ด้วยจิตใจที่แน่วแน่หอกทมิฬอีกแปดเล่มก็พุ่งแหวกอากาศเข้าแทงร่างของอินทรีทองั์อย่างโเี้
ปีกของอินทรีทองั์นั้นไร้เทียมทานจริง
แต่ส่วนอื่นที่ปราศจากขนอวี๋จื่ออวี๋ไม่เชื่อว่าจะมีการป้องกันที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน
ดังนั้นหอกทมิฬทั้งแปดเล่มจึงพุ่งเป้าไปที่ส่วนท้องของอินทรีทองั์เป็ส่วนใหญ่
ซึ่งเป็จุดอ่อนนุ่มที่สุดบนตัวของนกนักล่า
"แกว๊ก!"
เสียงกรีดร้องบาดหูของอินทรีทองั์ดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา
มันกระพือปีกอย่างบ้าคลั่งพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย เืสาดกระเซ็นออกจากาแร่างกายถูกดึงรั้งไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง
ทว่าอวี๋จื่ออวี๋ที่ตั้งใจสังหารด้วยการโจมตีเดียวจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร
"ะเิ!"
เสียงะโก้องหอกทมิฬทั้งเก้าที่บิดเกลียวจนถึงขีดสุดพลังที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้พลันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
นี่คือหลักการที่ได้มาจาก'บิดเกลียวสปริง'
ใช้การหมุนก่อนหน้านี้เพื่อสะสมพลัง
และเมื่อแทงลึกเข้าไปในร่างของอินทรีทองั์การโจมตีนี้ก็จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาอย่างสมบูรณ์
ด้วยวิธีนี้จะสามารถสร้างความเสียหายซ้ำซ้อนแก่อินทรีทองั์ได้
หอกแทงทะลุผ่านร่างมันหมุนอย่างรวดเร็วฉุดพายุโลหิตตามมา
อวี๋จื่ออวี๋ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเืก็กระเซ็นใส่จนเปียกโชกไปทั้งร่าง
ทว่าในขณะนั้นเอง
‘ติ๊ง!’ เสียงใสราวกับกระดิ่งดังขึ้นเป็เสียงแจ้งเตือนจากระบบอันเยือกเย็นดังขึ้นข้างหูเขา
"ติ๊ง! คุณสังหารอินทรีทองคำกลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่เจ็ดได้รับแต้มวิวัฒนาการ +70"
"ติ๊ง!บรรลุเงื่อนไขวิวัฒนาการเปลี่ยนระดับชั้นชีวิตสู่ระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งขณะนี้มีแต้มวิวัฒนาการ 70/10 ้าเริ่มวิวัฒนาการขั้นต่อไปหรือไม่"
......
เหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่ง?วิวัฒนาการ?
ความปีติยินดีแล่นผ่านในใจอวี๋จื่ออวี๋พลันตระหนักถึงบางเื่
เป็ไปตามที่เขาคาดเดาเอาไว้เลยมีการแบ่งระดับขั้นที่หนึ่ง
และหากคาดเดาไม่ผิดน่าจะมีขั้นที่สอง ขั้นที่สาม และขั้นอื่นๆ อีกมากมาย!
เมื่อคิดได้ดังนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็มองไปยังอินทรีทองั์ที่หอกทมิฬมรณะเสียบทะลุร่างกลางอากาศจนสิ้นลมหายใจและค่อยๆ วางใจลง จากนั้นรำพึงว่า
"ยืนยันการวิวัฒนาการ"
สิ้นเสียงอวี๋จื่ออวี๋พลันรู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย
พลังงานนี้พวยพุ่งและอัดแน่นเสียจนวินาทีที่หลั่งไหลเข้ามาร่างกายของอวี๋จื่ออวี๋ก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง
'เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ'
เสียงนั้นดังขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วผิวเปลือกไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ก็แตกอย่างต่อเนื่อง
จุดที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือลำต้นทั้งหมดของเขาขยายใหญ่เบียดเสียดจนลั่นเปรี๊ยะเพียงอึดใจเดียวก็มีขนาดเท่ากับสองคนโอบ
ลำต้นขนาดสองคนโอบก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก
แต่ปัญหาคือมันเกิดขึ้นภายในไม่กี่อึดใจเท่านั้น
และการกลายพันธุ์ก็ยังคงดำเนินต่อไป...
อวี๋จื่ออวี๋รับรู้ได้อย่างลึกซึ้งว่าทุกส่วนของร่างกายกำลังได้รับการเสริมแกร่งอย่างต่อเนื่องพลังงานที่พวยพุ่งทำลายเซลล์ จากนั้นก็มีกระแสอุ่นไหลผ่าน ซ่อมแซมมันขึ้นมาใหม่
และเซลล์ที่ได้รับการซ่อมแซมนั้นก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
ราวกับมีการเปลี่ยนแปลงแก่นแท้ของชีวิตอย่างคลุมเครือ
อย่างไรก็ตามการวิวัฒนาการของอวี๋จื่ออวี๋ในตอนนี้คือการวิวัฒนาการระดับชีวิตอย่างแท้จริง
กิ่งก้านของเขาทุกกิ่งยืดยาวออกไปแหวกว่ายทะยานสู่ท้องฟ้า ทว่ากลับเขียวขจียิ่งขึ้นไปอีกซ่อนเร้นประกายแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวคล้ายกับกิ่งก้านที่ได้รับการเสริมแกร่งมาก่อนหน้านี้
เพียงแต่ในตอนนี้แม้ในยามกลางวันก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เมื่อมองจากระยะไกลที่ก้นหุบเขา ต้นไม้ขนาดใหญ่สูงสองถึงสามสิบเมตรกำลังเปล่งประกายราวกับดวงดาว
และในขณะที่แสงนั้นส่องประกายกิ่งก้านมากมายของมันก็โบกสะบัดราวกับกำลังร่ายรำ
ในชั่วขณะนั้นหุบเขาแห่งนี้สาดส่องด้วยแสงสว่างอันเป็เอกลักษณ์ของมัน
ปักษาบินว่อนสัตว์เดินดินต่างก็หวาดผวา...
ในความพร่าเลือนผู้นำที่แท้จริงของหุบเขากำลังผงาดขึ้น!
......
และในที่ที่ผู้คนมองไม่เห็นการกลายพันธุ์ครั้งใหญ่กว่าก็กำลังคืบคลานเข้ามา
รากแขนงสีดำมากมายของอวี๋จื่ออวี๋ยังคงแผ่ขยายและเติบโตอย่างรวดเร็ว
พวกมันพลิกดินขึ้นมาพร้อมกับเจาะลึกลงไปราวกับัดินกำลังพลิกตัวในชั่วขณะนั้นทั่วทั้งหุบเขาก็ปรากฏร่องรอยรอยแยกมากมาย
แต่สิ่งเหล่านี้เป็เพียงรากแขนงเท่านั้น
รากชีวิตหลักของอวี๋จื่ออวี๋ต่างหากที่เป็สิ่งสำคัญยิ่งกว่า
รากแก้วยังคงดำดิ่งลงสู่ใต้ดินหินผาอันแข็งแกร่งมิอาจขัดขวางการเคลื่อนที่ของเขาได้พร้อมกับการสั่นะเืของหุบเขารากแก้วก็เจาะลึกลงไปใต้ดินประมาณหนึ่งร้อยเมตรก่อนจะหยุดลง
"ครืน..."
เพียงััแ่เบาอวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบ
"นี่คือแม่น้ำใต้ดินงั้นเหรอ"
ด้วยความประหลาดใจอวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกสั่นสะท้านในใจ
แต่ไม่นานนักในความรู้สึกของเขา รากฝอยเล็กๆจำนวนมากของรากแก้วก็ยึดเกาะกับหินอย่างแ่าราวกับใยแมงมุมและยังปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นไปอีกประมาณห้าสิบเมตร
จากนั้นความเย็นเยียบที่มากกว่านั้นก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่เพียงแค่แม่น้ำใต้ดินเท่านั้นอวี๋จื่ออวี๋รับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงสารลึกลับจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน
"หรือว่าที่นี่จะเป็แม่น้ำิญญาที่เต็มไปด้วยสารลึกลับอย่างพลังิญญาจำนวนมาก"
ใจของอวี๋จื่ออวี๋สั่นสะท้านพร้อมกับเดาบางสิ่งได้
ลึกลงไปใต้ดินถึงหนึ่งร้อยเมตรและยังเต็มไปด้วยสารลึกลับจำนวนมหาศาลการจะเรียกว่าแม่น้ำิญญาก็ไม่ใช่เื่แปลก
แต่ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเื่เ่าั้
เพราะ...
แกว๊กแกว๊ก แกว๊ก...
เสียงร้องแหลมสูงบาดแก้วหูร้องดังระงมเหยี่ยวเพเรกรินแปดตัวที่เกาะอยู่บนรังนกขนาดเท่าอ่างล้างหน้าบนยอดไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว
ราวกับว่าการวิวัฒนาการของอวี๋จื่ออวี๋ก็ส่งผลต่อพวกมันด้วย
แต่ก็จริงอย่างที่ว่า
อวี๋จื่ออวี๋ในตอนนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางพายุหมุนขนาดเล็ก พายุ 'พลังิญญา'ขนาดย่อมก็ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
และเหยี่ยวเพเรกรินที่อยู่ใกล้ชิดกับอวี๋จื่ออวี๋ที่สุดย่อมได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
ไม่เพียงแต่เหยี่ยวเพเรกรินเท่านั้นจิ้งจอกแดงที่อยู่ใต้ต้นไม้ก็เริ่มการกลายพันธุ์รอบใหม่เช่นกัน
กรงเล็บแหลมคมของมันยาวขึ้นทีละน้อยดวงตาที่แดงฉานลึกซึ้งก็เปล่งประกายงดงามยิ่งขึ้น...
และขนของมันก็งอกยาวขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังดูเงางามขึ้นอีกหลายส่วน
เมื่อมองจากระยะไกลจิ้งจอกแดงตัวนี้ที่มีขนาดเทียบเท่ากับลูกวัวราวกับกำลังอาบด้วยเปลวเพลิง
ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าสะพรึงกลัว
"วี้ด... "
เสียงหวีดร้องยาวดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา
จิ้งจอกแดงที่ทั้งร่างราวกับอาบเปลวเพลิงตัวนี้ะโขึ้นไปบนก้อนหินขนาดใหญ่จากนั้นก็จ้องมองไปทั่วทิศทางของหุบเขาด้วยดวงตาเ็าราวกับกำลังระวังภัยบางอย่าง
และอีกด้านหนึ่ง
"แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก..."
เสียงหวีดร้องแหลมดังระงมต่อเนื่องเหยี่ยวเพเรกรินแปดตัวที่มีขนาดเท่าตัวเต็มวัย ลำตัวยาวประมาณเจ็ดสิบเิเสามารถกางปีกกว้างถึงเกือบสองเมตร ก็กางปีกโบยบินสู่ท้องฟ้า
"แกว๊ก!"
เสียงหวีดร้องดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้งเสียงนั้นดังสนั่นราวกับจะเจาะทะลุหินผา หุบเขาพลันสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหว
เหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวแยกย้ายกันไปตามทิศทางต่างๆสายตาเหยี่ยวอันเยือกเย็น กำลังสอดส่องทุกซอกทุกมุมของหุบเขาอย่างต่อเนื่อง