ในวันปะาชีวิตชาวบ้านที่ศรัทธาในตัวท่านเสนาฯต่างพากันร้องขอชีวิตท่านเสนาฯบอกว่าท่านเสนาฯถูกปรักปรำอย่างแน่นอน เลยะโว่า“ท่านเสนาฯถูกปรับปรำ ไว้ชีวิตท่านเสนาฯด้วย”
ชาวบ้านบางคนะโว่า “อย่าปะาผิดคน”
ก่อนที่จะมีการปะา ฉานชิงที่ยังไม่รู้แผนการใดๆ นางได้อุ้มลูกชายหวังให้ท่านเสนาฯได้เห็นหน้าลูกชายเป็ครั้งสุดท้ายอย่างน่าสงสารแม้ฉานชิงจะเพิ่งคลอดไม่นาน แต่นางก็แข็งใจเดินไปหาท่านเสนาฯตัวปลอมที่แสดงบทบาทเหมือนมากเขาหลั่งน้ำตาโดยไม่พูดอะไร ทำเพียงมองหน้าเด็กทารกผู้ไร้เดียงสา
ส่วนท่านเสนาฯตัวจริงได้ปลอมเป็องครักษ์ เมื่อเห็นภาพนั้นทำให้เขารู้สึกสงสารทหารผู้นั้นและฮูหยินของตนเป็อย่างมากแต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยกับฮูหยินได้เพราะอาจทำให้เสียแผนการที่ตั้งไว้
ชันยาได้เดินเข้ามาเพื่อประคององค์หญิงโดยจริงๆทำเพื่อจะได้เห็นหน้าอ้ายกว่าเป็ครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทหารที่ปลอมเป็อ้ายกว่าไม่รู้จักชันยาเขาจึงแสดงสีหน้าเ็าแบบคนไม่รู้จักกัน ชันยาเห็นเช่นนั้น นางก็รู้สึกน้อยใจ ปาดน้ำตาแล้วรีบพาฉานชิงที่อุ้มลูกชายอยู่เดินออกไปจากลานปะาช่างดูน่าเวทนายิ่งนักในสายตาชาวบ้านที่มาดูการปะาครั้งนี้
อ้ายกว่าที่แปลงโฉมเป็องครักษ์เหมือนกัน มองเห็นภาพนั้น ก็รู้สึกผิดต่อทหารผู้นั้นและสงสารชันยาจับใจแต่ถึงกระนั้นเขาก็ต้องคอยมองชันยาไว้ เผื่อชันยาทำเื่ไม่คาดคิดคิดปล้นชิงนักโทษ
ขุนนางฝ่ายเหลืองเห็นภาพดังกล่าว ก็ยิ่งเชื่อว่าฝ่าาไม่สามารถช่วยชีวิตทั้งสองคนได้อีกแล้วเลยรีบสั่งปะาชีวิตทั้งสองคนทันทีท่ามกลางความโศกเศร้าของชาวบ้านที่มาดูการปะา
หลังจากการปะาเสร็จสิ้น ฝ่าาก็รีบประชุมวางแผนกับท่านเสนาฯและพระสนมหลินยี่หลินยี่เป็คนคอยรวบรวมข้อมูลการสืบหาขุนนางที่ทรยศและภักดีที่ได้จากฉานชิงและอ้ายกว่าทำให้รู้ว่าแม่ทัพคนไหนที่ภักดีต่อฝ่าาบ้าง
ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้ท่านเสนาฯพาทหารองครักษ์เดินทางไปส่งพระราชโองการลับให้กับแม่ทัพเ่าั้เพื่อให้เคลื่อนทัพเข้าคุ้มกันเมืองหลวงแบบลับๆข้อมูลจากหลินยี่ทำให้ได้รู้ว่าฝ่ายฝ่าามีทหารจำนวนมากกว่าขุนนางฝ่ายเหลืองอย่างแน่นอน
และแล้ววันนั้นก็มาถึง ฝ่าาเข้าร่วมประชุมกับขุนนางปกติอยู่ๆก็เห็นอ๋องสามซึ่งเป็อาของฝ่าาได้นำกองทหารและขุนนางฝ่ายเหลืองทั้งหมดเข้ามาล้อมขุนนางฝ่ายน้ำเงินและฝ่าาไว้
ฝ่าาทรงเล่นละครทำทีเป็ใที่เห็นการก่อฏ แต่นั่นทำให้ได้รู้ว่าอาของฝ่าาเป็ผู้บงการทั้งหมด
“หลานไม่คิดท่านจะกล้าทำเช่นนี้” ฝ่าาทรงผิดหวัง
“าาที่อ่อนแอจนเกินไป สมควรที่จะเปลี่ยนไม่ใช่หรือเอาล่ะ อย่าเสียเวลาเลย ทหาร! สังหารมันเสีย” อ๋องสามสั่งให้ฆ่าฝ่าาต่อหน้าขุนนาง
องครักษ์ที่ภักดีต่อฝ่าารีบเข้ามาคุ้มกัน
“ทหารโอบล้อมขนาดนี้แล้ว ยอมจำนนเสียเถิด” ท่านอ๋องตรัส
สักพักท่านเสนาฯและอ้ายกว่าปรากฏตัว แล้วเข้ามาขวางอีกเพื่อกันไม่ให้ใครเข้าไปทำร้ายฝ่าาได้
“พวกเ้ายังไม่ตายงั้นหรือ” ท่านอ๋องทรงตกพระทัย
“หลานไม่ยอมให้ใครทำร้ายขุนนางตงฉินหรอก” ฝ่าาตรัส
“ไม่เป็ไร งั้นก็ตายเสียวันนี้” ท่านอ๋องทรงไม่มีเวลามาเจ็บใจที่เสียรู้
สักพัก จู่ๆก็มีเสียงแตรและมีทหารนับแสนโอบล้อมกองกำลังของท่านอ๋องซึ่งมีน้อยกว่า
ท่านแม่ทัพเจียงและแม่ทัพป่ายปรากฏตัว และะโว่า “ท่านอ๋อง ท่านต่างหากที่ต้องยอมจำนนกองกำลังของท่านถูกยืดไว้หมดแล้ว”
“บัดซบ ยังไงข้าไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่” อ๋องสามคิดหนีไปตั้งหลักก่อนเนื่องจากอ๋องสามเป็คนมีวรยุทธ์สูงมาก แค่นี้น่าจะฝ่าไปได้
ท่านเสนาฯและอ้ายกว่ารีบเข้ามาขวางเอาไว้ทำให้เกิดการต่อสู้ แบบสองรุมหนึ่ง
อ๋องเป็ผู้มีวรยุทธ์สูงมากทำให้ท่านเสนาฯและอ้ายกว่าต้องช่วยกันเข้าโจมตี ท่านอ๋องจึงซัดฝ่ามือทำให้ท่านเสนาฯและอ้ายกว่าได้รับาเ็จนกะอักเื
ตอนนี้ท่านเสนาฯรีบตั้งหลักเมื่อคิดแผนได้ ก็รีบเข้าไปกระซิบบอกอ้ายกวาและแสดงท่าทางเพื่อแสดงสัญลักษณ์ให้ทหารที่ตนเคยเป็ผู้ฝึกมาได้เห็นความหมายคือ ให้ใช้วิธีการตั้งค่ายกลปราบศัตรู
ทหาร 6 คน อ้ายกว่าและท่านเสนาตั้งค่ายแปดเหลี่ยมประสานกันต่อสู้กับท่านอ๋องความพร้อมเพียงและความสามัคคีกันของทั้งแปดคน ทำให้ท่านอ๋องไม่สามารถดักทิศทางของผู้ต่อสู้ได้ถูกและแล้วท่านอ๋องก็เสียท่าโดยถูกฟันและแทงที่ท้องจนสิ้นพระชนม์
ขุนนางฝ่ายเหลืองเห็นผู้นำตายต่อหน้าต่อตาเลยยอมจำนน พวกเขารีบคุกเข่าร้องขอชีวิต
ฝ่าาจึงมีรับสั่งให้จับกุมตัวขุนนางฝ่ายเหลืองไว้ทั้งหมดเป็การกวาดล้างฏครั้งใหญ่