่จะเดินเข้าหาร่างที่หยุดนิ่ง หากมองจากจุดที่ตนนั่งเมื่อครู่ก็จัดเป็เด็กมอมแมมคนหนึ่งแต่เมื่ออาคมป้องกันถูกสลายลง ใบหน้าที่คิดว่าเปื้อนคราบดินโคลนกลับเป็รอยเืที่แข็งจนติดใบหน้า
ตามทางที่เดินมาอย่างทุลักทุเลก็มีรอยเืเกาะติดใบหญ้าเป็จุดเช่นกัน เหยาเยี่ยชิงนวดขมับ เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับเด็กมาก่อนหากจะว่ากล่าวก็สงสารจนถอดใจ “นามว่าอะไร..”
“..เยว่ชิน สกุลมู่นามว่า..เยว่ชิน”
เสียงแหบเล็กพูดออกมาอย่างติดขัด เขาคิดจะสอบถามที่มาที่ไปหยุดคำพูดลง ประเมินดูแล้วร่างกายของคนตรงหน้าคงเกินขีดจำกัดไปนาน แต่ยังฝืนทนยืนตอบเขา
“งั้นหรือ”
นิ้วชี้จิ้มไปยังจุดตันเถียน [8] บน ร่างกายฝืนพยุงตัวอ่อนยวบลง เหยาเยี่ยชิงรั้งร่างกายที่เต็มไปด้วยาแเข้าหาก่อนที่จะล้มลง กลิ่นไม่พึงประสงค์ไม่สร้างความรังเกียจให้เขาแต่อย่างใด มันยิ่งทำให้เขาระมัดระวังยิ่งขึ้น
เพียงแค่ปลายนิ้วอาคมของเ้าสำนักฝูก็ทำให้ร่างเล็กจมลงสู่ห้วงนิทรา เขามองไปยังมือของตนเองด้วยแววตาลุ่มลึก ั้แ่ต่อสู้เมื่อครู่กายเนื้อของเ้าสำนักฝูสอดประสานความคิดของตนได้อย่างไหลลื่น เขาใช้อาคมของเ้าสำนักได้ดีเกินไปจนน่าแปลกใจ
กระทั่งอำนาจในการตัดสินใจยังใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือเขาโง่งมอย่างที่จางิกล่าวไว้จริง ๆ ทั้งที่ควรใส่ใจหาข่าวคราวของตนเองกลับเสียเวลาอยู่ในเขตไฉหงกว่าครึ่งเดือน แถมยัง..กระเตงเด็กกลับไปอีกคนหนึ่ง
7 1 ชุ่น ประมาณ 3.33 เิเ
8 ตันเถียนเป็จุดพลังศูนย์กลางของพลังภายในร่างกายโดยตันเถียนบนจะอยู่ระหว่างคิ้ว