ไป๋หู่เดินนำคิวบิและวายุเข้าไปในด้านในวิหารมหาเทพ์อาเทม ทางเดินทอดยาวคล้ายทางเดินภายในพระราชวังทุกสัดส่วนตกแต่งอย่างดีวิจิตปราณีตงดงาม
“การ์ดชิ้นส่วนิญญามหาเทพ์อาเทมอยู่ชั้นใต้ดินนี่แหละค่ะ” พยัคสาวกล่าวเดินนำลงไปตามทางเดินบันได
“ไป๋หู่ เ้ามาถึงที่นี่ไม่ได้เจอกับอายนัวและอายเอลหรือไง? ข้าคาดว่าสองเทพแฝดนั่นน่าจะเป็ผู้สร้างถ้ำนี้ขึ้นมาเพื่อปกปักวิหาร และการ์ดชิ้นส่วนของอาเทม”
“ไม่เจอค่ะ ข้าให้ซูซาคุ เซริว สืบถึงที่มาของถ้ำ จนได้ความว่ามันเกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ หรือไม่?”
“พลังของการ์ดิญญาชิ้นส่วนของอาเทม” วายุกล่าว
“ใช่ค่ะ”
“มีความเป็ไปได้สูง” คิวบิกล่าว
ไป๋หู่เปิดประตูเข้ามาด้านในห้องหนึ่งโล่งกว้าง ทว่าภายห้องกลับเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังราวกับเกิดวินาศภัย เป็ร่องรอยหลงเหลือจากการต่อสู้กับเทพอจละ
วายุมองใจกลางห้องต้องตาเป็ประกาย เห็นแท่นศิลาตั้งตระหง่าปกคลุมด้วยคลื่นพลังสีทอง เดินเข้าไปดูใกล้ๆใจกลางแท่นศิลาเห็นการ์ดหนึ่งใบแผ่คลื่นพลังสีทองออกมาตลอดเวลา เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ทรงอำนาจแฝงความศรัทธาประการหนึ่ง
ยื่นมือจะแตะ ทว่าไป๋หู่ตวาดลั่นอย่างร้อนรน
“ระวัง!.. อย่าแตะ้า์ดใบนั้น”
วายุหันควับเช่นกันกับคิวบิ “ทำไม?” จิ้งจอกสาว
“นี่แหละค่ะคือสาเหตุที่ข้าต้องอยู่ที่นี่ การ์ดใบิญญาชิ้นส่วนของมหาเทพ์อาเทม มีเจตนารมณ์สำนึกและิญญาความคิดของอาเทมแฝงอยู่ ข้าและโอริวหลังจากกำจัดเทพอจละลง จะนำการ์ดใบนี้ไปยังวิหารเก้าสุวรรณ ทว่าทันทีที่โอริวััเธอก็ถูกจิตสำนึกและจิติญญาของมหาเทพ์อาเทมครอบงำ แต่โชคยังดีโอริวััแค่ปลายนิ้ว แค่นั้นยังทราบถึงอิทธิฤทธิ์ หลังจากนั้นในร่างกาย ไม่ซิ ในิญญาของโอริวก็มีอีกบุคลิกปรากฎขึ้นภายในเอกภพแห่งจิต คอยจะครอบงำชวงชิ่งสติและร่างกาย โอริวจึงกลับไปยังวิหารสุวรรณ์เพื่อให้โกจิโซรักษา”
วายุอยากตบหัวตัวเอง ทำไมเขาคิดไม่ถึง การ์ดิญญาเศษชิ้นส่วนร่างกายของอาเทม ในเมื่อมีเทพอจละคอยปกป้องแล้วทำไมการ์ดที่เป็ร่างกายของอาเทมจริงจะต้องมีความรู้สึกนึกคิดของเ้าตัวแฝงอยู่
“วายุ เอาไงดี”
วายุครุ่นคิด มีความเป็ไปได้สองอย่าง หนึ่งไม่ว่าใครที่ััการ์ดิญญาของอาเทมจะถูกพลังของอาเทมครอบงำ สองอาจจะเป็เฉพาะกับพวกสัตว์อสูรและสปิริตส์ ไม่เกี่ยวกับผู้เล่น
“นายหญิง อย่าบอกนะคะว่าท่านจะคืนชีพอาเทม” ไป๋หู่ถามด้วยอาการลุ้นขออย่าให้เป็อย่างที่คิด
“ใช่ ข้าจะคืนชีพให้อาเทมและจะจัดการแบบไม่ให้เหลือซากแม้แต่เศษเสี้ยวของแก่นิญญา”
“แต่ว่า?!!..” พยัคสาวใ หากอาเทมลืมตาตื่น เป้าหมายเดียวคือกวาดล้างทุกชีวิตคงไว้แต่ทวยเทพ
“ข้ารู้เ้าจะพูดอะไร แต่เ้าคิดเลอะพวกเทพจ้าวจะอยู่เฉย พวกมันเองตอนนี้ก็คงควานหาเ้าการ์ดิญญานี่อยู่แน่ การที่เราคืนชีพอาเทมและรีบสังหารทำให้มันแตกดับไปในตอนที่พึ่งตื่นจะง่ายกว่าให้พวกเทพจ้าวคืนชีพอาเทมแล้วรอให้หมอนั่นฟูมฟักพลัง ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครต่อกรได้ แม้แต่ข้า”
พยัคสาวพยัคหน้า “จริงอย่างที่นายหญิงกล่าว มิหนำซ้ำนายหญิงก็ไม่ได้อยู่ในสถานะเดิมที่เป็เทพจ้าวอสูร”
“ใช่ แต่ถ้าจุติกลับไปเป็เทพจ้าวแบบในอดีตการจะฆ่าอาเทมให้แตกสลายไม่เหลือแม้แต่แก่นิญญาคงทำไม่ได้อยู่ดี แต่ตอนนี้ข้ามั่นใจ ด้วยการช่วยเหลือของวายุ ข้าจะต้องทลายลิขิตกลายเป็มหาเทพ์ ได้แน่นอน”
ไป๋หู่มองวายุ ไม่เข้าใจอะไรที่ทำให้จิ้งจอกเก้าหางตัวตนที่สูงส่งมั่นใจในชายคนนี้
ทลายลิขิต? “ทลายลิขิตคืออะไร?”
คิวบิหันมาตอบวายุ “วายุจำระดับของสปิริตส์ได้ใช่ไหม”
“อืม...จำได้”
“สูงสุดคือเทพจ้าวสปิริตส์ หากดูดกลืนพลังของเทพจ้าว 7ตน เทพอีก 7ตน จะก้าวข้ามระดับเทพจ้าว กลายเป็มเทพ์ เรียกว่าการทลายลิขิต”
“อ๋อ... เดี๋ยวนะ? มหาเทพ์? อาเทมคือมหาเทพ์ หมายความว่าอาเทมในอดีตอยู่เหนือกว่าคิวบิ!!..”
“อื่ม...” คิวบิพยักหน้า “อาเทมคือสปิริตส์ตนเดียวที่วิวัฒนาการไปถึงระดับมหาเทพ์ ในตอนที่สู้กันคิวบิอยู่แค่ระดับเทพจ้าว” จิ้งจอกสาวตอบเหมือนเป็เื่เล็ก ทว่าความห่างชั้นระดับเทพจ้าวกับมหาเทพ์มันต่างกันเกินกว่าคำว่าลิบลับ และยังบ่งบอกอะไรอีกหลายอย่างให้วายุ เล่นเอาชายหนุ่มอึ่งพูดไม่ออก
หมายความว่าคิวบิที่อยู่ระดับเทพจ้าวมีพลังเหนือกว่าระดับมหาเทพ์เล็กน้อย และการจะกลายเป็มหาเทพ์จำต้องดูดกลืนเทพและเทพจ้าว คิวบิมีอำนาจมากขนาดไหนกัน มากเกินกว่าที่ตัวเขาจะควบคุมหรือไม่
แม้สปิริตส์มีอำนาจมากล้นฟ้าแต่ทว่าหากมาสเตอร์ไร้น้ำยา ไม่สามารถดึงพลังออกมาได้ก็ไม่ต่างอะไรกับสปิริตส์ทั่วไป
เขากังวลว่าอนาคตจะมีความสามารถไม่พอในการใช้พลังของคิวบิให้เกิดผลมากที่สุด
เฮอออ.. วายุถอนหายใจ กลับมามองแท่นศิลา การครองการ์ดิญญาตรงหน้าหมายถึงก้าวแรกของการเคลียร์เกม ก้าวแรกของการเดินไปคว้าจับเงินพันล้าน คนที่ไม่เคยได้ััเงินหมื่นอย่างเขานี่คืออะไรที่จะเสียไปไม่ได้
โอกาสพลิกชีวิตของคนเราไม่ได้มีบ่อยๆ ตอนนี้โอกาสพลิกฟ้าอยู่ตรงหน้ามีหรือคนอย่างวายุจะถอย
“คิวบิ เชื่อใจวายุไหม” เขาหันมาถามพร้อมยิ้มที่มุมปาก
“เชื่อ แต่ไม่อยากให้วายุเสี่ยง อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากวายุโดนครอบงำ คิวบิเองก็จนปัญญาว่าจะหาอะไรมาล้างสถานะดีบัฟ นอกเสียจากการ์ดลมหายใจ์ระดับล้านปี ซึ่งมีอยู่ 2 ใบในโลก คิวบิว่าเราออกตามหาการ์ดลมหายใจ์ก่อนเถอะ ตรงนี้ให้ไป๋หู่คอยเฝ้าเอาไว้” จิ้งสาวหนักใจ เอาจริงเธอเชื่อในตัวเขา แต่การทดสอบที่ผู้เล่นจะต้องเจอก่อนได้การ์ดิญญาชิ้นส่วนของอาเทมนั้นทรหดมาก
ทำไมเธอถึงคิดว่าการทดสอบที่ต้องเจอทรหดน่ะเหรอ ไม่อยากบอกว่าก็ไอ้การทดสอบนั่นน่ะเธอนี่แหละที่เป็คนออกแบบและกำหนดเงื่อนไขทุกอย่างเอาไว้
เฮอออ... จิ้งจอกสาวถอนหายใจเดินเข้าหาวายุทางด้านหลัง
“เอา.. หัวดื้อจริง วายุ”
ชายหนุ่มหันมามองจิ้งจอกสาว “ฮืม”
“ฟังคิวบินะ หากวายุััการ์ดใบนั้น โชคชะตาของโลกจะเปลี่ยนแปลงทันที หายนะจะมาเยือนเรา เทพทั้งหลายรวมถึงผู้เล่นจะตามล่าพวกเรา เทพจะตามล่าเรา” จิ้งจอกสาวย้ำคำว่าเทพ เธอจะไม่บอกอะไรเขา มั่นใจด้วยสมองของวายุเขาย่อมคิดออกว่าหมายถึงอะไร
วายุหรี่ตา
เทพจะตามล่า?... เขาหลับตาใช้สมาธิ สมองคำนวนแล่นปราดอีกรอบ
เทพตามล่า? ชะตาของโลกจะเปลี่ยนแปลง? !!... หรือว่า อัพเดตแพทช์!!.. ในตอนนี้ไม่ใช่พวกเทพไม่รู้ว่าคิวบิเกิดขึ้นมาใหม่ พวกมันรู้ เพียงแต่ที่ยังไม่ตามมาล้างแค้นกำจัดคิวบิทิ้งก็เพราะยังถูกจำกัดเขตแดน กักกันเอาไว้ในพื้นที่พิเศษ เงื่อนไข หากการ์ดิญญาอาเทมใบไหนหายไปจากตำแหน่งเขตแดนกักกันพวกเทพจะถูกปลด
“อีกอย่าง หากััการ์ดนั่น วายุจงจำไว้เสมอว่าตอนนี้วายุทำอะไรอยู่ วายุเป็ใคร อยู่ที่ไหน โปรดจงจำเอาไว้ให้มั่นสลักมันเข้าไปในใจ อย่าได้ลืม”
“เข้าใจแล้ว คิวบิไม่ต้องห่วง” เขายิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายหันหลังไปคว้าจับการ์ดิญญา
จิ้งจอกสาวสะท้านวาบรู้สึกเหมือนถูกเขากระชากชิงหัวใจไปชั่วครู่
“คิวบิ จำไว้ หากพวกมันจะฆ่าเธอ ข้ามศพฉันคนนี้ไปก่อน” วายุกระแทกเสียงหนักแน่น
บึ่มมมม... ทันทีััการ์ดคลื่นพลังแตกะเิ เมฆดำทมิฬลอยปกคลุมทั่วทวีปพร้อมสายฟ้าสีดำฟาดฝ่าอย่างบ้าคลั่ง คลื่นลมกระชากดุจลมหายใจมัจจุราชราวกับจะเป็วันสิ้นโลก
รอบกายวายุเกิดคลื่นพลังงานสีดำแผ่อาบทั่วร่างก่อนจะซึมเข้าภายในร่างกาย
อึก!.. วายุตาแข็งเบิกกว้าง ั์ตาแดงฉาน เส้นเืสีดำทมิฬปรากฎทั่วร่างกาย อ๊ากกกกกกกกก... เขากรีดร้องโหยหวนเ็ปทรมานแสนสาหัส
“วายุ!....” คิวบิปี่ยื่นมือจะดึงวายุออกจากกลุ่มพลัง
เปรี้ยง!!.. คลื่นพลังดีดจิ้งจอกสาวกระเด็นอีดกำแพงจนกระอักเื
“นายหญิง!...” พยัคสาวพุ่งเข้าประครอง
“ข้าไม่เป็ไร ก่อนอื่น วายุ”
พยัคสาวมองชายหนุ่ม ตกอยู่ในพลังความโกรธแค้นของมหาเทพ์อาเทม
“นายหญิง เกรงว่าเราคงจะยื่นมือเข้าไปช่วยไม่ได้”
“อาจจะเป็อย่างที่เ้าว่า ความโกรธแค้นของอาเทมรุนแรงเกินกว่าที่ข้าคิด แต่จะให้ดูผู้เป็นายอยู่เฉยๆ ข้าก็ทำไม่ได้”
“ข้าคิดว่า นายหญิงควรเชื่อใจเขา ชายคนนี้ ข้าััได้ถึงความบ้าบิ่นและทรนงณ์ เด็ดเดี่ยว คิดว่าเขาต้องผ่านมันไปได้แน่”
“นั่นแหละที่ข้ากังวล” คิวบิกล่าวอย่างหนักใจ “ยิ่งเขามีความแข็งแกร่งจิตใจเข้มแข็งมากเท่าไหร่ สิ่งที่เขาต้องเผชิญจะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น” จิ้งจอกสาวถอนหายใจ “แม่ทัพไร้พ่ายสยบทั่วแดนดินยังไม่อาจสยบใจตนเองลงได้ ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็ตนเอง”
เสียงกรีดร้องของวายุเงียบสนิท ตกอย่างตกอยู่ในความวังเวง
ห้องนอนสีขาวเตียงแต่งโทนสีชมพูอ่อนหวานมีเฟอนิเจอร์ครบครัน บนเตียงนอนสีชมพูปรากฎชายหนุ่มกำลังนอนอย่างมีความสุข เขาค่อยๆลืมตาก่อนจะลุกนั่งมองซ้ายแลขวา
ที่นี่มัน... เขามองหัวเตียงเห็นกรอบภาพถ่ายรูปคู่ชายหญิงที่มองดูรู้ทันทีว่าเป็คู่รัก
ตอนนั้นประตูห้องเปิดออกพร้อมเสียงหวานใส “อ่าว พี่วาตื่นแล้วหรอคะ เค๋าทำโจ๊กเสร็จพอดีเลย มาเร็ว” ฮืมม.. “พี่วาเป็ไรคะ”
“แยม!.. ป่าวค่ะ พี่แค่.. สงสัยจะเป็ฝัน”
“ฝัน? ฝันถึงสาวคนไหน”
“ป่าวๆ พี่ก็อธิบายไม่ถูก แต่มันเป็ฝันที่เหมือนจริงและยาวนานเอามากๆ”
อุ๊บ.. หญิงสาวทิ้งตัวลงบนผ้านวมสีชมพูทับร่างวายุด้วยความอ้อน วายุยิ้มกลิ่มเอามือลูบหัวฝ่ายหญิงสาวด้วยความเอ็นดู ดวงตาใส่กระจ่างแวววาวดุจละอองดาวแหงนมองชายหนุ่มแฝงด้วยอารมณ์อ่อนหวานลึกซึ้ง เผยให้เห็นใบหน้าเ้าของดวงตางาม ที่สวยจัดน่ารักสมวัยแต่งแต้มไว้อย่างปราณีต พอเหมาะพอเจาะไปทุกสัดส่วนอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อยืดคอกว้างสีขาวมองทะลุเห็นเสื้อเป็ส่ายเดี่ยวอวดเนินอกขาวผ่องอยู่รำไร เรือนร่างงามแต่งกายกึ่งเปิดกึ่งปิด จัดว่าสวยเสด็จจนชายใดที่เจอต้องจ้องมองจนคอเคล็ด
“ใส่เสื้อผ้าลุกไปทานโจ๊กกันเถอะค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มอิ่มสุข
“ค่ะ พี่ขออาบน้ำแป๊บหนึ่งนะ” วายุกล่าว
หญิงสาวอมยิ้ม “อยากอาบด้วยจัง”
วายุดีดเหม่งให้หนึ่งที
อุ้ยยย...ซูดดด เธอลูบเหม่งซูดปาก
“อาบไปแล้วไม่ใช่เลอะคะ” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“แยมรอห้องนั่งเล่นนะ”
ก่อนออกไปหญิงสาวไม่วายจุ๊บให้หนึ่งดอก วายุลุกเดินหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำอย่างเคยชินราวกับว่าเขาอยู่ที่นี่มาช้านานชนิดหลับตาเดินก็ยังได้
วายุยืนให้น้ำจากฝักบัวไหลอาบรดหัวทั่วตัว “ฝันหรอ? แต่ทำไมชั่งเหมือนจริงจนไม่น่าจะใช่ความฝัน แต่ถ้าทั้งหมดนั่นเป็ความฝัน เื่แยม?” วายุอมยิ้ม
ภายในห้องจีเอ็ม.
“ตาย..ตาย..ตาย” จีเอ็มแมว.โวยวาย
“อะไรตาย” จีเอ็มเสือ.เหลี่ยวมามองหน้าจอสี่มิติของจีเอ็มแมว. “เฮ่ย.. ไอ้คนนี้อีกและเลอะ!!..”
หรือว่า??!!... จีเอ็ม.ทุกคนอุทานอย่างรู้กันว่าเป็ใคร ทั้งหมดรีบมามุงดู
“ใช่ครับ วายุเ้าเก่า ผู้เล่นพร์และผู้เล่นที่เป็ปัญหาของเรา” จีเอ็มแมว.กุมขมับ
จีเอ็มสิงโต.ถอนหายใจ “ครั้งแรกได้สัตว์มายาเป็ท่านประธาน ครั้งที่สองฟาร์มเวลจากลิซาร์ดแมนชนิดเลเวลพุ่งพรวดแซงผู้เล่นสามเดือน ครั้งที่สามขอการ์ดที่ใช้เงินได้ไม่จำกัด ครั้งนี้อะไรอีก” จีเอ็มสิงโต.หันมาดูอย่างอ่อนใจ ในขณะที่จีเอ็มคนอื่นอ้าปากค้างแข็งเป็หินปูน
การ์ดิญญา!!!!!........
เฮอออ.. ทั้งหมดถอนหายใจส่ายหัวเอือมละอา จีเอ็มแมว.ถามขึ้นกับจีเอ็มจิ้งจอก.
“หัวหน้าคิดว่าเขาจะผ่านด้านทดสอบมายาลวงใจหรือป่าวครับ?”
จีเอ็มจิ้งจอกถอนหายใจ “ถ้าคนอื่นฉันคงตอบอย่างมั่นใจว่าไม่ผ่าน มายาลวงใจเป็การทดสอบที่สร้างขึ้นจากตัวผู้เล่น ด้วยการประมวลผลจากเครื่องแอร์เกียที่เชื่อมต่อสมอง ทำให้สามารถสแกนความทรงจำได้ด้วยกระแสไฟฟ้า และด้านทดสอบมายาลวงใจเป็การอ่านความทรงจำที่เป็จุดอ่อนของคนๆนั้นและนำคำนวนใหม่สร้างเป็ฝันมายา แต่ไอ้เ้าหมอนี่... มันฉลาดเป็กรด อีกอย่าง สัญชาตญาณแบบสัตว์ป่า นี่แหละที่อันตราย จะเป็สิ่งที่ทำให้หมอนี่อยู่เหนือผู้เล่นคนอื่น”