ตอนที่58 พบครูอักษรอีกครั้ง
น้องอรยื่นขวดน้ำในมือให้บาส เผยรอยยิ้มเล็กๆอย่างคาดหวัง บาสถึงกับหน้าเปลี่ยน แม้รอยยิ้มนี้จะดูจริงใจ แต่บาสย่อมรู้ว่าน้องอรกำลังเล่นสนุก ที่เธอต้องการก็คือเห็นเขาทุกข์ทรมานเท่านั้นเมื่อเห็นขวดน้ำในมือ และริมฝีปากเล็กนั่นพลันนึกถึงวันนั้นที่น้องอรมากินจิ้มจุ่มกับที่ร้าน เผอิญปากของเขากลับน้องอรชนกันในห้องน้ำ แม้จะเพียงเท่านี้แต่บาสก็รู้ว่ามันไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ เพราะเรื่องที่เกิดเป็นเพราะน้องอร...เธอจงใจมอบจูบนั้นให้เขา
ยิ่งเห็นประกายตาน้องอรและรอยยิ้มนี้ ใจของบาสพลันสั่นไหว แม้ว่าจะมีเอิงอยู่แล้วแต่น้องอรในตอนนี้น่ารักจริงๆ ไม่เสียแรงที่เป็นหนึ่งในดาราของวงการมายา อีกอย่างบาสยังไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงรับขวดน้ำมาอย่างจนใจ “มัวรออะไรอยู่ล่ะ เดี๋ยวก็หายเย็นหมดหรอก ถ้าหายเย็นแล้วไม่อร่อยนะ น้ำอัดลมน่ะต้องกินเย็นๆถึงจะอร่อยรู้มั้ย” น้องอรเท้าคาง กระพริบตาปริบๆ บอกเป็นนัยว่าให้เขารีบๆกินซะสิ เธอจะได้ไปขึ้นรถกลับบ้าน
“ยายเด็กเจ้าเล่ห์...” บาสพึมพำในใจ ก่อนจะมองขวดน้ำในมือ ยิ่งเห็นน้องอรยิ้มมากเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ ดูเหมือนสำหรับน้องอรบาสจะเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง ต้องยอมทำตามคำสั่งของเธอ แต่มีหรือที่บาสจะยอม ในเมื่อเคยจูบกันแล้วครั้งหนึ่งจูบอีกครั้งจะเป็นไรไป เมื่อคิดได้อย่างนั้นใบหน้าของบาสก็เปลี่ยนไป ไม่ได้อึมครึมอย่าเช่นตอนแรก แต่กลับเผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
น้องอรรู้สึกประหลาดใจ กำลังจะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ริมฝีปากบางๆกลับถูกบาสช่วงชิงไปซะก่อน เขากระทำการบุ่มบ่ามโดยไม่สนใจเลยว่าพี่ดาวที่กำลังเตรียมของอยู่เห็นทุกอย่าง
“นี่บาส...เอาจริงเหรอ” พี่ดาวถึงกับอึ้งงัน แม้เธอจะไม่รู้ว่าบาสกับเอิงคบกัน แต่เขาก็ไม่ควรกล้าจูบเด็กคนนี้อย่างโจ่งแจ้งแบบนี้สิ ถ้าหากเอิงมาเห็นเข้าคงปวดใจไม่น้อย แต่อย่างใดก็ตามเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ดาว มีเพียงรอยยิ้มลึกลับบนมุมปากของเธอก่อนจะจัดการกับเนื้อหมูต่อ
“พี่บาส...” ในสมองน้องอรราวกับมีสายฟ้าโหมกระหน่ำ มันอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออก ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ดวงตากระพริบปริบๆ ไม่นานความร้อนระอุขุมหนึ่งก็กระจายไปทั่วปาก จากลิ้นสู่ลำคอ จากลำคอลงสู่หัวใจ...
หัวใจเต้นตึกๆ ทำเอาหน้าอกกระเพื่อมไหว... เมื่อบาสถอนริมฝีปากออกมาก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป อดรู้สึกแย่ไม่ได้ แถมตอนนี้หากมองดูดีๆแล้วจะเห็นได้ว่าน้ำลายของทั้งสองเชื่อมถึงกัน... มันทั้งหวานทั้ง....ร้อนรุ่ม ราวกับว่ามีลาวาหยดหนึ่งหยดลงบนลิ้น...
“พี่ขอโทษ...” บาสนึกตำหนิตัวเอ แม้คำขอโทษนี้จะดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยแต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
น้องอรนิ่งงันไปนาน แต่ชั่วครู่ก็เผยรอยยิ้มออกมา หัวเราะน้อยๆแล้วบอกว่า “โธ่พี่บาสล่ะก็ ที่จริงอยากจะกินน้ำในปากอรก็ไม่บอก จะให้กินซะตั้งแต่แรกยังได้ อีกอย่างนะจะขอโทษไปทำไม ทำอย่างกับว่าเราไม่เคยจูบกันอย่างนั้นแหละ”
น้องอรที่เห็นว่าบาสหน้าแดงก็ยิ่งได้ใจ ขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วกระซิบว่า “แล้วเป็นไงล่ะครั้งนี้ ดีกว่าตอนในห้องน้ำมั้ย...แต่อรว่าดีเลยล่ะ ลิ้นของพี่ที่เข้ามาในปาก ว้าว...มันซู่ซ่าดีชะมัด”
“เอาล่ะตอนนี้รถก็ใกล้ออกแล้ว ถ้นยังไงอรไปก่อนนะพรุ่งนี้เจอกัน บาย” น้องอรยังไม่ลืมแกล้งบาสอีกรอบ ไหนๆเขาก็ฉวยโอกาสจูบเธอไปแล้ว ครั้งนี้น้องอรจึงฉวยโอกาสหอบแก้มไปฟอดหนึ่ง จากนั้นโบกมือแล้วเดินไปอีกฟากถนน
บาสเหม่อมองร่างน้องอรที่เดินไปขึ้นรถ จับแก้มของตัวเองอย่างเหม่อลอย บัดนี้หัวใจยังเต้นกระหน่ำ ราวกับมีประทัดยักษ์ถูกจุดข้างใน ทั้งยังรู้สึกได้ถึงลิ้นน้องอร.. มันทำให้หัวใจของบาสสั่น แต่เขายังไงลืมว่าตัวเองมีแฟนแล้ว จูบแค่นี้เองคงไม่เรียกนอกใจหรอกใช้มั้ย
จากนั้นรถสองแถวก็ออกไป พี่เมย์กับพี่น้ำก็มา รวมถึงเอิงที่ตอนนี้เปลี่ยนไปอยู่ในชุดไปรเวทแล้ว
“เป็นไรหรอบาส หน้าแดงเชียว มีสาวมาสารภาพรักหรือไง” เอิงอดแซวไม่ได้ ตอนนี้บาสหน้าแดงเหมือนกับลูกตำลึง ถ้าหากบอกว่าเขาเหมือนคนเมาเหล้าก็คงพูดไม่เกินจริงนัก
“เอ๊ะ...เงียบแบบนี้หรือว่าใช่!” น้ำเสียงของเอิงเปลี่ยนไป สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่ามันปกติ แต่สำหรับบาสที่คุ้นเคยกับเอิงแล้วนี่กลับทำให้หัวใจยิ่งสั่นเข้าไปใหญ่ เขาดูเหมือนกับพ่อบ้านใจกล้าทว่าความจริงแล้วกลับกริ่งเกรงเอิงไม่น้อย
“ใช่ซะที่ไหนเล่า แค่ร้อนจากเข้าแถวตอนเย็นเท่านั้นแหละ แถมยังต้องมาเตรียมของช่วงเย็นอีก หน้าเราเลยเป็นแบบนี้แหละ”
“งั้นก็แล้วไป” แม้จะสงสัยแต่เอิงไม่ดึงดัน เพราะเธอไม่มีหลักฐาน หากยังซักไซ้มากไปกว่านี้จะเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย และเรื่องนี้เองก็เป็นหนึ่งในการเลิกลา เอิงเพิ่งคบกับบาส เธอจึงไม่อยากทำให้เขารำคาญจนเกินไป
บาสลอบปาดเหงื่อบนหน้าผาก รู้สึกว่าตัวเองเพิ่งผ่านขุมนรกมาหมาดๆ แต่พอหันไปตรงซุ้มตักของแล้วเห็นพี่ดาวส่งยิ้มให้ ใบหน้าของบาสพลันตื่นตระหนก ในใจร่ำร้องว่าแย่แล้ว
“ตอนนั้นพี่ดาวอยู่ด้วยนี่นา ถ้างั้นก็เป็นไปได้ว่าเธอจะเห็นตอนที่เราจูบกับเอิง...ทำยังไงดีนะ และดูจากรอยยิ้มนั่นดูเหมือนว่าเธอจะร้ายไม่เบา...” บาสอยากเข้าไปพูดกับพี่ดาวให้รู้เรื่อง แต่เกรงว่าคงต้องรอไปก่อน ตอนนี้ทำได้เพียงบอกอีกฝ่ายถึงเรื่องขายหมูปิ้ง
พี่ดาวฟังข้อเสนอของบาส สำหรับเงินสามร้อยกว่าบาทไม่ใช่น้อยๆเลย ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเธอคงรับคำไปแล้ว แต่ตอนนี้มันต่างกันออกไป เธอรู้ความลับของบาส และความลับนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ด้วย ตอนนี้จึงโก่งค่าตัว ไม่ว่าอย่างไรในสายตาพี่ดาวบาสต้องให้ราคานี้แน่ ไม่อย่างนั้นเธอจะพูดถึงเรื่องที่เขาทำกับน้องอร และผลที่ตามมาคงไม่ดีนัก...
“พี่เองก็ทำให้ได้นะคะ แต่ว่าเจ้านายเองก็รู้ว่าพี่ต้องกลับบ้านไปเลี้ยงลูก ไหนจะต้องปั้มนมให้ลูกกินอีก นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะคะ ทำงานก็แทบหมดวัน เวลากินข้าวแทบจะไม่มี ถ้ายังไง...เปลี่ยนจากสามร้อยกว่าเป็นสี่ร้อยได้มั้ย”
บาสเอามือกุมขมับ ไม่คิดเลยว่าพี่ดาวจะขอถึงสี่ร้อย เงินสี่ร้อยนี่ดูเหมือนมาก แต่ความจริงแล้วเงินนี้รวมกับค่าแรงตอนเย็นจนถึงเที่ยงคืนด้วย แล้วถ้านับตามความจริงมันก็ไม่ได้แพงเลย เพราะก่อนตอนเย็นหรือก็คือตอนเช้าเธอจะต้องมาหั่นหมูที่ร้านแล้วเสียบไม้ ราคานี้ถือว่าถูกมากด้วยซ้ำ
พี่น้ำก็คิดว่าเงินให้พี่ดาวมากเเกินไป แค่หั่นหมูหมักหมูเองแค่นี้ทำเองไม่ดีกว่าเหรอ แต่พี่น้ำก็รู้ว่าหากทำแบบนั้นแล้ว บาสคงไม่มีเวลาพักผ่อน จึงไม่ได้คัดค้านอะไร
ใจบาสอยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายจำต้องฝืนทนความขมขื่นนั้นไว้ ได้แต่สถบด่าตัวเองในใจว่า “ไม่น่าเผลอตัวไปจูบน้องอรเลย ถ้าไม่งั้นแล้วพี่ดาวคงไม่กล้าหือกับเราหรอก บ้าเอ้ย!”
เป็นอันตกลงกันได้ พี่ดาวได้ค่าแรงต่อวันสี่ร้อยบาท ราคานี้รวมตั้งแต่ทำหมูปิ้งไปถึงจิ้มจุ่ม แม้จะดูเหมือนมากแต่ก็แลกมาด้วยความเหนื่อยถึงที่สุด
บาสโทรไปหาพี่เอ็มพ่อค้าขายหมูว่าต้องการหมูเพิ่ม สำหรับโทรศัพท์ที่ใช้เป็น Nokia N95 เขาเพิ่งจะซื้อมาได้ไม่นาน และมักจะถูกพี่น้ำกับพี่เมย์ยืมไปถ่ายรูปบ่อยๆ โชคดีที่บาสไม่ใช่คนบ้ากาม ไม่อย่างนั้นคงมีคลิปอย่างว่ากับเอิง
เช้าวันต่อมาเตาสำหรับปิ้งหมูก็ถูกเตรียมไว้เรียบร้อย มันเป็นเตาอันเดิมกับที่ใช้ในครั้งนั้น เมื่อมาใช้มันอีกครั้งบาสก็นึกถึงความหลัง นึกถึงครูหลายคนที่เข้ามาอุดหนุน โดยเฉพาะครูอักษร...
“ไม่รู้ว่าป่านนี้ครูจะเป็นยังไงบ้าง...” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบาสคิดถึงเธอหรืออย่างไร ครูอักษรที่ขับรถมาจากเมืองถึงแวะมาหากาแฟกินแถวนี้ เมื่อลงจากรถก็ได้กลิ่นหอมของหมูปิ้งที่คุ้นเคย
ครูอักษรที่ตั้งใจหาหาแฟกินเลยเดินตามกลิ่นหอมนี้มาเรื่อยๆ ไม่นานก็มาหยุดหน้าร้านของบาส มีนักเรียนยืนซื้ออยู่ครูอักษรจึงยังไม่เห็นว่าใครขายหมูปิ้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นใครมันก็ไม่สำคัญหรอก เพียงแค่ได้กลิ่นหมูปิ้งหอมๆแล้วนึกถึงตัวเองที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน มองเด็กนักเรียนคนหนึ่งปิ้งหมูกับแม่ทุกวัน มาตอนนี้ไม่ได้เห็นใบหน้านั้นเลยอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ บางทีอาจเป็นความคิดถึงหรืออะไรทำนองนั้น ครูอักษรเลยเดินเข้าไปซื้อหมูปิ้งด้วยความบังเอิญ แต่ทว่าในความบังเอิญนั้นกลับเป็นโชคดีสำหรับเธอ ใครจะคิดล่ะว่ากลิ่นหอมนี้จะถูกปรุงโดยศิษย์เก่าของเธอ
“บาส.. ” น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความคิดถึง ทว่าไม่กล้าแสดงออกมากนัก เพราะถึงอย่างไรตอนนี้พี่สาวของเขาก็กำลังยืนอยู่ข้างๆ กำลังนับเงินทอนให้กับลูกค้า สำหรับน้ำกับเมย์ครูอักษรเองก็รู้จัก แต่สำหรับอิงนี่เป็นครั้งแรกที่เห็น เวลานี้เห็นเอิงกำลังยืนปิ้งหมูกับบาสด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหัวใจที่ร่าเริงพลันบีบรัด คล้ายกับมีคนมาบีบมันไว้
“อ้าวครูอักษร มาได้ไงเนี่ย” บาสเอาหมูปิ้งมาวางบนถาด พอดีกับที่ครูอักษรเรียกชื่อเขาจึงประสานสายตาเข้าพอดี สำหรับครูคนนี้บาสไม่ได้มีความรู้สึกดีด้วยเลย แต่นั่นมันก่อนย้อนเวลา หลังจากย้อนเวลากลับมาความรู้สึกด้านลบจึงเปลี่ยนไปบ้าง อีกอย่างบาสก็เคยเห็นร่างแนบเนื้อของครูอักษรมาก่อน แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ทำให้ใจเขาเต้นโครงไม่น้อยเลย
“จะเรียกครูทำไมล่ะ ตอนนี้พี่ไม่ได้เป็นครูของบาสซะหน่อย” ครูอักษรเผยรอยยิ้มอ่อนโยน สำหรับนักเรียนที่จบไปจากโรงเรียนดอนมดคงมีแค่บาสคนเดียวเเหละที่ครูอักษรเห็นว่ามีอนาคตที่สุด
“แหะๆ ก็มันติดปากนี่นา” “แล้วนี่ย้ายมาอยู่ที่นี่หรือไง พี่ไม่เห็นเราขึ้นรถสองแถวเลย”“ใช่ พอดีเปิดร้านจิ้มจุ่มน่ะ”“ใครเหรอบาส แนะให้รู้จักหน่อยสิ” เอิงที่กำลังปิ้งหมูอยู่หันมายิ้มให้ครูอักษร แต่ความจริงแล้วนี่เป็นแค่รอยยิ้มจอมปลอมเท่านั้น..