"แฮ่ก... แฮ่ก..."
หลังจากเสียงโครมครามของหลังคาโรงม้าที่ถล่มลงมาเงียบลง หลินฟานที่ยกทวนทลาย์รกร้างหนักสามพันชั่งขึ้นด้วยมือเดียว เริ่มรู้สึกถึงความจริงอันโหดร้าย ข้อมือและกล้ามเนื้อแขนขวาของเขาเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เส้นเืปูดโป่งจนแทบจะปริแตก พลังกายจากแรงฮึดชั่วครู่เริ่มลดลง ทำให้เขาต้องรีบประคองทวนั์ลงมาค้ำไว้กับพื้นดินจนจมลงไปลึกหลายนิ้ว
เขายังไม่สามารถกวัดแกว่งมันได้ดั่งใจในยามนี้
"เหอะๆๆ เ้าหนูไก่ต้ม! ท่านปู่ต้าเฮยบอกแล้วไงว่าแค่ยกขึ้นน่ะมันเื่ขี้ผง!" เสียงกวนประสาทของต้าเฮยดังเยาะเย้ยขึ้นมาทันทีในทะเลความรู้ "การจะเปลี่ยนเหล็กหนักสามพันชั่งให้พลิ้วไหวรวดเร็วเหมือนกิ่งหลิวในสายลม เ้าต้องหลอมรวมคัมภีร์กายาจักรพรรดิรกร้างให้ลึกซึ้งกว่านี้ ร่างกายตอนนี้ของเ้าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หากขืนดันทุรังควงมัน กล้ามเนื้อแขนของเ้าจะฉีกขาดกลายเป็คนพิการไปเสียก่อน!"
หลินฟานขมวดคิ้ว "แล้วข้าจะแบกแท่งเหล็กั์นี่เดินไปเดินมาในตระกูลได้อย่างไร? พวกสายรองเพิ่งจะแตกตื่นหนีไปรายงาน หากพวกมันเห็นอาวุธชิ้นนี้ ย่อมต้องเกิดความสงสัย"
"เื่แค่นี้ต้องให้เทพอสูรเช่นข้าออกโรง" ต้าเฮยพ่นลมหายใจอย่างโอหัง "จงโคจรปราณปฐมกาลสายหนึ่งเข้าไปกระตุ้นอักขระแถวที่สามที่โคนทวน มันคือเคล็ดวิชาพรางตาของแดนเซียนโบราณ"
หลินฟานทำตามทันที โคจรพลังกายาสีทองแดงส่งผ่านฝ่ามือ พริบตานั้น ทวนั์สีดำหม่นที่ดูดุดันกว้างใหญ่กลับค่อยๆ หดเล็กลง ลวดลายอักขระและกลิ่นอายสังหารเลือนหายไป จนกลายสภาพเป็เพียงแท่งเหล็กผอมๆ ยาวๆ ที่เต็มไปด้วยคราบสนิมเขรอะ ดูผุพังไม่ต่างจากกระบองเศษเหล็กไร้ค่า
หลินฟานยิ้มบางๆ แบกหลังค่อมแสร้งทำเป็หนักหนา ยัดทวนพรางตานั้นไว้ข้างเอว แล้วรีบเดินออกจากซากโรงม้าที่ถล่ม มุ่งหน้าขึ้นเขาท้ายตระกูลเพื่อหลบสายตาผู้คนทันที
ในเวลาเดียวกัน ณ เรือนพักอันหรูหราของตระกูลหลินสายรอง
"เ้าว่าอะไรนะ?! จางเปียวโดนซัดซี่โครงหัก โรงม้าเก่าก็ถล่มลงมางั้นรึ?!"
หลินอวี่ ในชุดผ้าไหมสีครามตบโต๊ะเสียงดังปัง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาลและไม่เชื่อสายตา เมื่อฟังรายงานจากคนงานที่วิ่งหน้าตื่นกลับมา
"เรียน... เรียนนายน้อย เป็เื่จริงขอรับ เ้าขยะหลินฟานมันรับแส้ของพี่จางด้วยมือเปล่า แล้วซัดหมัดเดียวพี่จางก็ปลิวไปเลยขอรับ!" คนงานตัวสั่นงันงก
หลินอวี่นิ่งเงียบไป แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิดและระแวง ด้วยนิสัยที่เย่อหยิ่งแต่แฝงความเ้าเล่ห์ มันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าขยะที่ตันเถียนพังทลายมาสามปีอย่างหลินฟานจะก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้ในคืนเดียว
"สวะอย่างมันเนี่ยนะจะทำได้? ไร้สาระ!" หลินอวี่แค่นเสียงเ็าในลำคอ "ต้องมีคนแอบช่วยมันอยู่เื้ัแน่ๆ หรือไม่... เ้าขยะนั่นก็ต้องแอบใช้ตั๋วอาคมต้องห้ามหรือสมบัติลับบางอย่างที่ตาแก่หลินจิ้น (ปู่ของหลินฟาน) ทิ้งไว้ให้ก่อนจะกักตนาเ็!"
เพราะความหวาดระแวงว่าหลินฟานมีไพ่ตายของอดีตผู้นำตระกูลหนุนหลัง หลินอวี่จึงไม่กล้าส่งผู้คุ้มกันระดับสูงไปจัดการฆ่าหลินฟานตรงๆ ในตอนนี้
"หึ ในเมื่อเ้ามีของดีซ่อนอยู่ ข้าก็จะไม่เสี่ยงเข้าไปหาเ้าตรงๆ" หลินอวี่เผยรอยยิ้มชั่วร้าย "สั่งคนไปที่เรือนพักท้ายตระกูลของมัน... ไปบีบคั้น ชิงเอ๋อร์ สาวใช้ประจำตัวของมันซะ! ยึดข้าวปลาอาหารและของทุกอย่างมาให้หมด ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าคนสนิทของมันโดนรังแก เ้าขยะนั่นมันจะยังกบดานซ่อนตัวอยู่ได้อีกไหม มันจะต้องลนลานคลานมาคุกเข่าขอขมาข้าในงานเลี้ยงต้อนรับท่านหญิงมู่หรงฉิงวันพรุ่งนี้ด้วยตัวเอง!"
ขณะที่แผนการชั่วร้ายกำลังดำเนินไปในเงามืด บนเขาท้ายตระกูลหลินอันเงียบสงบ หลินฟานไม่ได้ไปตัดไม้ฟืนตามคำสั่ง แต่เขาใช้เวลาสองวันเต็มๆ อยู่ในป่าลึกเพื่อ "ฝึกควบคุมน้ำหนัก" ของทวนทลาย์รกร้าง
ฟับ! ฟับ!
หลินฟานแบกทวนในร่างพรางตา ฝึกแทงอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันละหมื่นครั้ง ทุกครั้งที่แทงออกไป น้ำหนักสามพันชั่งจะสะท้อนกลับมาจนกล้ามเนื้อแขนของเขาระบม ิัเริ่มมีเืซึมออกมา ทว่าในความเ็ปนั้น คัมภีร์กายาจักรพรรดิรกร้างกลับทำงานอย่างบ้าคลั่ง กระดูกสีทองแดงโบราณในร่างค่อยๆ ปรับตัว ดูดซับแรงสะท้อนและน้ำหนักของทวนเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายทีละน้อย
เวลาผ่านไปสองวันเต็มอย่างยากลำบาก ในที่สุดปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อหลินฟานแทงทวนออกไปในครั้งสุดท้ายของวันที่สอง ตัวทวนกลับพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างเงียบเชียบไร้เสียงใดๆ ทว่าเบื้องหน้าปลายทวนกลับแฝงไปด้วย แรงอัดอากาศลึกลับ ที่หมุนวนจนใบไม้รอบๆ บดขยี้กลายเป็ผง! เขาสามารถควบคุมน้ำหนักสามพันชั่งได้ในระดับหนึ่งแล้ว
คืนนั้นเอง หลินฟานแบกทวนเหล็กสนิมเขรอะเดินกลับลงมาจากูเา มุ่งหน้าสู่เรือนฟืนเก่าๆ ของตนด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป ภาพตรงหน้ากลับทำให้เส้นเืในสมองของเขาแทบะเิ
ข้าวของในเรือนถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ข้าวปลาอาหารแห้งที่เคยมีถูกกวาดต้อนไปจนหมดสิ้น และที่มุมห้อง ชิงเอ๋อร์ สาวใช้เพียงคนเดียวที่คอยดูแลเขามาตลอดสามปี กำลังนั่งคุดคู้น้ำตาไหลอาบแก้ม ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"คุณชาย... ชิงเอ๋อร์ขอโทษเ้าค่ะ คนของนายน้อยหลินอวี่มายึดเสบียงอาหารไปหมดแล้ว... พวกมันบอกว่าถ้าคุณชายอยากได้คืน และอยากให้ชิงเอ๋อร์รอดชีวิต วันพรุ่งนี้คุณชายต้องไปคุกเข่าโขกศีรษะขอขมานายน้อยหลินอวี่กลางงานเลี้ยงต้อนรับท่านหญิงมู่หรงฉิงเ้าค่ะ... ฮือๆ..."
เสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนาของสาวใช้เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง
หลินฟานก้าวเข้าไปประคองชิงเอ๋อร์ช้าๆ มือของเขากำแน่นจนกระดูกส่งเสียงลั่นเกรียบกราวดังสนั่น ดวงตาของเด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็สีทองแดงเข้มข้น ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยเจตจำนงสังหารอันบ้าคลั่งที่ยากจะกดข่ม
"บีบให้ข้าไปคุกเข่างั้นรึ? หลินอวี่... มู่หรงฉิง... งานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ ข้าหลินฟานจะไปเหยียบย่ำพวกเ้า ให้จดจำชื่อนี้ไปจนตาย!"