ความจริงจากแผ่นจารึกโบราณเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้ หลี่มี่เยว่ และ มู่เหยียน ต่างจมดิ่งลงในห้วงความคิด ความเ็ปที่หน้าอกของมู่เหยียนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังบอกเล่าเื่ราวในอดีตที่ฝังลึก
"เทวีแห่งการชำระล้าง... จอมมารแห่งโกลาหล..." หลี่มี่เยว่ พึมพำกับตัวเอง "เป็ไปได้อย่างไร"
มู่เหยียน เดินเข้าไปใกล้แผ่นจารึกอีกครั้ง เขาลูบไล้รอยไหม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างแผ่นจารึกอย่างแ่เบา "ข้าจำได้... รอยแผลเป็นี้" เขากล่าวเสียงเรียบ "มันคือรอยที่ข้าได้รับในานั้น"
ภาพความทรงจำที่พร่าเลือนค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัวของ มู่เหยียน เขามองเห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง ร่างกายเต็มไปด้วยาแ มีพลังมารมหาศาลอยู่รอบตัว และตรงหน้าเขาคือหญิงสาวผู้หนึ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ดวงตาของเธอกลับมุ่งมั่นและแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"เ้าคือ... เทวีแห่งการชำระล้าง" มู่เหยียน มองตรงมาที่ หลี่มี่เยว่ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเ็ป ความโกรธ และความอาลัยอาวรณ์ที่ยากจะอธิบาย
หลี่มี่เยว่ ััได้ถึงกระแสความรู้สึกของเขา เธอเองก็เริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเช่นกัน ภาพของตัวเองในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ กำลังร่ายรำเพื่อปลดปล่อยพลังสีทองเข้าใส่ร่างของจอมมาร ทว่าในขณะเดียวกัน เธอกลับรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่เธอมีต่อจอมมารผู้นั้นอย่างลึกซึ้ง
"ท่าน... คือจอมมารแห่งโกลาหล" หลี่มี่เยว่ ตอบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสน "แต่... ทำไมข้าต้องผนึกท่าน ทำไมพวกเราถึงต้องสู้กัน"
มู่เหยียน หลับตาลง ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นในอดีตชาติคือแสงสีทองที่พุ่งเข้าใส่เขา และความเ็ปทรมานที่ตามมา "ข้าจำได้เพียงว่า ข้าถูกทรยศ... ถูกใครบางคนใช้เป็เครื่องมือ" เขาพึมพำ "และเ้า... เทวีแห่งการชำระล้าง เ้าคือผู้ที่ผนึกข้า!"
ความเข้าใจผิดในอดีตชาติกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น หลี่มี่เยว่ รู้สึกเ็ปที่ได้ยินเช่นนั้น เธอไม่เคยคิดเลยว่าเธอคือผู้ที่ทำร้ายเขา แต่ในภาพที่เธอเห็น เธอทำมันไปเพื่อปกป้องบางสิ่งบางอย่าง
"มันต้องมีเหตุผลเ้าค่ะ!" หลี่มี่เยว่ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าจำได้ว่าข้าทำไปเพื่อหยุดยั้งบางสิ่งบางอย่าง... เพื่อปกป้องโลกใบนี้"
ทันใดนั้นเอง ผนังด้านหนึ่งของหอสมุดหลวงที่ทรุดโทรมอยู่แล้ว ก็พลันพังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนสวมหน้ากากปริศนา พวกมันมาถึงแล้ว!
"เจอแล้ว... พลังแห่งการชำระล้างและพลังแห่งโกลาหล!" เสียงของผู้นำกลุ่มคนสวมหน้ากากดังก้อง ดวงตาใต้หน้ากากเปล่งประกายสีแดงฉาน "พวกเ้าหลบหนีไม่พ้นหรอก"
มู่เหยียน รีบยืนขึ้นพร้อมกับดึง หลี่มี่เยว่ มายืนอยู่ข้างหลังเขา "พวกเ้า้าอะไร!"
"พวกเรา้าพลังของพวกเ้า... เพื่อสร้างโลกใบใหม่!" ผู้นำกล่าว ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องพุ่งเข้าโจมตี
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดอีกครั้ง แม้พลังของ มู่เหยียน และ หลี่มี่เยว่ จะยังไม่กลับมาเต็มที่ แต่สัญชาตญาณการต่อสู้ของเทพและมารก็ยังคงทรงประสิทธิภาพ มู่เหยียน ใช้ความแข็งแกร่งและทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่ามนุษย์ปะทะกับกลุ่มนักฆ่า ส่วน หลี่มี่เยว่ พยายามใช้พลังสีทองที่เธอมีอย่างจำกัด เพื่อขับไล่พวกมัน
ในระหว่างการต่อสู้ หลี่มี่เยว่ สังเกตเห็นว่ากลุ่มนักฆ่าเ่าั้พยายามจะจับตัวเธอให้ได้ แทนที่จะสังหาร พวกมัน้าพลังของเธอ!
"พวกมัน้าพลังของข้า!" หลี่มี่เยว่ ะโบอก มู่เหยียน
"อย่าให้พวกมันจับตัวเ้าได้เด็ดขาด!" มู่เหยียน กล่าวเสียงเข้ม เขาพุ่งเข้าขวางทางนักฆ่าที่กำลังจะเข้าถึงตัว หลี่มี่เยว่ และใช้ร่างของตัวเองรับการโจมตีจากพวกมัน
าแเริ่มปรากฏบนร่างของ มู่เหยียน ทว่าเขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเธอ
"ท่านจอมมาร!" หลี่มี่เยว่ เห็นเขาาเ็ก็รู้สึกปวดใจ เธอไม่้าให้เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ
ในจังหวะที่ มู่เหยียน กำลังถูกรุมล้อม หลี่มี่เยว่ ก็พลันเห็นเศษแผ่นจารึกขนาดเล็กที่แตกหักจากแผ่นจารึกใหญ่ ตกอยู่ใกล้ ๆ เธอ เธอรีบก้มลงไปเก็บมันขึ้นมา และพบว่ามีข้อความสลักอยู่ด้านหลัง
"แท้จริงแล้ว... การผนึกนั้นหาใช่การลงโทษ หากแต่เป็การปกป้อง..." หลี่มี่เยว่ อ่านข้อความนั้น "เพื่อปกป้องจอมมารจากพลังชั่วร้ายที่แฝงอยู่ภายใน และเพื่อปกป้องโลกจากพลังนั้น..."
ความจริงอีกด้านหนึ่งปรากฏขึ้น มู่เหยียน ไม่ได้ถูกผนึกเพราะเธอทรยศ แต่เป็เพราะเธอพยายามจะปกป้องเขาจากพลังชั่วร้ายที่แฝงอยู่ในตัวเขาต่างหาก!
"ท่านจอมมาร! ฟังข้านะ!" หลี่มี่เยว่ ะโบอก "ข้าไม่ได้ทรยศท่าน! ข้าผนึกท่านเพื่อปกป้องท่านต่างหาก! มีพลังชั่วร้ายแฝงอยู่ในตัวท่าน!"
คำกล่าวของเธอทำให้ มู่เหยียน ชะงักไปเล็กน้อย เขาเคยรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กัดกินิญญาของเขามาโดยตลอด แต่เขากลับเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็ผลจากการถูกสาป
ในจังหวะนั้นเอง ผู้นำกลุ่มนักฆ่าก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้าโจมตี มู่เหยียน จากด้านหลัง หมายจะสังหารเขา หลี่มี่เยว่ เบิกตากว้างด้วยความใ เธอพุ่งเข้าไปขวางอย่างไม่คิดชีวิต พลังสีทองในร่างของเธอพลันปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
"ไม่นะ!" เสียงของ มู่เหยียน ดังก้อง ทว่าเขาก็ไม่สามารถหยุดยั้งเธอได้ทัน
พลังสีทองมหาศาลพวยพุ่งออกจากร่างของ หลี่มี่เยว่ เธอกลายเป็แสงสว่างที่เจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะะเิ พลังนั้นพุ่งเข้าปะทะกับผู้นำกลุ่มนักฆ่าอย่างจัง จนร่างของมันกระเด็นไปไกล ก่อนที่มันจะกรีดร้องด้วยความเ็ปและสลายไปในอากาศพร้อมกับพลังมารสีแดงฉาน
หลังจากที่พลังงานอันมหาศาลสงบลง หลี่มี่เยว่ ก็ล้มลงหมดสติในอ้อมแขนของ มู่เหยียน ร่างกายของเธออ่อนแรงจนไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววของความสุขและความโล่งใจที่ได้ปกป้องเขา
มู่เหยียน กอดร่างของเธอไว้แน่น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ภาพความทรงจำที่พร่าเลือนของเขาพลันชัดเจนขึ้นอย่างสมบูรณ์ เขานึกถึงภาพที่เธอพยายามผนึกพลังชั่วร้ายในตัวเขา ภาพที่เธอร้องไห้ขณะทำเช่นนั้น... และความรักที่เธอมีให้เขาอย่างสุดหัวใจ
หลี่มี่เยว่ ไม่ได้ทรยศเขา แต่เธอคือผู้ที่ยอมเสียสละเพื่อปกป้องเขา และปกป้องโลกใบนี้!
ปมปริศนาแห่งอดีตชาติคลี่คลายลงในที่สุด แต่คำสาปที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกันยังคงอยู่ และเส้นทางเบื้องหน้ายังคงเต็มไปด้วยอันตรายที่รอคอยการเผชิญหน้า