ภายในห้อง VIP สุดหรูหราและมีความเป็ส่วนตัวสูงของภัตตาคารฝรั่งเศสชั้นนำ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสลัวรางของไฟโทนสีวอร์มไลท์ที่ขับเน้นให้เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไนระยิบระยับ และจานชามพอร์ซเลนแบรนด์เนมบนโต๊ะส่องประกายเงางาม กลิ่นหอมจาง ๆ ของอาหารตะวันตกรสเลิศราคาสูงปะปนกับกลิ่นไวน์แดงบอร์โดซ์ชั้นดีปีลึก และกลิ่นอายฟีโรโมนของชายหนุ่มใหญ่อย่างอัครินทร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มินต์นั่งตัวเกร็งอยู่ข้าง ๆ กานต์ สามีของเธอที่เอาแต่คอยรินไวน์ พินอบพิเทา และส่งเสียงหัวเราะประจบสอพลอให้กับทุกคำพูดและมุกตลกของคุณอัครินทร์เ้านายใหญ่
ชุดเดรสซาตินสีแดงสดที่รัดตึงเปรี๊ยะบีบเค้นเนินอกอวบอิ่มล้นทะลักของมินต์ให้ดูเด่นสะดุดตาท่ามกลางแสงไฟสลัว ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้าออก เนินเนื้อขาวสล้างจะกระเพื่อมไหวดึงดูดสายตาคมกริบของอัครินทร์ให้ปัดป้องลงมาจ้องมองเป็ระยะ ๆ สายตาของหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบแปดปีผู้นี้ไม่ได้ปิดบังความ้าโลมเลียของตัวเองเลยสักนิด มันดุดัน ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความหิวกระหายราคะจนมินต์รู้สึกหวาดหวั่นปนเสียวสะท้าน ราวกับว่าเสื้อผ้าผ้าไหมบางเบาที่เธอสวมใส่กำลังจะละลายหายไปต่อหน้าสายตาคู่นั้นของเขา
“คุณมินต์นี่โชคดีนะครับที่มีสามีขยันขันแข็งและมีความทะเยอทะยานสูงอย่างกานต์”
อัครินทร์พูดพรางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ สายตาคมเข้มและทรงเสน่ห์ของชายเจนโลกจับจ้องใบหน้าหวานละมุนละไมของมินต์ที่บัดนี้สองแก้มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ไวน์ชั้นยอด “แต่บางครั้ง... ชายหนุ่มที่บ้างานบ้าความสำเร็จจนเกินไป ก็อาจจะหลงลืมและละเลย ‘สิ่งมีค่าอันแสนเย้ายวน’ ที่อยู่ข้างกายไปโดยไม่รู้ตัว จริงไหมครับคุณมินต์?”
คำพูดสองแง่สองง่ามที่แฝงความนัยลึกซึ้งของคุณอัครินทร์ทำให้มินต์สะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกรัวด้วยความรู้สึกเหมือนโดนคมมีดแทงใจดำอย่างจัง เธอแอบชำเลืองมองสามีที่นั่งข้าง ๆ ด้วยความกังวล ทว่ากานต์กลับไม่ได้เฉลียวใจหรือฉุกคิดถึงความหมายแฝงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยิ้มแป้นประจบประแจงและพูดเสริมเ้านายใหญ่ขึ้นมาทันควัน
“โธ่ คุณอัครินทร์ครับ ผมขยันทำงานหนักก็เพื่อสร้างอนาคตและรากฐานที่มั่นคงให้ครอบครัวครับ มินต์เขาเข้าใจผมดีและคอยสนับสนุนผมทุกอย่างครับ จริงไหมจ๊ะที่รัก?”
กานต์หันมาถามพลางใช้ฝ่ามือหนาของเขาแตะแผ่นหลังเปลือยเปล่าของภรรยาสาวเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณแกมบังคับให้เธอช่วยพูดสนับสนุนเขาเพื่อสร้างความประทับใจ
“ค่ะ... มินต์เข้าใจพี่กานต์ดีค่ะ”
มินต์ตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบาสั่นเครือ สบสายตากับอัครินทร์ชั่วครู่ แววตาของหนุ่มใหญ่ฉายรอยยิ้มเยาะหยันปนท้าทายอย่างผู้เหนือกว่า ราวกับเขารู้จักความโดดเดี่ยวและปมความว่างเปล่าลึก ๆ ในตัวเธอดีกว่าสามีของเธอเสียอีก
ระหว่างมื้ออาหาร กานต์ยังคงพยายามนำเสนอรายละเอียดโครงการใหม่ของเขาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน อัครินทร์คอยพยักหน้ารับฟังด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตากลับคอยจับจ้องอยู่ที่เนินทรวงอกอวบใหญ่สล้างและริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อของมินต์ที่คอยจิบไวน์แดงช้า ๆ ความร้อนรุ่มของแอลกอฮอล์บวกกับบรรยากาศที่เงียบสงบและสลัวราง ทำให้ร่างกายของมินต์เริ่มร้อนวูบวาบ ปลายยอดอกเริ่มแข็งชันขึ้นมาดันเนื้อผ้าซาตินบางเบา ช่องทางรักภายในเริ่มชุ่มชื้นชื้นแฉะขึ้นมาทีละน้อยจากการถูกจับจ้องล่วงละเมิดทางเพศด้วยสายตาของคุณอัครินทร์ฝั่งตรงข้าม
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของกานต์ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารก็สั่นระรัวส่งเสียงดังขึ้น กานต์รีบหยิบขึ้นมาดูสกรีนหน้าจอก่อนจะขมวดคิ้วหนาด้วยความเครียด แล้วรีบหันไปประนมมือไหว้ขอโทษอัครินทร์อย่างรวดเร็วด้วยท่าทางนอบน้อม
“ขอประทานโทษจริง ๆ ครับคุณอัครินทร์ พอดีหัวหน้าฝ่ายประสานงานจากต่างประเทศโทรเข้ามาเื่ตู้สินค้าที่มีปัญหาด่วนมากที่ท่าเรือครับ ผมขออนุญาตปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์และประสานงานด่วนที่ห้องรับรองเงียบ ๆ ด้านนอกสักยี่สิบนาทีนะครับ”
กานต์พูดด้วยท่าทางกระวนกระวายใจเพราะเื่งาน
“อ้อ ตามสบายเลยกานต์ เื่งานบริษัทสำคัญที่สุด ไปจัดการประสานงานให้เรียบร้อยเถอะ ฉันจะคอยดูแลคุณมินต์ให้เองที่นี่ ไม่ต้องห่วง”
อัครินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย โบกมืออนุญาตช้า ๆ อย่างผู้มีอำนาจเหนือกว่า
“ขอบคุณมากครับคุณอัครินทร์... มินต์ คอยดูแลเครื่องดื่มและพูดคุยกับคุณอัครินทร์ให้ดีนะ อย่าทำตัวเสียมารยาทเด็ดขาด พี่ไปแป๊บเดียว”
กานต์หันมากำชับภรรยาสาวเสียงเบากระซิบข้างหู ก่อนจะรีบหยิบมือถือและเดินก้าวออกจากห้อง VIP ไปทันที ประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิทลง ทิ้งความเงียบสงัดและแรงกดดันบรรยากาศชวนอึดอัดระคนหวาดเสียวไว้เื้ั
มินต์นั่งตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นปั้น ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อต้องอยู่ตามลำพังกับหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอำนาจและเสน่ห์ทางเพศดิบในห้องสลัวสองต่อสอง อัครินทร์ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถช้า ๆ เขาไม่ได้รีบร้อนใด ๆ เลย เขาหมุนแก้วไวน์แดงในมือเล่นช้า ๆ พลางทอดสายตาคมกริบมองเรือนร่างอวบอัดสะพรั่งยั่วยวนในชุดเดรสแดงสดรัดรูปของมินต์อย่างเปิดเผยและเต็มไปด้วยความหิวกระหาย แววตาคุกคามของเขาทำให้นมใหญ่ของมินต์กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการหายใจที่ถี่รัวและเหนื่อยหอบขึ้นเรื่อย ๆ
“ดื่มไวน์เพิ่มหน่อยไหมครับคุณมินต์... ดูท่าทางคุณจะตื่นเต้นและเกร็งมากนะ”
อัครินทร์พูดเสียงต่ำนุ่มนวลชวนเคลิ้ม เอื้อมมือหนามาหยิบขวดไวน์ขวดใหม่รินลงแก้วของมินต์ที่พร่องไปจนเกือบเต็มแก้ว
“ขะ... ขอบคุณค่ะคุณอัครินทร์”
มินต์ตอบสั่นสะท้าน ยื่นมือเรียวเล็กอันสั่นเทาไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบเพื่อลดอาการเกร็งประหม่า ทว่าฤทธิ์ของไวน์แก้วก่อน ๆ เริ่มทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเบลอเลือน ร่างกายของเธอยิ่งร้อนผ่าวแดงระเรื่อ และผิวเนื้อส่วนที่เปลือยเปล่าเริ่มไวต่อทุกการััอย่างยิ่งยวด
“กานต์เขาเป็คนทำงานเก่ง... แต่บางครั้งเขาก็ ‘โง่’ และตาบอดจนน่าขันนะครับ”
อัครินทร์พูดพรางเลื่อนเก้าอี้หรูของเขาเข้ามาใกล้ฝั่งมินต์มากขึ้น ระยะห่างระหว่างเขาและเธอลดลงจนมินต์ได้กลิ่นอายฟีโรโมนชายหนุ่มใหญ่และน้ำหอมราคาแพงระยับโชยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรงชวนเคลิบเคลิ้ม
“ปล่อยภรรยาที่สวยสะพรั่งและ ‘น่ากิน’ ขนาดนี้ไว้กับชายอื่นนอกบ้านสองต่อสองในห้องปิดสลัว... ถ้าเป็ผม ผมคงไม่มีวันยอมละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว”
คำพูดตรงไปตรงมาอันดิบเถื่อนประดุจประกายไฟกระตุ้นความกระสันอยากในตัวมินต์ให้ปะทุเดือดขึ้นมาทันที มินต์หน้าร้อนผ่าวอึกอักอึกอัก
“คุณอัครินทร์พูดอะไรคะ... มินต์เป็ภรรยาของคุณกานต์นะคะ...”
“ภรรยางั้นเหรอ?”
อัครินทร์เค่นยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แววตาดุดันทรงอำนาจจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตสั่นระริกของเธอ
“แล้วสามีประเภทไหนกันที่บังคับให้ภรรยาใส่เดรสรัดรูปเผยเนินเนื้ออกล้นหลามโชว์หลังเปลือยเปล่าแทบจะกึ่งเปลือยแบบนี้มาทานอาหารกับชายอื่นนอกบ้าน? กานต์เขารู้ดีว่าหุ่นอวบอัดสะโพกผายใหญ่โตของคุณมันยั่วยวนแค่ไหน... และเขาก็รู้ว่าผมกำลังมองคุณด้วยสายตากระหายอยากได้คุณขนาดไหน แต่เขาก็ยังจงใจสั่งให้คุณใส่ชุดยั่วเย็ดชุดนี้มา... เพราะอะไรคุณมินต์ก็น่าจะรู้แก่ใจดีไม่ใช่หรือครับ?”
มินต์รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยความจริงอันโหดร้ายป่าเถื่อน น้ำตาอุ่น ๆ คลอเบ้าด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเองระคนน้อยใจในตัวสามี ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ช่องทางรักเปียกแฉะหลั่งน้ำหวานออกมาจนกางเกงซับในลูกไม้เปียกเยิ้มทรมาน เธอพยายามจะลุกขึ้นหนีไปตั้งหลัก
“มินต์ไม่รู้ค่ะ....มินต์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ...”
ทว่า... ก่อนที่มินต์จะทันได้ขยับตัวลุกขึ้นยืน ฝ่ามือหนาใหญ่และแข็งแกร่งของคุณอัครินทร์ที่หลบอยู่ใต้ผ้าปูโต๊ะยาวสีขาวสะอาดกลับยื่นมารวดเร็ว แตะลงบนขาอ่อนขาวเนียนของเธอเหนือหัวเข่าอย่างจงใจ ััอุ่นร้อนจัดและสากเล็กน้อยของฝ่ามือชายหนุ่มใหญ่ทำให้ตัวของมินต์สะดุ้งสุดตัว ร่างกายแข็งเกร็งทื่อแทบลืมหายใจ
“จะรีบหนีไปไหนล่ะครับคุณมินต์... เรายังคุยกันไม่รู้เื่เลยนะ”
อัครินทร์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบนิ่ง ใบหน้าของเขายังคงดูปกติธรรมดาและคอยเอื้อมมือประคองแก้วไวน์ขึ้นจิบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นใต้โต๊ะอาหารตัวยาวนี้
“อ๊ะ... คุณอัครินทร์คะ... อย่าค่ะ... ปล่อยมินต์เถอะค่ะ...”
มินต์กระซิบประท้วงเสียงสั่นเครือ พยายามเบียดขาหนีไปอีกทาง ทว่าฝ่ามือใหญ่และหนาแข็งแกร่งกลับกระชับลูบไล้บีบต้นขาอ่อนของเธอไว้แน่นอย่างมีพลังเหนือกว่า บังคับให้เธอนั่งอยู่กับที่อย่างไร้ทางสู้
ฝ่ามืออุ่นร้อนและหยาบเล็กน้อยของคุณอัครินทร์เริ่มขยับเลื่อนลู่สูงขึ้นช้า ๆ ตามแนวขาอ่อนด้านใน ััผ่านเนื้อผ้าไหมเดรสซาตินสีแดงบางลื่นไหลขึ้นไปลึกซึ้ง นิ้วมือยาวลากผ่านง่ามขาอ่อนลุกล้ำเข้าไปใกล้ใจกลางเนื้อนุ่มความอ่อนไหว มินต์เกร็งหน้าท้องหนีจนทรวงอกอวบใหญ่สั่นกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง ลมหายใจหอบถี่สั้นสั่นระริกสะท้าน ความเสียวซ่านจี๊ดแล่นขึ้นสมองปะทะกับศีลธรรมอันดีงามในหัวใจอย่างหนักหน่วง
“คุณอัครินทร์... อย่าค่ะ... เดี๋ยวพี่กานต์จะกลับเข้ามาแล้ว...”
มินต์อ้อนวอนเสียงเบาหวิวราวกับจะขาดใจ สองมือเล็กกุมขอบโต๊ะไม้แน่นจนเล็บสลวยแทบหักคาโต๊ะ
“กานต์คุยงานสำคัญของเขาอยู่ข้างนอกนานแน่ ๆ ... เขาไม่มีวันรู้หรอกครับว่าภายใต้ผ้าปูโต๊ะนี้ เมียของเขากำลังถูกผมใช้นิ้วลูบไล้ขาอ่อนและจุดเสียวอย่างมีความสุข”
อัครินทร์กระซิบเสียงต่ำลึก แฝงกระแสอำนาจเผด็จการที่สะกดจิตใจ
“และถึงกานต์จะรู้... มินต์คิดว่าสามีที่ทะเยอทะยานจนยอมเอาตัวเมียมาแต่งตัวยั่วเ้านายจะกล้าพูดหรือขัดขวางอะไรผมไหมครับ?”
คำพูดแทงใจดำที่แสนโหดร้ายบวกกับปลายนิ้วหนาแข็งแกร่งของอัครินทร์ที่เริ่มแตะลากผ่านกลีบเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำภายนอกผ่านกางเกงซับในลูกไม้ตัวบางเฉียบ ทำเอามินต์ต้องกัดริมฝีปากแน่นและครางแ่เบาในลำคออย่างหมดทางสู้
“อื้อ... อา...” ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อััที่ดุดันมั่นคงของคุณอัครินทร์อย่างรวดเร็ว ช่องทางรักบีบรัดตัวตอดถี่ ๆ พ่นน้ำหวานชุ่มชื่นเยิ้มชุ่มคามือใหญ่ของเขา
ฝ่ามือหนาบดคลึงจุดเสียวบวมเป่งผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างเน้นหนักจังหวะ มินต์แอ่นสะโพกเบา ๆ รับัันั้นอย่างลืมตัว สมองเบลอและตัวร้อนผ่าวด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด ความ้าทางเพศแบบที่ล้นทะลักแล่นพล่านจนลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปชั่วขณะ เธอสบสายตากับอัครินทร์ แววตาคมกริบของเ้านายใหญ่เต็มไปด้วยความสะใจและสะท้อนความใคร่ยามเห็นกุลสตรีผู้เรียบร้อยสยบยอมต่อรสััใต้โต๊ะของตนอย่างง่ายดาย
แกรก...
เสียงฝีเท้าและเสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นจากด้านนอกห้อง อัครินทร์ชักฝ่ามือกว้างออกจากต้นขาอ่อนของมินต์อย่างลื่นไหลและแเีในพริบตาก่อนประตูจะถูกเปิดออกกว้าง เขายกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้า ๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มินต์รีบหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น ร่างกายยังสั่นเทา ลมหายใจหอบกระเส่าและใบหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำ เนินอกสะพรั่งสะท้อนกระเพื่อมไหวรุนแรงจนน่ากลัว
กานต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าโล่งอก
“ขอประทานโทษจริง ๆ ครับคุณอัครินทร์ที่ทำให้ต้องรอนาน พอดีประสานงานเอกสารขนส่งวุ่นวายเล็กน้อยครับ ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้วครับ”
กานต์ทรุดตัวลงนั่งข้างภรรยาสาวตามเดิม โดยที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าใบหน้าของมินต์แดงก่ำและร่างกายสั่นระริกเพียงใด ยิ่งไม่มีวันรู้เลยว่ากางเกงในลูกไม้ของเมียรักเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานเหนียวหนืดจากการถูกเ้านายใหญ่ล่วงละเมิดบดขยี้ใต้โต๊ะอาหารเมื่อครู่
“ไม่เป็ไรกานต์... ฉันกับคุณมินต์นั่งคุยกันสนุกดี”
อัครินทร์ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แววตาคมเข้มจ้องมองมินต์อย่างผู้คุมเกมตัวจริง
“ค่ำคืนอันน่าตื่นเต้นนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... จริงไหมครับคุณมินต์?”
มินต์ก้มหน้าหลบสายตาดุดันคู่นั้น ไม่กล้าเอ่ยคำพูดใด ๆ หลุดออกมา หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกด้วยความรู้สึกผิดบาป ทว่าความกระสันเสียวและความ้าััอันป่าเถื่อนหนักหน่วงของคุณอัครินทร์กลับแผดเผาช่องท้องส่วนล่างจนสั่นสะท้าน... เธอรู้ดีว่า คืนนี้เธอไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือและตัวตนของชายผู้นี้ไปได้แน่ และร่างกายสะพรั่งของเธอกำลังรอคอยมันอย่างลุ่มหลงกระหายรสสวาทใต้เงื้อมมือเขา