สะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神)
ตอนที่ 1
สะพานไน่เหอเฉียว
ท้องฟ้าเบื้องบนแดงฉาน ดินร้อนเบื้องล่างระอุเดือดเพลิงควันขมุกขมัวลอยม้วนหมุนควง พายุใหญ่ปั่นป่วนกระจายทั่วแปดทิศสรรพสิ่งรอบข้าง ทุกแห่งหนล้วนวุ่นวาย
หยางอี้พยายามกรอกดวงตากลมเพื่อสำรวจรอบด้วยความสงสัยอย่างสุดกำลัง แต่ ณ เวลานี้ตนเองกลับมิอาจควบคุมสิ่งใดได้แม้แต่น้อย...ร่างกายนี้ราวกลับเป็ของอีกบุคคลหนึ่งก็มิปาน
...ความคิดขัดขืนนั้นเกิดขึ้นเพียงครู่เพราะเื่ราวหมุนไวเกินกว่าสมองของเด็กน้อยจะตามทัน
ครืนนนนนนบรึ้ม บรึ้ม !!!
สายวิชชุมหึมาแสดจ้า จู่ ๆ พลันปรากฏแลบลั่น ทำลายความสงบเงียบในภวังค์สับสนจนสิ้นเสียงคำรามของเส้นแสงดังประหนึ่งโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา ในความคิดหยางอี้รู้สึกคล้ายสองหูของตนจะต้องอื้ออึงและบอดดับแต่แท้จริงตนเองกลับได้ยินทุกสิ่งแจ่มชัดอย่างน่าประหลาดเพียงแต่ความสงสัยนั้นมิคงอยู่นาน
เปรี้ยง!!!
เสียงแตกะเิดังขึ้นแทบจะเป็เวลาเดียวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมาใกล้กับตำแหน่งยืนของหยางอี้ เวลานี้ค่อยปรากฏหลุมลึกน่าหวาดเสียวจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“จงรีบหนีไป...อย่าให้พวกมันได้สิ่งของรีบหนี !!!” เสียงแว่วชัด แต่มิอาจเห็น หรือรับรู้ว่าใครคือผู้ที่เอ่ยคำเตือนนี้หยางอี้...รู้เพียงเมื่อสิ้นคำ ในร่างของตนเอง ค่อยบังเกิดความรู้สึกร้อนรนปะทุขึ้นที่ภายในหัวใจของตนพลันเร่งเร้าเต้นรัว เสียง...ตึกตัก !!! ที่เคยเรียบสงบ กลับสะท้อนก้องราวกลองศึก สายตาที่มิอาจบังคับและหยุดนิ่งมาพักใหญ่ค่อยบังเกิดการเคลื่อนไหว ภาพที่ปรากฏพลันเปลี่ยนทิศทางไปมารวดเร็ว รอบตัวกลายเป็วูบไหวมิต่างจากนกกระพือปีก จนเด็กน้อยมิอาจมองตามได้ทัน แต่แล้วทุกสิ่งพลันหยุดนิ่งภาพเบื้องหน้าจึงค่อยชัดเจนขึ้นอีกครั้ง สายตาของตนเวลานี้เลือกมองตรงไปยังหญิงชราผมหงอกขาว ซึ่งอยู่ห่างลิบตาออกไป เมื่อเห็นผู้คน...ภาพจึงค่อยๆ เปลี่ยนช้า และเลื่อนกวาดซ้ายขวาสำรวจรอบ ก่อนจะหยุดลงตรงป้ายศิลา ซึ่งตั้งเยื้องอยู่ด้านหน้าแม่เฒ่าผมขาวโพลนไม่ห่างกันนักยิ่งสายตาจับจ้องไปที่แผ่นป้ายศิลา จิตสมาธิของหยางอี้ ก็ค่อย ๆ รู้สึกถึงการเพิ่มพูนแผ่ออกภาพห่างไกลค่อยปรากฏชัดใกล้ขึ้น สุดท้ายภาพที่เห็น จึงไปหยุดอยู่ที่ตัวหนังสือบนแผ่นป้ายศิลาตัวอักษรสีแดงราวโลหิตนั้น สลักคำ...ไน่เหอเฉียว*
“รีบไปแล้วจงรับน้ำแกงจากนางไปดื่ม แล้วพวกมันจะตามเ้าไม่เจอ” สำเนียงที่เคยแว่วก่อนหน้าดังชัดเจนขึ้นอีกครั้ง และก็เป็ดุจเดิม ภาพเหวี่ยงไว เื่ราวสับสน สิ่งต่าง ๆรอบตัวของหยางอี้ หมุนวนสลับขึ้นลงโยกซ้ายเคลื่อนขวา บ้างครั้งก็กระโจนขึ้นสูงสุดก่อนจะตกวูบมุดลงต่ำภายใน่เวลาสั้น ๆ จนหยางอี้รู้สึกเวียนหัวยิ่งนัก แต่ทุกการเคลื่อนไหวที่ดูสะเปะสะปะทั้งหมดล้วนเพื่อหลบหลีกสายฟ้าที่ไล่ผ่าตามหลังมาอย่างไม่ลดละ ทั้งยังควบคุมทิศทางมุ่งหน้า เข้าใกล้หญิงชราผมหงอกขาวผู้นั้น
เปรี้ยงเปรี้ยง !!!
ยิ่งเคลื่อนใกล้จุดหมาย สายฟ้าแสดจ้ายิ่งฟาดถี่ตามติดใส่หยางอี้แต่ด้วยการเคลื่อนไหวพิสดารโยกย้ายไปมายากคาดเดา สุดท้ายก็สามารถรอดพ้นมาจนถึงที่หมายอาณาเขตบนสะพานของแม่เฒ่าผู้นั้น ซึ่งทันทีที่สองเท้าของหยางอี้เหยียบลงััพื้นดินสีขาวปลอดตีนสะพานอาณาเขตคุ้มกันของ...แผ่นป้ายศิลาสลักคำไน่เหอเฉียว พลันก่อตัวห่อหุ้มรอบข้างเอาไว้ทำให้เสียงอึกทึกวุ่นวายก่อนหน้า ค่อย ๆ กลายเป็เงียบสงบและห่างไกล แม้สายวิชชุยังคงฟาดหวดรุนแรงตามติดหยางอี้ดุจเดิมแต่มิมีสักเสี้ยวของมันที่สามารถเล็ดลอดเข้ามายังภายในเขตปกป้องของ...แผ่นป้ายศิลาวิเศษ
แม่เฒ่าผมหงอกขาวรับรู้อิทธิฤทธิ์ของแผ่นป้ายศิลาเป็อย่างดีจึงมิได้แสดงออกเป็กังวลต่อสายฟ้าที่ตามติดหยางอี้มาั้แ่ต้น มืออันเหี่ยวย่นยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนซึ่ง์มอบหมายมาให้อย่างรวดเร็วและมิมีบกพร่อง “อยู่ที่นี่อย่าได้วิตกไป เื่ราวภายนอกล้วนเป็กรรมแต่หนหลังสิ่งเลวร้ายใด ๆ ก็มิอาจก้าวก่ายจุดเชื่อมแดนดินไปได้ เมื่อจิตใจสงบแล้ว เ้าก็จงดื่มน้ำแกงอุ่นๆ ถ้วยนี้ แล้วเื่ราวหนหลังก็จะถูก...”แม่เฒ่าอธิบายสรรพคุณของน้ำแกงที่กำลังตักตวงถือไว้ แต่มิทันที่จะยื่นส่งเรียบร้อยหยางอี้ที่ร้อนใจจนมิอาจควบคุม จึงเลือกที่จะกระชากชามน้ำแกงมาจากในมือของแม่เฒ่าก่อนจะเงยหน้ายกชามกระดกพรวด ดื่มน้ำแกงลงไปจนหมดสิ้น เมื่อก้มหน้ากลับคืน เห็นชามน้ำแกงว่างขาวจึงค่อยยื่นส่งกลับคืน ถึงแม้รสชาติหวานล้ำจะยังคงเคลือบติดอยู่ในปากแต่หยางอี้ก็ยังรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย จึงได้หันกลับไปมองภาพด้านหลัง
...ณเวลานี้ ไม่มีผู้ใดตามติดตนเองอีก สายฟ้าเลื่อนลั่นก่อนหน้าพลันยุติ และจางหายไปแล้วความวุ่นวายก่อน ประหนึ่งว่ากำลังจะจบลง
จิตใจของหยางอี้เริ่มรู้สึกถึงความสุขสงบและน่าอิ่มเอมยิ่งนัก สายตาที่กวาดกว้าง ค่อย ๆ กลายเป็หดแคบและจับจ้องตรงไปยังเสาสูงเจิดจ้าที่เื้ัสะพานอีกฝั่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสิบกว่าจั้งเสาแสงวิเศษไม่มีป้ายสลักอธิบาย หรือถ้อยคำเอ่ยบอกแต่ผู้ที่มองเห็นพลันรับรู้ความหมายของมันได้ในทันที หยางอี้เองก็รับรู้ได้เช่นกันว่าสิ่งนี้คือ...เสาแห่งสังสารวัฎ เพียงแต่ทันทีที่เข้าใจความหมายของเสาสังสารวัฎความง่วงเหงาและมึนงง ก็พร้อมใจกันจู่โจมสติของหยางอี้อย่างรุนแรง สองขาที่ไร้เรี่ยวแรงค่อยๆ หลุดออกจาการควบคุม และยังคงขยับเดินตรงมุ่งหน้าไปยังเสาวิเศษต้นนั้น ด้วยแรงบังคับของสิ่งที่ไม่อาจเห็น
ในขณะที่สติของหยางอี้ใกล้จะเลอะเลือนเต็มทีภาพเบื้องหน้ายิ่งมายิ่งพร่าเบลอ จู่ ๆ ท้องฟ้าแดงฉานเบื้องบน พลันปรากฏใบหน้าของมารร้ายขนาดมหึมากำลังแสดงอาการโกรธเกรี้ยวสายตาคมกริบของมารร้ายกวาดรอบค้นหา แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่พบเป้าหมายที่้า ทำให้ใบหน้านั้นแปรเปลี่ยนเป็อ้าปากกว้าง พริบตาเสียงะโลั่นต่อเนื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์ก็สะท้านตามมาและเพียงคำแรกจบลง พลังเสียงอันน่าหวาดหวั่นนั้น ก็สามารถทำลายม่านปกปักษ์ของ...แผ่นป้ายศิลาไน่เหอเฉียวจนป่นปี้ไม่เหลือหลอ
เื่ราวพลิกผันรวดเร็วยิ่งกว่าเก่าหยางอี้ไม่มีแม้เสี้ยวกะพริบตาให้สับสน รู้ดีว่าเื่เลวร้ายยังมิสิ้นสุด ค่อยบังเกิดขุมกำลังร้อนลวกฮึกเหิมอึกใหม่ขึ้นปลุกเร้าสติของตนเองให้พอฟื้นคืนมาร่วมสามส่วน แม้จะน้อยนิด แต่ยังพอให้ตัดสินใจกระทำการบางอย่างได้ทันก่อนที่การจู่โจมระลอกใหม่จะมาถึง
เมื่อความคิดก่อตัวแน่วแน่พลังขับดันที่มิอาจบรรยายในร่างของหยางอี้พลันปะทุเดือดในเสี้ยวกะพริบตา มวลพลังประหลาดในร่างถูกบีบบังคับส่งลงไปยังสองเท้าที่เพิ่งจะตั้งมั่นด้วยสติที่เหลือทั้งหมด...กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างหดเกร็งความคิดขมึงตึง หยางอี้รู้แล้วว่าศัตรูของตนร้ายกาจเกินไป แถมสติของตนเองก็ใกล้จะหลุดลอยเต็มทีหากครั้งนี้พลาดไป โอกาสหลบรอดในวันนี้ก็คงไม่มีอีกแล้ว ทุกการกระทำไม่มีการลังเลหยางอี้ะเิเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายจนหมดสิ้น เพียงเพื่อกระโจนขึ้นหน้าผ่านระยะไม่กี่จั้งเสียงดัง ปัง !!! พื้นที่วางเท้าพลันยุบถล่ม ร่างของหยางอี้ทะยานพุ่งตรงออกมิต่างจากลูกศรวิเศษ ทิศทางมุ่งหน้าไปที่เสาสังสารวัฎสีขาวเจิดจ้า ความรวดเร็วมิต่างจากวิชชุที่ฟาดผ่าไล่หลังตนก่อนหน้า
ใบหน้ามารร้ายเบื้องบนมิได้แสดงอาการใดๆ ตอบสนอง เพราะแต่แรกมันตั้งใจรอคอยให้ร่างของบางสิ่งเกิดความเคลื่อนไหว ด้วยเหตุผลว่าพลังทำลายก่อนหน้าล้วนตั้งใจให้บังเกิดผลโดนตรงต่อิญญาตาย และม่านปกปิดทั้งหลายเท่านั้น เสียงตวาดเมื่อครู่หาใช่เพื่อการล้างสังหารแต่กระทำเพื่อยืนยันเป้าหมายที่จู่ ๆ ก็สามารถหลบเร้นจากเหล่าสมุนและจิตรุกไล่ของตนเองดังนั้นเมื่อสองเท้าของหยางอี้ทะยานลอยขึ้นเหนือพื้นดวงตามหึมาทั้งสองดวงบนฟากฟ้าก็พร้อมใจกันกรอกจ้องลงไปยังจุดนั้นแม้ท่าร่างของหยางอี้เวลานี้นับว่ารวดเร็วสุดเปรียบ แต่มารร้าย้า มิใช่คู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับชั้นเดียวกันกับตนการลงมือทีหลังมิได้เป็ปัญหาสำหรับมัน พริบตาที่มารร้ายมั่นใจว่าร่างที่เคลื่อนตรงไปยังเสาสังสารวัฎเบื้องหน้าถือครองสิ่งของที่มันหมายตาอยู่ ปากของมารร้ายพลันอ้ากว้าง ดูดกลืนไอิญญาหยินแวดล้อมสถานที่เข้าไปจนเหือดแห้งในพริบตา
วิ้ง...ชั่วเสี้ยวนั้นกาลเวลาทั่วแดนดินคล้ายกระเพื่อมสั่นสรรพสิ่งคล้ายหยุดนิ่ง ถ้อยคำ...ตาย !!! พอดีหลุดออกจากปากของมารร้าย
(*สะพานไน่เหอเฉียว: เป็สะพานที่ท่านยายเมิ่งปฏิบัติหน้าที่มอบน้ำแกงเบญจรสให้แก่เวไนยทั้งหลายเพื่อให้ดวงิญญาละทิ้งความทรงจำในอดีตชาติ และเตรียมตัวพร้อมไปเกิดใหม่ว่ากันว่าน้ำแกงประกอบด้วยรสชาติของชีวิตทั้งห้าที่ผ่านมาของเวไนยผู้นั้นรสชาติของมันในแต่ละถ้วยจึงแตกต่างกันไปตามบุญกรรมที่ผ่านมา)