บทที่ 6 รอยเท้าบนระเบียงทางเดิน
“ต้องรู้ก่อนว่า เมื่อตอนที่เธอลุกขึ้น ข้างนอกยังมืดสนิทอยู่เลย! นั่นหมายความว่าไฟมันเพิ่งจะสว่างขึ้นมาเอง! เซียวเซียวะโออกไปตามสัญชาตญาณ ใครน่ะ?”
“ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านนอก ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า แม้ในใจจะเริ่มหวาดกลัว แต่สุดท้ายเธอก็รวบรวมความกล้าผลักประตูกระจกออกไป ทั่วทั้งโถงใหญ่ ไม่มีใครอยู่เลยสักคน”
“เธอเดินไปที่สวิตช์ไฟ แล้วจัดการกดปิดมัน ก่อนหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าห้องทำงาน”
แป๊ก!
“แต่ทันทีที่เธอหันหลังกลับ ไฟ... กลับสว่างขึ้นมาอีกครั้ง! ลมเย็นะเืวูบหนึ่งพัดมาปะทะแผ่นหลัง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ศีรษะของเธอชาหนึบไปในทันที!”
“เซียวเซียวฝืนฝืนพยุงร่างที่สั่นเทา แล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับไปมอง แต่ก็ยังคงไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและถี่รัวขึ้น ในหัวพลันนึกถึงเื่ที่เพื่อนร่วมงานเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้”
“ว่ากันว่าตอนที่ตึกนี้กำลังก่อสร้าง เคยมีคนตายที่นี่มาแล้วหลายศพ! แถมยังเป็ที่ชั้นนี้... ชั้นที่เธออยู่ด้วย!!”
“ที่น่าขนลุกยิ่งกว่านั้นคือ รปภ. เคยเตือนไว้ว่า ก่อนเวลาห้าทุ่ม... ทุกคนต้องออกจากตึกนี้ให้หมด พอคิดได้แบบนั้น เซียวเซียวก็รีบก้มมองนาฬิกาข้อมือทันที”
“สี่ทุ่มห้าสิบห้านาที!!!”
“เหลือเวลาอีกแค่ห้านาทีสุดท้ายก็จะถึงห้าทุ่ม! ในหัวของเธอรู้สึกเหมือนมีค้อนหนัก ๆ กำลังกระหน่ำทุบลงมาไม่ยั้ง ทั้งความกลัว ความเครียด ความกังวล และความหวาดระแวง ประดังประเดเข้ามาหาเธอราวกับระลอกคลื่น”
“คราวนี้เซียวเซียวไม่สนงานแผนงานอะไรนั่นแล้ว เธอวิ่งหน้าตั้งกลับเข้าห้องทำงาน คว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกมาทันที”
“ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดประตูบริษัท ลมเย็นะเือีกสายก็พัดมากระทบตัวเธออีกครั้ง ความเย็นเย็นวาบแล่นจากฝ่าเท้าพุ่งขึ้นไปถึงสมอง เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาทีจะห้าทุ่ม!!”
“สมองของเซียวเซียวขาวโพลนไปหมด เธอรีบปิดประตูแล้ววิ่งหน้าตั้งไปยังลิฟต์อย่างไม่คิดชีวิต ในทางเดินที่ทอดยาว มีเพียงเสียงรองเท้าส้นสูงของเซียวเซียวกระทบพื้นดัง ตึก ตึก ตึก สะท้อนไปมา แผ่นหลังของเธอเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ”
“เมื่อเธอไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูลิฟต์ เข็มนาฬิกาก็ชี้ไปที่เลขสิบสอง... ห้าทุ่มตรงพอดีเป๊ะ...”
เล่ามาถึงตรงนี้ ผู้ฟังทางบ้านต่างพากันขวัญผวาไปตาม ๆ กัน
[ บ้าเอ๊ย! ดีเจหยุดเล่าเถอะ! ขอร้องล่ะหุบปากที! ฉันไม่กล้าฟังต่อแล้ว มันน่ากลัวเกินไป! ]
[ แม่ง! ฉันไม่เคยฟังเื่ผีที่กดดันขนาดนี้มาก่อนเลย หัวใจฉันจะเต้นทะลุอกอยู่แล้วเนี่ย ]
[ สรุปนี่เื่จริงหรือเื่แต่งวะ? โลกนี้มีเื่ประหลาดแบบนี้จริง ๆ เหรอ? ]
[ โชคดีนะที่ฉันซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม! ไม่กลัวโว้ยยย ดีเจเล่าต่อเลย จัดมา! ]
ข้อความคอมเมนต์หลั่งไหลมาไม่ขาดสายราวกับหิมะโปรยปราย และในตอนนั้นเอง เรตติ้งของรายการ ‘รายการวิทยุเที่ยงคืน’ ก็ทำลายสถิติ 1.6% ของจางไห่ลงอย่างราบคาบ และพุ่งทะยานไปถึง 1.8% แล้ว!!!
เสี่ยวน่าดีใจจนเนื้อเต้น เธอหันไปมองหลินเต๋อจื้อ “ผอ. คะ! ทำลายสถิติแล้วค่ะ! หลินเซียวทำลายสถิติเรตติ้งสูงสุดของสถานีเราแล้วค่ะ!”
“จริงเหรอ?”
หลินเต๋อจื้อผุดลุกขึ้นยืนทันที เขาก้าวฉับ ๆ ไปที่ข้างตัวเสี่ยวน่า เมื่อเห็นตัวเลข 1.8% บนหน้าจอ ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ฟิน... ฟินสุด ๆ ไปเลยเว้ย!
สำหรับคนเป็ผู้อำนวยการสถานี ยิ่งเรตติ้งสูงเท่าไหร่ งบประมาณที่เบื้องบนจะอนุมัติลงมาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น สำหรับหลินเต๋อจื้อแล้ว เขาอยากจะให้พนักงานทุกคนทำเรตติ้งได้เกิน 1% ให้ได้แบบนี้ทุกคนจริง ๆ
แต่น่าเสียดายที่นั่นมันเป็แค่ความฝัน แต่ว่าตอนนี้หลินเซียวได้แจ้งเกิดแล้ว! นี่มันต้นไม้เงินต้นไม้ทองชัด ๆ!
“ผอ. ครับ ผมว่าไอ้ข้อมูลพวกนี้ หลินเซียวมันต้องไปซื้อมาแน่ ๆ!” จางไห่รีบโผล่หน้าเข้ามาขัดจังหวะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด
พอได้ยินแบบนั้น หลินเต๋อจื้อก็ขมวดคิ้วฉับ “หุบปาก! แกเห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้หรือไง? ซื้อมาเหรอ? แกหัดแหกตาดูยอดคอมเมนต์ตอนนี้บ้างหรือเปล่า? ปาเข้าไปหนึ่งหมื่นสองพันข้อความแล้ว!! บอกฉันมาซิว่าแกเอาส่วนไหนมองว่านี่คือข้อมูลปลอม?”
“ผม... คือ...” จางไห่ใบ้กินทันที
“รีบไสหัวกลับบ้านไปนอนซะ แกมันก็แค่ไอ้ขี้อิจฉา เมื่อก่อนฉันหลงผิดคิดว่าแกเป็คนซื่อสัตย์ได้ยังไงกันนะ?” หลินเต๋อจื้อด่าอย่างไม่ไว้หน้า
เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างก็มองจางไห่ด้วยสายตาสมน้ำหน้า ฉากแบบนี้... พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริง ๆ
หลินเซียวจิบน้ำอีกอึก แล้วเริ่มเล่าต่อ
“เซียวเซียวที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าลิฟต์ จู่ ๆ หูของเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนระฆังตีดังขึ้น”
แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
“เสียงนั้นดังเป็จังหวะสะท้อนก้องไปตามระเบียงที่ว่างเปล่า ฟังแล้วชวนให้ใจสั่นระรัว ทันใดนั้น... ลมเย็นะเืสายแล้วสายเล่าก็พัดกรรโชกเข้ามาจากหน้าต่างทั้งสองฝั่งของทางเดิน เซียวเซียวรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในห้องแช่แข็ง ฟันบนฟันล่างของเธอกระทบกันดังรัว ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง”
คิ คิ คิ~
“จู่ ๆ เสียงหัวใจเราะที่ทั้งแหลมเล็กและเย็นะเื ก็ดังเข้าหูของเซียวเซียว”
“กรี๊ดดดด!!!”
“เซียวเซียวกรีดร้องออกมาด้วยความใ กำแพงความกล้าด่านสุดท้ายในใจพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดีในนาทีนี้ ทว่า... เื่สยองมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
“เธอมองเห็นกับตาว่าบนพื้นทางเดิน จู่ ๆ ก็มี ‘รอยเท้าสีขาว’ ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ! รอยเท้านั้นกำลังก้าวเดินตรงมาทางที่เธอยืนอยู่... ทีละก้าว... ทีละก้าว... หัวใจของเซียวเซียวแทบจะกระดอนออกมาทางลำคอ! ขาของเธอเริ่มอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาเต็มหน้าผาก”
“เธอพยายามพิงหลังแนบกับกำแพง ฝืนใจยืนหยัดไว้อย่างสุดความสามารถ แต่รอยเท้าสีขาวนั่นก็ขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หัวใจของเธอเต้นเร็วยิ่งขึ้นไปอีก”
“เซียวเซียวพยายามเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอ ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย! แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ”
“ในตอนนั้นเอง สายตาของเซียวเซียวก็เหลือบไปเห็นห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล! เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย วิ่งหน้าตั้งมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำทันที แทนที่จะยืนรอความตายอยู่ตรงนี้ สู้ไปเสี่ยงดวงเอาข้างหน้าดีกว่า!”
“พอวิ่งเข้าห้องน้ำได้ เซียวเซียวก็รีบพุ่งเข้าไปในห้องส้วมห้องในสุด เธอนั่งลงบนฝาชักโครก หอบหายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ”
“ท่ามกลางความเงียบ เธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามปานจะะเิของตัวเอง เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที...”
“เซียวเซียวกำหมัดแน่น หลับตาปี๋ด้วยความกลัว... เพราะเกรงว่าถ้าลืมตาขึ้นมา จะเห็นหัวที่เต็มไปด้วยเืมาแสยะยิ้มอยู่ตรงหน้า!”
“ผ่านไปราวๆ สองสามนาที ข้างนอกก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ หัวใจที่เต้นรัวของเซียวเซียวเริ่มสงบลงช้า ๆ”
“แผนนี้ได้ผลจริง ๆ ด้วย!”
“ความรู้สึกเหมือนรอดตายมาได้หวุดหวิดนี้ ทำให้เซียวเซียวรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงประหลาดบางอย่างก็ดังแทรกเข้ามาในหูของเธออีกครั้ง...”