สองเดือนผ่านไป อาอู่ฝึกซ้อมท่ารุก ด้วย หมัด เท้า เข่า ศอก จนชำนาญ จนอาจารย์เมฆา ต้องสอนท่ารับ ไปพร้อมกัน แล้วให้รู้จักรุกขณะรุกก็ต้องรู้จักรับ จนชำนาญทั้งรุกและรับ วันหนึ่งอาจารย์เมฆามาบอกว่า
“ อีก 3 วันจะมีการ สถาปนาพระพุทธรูป ที่วัดพนัญเชิง ในวันงานมีการเปรียบมวยกัน 7 วัน ข้าจะส่งเ้าไปเปรียบมวยในงานนี้ด้วย จงเตรียมตัวไว้" อาจารย์เมฆาสั่งให้เตรียมตัวไว้
วันงานมีคนมาเปรียบมวยกันมากมาย มีแต่ผู้ใหญ่อายุเกิน 15 ขึ้นไปไม่มีผู้ใดอายุพอๆ กับอาอู่เลย แต่อาจารย์ก็พร้อมจะเปรียบมวยกับคนที่ อายุมากกว่าโดยอาอู่ได้สู้กับนักมวยแถบทางเหนือ มีนามว่า เที่ยง
“ มวยทางเหนือส่วนใหญ่เน้นคล่องแคล่วว่องไว ออกหมัดเร็ว ถอยเร็ว เตะเร็วนี่คือพวกมวยทางเหนือ เวลาเ้าขึ้นสู้ ต้องเร็วกว่ามันให้ได้ หากมันใช้แรงปะทะเข้าใส่ เ้าจะสู้มันได้อย่างลำบาก เพราะเ้าตัวเล็กกว่ามันเยอะ
ยิ่งเ้าขึ้นชกครั้งแรก ต้องมีสมาธิ อย่างวอกแวก ไม่ต้องกลัว มันก็แค่คู่ซ้อมคนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลเื่แพ้ชนะ เป็เื่ธรรมดา ที่ขึ้นชกครั้งแรก ส่วนใหญ่เจอคู่ต่อสู้ที่เจนจัดกว่า ย่อมต้องกลัวเกรง นี่เ้าพร้อมหรือไม่” อาจารย์เมฆาให้คำแนะนำละเอียดยิบ
“ พร้อมแล้วขอรับ “ อาอู่พยักหน้า
วันนี้อาอู่ขึ้นชกครั้งแรก ทั้งบ้านซ่งอี้ ซ่งเอ้อ ซ่งซาน ครูชัย มั่นเดช แก้วฟ้าและ หลวงปู่ยังแอบดูอยู่ห่างๆ
สัญญาณเสียงระฆังยกแรกดังขึ้น นักมวยนามว่าเที่ยงเห็นอาอู่เล็กกว่ามาก ทางครูมวยบอกมาแล้วให้ลุยใส่แต่ยกแรกเลย ไม่ต้องดูเชิง เพราะดูแล้วไก่อ่อนแบบนี้ ปะทะหน่อยเดียวก็คงจะล้มแล้ว จึงเดินเข้าใส่ทันที แต่พอเห็นอาอู่ยกแขนรัดกุม เลยลังเลไปนิดหนึ่ง เลยทำให้แขนซ้ายตกไปนิดเดียว เลยเจอเท้าลอยมาปะทะใบหน้า เปรี้ยง! หน้าหันกลับไปที่มุมตัวเอง พยายามจะหันกลับมาแต่ว่าสมองมันไม่รับรู้อะไรอีกแล้วลงไปนอนหลับสบายกับพื้นทันที รอบๆ สนามเงียบสงบ ไปพักหนึ่ง จนกรรมการเดินออกมาประกาศ อาอู่ชนะ ถึงได้ มีเสียงพูดกันไปทั่ว
“ ยังไม่เห็นอะไรเลย”
“ แพ้แล้วหรือ”
“มันโดนอะไรเข้าไป”
“มันเป็ลมหรือเปล่า”
แต่ละคนมีแต่คำถามที่ไม่ใครตอบซักคน อาจารย์เมฆายิ้มแก้มปริ ซ่งอี้ ซ่งเอ้อ ซ่งซาน แต่ละคนดีใจกันถ้วนหน้า เ้ามั่นกับเดช แก้วฟ้าะโตัวลอยรีบเข้ามาหาด้วยความดีใจกับอาอู่ กันถ้วนหน้า ขณะนั้นเอง ครูมวยจากเมืองสองแควเดินเข้ามาพูดกับอาจารย์เมฆา อยากจะให้ศิษย์แก้มือ เพราะเห็นว่า มันเร็วเกินไป ไม่ทันได้ตั้งตัว
อาจารย์เมฆา เรียกอาอู่เข้ามา
“ อาอู่ เ้าจะว่าอย่างไร เขาขอแก้มืออีกครั้ง “ อาจารย์ถามต่อหน้าครูมวยพิษณุโลก
“ ได้ ขอรับ” อาอู่รับคำทันที ครูมวยเมืองสองแxินดียิ่ง แล้วรีบเดินไปคุยกับลูกศิษย์ที่เพิ่งฟื้นตัว และ บอกให้เตรียมแก้มืออีกครั้ง
“ ไอ้เที่ยง ข้าให้โอกาสเอ็งแก้มือ แต่เอ็งต้องระวัง อย่าประมาทอีก อย่างเห็นมันแค่เด็ก อย่าเข้าปะทะ ดูเชิงมันไปก่อน วนไปมารอบๆ หาจังหวะเข้าทำ อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เข้าไปให้มันเตะยอดหน้าเข้าอีก รู้ไหม เอาล่ะ เอ็งพักมานานพอแล้ว พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วข้าจะไปบอกพวกเขา” ครูมวยก็ให้คนไปบอกพร้อมแล้วคู่หน้าสู้กันเลย
“ อาอู่ เ้าอย่าประมาทคู่ต่อสู้ครั้งนี้ เพราะมันประมาท จึงทำให้แพ้ ข้าว่าครั้งนี้มันคงไม่ประมาทแล้ว เ้าระวังหน่อยก็แล้วกัน “ อาจารย์เมฆากล่าวสั้นๆ
อาอู่ยืนอยู่กลางเวที รอให้อีกฝ่ายออกจากมุม ไอ้เที่ยงโดนครูมวยสั่งให้ลุยก็ลุย มาครานี้สั่งให้รอดูจังหวะ มันก็ทำตามทุกอย่าง มันเริ่มวนไปรอบๆ ยกแขนป้องกันไว้พยามไม่ให้แขนตก กลัวโดนอีกรอบ พยายามหาจังหวะเข้าทำตามที่ครูมวยบอกทุกประการ เปรี้ยง! อาอู่พุ่งเข้าชกไปที่ใบหน้าด้วยความรวดเร็วเพราะ คู่ต่อสู้มัวแต่จดจดจ้องๆ จนมันถอยไปด้านหลัง อาอู่ะโเข่าลอยเข้าที่หน้าอกซ้ำปึก ! ไอ้เที่ยงยกมือขวาโบกมือ ที่หมายความว่า ว่าพอแล้ว ไม่เอาแล้ว
อาอู่เลยถอยหลังกลับมา แพ้อีกรอบ ครูมวยเมืองสองแควคราวนี้ไม่พูดขอแก้มืออีกแล้วได้แต่ส่ายหัวอย่างเดียวเสียง เฮ จากฝ่าย อาอู่ดังขึ้นมีครูมวยจากละโว้เดินมาหาทางอาอู่กับอาจารย์เมฆา
“ ท่านแม่ทัพไม่เจอกันนาน “ ครูมวยจากเมืองละโว้ทักทาย
“ ครูทิม มาที่นี่ได้อย่างไร” อาจารย์เมฆายินดีที่เจอเพื่อนเก่า
“ พาเด็กมาเปรียบมวย ที่นี่ เห็นลูกศิษย์ของท่านแม่ทัพแล้วนึกอยากให้ลูกศิษย์เปรียบมวยบ้าง” ครูทิมบอกความคิดไป
“ ได้ซิ พามาเลย จะได้รู้จักกันไว้ “ อาจารย์เมฆาเรียกอาอู่มาไหว้ครูทิม
“ ครูทิม” อาอู่ยกมือไหว้ แล้วเห็นชายวัย 15 ปียืนอยู่ข้างหลังครูทิม
“ นี่หรือคือคนที่ครูจะให้กระผมเปรียบมวยด้วย เด็กเกินไปหรือเปล่าขอรับ” เด็กหนุ่มวัย15ปี พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกอาอู่
“ ชัยยันต์เ้าไหว้ท่านแม่ทัพเมฆาซะ “ ชัยยันต์ยกมือไหว้ทันที
“ เ้าเป็ลูกของท่านแม่ทับชัยบดี รึ” แม่ทัพเมฆาถามขึ้น
“ ขอรับ” ชัยยันต์กล่าวอย่างภูมิใจ
“ วันนี้ไม่พูดเื่อื่นแค่เปรียบมวย ท่านว่ายังไงท่านแม่ทัพ” ครูทิมถามอีกครั้ง
“ ได้ ข้าไม่ขัดข้อง อาอู่มานี่ซิ เ้าพร้อมสู้อีกไหม” อาจารย์เมฆาถามอีกครั้ง
“ พร้อมขอรับ” อาอู่พร้อมอยู่แล้ว
อาอู่ยืนบนเวที แล้วมองคู่ต่อสู้ ส่วนชัยยันต์ มองที่อาอู่แบบดูถูก ทั้งที่ครูทิมก็บอกแล้วระตัวให้ดี เพราะระดับแม่ทัพรับศิพย์ ต้องไม่ธรรมดาแน่ อาอู่เดินเข้ามากลางเวที อีกฝ่ายก็พร้อมแล้วเช่นกัน ชัยยันต์พุ่งเข้าชกก่อนทันที แต่อาอู่หลบไปทางซ้าย ยังไม่สามารถสวนกลับได้ “ใช้ได้นี่ชกคนอื่นอย่างสบายแต่คู่ต่อสู้หาโอกาสสวนกลับไม่ได้” อาอู่นึกในใจ
แล้วใช้ความเร็วเข้าประชิดตัวแล้วลองชกไปที่ลำตัวเป้าใหญ่ ผัวะ ! โดนหน้าอกแต่อีกฝ่ายไม่สนใจต่อยกลับที่ใบหน้าอาอู่ แต่อาอู่หลบทันถอยหลังกลับมาตั้งหลัก
“แข็งแรงดีนี่ ต่อยไปโดนยังไม่รู้สึก” อาอู่นึกในใจ แต่ไม่ยอมนิ่งเฉย เตะตวัดไปที่ก้านคอ อีกฝ่ายรับด้วยแขน อาอู่เตะซ้ำไปอีกที เปรี้ยง ! อีกฝ่ายรับได้อีกครั้ง แต่เซถลาไปเพราะ ครั้งที่ 2 รุนแรงจนกระเด็นถอยไปด้านข้าง อาอู่พุ่งเข้าไปฟันศอกตรงที่หน้าผาก ชัยยันต์ เปิดแผลแรก
อาอู่ไม่หยุดจับคอกระชาก มาใส่เข่าไปสองดอกชัยยันต์ก็รูดลงไปกองกับพื้นหมดสภาพที่จะสู้ต่อครูทิมตะลึงที่เห็นไม่คิดว่าชัยยันต์ลูกศิษย์เอกของเขาจะพ่ายง่ายดายอย่างนี้รีบเข้าไปประคองชัยยันต์ทันที อาจารย์เมฆายิ้มอย่างดีใจ ที่อาอู่อัดชัยยันต์ ลูกชายแม่ทัพคนใหม่แห่งละโว้ซึ่งไม่ถูกชะตากันเท่าไร
“ ไม่เป็ไรใช่ไหม “ อาจารย์เมฆาถามครูทิม
“ ไม่เป็ไรมาก แค่จุก และหน้าผากแตกนิดหน่อย” ครูทิมกัดฟันพูด
“ ดีแล้ววันนี้ พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้พวกเราจะมาเปรียบมวยกันอีกหากจะมาต่ออีกรอบพรุ่งนี้ค่อยพบกัน” อาจารย์เมฆากล่าวจบก็เดินออกไป
ฝ่ายพวกอาอู่ เดินออกจากที่ตรงนั้นแล้วแยกย้ายกันกลับ ส่วนอาอู่กลับมาถึงบ้านอาจารย์ถูกอาจารย์เรียกก่อนไปที่เรือนพัก
“ อาอู่ คืนพรุ่งนี้อาจารย์จะให้เ้าเปรียบมวยกับ มวยที่มีเชิงชกสูงขึ้นไปอีก เ้าต้องระวังให้มากขึ้น แต่วันนี้เ้าอัดลูกชายของแม่ทัพคนใหม่ของละโว้ ตัวเ้าต้องระวังไว้ให้ดี เพราะพ่อมันเป็คนอาฆาตแค้น ไม่รู้ว่าลูกมันจะติดนิสัยจากพ่อมันหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ระวังไว้ก่อนก็ดี ไปพักผ่อนเถอะ” อาจารย์เมฆากล่าวเตือน
“ขอรับ” อาอู่ รับคำเสร็จ ก็รีบกลับไปพักที่เรือน เพราะกำลังมีพลังบางอย่างไหลเวียนเป็จำนวนมากอยู่ที่ท้องน้อย พอถึงเรือนก็รีบเดินพลังปราณให้กระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้รู้สึกดีมีพลังมากขึ้น แต่ไม่นานพลังก็เพิ่มขึ้นจากท้องน้อยอีกอาอู่ก็เดินพลังปราณที่เพิ่มมาให้กระจายไปทั่วร่างอีกทำแบบนี้ไปถึง 9 รอบทำให้พลังในร่างกายของอาอู่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เช้ารุ่งขึ้น อาอู่ลืมตาขึ้นแล้วเดินมาที่ลานฝึก แล้วปล่อยพลังปราณที่อัดแน่นออกไปที่หมัด แล้วปล่อยออกไปที่ ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างประมาณ 10 ก้าว ตูม! มีพลังพุ่งเข้าไปโดนต้นไม้ เป็รอยหมัดลึกเข้าไปในต้นไม้ อาอู่เดินเข้าไปดู
ไม่น่าเชื่อ!! พลังปราณจะมีอานุภาพร้ายกาจเช่นนี้ ถ้าเราใช้พลังปราณต่อยคนสงสัยตายคามือเราแน่เลย ไม่ได้การต้องฝึกควบคุมพลัง ให้มีความยืดหยุ่นกว่านี้ อาอู่รีบปรับพลัง แล้วต่อยออกไปอีกหลายร้อยหมัด จนสามารถควบคุมจนได้แล้วลองฝึก เท้า เข่า ศอก จนควบคุมพลังที่เพิ่มขึ้นมาได้
“ พี่เทพธิดา ทำไมจู่ๆ ก็มีพลังเกิดขึ้นที่ท้องน้อยของข้า ช่วยบอกข้าได้ไหม”อาอู่ถามพี่เทพธิดา
“ ข้าไม่รู้เื่นี้เท่าใดหรอก แต่ข้ารู้แต่เพียงว่าพลังจิตของเ้านั้นเข้มแข็งมากกว่ามนุษย์ทั่วไปมากนัก จึงทำให้เ้าได้เรียนรู้หรือว่าฝึกฝนไม่ว่าสิ่งใด จะรวดเร็วกว่าใคร และประสบผลมากกว่าผู้อื่น ข้ารู้มาว่า จุดสะสมพลังปราณในมนุษย์มีอยู่ 3 จุด คือหน้าผาก หน้าอก และท้องน้อย ถ้าหากเ้าฝึกสะสมพลังปราณตามที่อาจารย์ฉีสอนมานั้น ก็เป็ไปได้ว่า มันคงสะสมมานานจนเต็มท้องน้อยของเ้าแล้วพอเ้ากระจายพลังส่วนนี้ออกไปทำให้ร่างกายเ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เห็น มันมีพลังเกินกว่าที่เ้าคิด ดีที่เ้าสามารถควบคุมได้แล้ว ไม่อย่างนั้นคืนนี้ถ้าเ้าไปชกกับใครผู้นั้นอาจตายได้เลย” พี่เทพธิดาสรุปให้ฟังอย่างง่ายๆ
อาอู่ออกไปฝึกร่างกายต่อ พอฝึกการเคลื่อนไหว หลบ หลีก ตอนนี้ไม่มีใครต่อยเขาถูกอย่างแน่นอน สามารถทำความเร็วเหนือขีดจำกัดของมนุษย์ได้ แล้วจะมีใครสามารถทำอันตรายเขาได้อีก
ซ้อมร่างกายจนสมบูรณ์ถึงขีดสุดแล้ว อาจารย์บอกให้ไปแต่งตัว แล้วรีบไปเร็วหน่อยเพราะจะรีบไปเปรียบมวยมีฝีมือ อาอู่จะได้มีประสบการณ์การต่อสู้ให้มาก เพราะการซ้อมมาก ถ้าไม่ได้ต่อสู้จริง ที่ซ้อมมาเยอะจะไม่ช่วยอะไรเลย พอมาถึงที่เปรียบมวย อาจารย์ให้เปรียบมวยกับนักมวยหมัดหนักจาก เมืองเสนา ชื่อว่าบุญสม…