ผมชอบรายการ สด
โอกาสมีแค่ครั้งเดียวไม่อนุญาตให้มีความผิดพลาดแม้แต่น้อยความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจหดตัวตลอดการออกอากาศ มันช่างน่าตื่นเต้น ราวกับชีวิตที่ไม่สามารถมีได้ถึงสองครั้ง
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูห้องแต่งหน้าอย่างกะทันหัน
นั่นคือ FD (ผู้ช่วยผู้กำกับเวที)
“อีก 10 นาทีจะเริ่มถ่ายทอดสดแล้วครับ! แฮ่ก แฮ่ก! แล้วก็จัดกำลังรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีก 2 หมวดเรียบร้อยครับ”
ผมลืมตาขึ้นเพราะเสียงหอบของเขา
ใบหน้าของผมดูสดใสขึ้นกว่าเดิมด้วยฟองน้ำที่ช่างแต่งหน้าตบให้ผมสนุกกับการแต่งหน้าในทุกครั้งที่ต้องออกอากาศ ผมชอบที่ใบหน้าดูสดใสขึ้นและรู้สึกเหมือนตัวเองดูดีขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ในวันนี้ ผมไม่มีเวลามาดื่มด่ำกับความรู้สึกเ่าั้
“ตัดต่อเสร็จแล้วใช่ไหม?”
“ของพีดีอีเสร็จแล้วครับส่วนของพีดีคิมกำลังใส่ซับไตเติลอยู่ครับ”
การถ่ายทอดสดไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ดีเพียงคนเดียวสตาฟกว่ายี่สิบคนต้องทำงานประสานกันเป็หนึ่งเดียวหากไม่ซักถามและตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นที่ใดสักแห่งอย่างแน่นอน
“เข้าใจแล้ว เอามือถือมาให้หน่อย”
ช่างเสียงเอาไมโครโฟนไร้สายมาคาดไว้ที่เอวของผม
อียองฮุนผู้อำนวยการศูนย์ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งพลางแกะช็อกโกแลตที่เตรียมไว้เป็ของว่างก็โพล่งขึ้นมา
“หัวหน้าทีมซงกีอุน วันนี้เป็ไงบ้าง?หวังว่าจะทำรายการสดได้ดีนะ?”
“แหล่งข่าวที่ผมได้มาน่าเชื่อถือมากครับาชื่อว่าโอยองชิก เขาเสียลูกสาวคนเดียวไปเพราะ KKH ครับ ครั้งนี้ต่อให้เป็ควอนกีฮุน ก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่”
ฉายาของผมในหมู่รุ่นพี่รุ่นน้องในสถานีคือ ‘ไฮยีน่า’ ฉายานี้ได้มาจากการที่ผมจะขุดคุ้ยประเด็นใดๆที่ได้มาจนถึงที่สุด ผมประสบความสำเร็จในการออกอากาศหลายรายการจนเป็ที่โจษจันไปทั่วเมือง
และเมื่อสามปีที่แล้ว ผมก็ได้เป็ MCของรายการสารคดีเชิงวิเคราะห์ที่เป็หน้าเป็ตาของKBN อย่าง สืบให้ถึงที่สุด
ผมเป็ที่รู้จักถึงขั้นที่เมื่อไปทานอาหารที่ร้านอาหารพวกคุณป้าก็จะให้บริการพิเศษเพราะความเหน็ดเหนื่อยของผม
อียองฮุนยิ้มอย่างพึงพอใจ
“โอเค! เยี่ยมมาก! ถ้ารายการนี้ดังเปรี้ยงปร้างอนาคตของพวกเราทั้งสองคนก็จะไปได้ไกลอย่างแน่นอน”
การชมเชยที่มากเกินไปย่อมมีวาระซ่อนเร้น อียองฮุนที่ไต่เต้าขึ้นเป็ผู้อำนวยการศูนย์ที่อายุน้อยที่สุดด้วยกลอุบายเ้าเล่ห์ย่อมไม่มีทางชมคนอื่นโดยไม่มีเป้าหมาย หมอนี่เป็คนที่ฉวยโอกาสทุกอย่างที่ทำได้ แม้แต่ในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม
“เออใช่! มีเื่อยากให้นายช่วยหน่อย...”
เขาทำท่ากระแอมแล้วหยิบนิตยสารรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งให้ผม
“ฉันอยากให้นายไปทำข่าวเกี่ยวกับคดีนี้…”
หน้าที่เปิดออกมีบทความเกี่ยวกับKKH อยู่
“นี่มัน…”
“นายรู้เื่นี้ใช่ไหม... KKHกลุ่มลัทธิเถื่อนน่ะ”
“แต่… รุ่นพี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่ามันเป็หัวข้อที่ถูกตัดไปแล้ว”
ผมเคยเสนอแผนงานเพื่อทำข่าวเกี่ยวกับKKH หลายครั้งแต่ถูกปฏิเสธทุกครั้งด้วยเหตุผลที่ว่า มันอันตราย
“รู้สิ ก็ฉันเป็คนไม่อนุมัติเอง”
“แล้วทำไมจู่ๆถึงให้กลับไปทำข่าวตอนนี้ล่ะครับ”
น้ำเสียงของอียองฮุนจริงจังขึ้น
“ฉันจะพูดตรงๆ เลยนะ ฉัน้าหัวข้อข่าวที่มันเรียกเรตติ้งแล้วก็เอนเกจจากสังคมได้พร้อมๆกัน”
“ถ้าเป็เื่นั้นก็น่าจะขอให้พีดีฝ่ายวาไรตี้ทำเร็วกว่าไม่ใช่เหรอครับ”
“ถ้าเื่ดาราน่ะก็อาจจะมีคนพูดถึงอยู่บ้างแต่มันเบาไป ฉัน้าข่าวที่จะสร้างแรงสั่นะเืทางสังคมได้ถ้ามันไปถึงหูประธานาธิบดีได้ก็จะดีมาก”
“แล้วทำไมถึง้าข่าวแบบนั้นอย่างกะทันหันล่ะครับ?”
อียองฮุนกระซิบเบาๆ ข้างหูผม
“รู้แล้วเงียบไว้เลยนะ ฉันได้รับเสนอชื่อเป็ผู้สมัครที่ปรึกษาสื่อมวลชนประจำทำเนียบประธานาธิบดีแล้วแค่สร้างผลงานที่นี่อีกครั้งก็พอแล้ว มีคนรอที่จะผลักดันฉันอยู่แล้ว”
“อ่อ... ครับ?”
“พีดีที่มีความสามารถอย่างฉันจะมาจมปลักอยู่ในสถานีโทรทัศน์อย่างเดียวไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ฉันได้ตำแหน่ง ส่วนนายก็ได้ชื่อเสียงในฐานะสตาร์พีดี วินวินด้วยกันทั้งคู่ไม่ต้องห่วงฉันจะดันหลังนายเอง”
แม้จะไม่เต็มใจ แต่ผมรู้สึกว่านี่เป็โอกาสสุดท้ายที่จะได้จัดการกับKKH ซะที ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกเหมือนมีภาระหนักอึ้งที่ต้องแบกรับทุกครั้งที่เห็นรายงานความเสียหายจาก การกักขัง การลักพาตัว การฉ้อโกงความรุนแรง และการล่วงละเมิดทางเพศ
การตกลงระหว่างผมกับอียองฮุนก็ลงตัวได้อย่างง่ายดาย
หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็ไปตามที่อียองฮุนบอกผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับหัวข้อนี้อีกการทำข่าวจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น
เราเตรียมการออกอากาศอย่างลับๆราวกับปฏิบัติการกองโจร เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของ KKH
แต่ในวันถ่ายทอดสดข้อมูลก็รั่วไหลออกไป เหล่าสาวกก็เริ่มมาถือป้ายชุมนุมหน้าสถานีโทรทัศน์ทีละคน
[KBN จงสำนึกที่มาบ่อนทำลายเสรีภาพทางศาสนา!]
[ยุติการออกอากาศที่เต็มไปด้วยการใส่ร้ายทันที!]
ขณะที่ผมนั่งอยู่ในตำแหน่ง MCโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ ‘จินกาอึล’ ภรรยาของผม
“ที่รัก คุณปลอดภัยดีใช่ไหมคะ?”
เสียงของภรรยาผมสั่นเล็กน้อย ผมจึงแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
“ไม่ต้องห่วงนะคิดซะว่าเป็การไปพักผ่อน ไปอยู่กับแม่ยายสักสองสามวันนะ”
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะคิดถึงฮาริมด้วยนะ”
ผมเคยได้รับคำขู่ที่น่ากลัวมาก่อนทั้งจากคดีแก๊งปืนเมืองมกโพ และคดีเปิดโปงการทุจริตสถานสงเคราะห์คนพิการ ดังนั้นเื่แค่นี้ไม่ทำให้ผมหวั่นไหวได้หรอก
“ผมเป็พีดีมา 18 ปีแล้วนะ ผ่านทั้งาบก าน้ำาอากาศมาหมดแล้ว! ไม่ต้องห่วงมากหรอกนะ เดี๋ยวรายการจบ เราไปเที่ยวดีๆ กันนะ”
“จริงๆ นะ”
เสียงของภรรยาผมสดใสขึ้น
ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะผมไม่ได้เห็นหน้าภรรยาและลูกสาวมาสองสัปดาห์แล้วเพราะมัวแต่จมอยู่กับการทำข่าวและตัดต่อ
“ครั้งนี้คุณต้องรักษาสัญญานะคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ผมพูดเสียงดังแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะรักษาสัญญาได้ไหม เสียงของผมก็ค่อยๆ แ่ลง ในขณะนั้นเสียงของพีดีคิมฮยองซ็อกซึ่งเป็ผู้กำกับรายการหลัก ก็ดังขึ้นผ่านหูฟัง
“พะ... พีดีซงครับ KKH ติดต่อมาพวกเขาบอกว่าจะเริ่มถ่ายทอดสดพร้อมกับรายการของเราครับ”
“ปล่อยให้ทำไป!”
ผมไม่คิดว่าการถ่ายทอดสดทาง YouTubeจะมีผลกระทบอะไรมากนัก
“แต่เื่ที่พวกนั้นพูดคือ…”
“อะไร?”
“พวกเขาขู่ว่าจะทำร้ายพี่สะใภ้กับฮาริม พวกมันบอกว่าจับทั้งสองคนเป็ตัวประกันไว้แล้ว…”
“ไร้สาระน่า… ฉันเพิ่งคุยกับเมียเมื่อกี้เองจะมาหลอกกันได้ยังไง?”
ถึงแม้จะพูดออกไปอย่างนั้น แต่หัวใจผมก็หล่นวูบ
มือที่สั่นเทาของผมรีบโทรหาภรรยาแต่โทรศัพท์กลับปิดอยู่ ทั้งที่เพิ่งคุยกันเมื่อครู่
“กาอึล เธออยู่ไหน? รับโทรศัพท์หน่อย ได้โปรด”
เสียงเร่งรีบของพีดีคิมฮยองซ็อกดังต่อเนื่องผ่านไมโครโฟนไร้สาย
“พวกเขาบอกว่า ถ้าเราหยุดออกอากาศตอนนี้จะปล่อยตัวประกันให้ปลอดภัย และจะให้สัมภาษณ์อย่างเป็ทางการด้วยครับ”
ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องคิดนาน ผมถอดไมโครโฟนไร้สายออกและลุกขึ้นจากตำแหน่ง MC
เหลือเวลาเพียง 3 นาทีก่อนการถ่ายทอดสดจะเริ่มขึ้น
อียองฮุนผู้อำนวยการศูนย์ที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของสตูดิโอ วิ่งเข้ามาขวางหน้าผมไว้
“บ้าไปแล้วเหรอ? ถ้าไม่ทำรายการสดตอนนี้มีเื่แน่ๆ นายอยากเห็นั้แ่ท่านประธานไปจนถึงฉันถูกไล่ออกเหรอ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันลูกกับเมียผมถูกจับเป็ตัวประกันอยู่นะ”
“นายจะเชื่อสิ่งที่พวกมันพูดงั้นเหรอ พวกมันโกหกเป็เื่ปกติยังไม่แน่ชัดเลยว่าถูกลักพาตัวไปจริงหรือเปล่า”
ผู้อำนวยการอียองฮุนดึงไมโครโฟนไร้สายที่ติดอยู่บนปกเสื้อของผมออกและสั่งการไปยังห้องควบคุม
“แจ้งตำรวจเพื่อติดตามหาตำแหน่งโทรศัพท์ของภรรยาหัวหน้าทีมซงกีอุนเดี๋ยวนี้!”
บนจอภาพในสตูดิโอเริ่มมีการแสดงตัวอย่างการถ่ายทอดสดสืบให้ถึงที่สุด พร้อมกับโฆษณาที่เล่นก่อนเริ่มรายการเหลือเวลาอีกประมาณ 1 นาทีเท่านั้น
“ผมจะไม่จัดรายการจนกว่าจะยืนยันความปลอดภัยของครอบครัวผมได้ขอให้ฝ่ายผังรายการหารายการอื่นออกอากาศทานก่อน”
อียองฮุนะโขึ้นมาเสียงดัง
“ซงกีอุน ที่เยือกเย็นคนนั้นหายไปไหน นายอย่าใช้แต่อารมณ์แล้วคิดถึงความเป็จริงสินี่อาจจะเป็แผนการสกปรกของพวกมันเพื่อขัดขวางการออกอากาศก็ได้ อย่าเพิ่งทำอะไรนะเดี๋ยวฉันจะคุยกับตำรวจให้เอง”
เมื่อมองย้อนกลับไป นี่คือจังหวะดีที่จะฉวยโอกาสเอาไว้ไม่ว่าจะได้รับโทษอะไรก็ตาม ผมควรจะยกเลิกการออกอากาศไปเสีย
ผู้อำนวยการศูนย์วางสายโทรศัพท์แล้วมาพูดกับผม
“ฉันคุยกับตำรวจแล้วพวกนั้นโกหกนายวางใจได้เลย”
ผมไม่สามารถตัดสินใจได้ “แน่ใจนะครับ?”
เื่ครอบครัวไม่มีคำว่า ‘ถ้า’
“ผู้กำกับการตำรวจนครบาลโซลเป็เพื่อนสมัยเรียนของฉันนี่ฉันโทรไปหาเขาโดยตรงเลยตำรวจกำลังคุ้มครองครอบครัวนายอยู่ที่สนามบินอย่างปลอดภัย”
ผมกลับเชื่อคำพูดนั้นอย่างโง่เขลา
“งั้นผมจะเชื่อรุ่นพี่ และจะจัดรายการต่อ”
“ฉันจะจัดการเื่ครอบครัวให้นายเองหัวหน้าทีมซงนายต้องทำให้การถ่ายทอดสดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ เข้าใจไหม?”
ผมหายใจเข้าลึกๆและรวบรวมความกล้าที่กำลังสั่นคลอน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ไม่มีอะไร…
ผมปลอบใจตัวเองราวกับถูกสะกดจิตและจ้องมองไปที่กล้อง
“พีดีคิม อย่าตื่นตระหนก เรามาเริ่มการถ่ายทอดสดกันเถอะ”
“ครับ เข้าใจแล้วครับ”
ไฟสีแดงบนกล้องสว่างขึ้น
“สวัสดีครับทุกท่านวันนี้รายการสืบให้ถึงที่สุด ถ่ายทอดสด เราติดตามลัทธิชื่อ KKH มาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และตามรอยว่าพวกเขาเป็ลัทธิที่โเี้เพียงใดเมื่อใกล้ถึงเวลาออกอากาศ พวกเขาใช้การข่มขู่ทุกรูปแบบเพื่อบีบบังคับเราแต่ผมขอย้ำคำนี้ว่า ‘เราจะไม่เจรจากับผู้ก่อการร้าย’ ไม่มีการประนีประนอมใดๆขอให้ผู้ชมทุกท่านช่วยคุ้มครองพวกเราด้วย เราจะสืบให้ถึงที่สุดครับ”
เมื่อการพูดเปิดรายการจบลงวิดีโอแรกที่อธิบายภาพรวมของ KKH ก็เริ่มออกอากาศ
ในขณะที่วิดีโอที่ตัดต่อกำลังออกอากาศผมเตรียมคำพูดต่อไป แต่สายตาของผมก็ไปสะดุดกับสีหน้าสตาฟในสตูดิโอ
พวกเขาบางคนดูโทรศัพท์แล้วอ้าปากค้างด้วยความใบางคนก็ขมวดคิ้ว
FD วิ่งขึ้นมาบนเวที
“หัวหน้าทีมครับ… คุณต้องดูนี่แล้ว…”
FD ยื่นโทรศัพท์ให้ผมด้วยมือที่สั่นเทา
ให้ตายสิ!
บนหน้าจอผู้ชายสองคนสวมผ้าคลุมหน้ากำลังมัดภรรยาและลูกสาวของผมไว้กับเสา ทั้งสองคนดูเหมือนจะหมดสติไปแล้วร่างกายของพวกเขาห้อยลงมาอย่างอ่อนแรง
ชายที่สวมผ้าคลุมหน้ากำลังถือมีดที่คมกริบวนเวียนอยู่รอบๆพวกเขาทั้งสองคน ราวกับกำลังทำพิธีกรรมทางศาสนา และกำลังร่ายมนตร์บางอย่าง
ด้านหลังมีธงสีแดงซึ่งเป็สัญลักษณ์ของ KKH กำลังโบกสะบัดอยู่ใบหน้าของควอนกีฮุน ผู้นำลัทธิของกลุ่มที่วาดอยู่บนธงดูเหมือนกำลังเย้ยหยันและหัวเราะเยาะผม
“ผู้อำนวยการผมบอกว่าอย่าออกอากาศแล้วนั่นครอบครัวผมกำลังจะตายแล้วนะ”
“นั่นมันการแสดง! การแสดง!ตำรวจบอกว่าพวกเขาไปถึงที่เกิดเหตุแล้วนะ! ถ้านายหยุดออกอากาศตอนนี้มันจะพังไม่เป็ท่า!”
เขาผลักไหล่ผมให้นั่งลงที่เดิม
“อย่าทำแบบนี้เลย คิดให้ดีๆถ้านายหยุดออกอากาศตอนนี้ พวกนั้นจะปล่อยลูกเมียนายไปงั้นเหรอ? ทางเลือกที่ดีที่สุดในการช่วยครอบครัวคือการออกอากาศต่อไป ทำทีเป็เจรจาเพื่อถ่วงเวลา จนกว่าตำรวจจะบุกเข้าไปยังที่เกิดเหตุและจับกุมพวกมันได้”
ที่เขาพูดมันก็ถูก
คนร้ายจะไม่ปล่อยตัวประกันแม้ว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบรับก็ตาม เพราะกลัวว่าตัวตนของพวกเขาจะถูกเปิดเผย
แต่ในสถานการณ์ที่ภรรยาและลูกสาวของผมกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตผมจะมานั่งเป็ MC ต่อหน้ากล้องอย่างสบายอารมณ์ไม่ได้
“ตำรวจพบสถานที่อยู่ที่ไหนครับ?ผมต้องไปดูด้วยตาตัวเอง”
“MC จะไปไหนได้ในเมื่อกำลังออกอากาศสดอยู่”
วิดีโอแรกกำลังจะจบลง
AD ะโด้วยความกระวนกระวายว่า“กล้องกำลังจะกลับมาที่สตูดิโอแล้วครับ! คุณจะทำยังไง?”
พีดีคิมที่รับผิดชอบการทำข่าว KKHก็คว้าสคริปต์ที่อยู่ในมือผมไป
“รุ่นพี่รีบไปเถอะครับ!ที่เหลือผมจะจัดการเอง รีบไปเลยครับ”
ผมรีบวิ่งไปยังรถที่จอดอยู่ในลานจอดรถและโทรหา FD
“ตำรวจว่าไงบ้าง? ติดตามตำแหน่งได้แล้วใช่ไหม? ที่ไหน?”
“ที่ป่าในซูวอนครับ ตำรวจจะถึงที่เกิดเหตุเรียบร้อยกำลังเข้าจับคนร้าย และจะนำพี่สะใภ้กับฮาริมส่งโรงพยาบาลครับ”
ขาของผมทรุดลงอย่างไม่รู้ตัว
‘ไม่เป็ไรหรอก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกใช่แล้ว ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรหรอก’
ผมปลอบใจตัวเองเหมือนกำลังสะกดจิต
-------------------------------------
เื่นี้อัพเดทตอนใหม่วันละ 4 ตอน เวลา 19.00 น. ทุกวันจนกว่าจะจบ และพบกับ Ebook ได้เร็วๆ นี้