บทที่ 4 การตื่นตัวของระบบ
ไม่นานชีวิตของเสี่ยวเถียนเถียนก็มีแต่สีเทา ในที่ที่ผู้อื่นมองเห็น แม่เลี้ยงใจดีอ่อนโยน เสี่ยวเถียนเถียนเกียจคร้านและสกปรก ในที่ที่ผู้อื่นมองไม่เห็นครอบครัวก็กดขี่เสี่ยวเถียนเถียนไม่หยุด เด็กอายุเพียง 7 ขวบ ต้องเตรียมอาหารให้คนทั้งเรือน ทุกคนสามารถนั่งที่โต๊ะกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่นางต้องซุกตัวอยู่ในโรงเก็บฟืนเล็ก ๆ กินแต่อาหารที่ย่ำแย่
เสี่ยวเถียนเถียนรอคอยให้ตนโต พอโตแล้วจึงจะแต่งงานออกเรือน จะได้หลุดพ้นจากโลกเช่นนี้ ในที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบากนี้ เสี่ยวเถียนเถียนก็อายุได้ 14 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงเฉินเถียนเถียนจะหลบหลีกมากแค่ไหน เฉินเฉิงเยี่ยพี่ชายต่างสายเืของนางก็มาพบใบหน้าที่งดงามจนเกินบรรยายของนาง ในคืนที่มืดมิด เฉินเฉิงเยี่ยเตรียมที่จะลงมือกับเฉินเถียนเถียน เสียงไอของผู้สัญจรยามวิกาลหน้าเรือนก็ทำให้เฉินเฉิงเยี่ยใกลัวจนหนีไป เพื่อปกป้องตัวเอง เฉินเถียนเถียนจำต้องแต่งตัวให้ดูโทรมและมอมแมม
ฉะนั้นในสายตาคนนอก เฉินเถียนเถียนก็กลายเป็คำพ้องความหมายของความเกียจคร้านและสกปรก ส่วนแม่เลี้ยงก็ดูใจดีและมีเมตตามากขึ้นไปอีก
เฉินเฉิงเยี่ยพึ่งพาเฉินผิงอันพ่อเลี้ยงของตนสร้างห้องตำราบนที่ดินสิบกว่าหมู่*[1] เพื่อท่องจำตำรา แต่สอบมณฑลตกหลายครั้ง เหตุใดเขาหยุดอยู่แค่ระดับถงเซิง*[2] ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้อีก เฉินเฉิงเยี่ยโทษความล้มเหลวทั้งหมดว่าเป็เพราะอาจารย์ไม่ดี จึงหมายปองสำนักศึกษาของตระกูลหลี่ในเมือง เพราะในตระกูลหลี่มีบัณฑิตเก่งกาจ
เพื่อที่จะเข้าตระกูลหลี่แม้ว่าจะต้องเป็แค่เด็กติดตามก็ตาม เฉินเฉิงเยี่ยก็พยายามสืบถามเื่ราวของตระกูลหลี่ ได้ความมาว่าหลี่ซื่อหัวคุณชายของตระกูลหลี่มีชื่อเสียงเื่ความเ้าชู้โเี้ สุดท้ายก็คิดร้ายกับเฉินเถียนเถียน ภายใต้การยุยงของหลินชุนฮวาแม่เลี้ยงของนาง เฉินผิงอันก็ตัดสินใจในที่สุด คิดจะจับบุตรสาวคนนี้ที่ไม่ถูกชะตาเขาั้แ่ไหนแต่ไร แล้วนำไปให้คุณชายหลี่เพื่อแลกกับการเข้าเรียนในตระกูลหลี่ของบุตรชาย
คืนนั้น เฉินเถียนเถียนผู้ที่ถูกกดขี่มาตลอด ผู้ที่ค่อนข้างขี้หวาดกลัว ได้แต่ใกลัวจนเป็ลมไป เมื่อฟื้นขึ้นมากลับเป็ิญญาที่มาจากต่างภพ เมื่อภาพบนหน้าจอสงบลง เฉินเถียนเถียนก็รับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมทั้งหมดมาอย่างไม่น่าเชื่อว่าหญิงงามที่ไม่มีใครเทียบได้ผู้นี้จะมีชาติกำเนิดที่น่าเศร้าเช่นนี้ เหมือนกับรู้ว่าเฉินเถียนเถียนได้ยอมรับข้อมูลทั้งหมดแล้ว หน้าจอก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง
[ระบบเถาเป่าจากต่างมิติได้เปิดใช้งานแล้ว สถานะปัจจุบันคือ ระดับเริ่มต้น เสี่ยวเถาภูติเถาเป่าอยู่ที่นี่เพื่อให้บริการท่าน]
เฉินเถียนเถียนเงยหน้าขึ้นมา เหนือหน้าจอเป็ภาพอวตารของผู้คนในยุคสมัยใหม่ ทั้งยังเหมือนจะเป็ภาพดิจิทัลสังเคราะห์ด้วย ‘เสี่ยวเถา เ้าห่วยนี่มีประโยชน์อะไรกัน’ ราวกับรู้ว่าเฉินเถียนเถียนกำลังคิดในใจด่าว่าเป็ของห่วย เสี่ยวเถาก็พูดขึ้นมา
[ของห่วย? ถ้าไม่มีของห่วย ๆ อย่างข้าเ้าก็คงจะอยู่ในกำมือของเ้าคุณชายหื่นนั่นแล้ว!]
“เอาเถอะ ถึงเ้าจะช่วยชีวิตข้าเอาไว้ แต่ว่าเ้ามีประโยชน์อะไรเล่า ระดับเริ่มต้น… เดี๋ยวก่อนนะ ไม่ใช่เถาเป่าที่ข้าคิดไว้หรอกนะ ซื้อของได้หรือ?”
โจวเถาไม่ได้ตอบคำถามของเฉินเถียนเถียน แต่กลับพูดด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า
[เมื่อครู่ตอนที่ตกอยู่ในอันตราย ระบบได้กระตุ้นฟังก์ชันเคลื่อนย้ายเป็กรณีพิเศษ ตอนนี้เ้าได้อยู่ทีู่เาหลังจวนหลี่แล้ว จำไว้ว่าระบบนี้สามารถใช้ได้จำกัดวันละครั้ง เวลาการใช้งานวันนี้หมดแล้ว]
“หมายความว่าอย่างไรกัน? ไม่นานเท่าไหร่ เวลาการใช้งานก็หมดแล้วงั้นหรือ?” ระบบไม่ได้ตอบคำถามของเฉินเถียนเถียน สิ่งที่ตอบกลับมาคือความรู้สึกมึนงงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หลังจากความมึนงงหายไป เฉินเถียนเถียนก็สวมชุดคลุมที่บางจนเกือบจะมองทะลุได้ ยืนสั่นอยู่ในูเาหลังจวน ระบบบ้าบอคอแตกเอ๊ย ไม่ทำเื่ดี ๆ ให้จบ ๆ ไปเลยล่ะ ย้ายข้าไปที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ไม่ได้หรือไง ูเาหลังจวนนี้รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงหมาป่าหอนด้วย เฉินเถียนเถียนกอดชุดคลุมตัวบางชิ้นสุดท้ายบนตัวทั้งที่ตัวสั่น เท้าพลางเดินไปข้างหน้า
จากความทรงจำของนาง จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ไปยังเมืองก็ต้องเดินไปไกล แต่ถ้าปีนข้ามูเาหลังจวนหลี่ ปีนูเาสองลูกก็สามารถกลับไปยังหมู่บ้านเซินหนี่ได้ เช่นนั้น นางก็จะเดินตามถนนใหญ่ไม่ได้แล้ว เพราะแม้จะเป็ยามค่ำคืน นางก็มิกล้าที่จะเดิน เพราะเกรงว่าจะเจอพวกคนพาล หากเป็เช่นนั้น ชีวิตของนางก็คงจะจบสิ้น เช่นนั้นดูเหมือนว่านางจะต้องปีนข้ามูเาไปเสียแล้ว
ทว่าการเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าก็คงจะไม่ดีนัก แม้ว่าร่างของนางจะเคยทำงานมาแล้วมากมาย แต่ท่านหญิงผู้เงียบขรึมก็ไม่เคยอนุญาตให้นางออกไปทำภารกิจข้างนอกเลย หากนางออกไป ใคร ๆ ก็คงจะได้เห็นนาง ผลก็คือ นางต้องอยู่ในเรือนตลอดเวลา และเมื่อโตขึ้นเท้าของนางก็ยังบอบบางไร้ซึ่งริ้วรอยใด ๆ เพียงเดินไปไม่กี่ก้าวเท้าของนางก็เริ่มเจ็บแล้ว ถึงนางจะอยู่ในป่า นางก็คงจะเป็อันตราย แม้เป็ตำรวจก็หนีจากปากหมาป่าไม่ได้นี่สิ โชคดีที่แม้จะสู้หมาป่าไม่ได้ แต่การอดทนกับความยากลำบากเช่นนี้คงไม่ใช่เื่ยาก นางขนลุกไปทั้งตัวแล้วก้าวเข้าไปในป่าทีละก้าว
แม้ว่าฝ่าเท้าของนางจะหลีกเลี่ยงการถูกหญ้าบาดไม่ได้ แต่นางก็ต้องระวังไม่ให้หนามทิ่มแทงฝ่าเท้าของตนเอง เดิมทีนั้น แม้ว่านางจะเป็พวกที่ไม่เชื่อเื่เหนือธรรมชาติ แต่หลังจากที่ได้ประสบกับเหตุการณ์นี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็ทำให้นางรู้สึกเกรงกลัวมากขึ้น นางจดจ่ออยู่กับฝ่าเท้าของตนเอง พยายามไม่คิดอะไรฟุ้งซ่าน ทว่า เหตุใดพุ่มไม้ข้างหน้าจึงมีเสียงดังลั่นเลยล่ะ ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีเสียงหมาป่าร้องอยู่บ้าง แต่ก็ไม่น่าจะมีสัตว์ตัวเล็ก ๆ ออกมาเดินเล่นได้ เฉินเถียนเถียนรีบหยิบกิ่งไม้แห้งขึ้นมา แม้ว่ามันจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก แต่ก็ทำให้นางรู้สึกกล้าหาญมากขึ้น
หลังจากนั้น ก็มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นจากพุ่มไม้ แล้วก็มีชายคนหนึ่งโผล่ออกมา นางถอนหายใจด้วยความโล่งใจอย่างน้อยก็ไม่ใช่พวกผีสางที่ไม่รู้จักที่มา แต่หลังจากนั้น นางก็เริ่มระมัดระวังมากขึ้นอีกครั้ง เพราะความงามของนางในตอนนี้ได้กลายเป็สิ่งที่อันตรายมากที่สุดสำหรับนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนางสวมเสื้อผ้าบางเบาโปร่งใสเช่นนี้ ชายใดเห็นเข้าก็คงจะคิดไม่ซื่อ นางกดเสียงลงแล้วะโว่า
“หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้นะ!” ชายตรงหน้าเฉินเถียนเถียนหยุดเดินทันที ภายใต้แสงจันทร์ที่สลัว นางเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง เสื้อผ้าของเขาก็แทบจะปกปิดร่างกายไม่ได้เช่นเดียวกัน และนางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงวิ่งมาที่นี่
“ข้าเป็พรานป่าบนูเาลูกนี้ เ้ามาทำอะไรที่นี่ตอนกลางดึกเช่นนี้?” น้ำเสียงที่เซ็กซี่และทุ้มต่ำของชายผู้นั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“ข้าเป็คนในหมู่บ้านเซินหนี่ ข้าเพิ่งจะหนีออกมาจากตระกูลหลี่ ข้าจะกลับเรือนทางนี้” ชายผู้นั้นดูใอย่างเห็นได้ชัด ตระกูลเฉินมีบุตรสาวอยู่สองคน คนหนึ่งชื่อเฉินวานวานที่ชอบวิ่งเล่นอยู่ข้างนอกเป็บุตรสาวของลุงรองของเฉินเถียนเถียน เป็คนที่มีบุคลิกลักษณะแจ่มใสและกล้าหาญ ดังนั้นเขาจึงรู้จักนาง อย่างไรก็ตาม หญิงสาวตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่นางคนนั้น ฉะนั้นนางคงจะเป็เฉินเถียนเถียน บุตรสาวของเฉินผิงอัน หญิงสาวผู้นี้ได้ยินมาว่าขี้ขลาด อ่อนแอ ไม่ค่อยออกนอกเรือน ี้เี และสกปรก จากที่ได้ยินมาคือคนตรงหน้าผู้นี้หรอกหรือ
[1] ที่ดินสิบหมู่ คิดเป็ 1 หมู่ เท่ากับ 666.67 ตารางเมตร
[2] ถงเซิง คือบัณฑิตที่เข้าร่วมการสอบ