ตำนานแม่ทัพจักรพรรดิสยบใต้หล้า

    ตอนที่ 8 จักรพรรดิพิชิตฟ้า,จักรพรรดิสยบสวรรค์

    “ไม่ผิดนี่วิชานี้มันคือวิชาจักรพรรดิสยบสวรรค์เป็นเคล็ดชาที่ข้าฝึกฝนเมื่อชาติที่แล้วเหตุใดมันจึงมาอยู่ที่นี่”โคครุ่นอยู่ในใจด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างบิดเบี้ยวและสุสานจักรพรรดิพิชิตฟ้านั่นอีกมันคืออะไรกันก็ในเมื่อเขาถูกส่งมาจากอดีตด้วยฝีมือของเคล็ดวิชาผนึกแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปสร้างสุสาน
    “ลูกรู้จักเคล็ดวิชานี้หรือ?”เคแกนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยที่ใบหน้าของโคดูจดจ่อกับเคล็ดวิชานี้เป็นอย่างมาก
    “ไม่ ท่านพ่อข้าไม่รู้จัก”โคตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบซึ่งที่กล่าวออกมานับว่าถูกและไม่ถูกอยู่เล็กน้อยเพราะวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาที่ไม่เหมือนกับวิชาในอดีตของเขาสะทีเดียวซึ่งมันต่างกันตรงที่ 3 ขั้นสุดท้ายที่เน้นไปในด้านการป้องกันเป็นหลักแต่วิชาที่เขาฝึกมันเป็นวิชาเน้นด้านการโจมตีทั้งยังมีฝีมือพอๆกับเคล็ดวิชามหาจักรพรรดิหมื่นสรภูมิรบด้วย
    หลังจากนั้นโคก็ปัดเป่าเรื่องกวนใจทั้งหมดออกไปพร้อมส่งผลึกคืนให้ทิมบาที่กำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ในเมื่อเขาถือกำเนิดขึ้นมายังโลกแห่งอนาคตนี้แล้วเขาก็อยากจะทำให้วิชาจักรพรรดิสยบสวรรค์กับมาเป็นที่เลื่องลืออีกและแน่นอนว่าคนที่จะสืบทอดมันไม่ใช่เขา
    โคปลายตามองไปยังเด็กน้อยอีกหนึ่งที่นั่งอยู่กลางโต๊ะอาหารทั้งยังใช้ช้อนส้อมหยิบตักอาหารเข้าใส่ปากได้อย่างสบายอารม
    “ท่านลุงทิมบาท่านรับหน้าที่ฝึกพวกพี่ทหารใช่หรือไม่?”
    “เป็นเช่นนั้นนายน้อย”ทิมบาตอบ
    “เช่นนั้นจะว่าอะไรหรือไม่หากข้าอยากจะให้เทอเรนมาเป็นเพื่อนเล่นกับข้าที่นี่”คำพูดนี้ของโคราวกับสายฟ้าผ่าที่พุ่งทะยานจากฟากฟ้าเข้ากลางอกบิดาและมารดาทั้ง 2 ของเขา
    นี่แทบจะทำให้น้ำตาของทาเนียไหลออกมาได้เลยทีเดียวเพราะโคในสายตาเขานั้นต่างจากเด็กทั่วไปเขาไม่เคยเรียกร้องหาการละเล่นซึ่งสำหรับนางนั้นโคเป็นเด็กที่ร้องง่ายเป็นอย่างมากและสามารถเดินพูดอ่านเขียนได้เร็วกว่าเด็กทั่วไป
    เรียกได้ว่าตลอด 5 ปีที่โคเกิดมาแล้วนางนั้นเลี้ยงดูบุตรด้วยหนังสือและเริ่มมีพักหลังๆนี่ละที่โครบเร้าเรื่องการฝึกแทบจะไม่เคยได้ยินบุตรชายนางเรียกมาสหายเลยและนี่มันอะไรกันบุตรของนางกำลังต้องมาเพื่อนเล่นนี่มันช่างทำให้นางปลื้มใจยิ่งนักที่อย่างน้อยๆบุตรชายนางก็เริ่มเหมือนเด็กทั่วไปแล้ว
    “เป็นเช่นนั้นนายน้อยแต่ข้าก็ไม่สามารถละเลยการฝึกของเขาได้”ทิบาเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความหนักใจเพราะเขาเองก็อยากจะฝึกบุตรชายของเขาด้วยวิชาที่เขาฝึก
    “เท่าที่ข้าดูจากการต่อสู้ที่ท่านลุงต่อสู้กับท่านพ่อย่อมบอกได้อย่างแน่นอนว่าท่านลุงเป็นคนที่มีความสามารถเป็นอย่างมากในการป้องกันทั้งความใจเย็นนั่นอีกแม้จะเพียงเล็กน้อยที่ข้าได้ดูแต่ข้าย่อมบอกได้เป็นอย่างดีว่าท่านเป็นผู้แข็งแกร่งเป็นอย่างมากคนหนึ่ง”เคเอ่ยร่ายยาวออกมา
    “แต่ท่านคิดดีแล้วหรือที่ท่านจะฝึกวิชาสายป้องกันให้เทอเรน”นี่ละคือสิ่งที่ทิบาไม่ยากได้ยินเพราะจริงอยู่ที่เทอเรนจะเป็นบุตรของเขาทั้งหน้าตาและร่างกายล้วนสืบทอดมาจากเขาทั้งสิ้นแต่ก็มีอยู่อย่างหนึ่งที่เทอเรนไม่มีแต่เขามีซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
    นั่นคือนิสัยและความใจเย็นเพราะเทอเรนล้วนแต่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมารดาที่เอาแต่ใจทั้งยังดื้อดึงเป็นอย่างมากและหากเป็นเรื่องการต่อสู่แล้วในหัวของเทอเรนจึงจะมีแต่ความคิดที่จะโจมตีโดยไม่สนใจเรื่องการป้องกันเฉกเช่นเดียวกับมารดาเป็นแน่แท้
    “เรื่องนี้ข้าเห็นด้วยในสิ่งที่โคพูด ก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมโคถึงดูออกแต่ถ้าเป็นข้าก็คิดเช่นเดียวกันว่าเทอเรนนั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการฝึกวิชาที่เน้นการป้องกัน”เคแกนเอ่ยออกมาตามตรงเพราะจริงๆแล้วเขาอยากจะบอกทิมบาใจจะขาดแต่ติดตรงที่เขาไม่อยากจะทำลายความหวังที่ทิมบามีให้ต่อบุตร
    “ทั้งหมดที่ข้ากล่าวมาเป็นเพียงแค่การชี้แนะเจ้าจะทำหรือไม่ที่สุดล้วนขึ้นอยู่กับเจ้า”เคแกนที่เล็งเห็นถึงใบหน้าของทิมบาก็ไม่อยากจะกล่าวต่อให้มากความ“แต่ก็นะข้าจะบอกอะไรให้เจ้ายังหนุ่มยังแน่นอายุก็เพียงแค่ไม่กี่ร้อยปีเรื่องการมีบุตรจะมีอีกสักกี่คนก็ได้”
    เมื่อคิดๆดูแล้วก็จริงอย่างที่เคแกนบอกที่เขาทิมบาไม่มีสิทธิ์ไปขัดขวางความสำเร็จของบุตรชายแต่คอยดูเถอะหากภายภาคหน้าเขามีบุตรอีกครั้งเขาจะคอยเลี้ยงดูบุตรคนนั้นด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
    “เช่นนั้นก็ย่อมได้แต่ถ้าหากเขาอายุได้ 7 ขวบปีแล้วและข้ายังไม่สามารถหาวิชาที่มีคุณสมบัติเพียงพอให้เขาฝึกได้แล้วข้าคงไม่มีทางเลือกให้เขาฝึกวิชาจักรพรรดิพิชิตฟ้าเป็นแน่”ทิมบาเอ่ยขึ้นมากลางโต๊ะอาหารและน้อยครั้งนักที่เขาจะทำเช่นนี้
    หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านพ้นไปจนเวลาอาหารเช้าได้หมดลงและเคแกนกับทิมบาก็ประลองกันอีกซึ่งครั้งนี้ละทิมบาเขาจะต้องยกระดับวิชาจักรพรรดิพิชิตฟ้าให้จงได้
    “เช่นนั้นข้าขอตัวไปฝึกก่อนนะท่านแม่”โคเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ค่อยสบอารมเท่าใดนักเพราะวันนี้เขาควรที่จะได้คนประลองไม่ใช่หรือเหตุใดพวกเขาจึงละเลยโคเช่นนี้ละ
    “ท่านพี่ข้าไปด้วยสิ”ยังทันที่เทอเรนจะเอ่ยจบร่างของโคก็พุ่งทะยานออกไปไกลเสียแล้วซึ่งหลังจากที่โคได้รับพลังขั้นพื้นฐานของวิชามหาจักรพรรดิหมื่นสรภูมิรบก็ดูเหมือนจะมีพลังกายที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าร่างของในตอนนี้สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับเดียวกันได้สบาย
    “ท่านน้าเหตุใดท่านพี่จึงไม่ให้ข้าไม่ได้ละ”เทอเรนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆพลางหันไปจ้องมองทาเนียอย่างช่วยไม่ได้
    ซึ่งในทางของทาเนียเองนางก็ได้แต่หนักใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นพลันสะบัดแขนหนึ่งคราร่างของโคก็จับด้วยพลังเวทย์อันมหาศาล
    “นี่ลูกโคเหตุใดลูกจึงไม่พอน้องไปด้วยเล่า”คำสั่งของทาเนียเป็นดังประกาศิตที่ให้ทุกคนในตำหนักต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นบุตรชายสุดที่รักของนางก็ไม่เว้นซึ่งโคก็ได้แต่ทำใจเพราะในเมื่อมารดาเขาเอ่ยเช่นนี้ออกมาก็คงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ
    “เข้าใจแล้วท่านแม่”
    โคที่โดนจับด้วยพลังเวทย์ที่ใช้ออกมาอย่างไม่กลัวมันหมดก็ค่อยๆลอยลงมาสู่พื้นยังสถานที่เดิมด้วยสภาพใบหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก
    “เจ้านี่นะ...อยู่กับข้าเจ้าก็ได้แต่ฝึกแล้วก็ฝึกไม่มีเล่นอะไรทั้งนั้น”โคเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังหวังจะให้เทอเรนตัดใจไปเสียตั้งแต่ตอนนี้
    เด็กน้อยไม่เพียงแต่ไม่กลัวแต่เขากลับพยักหน้าอย่างว่าง่ายนี่พลันทำให้ใบหน้าของโคต้องบิดเบี้ยวคิ้วของเขาพลางกระตุกอย่างไม่อาจควบคุม
    “เจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ”โคครุ่นคิดในใจและหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเขาอายุได้ 2 ขวบถึงมันเป็นเวลาเดียวกับที่เขาพบกับลุงทิมบาและน้าซาโรน่าเป็นครั้งแรกและแน่นอนว่าทั้ง 2 มาเทอเรนก็ต้องมาด้วยซึ่งเวลานั้น 2 บุรุษ 2 สตรีกลับปล่อยให้เขากับเทอเรนเล่นด้วยกันซึ่งมันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่ารำคาญเอามากๆ
    “เช่นนั้นตกลงกันได้แล้วเจ้าก็ฝึกอยู่ที่ลานฝึกในก็แล้วกันส่วนแม่จะคอยดูแลอยู่ใกล้”เพียงการสะบัดมืออีกครั้งหนึ่งของนางม่านพลังสีชาดก็ปรากฏขึ้นมาแบ่งลานฝึกในขนาดใหญ่ออกเป็น 2 ส่วนตามความเหมาะสมและนางก็นั่งลงอยู่ใต้ร่มไม้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1000 ปีที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้สำหรับนางเพื่อมองดูบุตรชายและสามีอย่างใกล้ชิด
    โคที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่จำใจ“เอาเถอะอย่างไรเสียข้าก็คิดจะฟูมฟักเทอเรนอยู่แล้วแค่มันมาเร็วกว่าหน่อยจะเป็นไรไป”ซึ่งเท่าที่โคดูเทอเรนแล้วดูเหมือนว่าทิมบาจะฝึกดูเขามาเป็นอย่างดีเพราะเด็กวัย 5 ขวบแต่กลับมีมัดกล้ามที่เด่นชัดขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดา
    “เอาละบิดาของเจ้าสอนอะไรมาบ้างจงแสดงออกมาให้ข้าเห็นทั้งหมด”โคกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่ทวนไม้ในมือจะโผล่ออกมาจากแหวนมิติที่บิดาของเขาให้ติดตัวเอาไว้“เอาละมาเริ่มกันเลย”