"สวัสดีครับคุณลูกค้า ทางเรามีบริการส่งแต่ไม่มีบริการรับกลับ ขอให้คุณลูกค้าโชคดี" สิ้นเสียงของคนขับแท็กซี่ ลู่หลินยังไม่ทันทำความเข้าใจ เธอก็มาใกับแรงดึงดูดที่กระชากร่างของเธอให้ตกลงไปในหลุมดำแสนมืดมิด ที่เธอรู้สึกได้ว่ามันลึกมากจนเธอขาดอากาศหายใจไปในที่สุด
ลู่หลินมาตื่นอีกทีในบ้านหลังเล็ก ทรุดโทรมรอวันพังลงมาทับเธอให้ตายอีกรอบ กับร่างใหม่ผอมแห้งแรงน้อย ป่วยตายเพราะพิษไข้ อย่าง จางลู่หลินสาวน้อยวัย 19 ปี เงินก้อนสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้หมดไปกับการเรียนมัธยมปลาย พอจบออกมาก็ยังไม่ได้หางานทำแต่มาป่วยตายซะก่อนน่าสงสารเสียจริง ใฝ่เรียนจนยอมอดตาย เพียงเพราะพ่อแม่ที่จากไปทั้งสองอยากเห็นวันที่เธอเรียนจบ จางลู่หลินจึงอยากทำให้ท่านทั้งสองภูมิใจเพียงเท่านั้นจริงๆ
เธอคือ.. จางลู่หลินสินะ อย่างน้อยเธอก็ยังมีชื่อให้เรียกว่าลู่หลิน
"ยินดีต้อนรับชาวโลก ข้าผู้งดงามแวะมาเตือนเ้า สิ่งของที่เ้าหาบหามมาหวังว่าจะรู้จักนำมาใช้ หาไม่แล้วจะมีภัยมาถึงตัว และอีกอย่างไม่มีใครอยู่เฉยๆก็มีกินมีใช้หรอกนะ ส่วนบ่อน้ำในมิติของเ้าจงใช้อย่างระวัง หากอยากปลูกพืชใช้หนึ่งหยดก็ควรเจือจางต่อน้ำมากหน่อย"
"เดี๋ยวนะ ท่านผู้งดงาม เื่ที่ท่านมาเตือนฉันนั้นก็ขอบคุณ แต่ช่วยเรียกฉันลู่หลินจะได้ไหม ชาวโลกฟังแล้วไม่โอเค"
"แต่ถ้าชาวโลก้าช่วยเหลือผู้าเ็ไม่ว่าจะหนักหรือเบา หากยังหายใจ ก็ได้อีกเหมือนกันแต่ต้องเจือจางให้เหมาะสม ถ้าเกิดมีผู้สงสัยเ้าจะมีภัยเอาได้" ลู่หลินถึงกับมองบนเมื่อแม่นางคนงามไม่สนใจสิ่งที่เธอ้าเลย
"ขอบคุณท่าน ฉันจะใช้น้ำในบ่อ อย่างระมัดระวังค่ะ" เธอคงมีแค่รับทุกสิ่งอย่างสินะ
"ดี ข้าไปล่ะหมดหน้าที่ของข้าผู้งดงามแล้ว ติ๊ด ติ๊ดดดดด"
"เอ้อ..เดี๋ยวสิท่านแล้วเราจะได้เจอกันอีกไหมคะ แล้วฉันจะไม่ได้กลับไปที่โน้นจริงๆหรอ"
"ข้าหมดหน้าที่แล้ว ส่วนจะกลับไปได้ไหม คนผู้นั้นไม่ใช่บอกเ้าว่ารับส่งแต่ไม่รับกลับหรอกหรือไง เฮ้อชาวโลกช่างสมองไม่รู้จดรู้จำ" ติ๊ดดดด
"ใช่สิฉันมันไม่สวยเหมือนท่านนิ อยากว่าอะไรก็ว่า ว่า หิวโว้ยยย" ปึก!
"โอ้ย! ใครมันเขวี้ยงซาลาเปาใส่หัวฉันเนี๊ย ของฉันก็มีใครขอท่านกันห่ะ หึ"
"อ่าว นึกว่าหิวใกล้ตายข้าก็เลยรีบช่วยเหลือ..ไปจริงๆล่ะน่ะ" ".."ลู่หลินนอกจากกินซาลาเปาอย่างกระแทกกระทั้น เธอก็ไม่มีคำจะพูดกับคนงามผู้ไม่มีความอ่อนโยนนั่นอีก แต่ภายในใจก็ได้ตอบไปแล้วว่า.."ท่านมีที่ชอบที่ไหนก็รีบไปเถอะ! "
ลู่หลินหลังจากเพิ่มพลังด้วยการกินจนอิ่มท้องแล้วเธอก็มาเดินย่อยอาหารด้วยการสำรวจบ้านที่ไม่ต่างจากกระต๊อบน้อยปลายนามีรั้วไม้ไผ่ที่เริ่มล้มเอนล้อมรอบภายในพื้นที่งานเศษๆ และแปลงผักสามสี่แถวเล็กๆที่เริ่มเหี่ยวเฉา ในความทรงจำของเ้าของร่าง บอกเพียงว่าผู้เป็พ่อ ชื่อจางเหอ เดิมทีพ่อเป็คนเร่ร่อนหาเช้ากินค่ำ เพียงแค่ขยันอดออมจึงพอมีเงินมาซื้อที่ปลูกบ้านที่ริมเขาของหมู่บ้านซานฝูแห่งนี้
พอมีชื่อในทะเบียนบ้านของหมู่บ้าน พ่อก็ได้เริ่มทำงานในทุ่งนาเพื่อแลกแต้มคะแนน พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็ได้ส่วนแบ่งเป็ข้าวและธัญพืช ส่วนเนื้อหมูจะได้ส่วนแบ่งปีละสองครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นมากนัก ส่วนแม่เป็เพียงสตรีความจำเสื่อมที่ถูกสายน้ำพัดพามาให้เจอกับพ่อเพียงเท่านั้น
เมื่อไม่อาจติดต่อญาติอีกทั้งยังจำอะไรไม่ได้ พ่อจึงเรียกแม่ว่าฟางเซียน ที่มาเปลี่ยนคำเรียกเป็เซียนเอ๋อร์ เมื่อทั้งสองมีใจให้กัน ตราบจนพ่อและแม่จากไปยังไม่มีใครรู้ที่ไปที่มาของแม่ว่ามีพื้นเพมาจากที่ไหน เพราะแม่ไม่เหมือนชาวไร่ชาวนาเลยแม้แต่น้อย
ส่วนสาเหตุที่ทั้งสองจากไป ทางผู้ใหญ่บ้านและเ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกพวกโจรป่าที่ผ่านมาเห็นทั้งสองที่ขึ้นไปหาของป่าในวันนั้นฆ่าตาย จางลู่หลินเองก็เสียใจเกินกว่าจะคิดถึงสาเหตุอื่นเพราะครอบครัวของเธอแทบจะไม่ไปสุงสิงกับใครเกินความจำเป็
คงเพราะความจนที่สุดของที่สุดในหมู่บ้านด้วยล่ะมั่งจึงไม่ค่อยมีใครมาแวะเวียน จางลู่หลินเองมักถูกชาวบ้าน ซุบซิบนินทาเื่จนไม่มีจะกินยังบากหน้าไปโรงเรียนอยู่เป็ประจำ ตอนที่พ่อแม่ยังอยู่ก็ว่าเธอเป็ตัวล้างผลาญ ให้พ่อแม่ที่ผอมแห้งหาเช้ากินค่ำ หาเงินส่งให้เล่าเรียน
ลู่หลินได้แต่ปลงตกกับเื่ครอบครัวนี้ อะไรมันถึงจะลำบากตรากตรำขนาดนั้น แต่คนจ้องแต่จะติฉินนินทาคนอื่นที่เขาลำบาก จะรู้ไหมนะบางทีคำพูดของพวกเขามันบั่นทอนพลังชีวิตที่กำลังต่อสู้กับโชคชะตาของพวกเขาแค่ไหน คำบางคำไม่รู้จริงหรือเท็จแต่มันก็ทำให้คนฟังเหนื่อยและท้อได้เหมือนกัน คนเราใช่ว่าจะมีคนที่จิตใจเข้มแข็งทั่งโลกซะที่ไหน
"หึบ!สู้โว้ย ลู่หลิน" เธอคงต้องใช้เสียงสร้างแรงผลักดันแล้วล่ะ อันดับแรกคงต้องไปรื้อค้น หาเงินตามความทรงจำของเ้าของร่างที่เอาเงินเพียงหนึ่งหยวนไปซ่อนไว้ก่อน เพื่อเอาไปจ่ายค่าวัวเทียมเกวียน เดินทางไปกลับอำเภอน่าจะ สี่เหมา เธอจะเอาเห็ดหลินจือแดงไปขายสักสองดอก แล้วก็เอาเงินมาซื้อที่ปลูกบ้าน ส่วนใครจะสงสัยนั้นใครสน ปกติก็ไม่มีใครสนใจครอบครัวนี้อยู่แล้ว หากมีใครถามก็บอกไปว่าเจอของดีบนูเา ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นะ ส่วนปลูกบ้านก็ทำห้องน้ำไง มันก็ปลูกๆเหมือนกันใช่ไหมล่ะ
ลู่หลินตื่นไปนั่งรอเกวียนวัวของพี่ชายโจวซือหมิน ตามความทรงจำของเ้าของร่าง โจวซือหมินเป็ลูกชายคนโตของผู้ใหญ่บ้าน โจวต้าฝู และเจียวอี้จิน
ลูกชายคนรองชื่อโจวสือิ และมีลูกสาวคนสุดท้อง ที่รุ่นเดียวกับจางลู่หลินชื่อโจวชุนหนิง ในความทรงจำถือว่าครอบครัวนี้เป็คนดีพอสมควร อย่างน้อยก็ยังมีใจช่วยเหลือครอบครัวของลู่หลินไว้หลายอย่างเมื่อครั้งท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่
"อ้าว..ลู่หลินวันนี้จะเข้าอำเภอเหมือนกันหรอเรา มารอแต่เช้าเลย" ลู่หลินที่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ได้ยินเสียงของซือหมินเรียกทัก พี่ซือหมินดูแล้วน่าจะอายุประมาณ สามสิบห้าสามสิบหก ผิวคล้ำแดด รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาก็ไม่เลวแต่แต่งงานแล้วมีลูกแล้วด้วย ครอบครัวพี่เขาก็สุขสันต์ดีแหละ
"พี่ซือหมิน ฉันว่าจะไปซื้อของกินของใช้หน่อยนะจ๊ะ รบกวนพี่ต้องรอฉันแล้ว เพราะฉันน่าจะซื้อหลายอย่างเลย"
"รบกงรบกวนอะไรกัน พี่ได้ค่าจ้างนะอย่าลืมสิ อย่าให้เกินบ่ายสองก็แล้วกันเดี๋ยวจะกลับมาถึงบ้านมืดค่ำ" ซือหมินพูดด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความใส่ใจ ลู่หลินยังมองเห็นแววตาที่สื่อถึงความสงสารของพี่ซือหมิน
"ค่ะพี่ ฉันไม่กล้าให้ทุกคนรอฉันคนเดียวแน่จ้ะ " ขืนทำมีหวังชาวบ้านเหล่านี้ได้ปลุกพ่อแม่เธอมาด่านะสิ ยิ่งชอบจับกลุ่มคุยแซ่บนัวกันอยู่ด้วย
"จะคุยกันอีกนานไหม เดี๋ยวสายแดดร้อนกันพอดี" นั่นไงพูดผิดที่ไหนคุณป้ามหาภัยถังจวน ป้าถังถือว่าเป็แกนนำกลุ่มคุยแซ่บนัว ไม่รู้ว่าถ้าแมลงวันมันบินผ่านหน้าบ้าน ป้าถัง แกจะอยากรู้เื่แมลงวันไหม ว่ามันบินไปกินของเสียบ้านไหนมา
****