“อ๊ายยย กรี๊ดดด เ้า เ้าโรคจิต วิตถาร...” เซียนอินเมื่อสังเกตุเห็นหนอนน้อยอวบอิ่มของเด็กหนุ่มตรงหน้า พลันใส่งเสียงกรีดร้องออกมา พลังคุ้มกายที่เคยควบคุมไว้ป้องกันการโจมตีของสัตว์อสูรสูญเสียการควบคุมไป่ระยะเวลาหนึ่ง
แต่เพียงแค่่เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายนี้แล้ว นับว่าอันตรายอย่างมาก ความผิดพลาดเพียงน้อยนิดก็อาจถูกโจมตีจากสัตว์อสูรจนาเ็และอาจถึงตายได้เลยทีเดียวเพราะระดับพลังของเซียนอิน อยู่ในระดับกลาง ขั้น 7 พลังพอๆกันกับสัตว์อสูรที่อยู่ในระแวกนี้ส่วนใหญ่
“อ๊ะแย่ล่ะสิ” เซียนอินรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังเข้ามาจากการสูญเสียการควบคุมพลังคุ้มกายสัตว์อสูรระดับกลางขั้น 5-6 ในระแวกนั้น 3-4 ตัวกระโจนเข้าโจมตี เซียนอิน ทันที
ปรกติการโจมตีจากสัตว์อสูรระดับกลางขั้นต่ำกว่า8 ไม่อาจทำอันตรายใด ๆแก่เซียนอินได้ แต่ด้วยที่ตอนนี้พลังคุ้มกายที่ขาด่ ทำให้เกิดช่องว่างจำนวนมากรวมถึงการโจมตีจากสัตว์อสูรถึง 4 ตัว
“เท้าวายุ”เซียนอินพยายามรวบรวมพลังที่เสียไป หลบหลีกการโจมตีของสัตว์อสูร
แต่ก็หลบได้เพียงสองการโจมตีจากสัตว์อสูรอีกสองตัวที่เหลือ หนึ่งกรงเล็บตะปบเข้าที่สีข้างหนึ่งเขี้ยวฝังลงไปยังไหล่ข้างซ้าย แผลภายนอกนับว่าสาหัสแต่ที่สาหัสกว่าคือพิษจากอสูรอสรพิษเงินที่ได้ฝังเขี้ยวและปลดปล่อยพิษร้ายเข้าสู่ร่างกายของเซียนอิน
“อักกกหรือเราจะต้องมาตายในสภาพเยี่ยงนี้” เซียนอิน กระอักเืออกมาคำโต และคิดว่าตัวเองคงไม่มีทางรอดจากภัยที่ถึงแก่ชีวิตนี้
การโจมตีระลอกที่สองของสัตว์อสูรกำลังจะมาถึงตัวเซียนอิน ที่ในครานี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอให้หลบหลีกใด ๆได้อีกจากพิษร้ายที่ได้เข้าสู่กระแสเืและไหลเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็วทำให้การโคจรพลังลดลงกว่าสามในสี่ส่วน ความตายกำลังมาเยือนเซียนอินในอีกไม่กี่ลมหายใจเซียนอิน หลับตาลงยอมรับชะตากรรมนี้
ทันใดนั้นคลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยวอยู่รอบ ๆตัวเด็กหนุ่มได้ะเิออกเป็วงกว้างส่งผลให้สัตว์อสูรในระยะรัศมี 10 เมตร กว่า 30 ตัวที่มีพลังในระดับกลางขั้น 5-8รอบตัวเด็กหนุ่ม ร่างะเิออกไปตาม ๆกัน ตายคาที่อย่างอนาจ ส่วนในระยะที่มากกว่า10 เมตร ล้วนแล้วแต่าเ็สาหัส
สัตว์อสูร4 ตัวที่กำลังจะโจมตีเซียนอินในครั้งต่อไป พลันชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างไปด้วยความหวาดกลัวร่างกายสั่นระริก ก่อนจะไม่สนใจเซียนอินอีกต่อไปและพากันหนีไปคนละทิศละทางให้ไกลจากเด็กหนุ่มที่ก่อนนี้ดูเหมือนไม่มีพลังอะไรดูไร้พิษสงโดยสิ้นเชิงแต่เมื่อสักครู่กลับะเิพลังอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงขึ้นไปออกมาดื้อ ๆ ทำให้สัตว์อสูรกว่า30 ตัวตายคาที่ และอีกกว่า 100 ตัวาเ็สาหัส
ไม่เพียงแต่สัตว์อสูร4 ตัวนี้ ที่หนีไป สัตว์อสูรอื่น ๆในระแวกนี้ล้วนหวาดกลัวจนตัวสั่น หนีกันไปจนหมดไม่เหลือแม้เพียงสักตัว จะเหลือก็เพียงแต่หญิงสาวผู้หนึ่ง ที่ร่างกายเต็มไปด้วยาแนั่งอยู่ไม่ไกลจากเด็กหนุ่มลึกลับเท่าใดนัก และพยายามโคจรพลังเท่าที่ทำได้เพื่อยับยั้งการกระจายของพิษร้ายเข้าสู่ร่างกายในส่วนอื่น ๆ
หลังจากสังหารสัตว์อสูรกว่า30 ตัว ในครั้งนี้ก็เหมือนเดิม คือ ไม่มีเศษชิ้นส่วนใดเปรอะเปื้อนเด็กหนุ่มเลยแม้แต่เืสักหยดก็ไม่มีให้เห็น เด็กหนุ่มลึกลับ เนิบนาบเดินเข้าไปหา เซียนอินที่กำลังมองเขาอยู่อย่างหวาดกลัว
“เ้าจะทำอะไรอย่าเข้ามานะ” เซียนอินหันหน้าไปอีกทาง และเอ่ยบอกเด็กหนุ่มลึกลับด้วยสีหน้าไม่ดีนัก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งรอยแดงบนใบหน้า เพราะหนอนน้อยอวบอิ่มตรงหน้ากำลังเข้ามาใกล้
เด็กหนุ่มเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวกล่าวกับตนเองและเดินไปหาเซียนอิน ต่อไป เมื่อมาถึง เด็กหนุ่มลึกลับ คุกเข่าลงเบื้องหน้าหญิงสาวทำการสำรวจร่างกายของ เซียนอิน จากนั้นจึงรวบรวมพลังงานไปที่ฝ่ามือทั้งสองข้างพลังนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกแตกต่างจากพลังที่ะเิก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
“จะเ้าวิตถาร... อย่านะ อย่าแตะต้องข้า หากเ้าแตะตัวข้าแม้เพียงนิดข้าจะข้าจะฆ่าเ้า” เซียนอิน เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้ายังคงหันไปอีกทาง แต่คราวนี้นางหลับตาปี๋ด้วย
เด็กหนุ่มไม่สนใจคำพูดของเซียนอินแม้แต่น้อยสองมือฉีกเสื้อผ้าของเซียนอินออก โดยที่หญิงสาวไม่มีแรงต่อต้านเลย เผยให้เห็นผิวเรียบเนียนกระจ่างใส แม้จะเต็มไปด้วยาแก็ยังคงไว้ซึ่งความงดงามที่ทำให้ชายหนุ่มทั่วไปอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จากการกระหายในตัณหาได้
เซียนอินพยายามปกปิดร่างกาย ด้วยแรงที่เหลืออย่างยากลำบากเด็กหนุ่มไม่สนใจการกระทำของเซียนอิน ััไปที่าแบริเวณสีข้างของเซียนอินโดยที่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นพลังอันอบอุ่นค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างกายของเซียนอิน าแที่เคยสาหัสค่อย ๆสมานตัวเองอย่างช้า ๆเมื่อแผลที่สีข้างสมานตัวอย่างสมบูรณ์ เด็กหนุ่มไม่รอช้าจับที่ไหล่ของนางต่อและไม่นานนัก แผลที่ไหล่ก็สมานตัวอย่างสมบูรณ์เช่นเดียวกันและที่น่าใยิ่งกว่าการรักษาแผลภายนอกที่แม้แต่แผลเป็ก็ไม่มีให้เห็น คือพิษที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเซียนอินก็สลายหายไปอย่างหมดจดเช่นเดียวกัน
แผลสาหัสของเซียนอินและพิษที่อยู่ในร่างกาย ต่อให้เป็ผู้ฝึกพลังรูปแบบการรักษาในระดับปรมาจารย์ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย สองถึงสามวัน ในการรักษาให้หายและคงแผลเป็ให้เห็นเป็รอยเล็กน้อยแต่เด็กหนุ่มกลับทำได้ในเวลาเพียงแค่ ไม่กี่นาที และหายจริง ๆ หายแบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเป็อะไรที่เหนือความรู้ความเข้าใจของเซียนอินอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เธอคิดว่าต้องประคองให้พิษไม่ไหลสู่ร่างกายส่วนอื่นๆและรีบกลับไปยังเมือง ไปยังสำนักและให้ผู้าุโในสำนักช่วยทำการรักษา ซึ่งอย่างน้อยก็คงต้องใช้เวลาเป็เดือนๆ
เมื่อทำการรักษาเสร็จสิ้นแล้วเด็กหนุ่มมองเซียนอินอยู่ครู่หนึ่ง ไม่พูดไม่จา ลุกขึ้น และเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหนุ่มกำลังเดินห่างออกไป เซียนอิน รีบใส่เสื้อผ้าที่ฉีกขาดอย่างรวดเร็วและลุกขึ้นเรียกเด็กหนุ่ม
“เ้าวิตถารหยุด.. ช้าก่อน... เ้า ข้าไม่รู้ว่าที่แท้ เ้าเป็ใคร มาจากที่ใดแต่อย่างน้อยข้าก็ต้องกล่าวขอบคุณเ้าที่รักษาาแให้ข้า” เซียนอินเอ่ยกับเด็กหนุ่มด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่ก็ยังหันหน้าไปทางอื่น
“.....”เด็กหนุ่มหันมามองหญิงสาว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
“เ้าวิตถารข้าถามเ้าดี ๆ ใยเ้าจึงไม่ตอบข้า หากเ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา เ้าจะมารักษาาแให้ข้าทำไมเ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ทำไมเ้า จู่ ๆถึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ดูแล้วเ้าคงไม่ใช่คนที่นี่แน่นอน”
“....”เด็กหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ แต่ในครานี้เหมือนเด็กหนุ่มจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวพร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย
“เดี๋ยวเดี๋ยวก่อน หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้ เ้าจะเดินไปเดินมาโดยเปิดเผยร่างกายแบบนั้นไม่ได้โดยเฉพาะร่างกายส่วนล่างนั่น”
เซียนอินรีบโบกไม้โบกมือ บอกกับเด็กหนุ่มไม่ให้เข้ามาใกล้ ไม่ใช่เพราะกลัวเด็กหนุ่มแต่เป็เ้าหนอนน้อยดุ๊กดิ๊กนั่นต่างหาก เด็กหนุ่มหยุดอยู่กับที่และจ้องมองไปยังหญิงสาวด้วยความหงุนงง
“เดี๋ยวสินี่เ้าเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่”
“.....”เด็กหนุ่มเอียงคอ
“เป็ไปได้อย่างไรเ้าวิตถารนี่ พลังของเขาอยู่ในระดับที่ข้าไม่สามารถหยั่งรู้ได้แน่นอนว่าต้องอยู่เหนือกว่าระดับสูงขั้นปลายเป็อย่างน้อยเหตุใดถึงไม่เข้าใจภาษามนุษย์กันเล่า”
“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ตอนนี้ข้าััไม่ได้ถึงพลังในตัวของเ้านี่เลยอย่างน้อยข้าควรจะััได้ถึงพลังจากตัวเขาได้บ้าง ถึงจะไม่สามารถรู้ถึงระดับพลังก็เถอะ”เซียนอิน อุทานออกมาอย่างหงุนงง
จริงอยู่ที่ผู้ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่ามากๆ จะสามารถปิดบังระดับพลังของตัวเองจากผู้ที่มีระดับต่ำกว่าได้แต่อย่างไรเสียก็ไม่สามารถปิดกั้นกลิ่นอายของพลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างกายได้อย่างไร้ร่องรอยเช่นเด็กหนุ่มผู้นี้
“เ้านี่เป็ใครกันมาจากไหนกันแน่นะ แต่ก็ดูไม่ได้เป็คนชั่วช้า หรือมีเจตนาร้ายอันใด จะปล่อยไว้แบบนี้ก็กระไรอยู่ยิ่งเขาเป็คนช่วยชีวิตข้าไว้ด้วยแล้ว”เซียนอินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจได้ในที่สุด
“เ้าวิตถารในเมื่อเ้าไม่รู้ว่าจะไปไหน ก็ไปกับข้าเถอะ ข้าสามารถให้ที่พักพิงแก่เ้าได้”
“....”เด็กหนุ่มยังคงเอียงคอ มองไปที่หญิงสาว
“.... เฮ้อออข้าจะทำอย่างไรกับเ้าดีเนี่ย ข้าเป็ถึงบุตรีเพียงคนเดียวของเ้าเมืองกลับต้องมาอยู่ในสภาพอับจนปัญญาเช่นนี้ โอ้ยย มากับข้า เ้าวิตถารแต่ก่อนอื่นต้องจัดการกับเ้าหนอนน้อยนี่ก่อน”