ในขณะที่ราชสำนักเป่ยหลิงกำลังวุ่นวายกับการพักราชการของ แม่ทัพเว่ยอู๋จี๋ และต้องเผชิญกับความสั่นคลอนจากข่าวลือที่หลงเฟยปล่อยออกไปอย่างมีชั้นเชิง หลงเฟย ก็ใช้โอกาสทองนี้ในการสร้างรากฐานของอำนาจที่มั่นคงให้กับตนเอง เขาไม่ได้มุ่งเน้นการรบแต่เพียงอย่างเดียว แต่กลับให้ความสำคัญกับการสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้แข็งแกร่งเสียก่อน ถานจง เสนาบดีคลังผู้มากปัญญา ได้เป็หัวหอกสำคัญในการเจรจาทางการค้าและเศรษฐกิจกับแคว้นเล็ก ๆ ที่อยู่โดยรอบเจียงหนาน ซึ่งล้วนแต่เป็แคว้นที่เคยถูกเป่ยหลิงคุกคามหรือถูกเอารัดเอาเปรียบทางการค้ามาโดยตลอด และบัดนี้กำลังมองหาพันธมิตรที่สามารถปกป้องพวกเขาได้
"เราไม่ได้มาเพื่อเอาเปรียบพวกท่าน" ถานจงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นในห้องประชุมใหญ่ของเจียงหนาน ซึ่งเต็มไปด้วยตัวแทนจากแคว้นเล็กๆ กว่าสิบแคว้นที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง "แต่เรามาเพื่อเสนอโอกาสในการสร้างความรุ่งเรืองร่วมกัน เราจะสร้างระบบการค้าที่ยุติธรรมและโปร่งใส โดยมีเจียงหนานเป็ศูนย์กลางการค้า เราจะทำให้สินค้าของพวกท่านสามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างเท่าเทียม และจะให้การคุ้มครองทางการทหาร เพื่อให้พวกท่านไม่ต้องหวาดกลัวการรุกรานจากแคว้นใหญ่ๆ อีกต่อไป" ถานจงไม่ได้พูดเพียงปากเปล่า แต่เขานำหลักฐานเชิงประจักษ์มาแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของเจียงหนานในด้านการค้าและอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างก้าวะโ ทำให้ตัวแทนจากแคว้นเล็กๆ เ่าั้เริ่มเชื่อมั่นในตัวอ๋องหลงเฟย
ข้อเสนอของถานจงฟังดูดีเกินกว่าจะเป็ความจริงในยุคที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งอำนาจ แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นว่าเจียงหนานที่เคยเป็เพียงเถ้าถ่านสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วเพียงใด และเมื่อพวกเขาได้เห็นความแข็งแกร่งของกองทัพเจียงหนานที่เคยปราบปรามกลุ่มโจรป่าและผู้รุกรานที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้กับแคว้นเล็กๆ เหล่านี้ พวกเขาก็เริ่มเชื่อมั่นในตัวอ๋องหลงเฟย และตัดสินใจที่จะเข้าร่วมเป็พันธมิตรกับเจียงหนาน
ในขณะเดียวกัน หลงเฟยก็ใช้กำลังทหารที่แข็งแกร่งของเขาในการปราบกลุ่มโจรป่าและผู้รุกรานที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้กับแคว้นเล็กๆ เหล่านี้ ซึ่งการกระทำนี้สร้างความประทับใจให้กับพวกเขาเป็อย่างมาก และทำให้พวกเขาเชื่อว่าหลงเฟยคือผู้นำที่สามารถปกป้องพวกเขาได้จริง ซือหม่าคุน กุนซือใหญ่ผู้ชาญฉลาด ได้รับมอบหมายให้วางแผนการปกครองและการจัดตั้งระบบราชการให้กับแคว้นเจียงหนานใหม่ เขาใช้ความรู้ด้านปรัชญาและการปกครองที่ลุ่มลึกในการสร้างระบบที่ยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ ทำให้แคว้นเจียงหนานกลายเป็แคว้นที่มีการปกครองที่ดีที่สุดในยุคนั้น โดยมีการจัดตั้งโรงเรียนเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ การจัดตั้งโรงพยาบาลเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน และการสร้างระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย ทำให้ผู้คนในแคว้นรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของเจียงหนาน
เมื่อทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่วางไว้ ืทุกคนจึงสนับสนุนให้หลงเฟยสภาปนาตนเองขึ้นเป็ อ๋องแห่งเจียงหนาน โดยมีเหล่าแม่ทัพและกุนซือของเขาเป็ผู้ช่วยในการบริหารจัดการแคว้น หลงเฟยไม่ได้แสดงท่าทีเย่อหยิ่งหรือหลงไปในตำแหน่งใหม่ของเขา แต่เขากลับถ่อมตัวและใช้ปัญญาในการปกครองแคว้น ทำให้ผู้คนเคารพรักเขาเป็อย่างมาก การก่อตั้งแคว้นเจียงหนานขึ้นมาใหม่ สร้างความใให้กับแคว้นใหญ่ๆ รอบข้าง พวกเขาไม่คิดว่าแคว้นเล็กๆ ที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาจากเถ้าถ่านจะสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ให้ความสนใจมากนัก เพราะคิดว่าแคว้นเจียงหนานยังอ่อนแอเกินกว่าที่จะเป็ภัยคุกคามได้ แต่ก็มีบางแคว้นที่เริ่มส่งสายลับเข้ามาสอดแนมความเคลื่อนไหวของเจียงหนานอย่างลับๆ เพราะเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น