ตอนที่ 9 ข้อความ
แสงสว่างทำลายความมืดมิดในตอนแรกหมดไปทำเอามิรารียังอ้ำอึ้งหลังดีใจที่แสงสว่างทำให้โดยรอบของเธอสว่างขึ้นตอนนี้ถึงเวลาทำตัวตามสบายแล้วแต่เธอก็มาครุ่นคิดว่าตัวเองควรทำยังไงต่อไปจนกระทั่งเธอลองใช้ระบบตรงหน้าหาข้อมูลบางอย่างเสียหน่อยเธอทำตัวผ่อนคลายก่อนจะใช้นิ้วกดไปที่แป้นพิมพ์และเมาส์ตรงหน้าก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องดูอะไรก่อนจะหาข้อมูล
“เอาล่ะอย่างแรกอินเทอร์เน็ต!!”มิรารีก้มมองไปที่มุมขวามือของหน้าจอก็เห็นคลื่นสัญญาณที่ไม่มีเลย“แย่ที่สุด!!แล้วฉันจะหาข้อมูลได้ไง?”
“กู้ด!!”
กู้ดนี่เดินมาที่มือของอีกฝ่ายที่จับเมาส์ก่อนจะเลื่อนตัวเมาส์ไปที่ระบบของที่นี่ก็มีข้อมูลขึ้นมาเต็มไปหมด
“สุดยอด!! กู้ดนี่เธอรู้ได้ไง!?”
“กู้ด!!” กู้ดนี่ทำท่ายืดอกภูมิใจตัวเอง
มิรารีลองเลื่อนข้อมูลต่าง ๆดูหลายไฟล์ที่อยู่ในระบบดีที่มันมีเขียนปีไว้แต่นั่นก็ทำให้ใบหน้าของมิรารีรู้สึกชาไปเพราะข้อมูลปีต่าง ๆจากที่นับมันผ่านมาเกือบหลายปีจนเธอเห็นไฟล์เก่าสุดมันเป็ปีที่เกิดะเิขึ้นเธอลองกดเข้าไปดูมีั้แ่ข้อมูลไปจนถึงวิดีโอ และข่าวที่ออกฉายมิรารีลองกดเข้าไปดูเธอจ้องมองอย่างสงสัยจนเห็นภาพการะเิที่กระจายอนุภาคบางอย่างออกมารอบคนที่อยู่ภายในงานโดนะเินั้นทำให้ร่างกายของพวกเขากลายพันธุ์กลายเป็สิ่งที่ผู้คนเรียกกันว่า
“เมต้าฮิวแมน...”
ความรู้สึกอัดแน่นอยู่ภายในหน้าอกของมิรารีเธอรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาแต่ก็ยังฝืนที่จะกลืนมันเข้าไปเธอไม่คิดว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นจะเกิดอะไรขึ้นมา า การตามล่ามันช่างรู้สึกเวทนาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจนเธอดูคลิปของปีถัดไปก็เห็นเขียนว่าไอซ์สโนว์ นั้นทำให้เธอสงสัยก่อนจะกดเข้าไปดูก็เห็นข้อมูลและใบหน้าเก่าของเธอ
“นั้นมัน...ฉันนี่น่า”
มิรารีลองกดข้อมูลมันเป็คลิปที่เหล่ารัฐบาลส่งเมต้าเข้าไปข้างในโดมร้างเพื่อเก็บกู้สิ่งที่ยังอยู่ภายในแต่ผ่านมาเกือบปียังจะมีใครให้กู้อีกกันจนเกิดพายุหิมะขึ้นนั้นทำให้เหล่าเมต้าที่เข้ารีบวิ่งหนีกันออกมามิรารีสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจนมีเสียงคนพูดว่า เธอยังไม่ตาย เธออยู่ในพายุนั้นเสียงนั้นทำให้เธอใก่อนที่พายุจะมีการเคลื่อนตัวออกมา มิรารีมองอย่างสงสัยก่อนจะเห็นใครออกมานั้นคือร่างของเธอตอนรูปร่างใหญ่กำลังเดินออกมาจากโดม
“ตัวฉัน...ในพายุหิมะเหรอ...?”
มิรารีเห็นก็ใมาก ๆก่อนที่ร่างกายของเธอจะเกิดการโต้ตอบขึ้นแล้วแช่แข็งทุกอย่างโดยล้อมก่อนที่ภาพจะตัดหายไปมิรารีงุนงงกับสิ่งที่เห็นตัวเธอได้สติ แต่ทำไมเธอไม่รู้สึกตัวตอนนั้นกันนั้นทำเธอสับสนมาก ๆ จนอยากหาที่ระบายอารมณ์ที่บอกไม่ถูก เธอยกมือขึ้นมาตบใบหน้าตัวเองแรงๆเธอไม่มีเวลามาสับสนเธอ้าข้อมูลและหาทางกลับบ้านก่อนที่จะมีบางอย่างโผล่ขึ้นมาที่หน้าจอ
“นี่มัน...”
ดวงตาทั้งสองข้างกำลังจับจ้องมองหน้าจอคอมที่จู่ๆ มีข้อความภาษาอังกฤษขึ้นมาก่อนที่เธอจะอ่านเป็ภาษาไทยออกมา
“คุณเป็ใคร?”
มิรารีเห็นความรู้สึกวู่วามอยู่ภายในใจเธอไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงหรือว่าควรตอบยังไงเธอมองไปที่แป้นพิมพ์ตรงหน้า ก่อนจะลองกดตัวหนังสือมันขึ้นที่หน้าจอแต่เธอก็ลบมันเธอกลัวว่าคนที่ส่งข้อความมาเป็ใครกันฝ่ายดีหรือเลวกันเธอตอบไปแล้วกลายเป็ฝ่ายเลวล่ะ ชีวิตของเธอคือจบไปเลย
“ทำไงดี...มันโคตรเสี่ยงมาก ๆเลยนะ...”
“กู้ด...” กู้ดนี่เกาะมือของเธอที่กำลังวางอยู่
มิรารีหันไปมองกู้ดนี่เธอยังมีเ้าตัวเล็กที่เธอจะต้องพาออกไปด้วยนั้นทำให้เธอมีความกล้าขึ้นมาก่อนที่เธอจะลูบหัวเ้าตัวเล็กเบา ๆ
“ไม่ต้องห่วง...กู้ดนี่...ถ้าเกิดอะไรขึ้นเธอจะช่วยฉันได้ไหม?”
“กู้ด!!” กู้ดนี่ส่งเสียงอย่างร่าเริง
มิรารีเห็นสีหน้าอีกฝ่ายทำให้เธอมีกำลังใจมากขึ้นเธอหันกลับไปมองหน้าจออีกครั้งก่อนจะกดแป้นพิมพ์เป็ชื่อหนึ่งที่เธอนึกขึ้นมาได้จากข้อมูลในระบบเพราะเธออยากรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามใช่กลุ่มคนที่เคยอยู่ที่นี่ไหมก่อนที่เธอจะกดเอ็นเทอร์ทันทีแล้วรอเวลาตอนนี้เธอได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งที่เธอทำนั้นพาโชคชะตามาหาเธอไม่ใช่หายนะที่จะทำให้เธอไม่สามารถเจอหน้าครอบครัวได้อีก
ดาดฟ้าฐานบัญชาการยอดมนุษย์
ตกเย็นแสงพระอาทิตย์กำลังตกลงสู่ฟากฟ้าอีกครั้งเหมือนทุกวันชายหนุ่มที่มีผมประกายสีเทากำลังจ้องมองแสงอาทิตย์ที่กำลังตกลงอย่างเชื่องช้าด้วยใบหน้าอันหมองหม่นเล็กน้อยเขายกขวดเหล้าขึ้นมาดื่มก็มีเสียงหนึ่งขัดจังหวะการดื่มของเขานั้นทำให้ชายหนุ่มหันไปมองเ้าของฝีเท้าที่ขัดจังหวะการดื่มด่ำของเขาสีหน้าที่จะไม่พอใจเปลี่ยนเป็ผ่อนคลายเมื่อเห็นคนที่เดินมา
“นายเองเหรอ? มิเกล”
ชายหนุ่มได้เอยนามของอีกฝ่ายที่อยู่ในเงามืดกำลังเดินตรงมาหาเขาบุคคลดังกล่าวค่อย ๆเดินออกมาร่างกายของเขาเต็มไปด้วยหินสีแดงทั้งตัวและตามซอกหินก็สิ่งที่มีสีแดงๆคล้ายลาวากำลังไหลอยู่
“เดาถูกด้วยนะ เพื่อนฉัน”
“อยู่ด้วยกันมาตั้งเกือบ 10ปี ฉันไม่รู้ก็บ้าล่ะ!” เขายกขวดเหล้าดื่มก่อนจะเห็นอีกฝ่ายจะมานั่งข้างๆ
"หยุดเลย!!"
มิเกลถึงกับชะงัก แล้วมองอย่างสงสัยทันที “ทำไม?”
"ถ้าจะมานั่งข้าง ๆโปรดใช้อุปกรณ์ควบคุมพลังด้วย ฉันี้เีมาจ่ายเงินค่าข้าวของเสียหาย"
“โธ่ ๆดูพูดเข้าได้เงินจากรัฐบาลก็เยอะ จะกลัวอะไร คาร์เตอร์!”
ดวงตาอำพันจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจ “ฉันี้เีมาเขียนรายงานข้าวของอะไรพังมั้งและเกิดจากอะไรเช่นความประมาทของเมต้าฮิวแมนอย่างเรา! ดีที่ทางรัฐบาลยอมตกลงกับเราดีกว่า เอาพวกเราไปทดลองเป็อาวุธในานะ!”
“หึ! ทำสิ พวกเราคงลุกขึ้นสู้แล้วหนีไปอยู่ที่ดี ๆ”
มิเกลยืนขึ้นแล้วกดปุ่มที่อุปกรณ์ตรงข้อมูลแล้วร่างกายกลายเป็หนุ่มผิวแทน ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าเขานั่งลงข้างเพื่อนพร้อมกับถามอีกฝ่าย
“พอใจนะ!”
“หึ!” คาร์เตอร์มองอีกฝ่ายแล้วยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม
“แล้วนี่ฤดูนั้นยังไม่หมดสินะ”
“ไม่ต้องมายุ่ง!นั้นเื่ของฉัน!”
“จ้า ๆ พุ่์หมาป่า!”
“แล้วนายมีอะไรถึงมาหาฉัน!”
“อ๋อ พอภรรยาฉัน...”
“ซาร่าเหรอ? เธอเป็อะไร?”
“เธอเห็นภาพจากต้นไม้อีกแล้วและครั้งนี้เป็ที่เกาะเซอร์ไว!”
“!!” คาร์เตอร์เปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังทันที “เธอเห็นภาพอะไร?”
“เธอบอกมีคนผิวสีขาวซีดกำลังฝังเ้าพวกเลอร์วิงวู้ดนะสิ”
“เ้าพวกตัวเล็กที่เธอชอบพาไหนมาไหนด้วยน่านะ”
“นายสังเกตด้วยเหรอนั้น?”
“ทำไมนายไม่ได้สังเกตเลยหรือไง?”
มิเกลนั่งเงียบทันที คาร์เตอร์จ้องถึงกับรู้เลยว่าเ้าหมอนี้ไม่ได้สังเกตภรรยาตัวเองจริงๆ
“เหอะ ๆชักสงสารซาร่าที่มีสามีไม่ใส่ใจเนี่ย!”
“เออ!!ภรรยายังโกรธฉันไม่หายเลย!! ฉันมันไม่ได้เื่! ขอโทษละกัน!!”
“ขอโทษ...ขอโทษภรรยานายน่าจะดีกว่านะ”
“ฮืออออ!!” มิเกลนั่งร้องไห้ทันที
“แต่...เกาะนั้นไม่มีใครแล้วไม่ใช่เหรอ?”คาร์เตอร์ถามอย่างสงสัย
คาร์เตอร์จำได้ว่าที่นั่นเกิดอะไรขึ้นเขาพาเด็ก ๆ ไปฝึกที่เกาะนั้น แต่ไม่นานพวกดาร์คเนสก็โผล่มาแล้วโจมตีดีที่เขาพาทุกคนกลับมาหมดถึงบางคนจะกลับมาตายที่นี่ก็ตามทีเพราะทนพิษาแไม่ไว้ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดเขาก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาว่าร่างกายสีขาว
“ใช่ไงล่ะฉันเลยอยากให้นายอนุมัติให้ ฉันออกไปสำรวจที่เกาะนั้น!!” มิเกลหันไปมองคาร์เตอร์อย่างมุ่งมั่นว่าเขาต้องไปให้ได้แต่เขาก็มองเพื่อนที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป “เป็อะไรนะ? คาร์เตอร์”
“นายบอกว่าซาร่าเห็นคนผิวขาวเหรอ?”
“ใช่...อาจจะเป็คนยุโรปก็ได้พวกเราขาวกันปกติอยู่แล้ว”
“เหรอ...” คาร์เตอร์ยังครุ่นคิดก่อนที่มิเกลจะมาทำหน้าตาออดอ้อนใส่เขา
“น่าเพื่อนนะ ฉันอยากลองไปดูเกิดเป็พวกดาร์คเนสฉันจะฆ่าพวกมันทั้งหมด!!”
คาร์เตอร์จ้องมองด้วยสีหน้าไม่พอใจกับใบหน้าอีกฝ่ายตอนนี้แต่เขาครุ่นคิดอยู่สักพักพร้อมกับแหว่งขวดเหล้าวนไปมา
“งั้นพรุ่งนี้เช้าพาเมต้าฮิวแมนไป20 นาย เตรียมอาวุธให้พร้อม!!”
“พูดจริงเหรอ?” พอได้ยินคำสั่งของเพื่อนมิเกลถึงกับมีสีหน้าตื่นเต้นทันที
“จริง!แต่ถ้าไปแล้วกลับเป็พวกดาร์คเนส จงจับกุมหัวหน้าใหญ่มันมาด้วยล่ะ!!”
มิเกลฉีกยิ้มในทันที “รับทราบ หัวหน้า!”
ทั้งสองคนยกขวดเหล้าชนกันอย่างมีความสุขต่ำลงไปยังโดมขนาดใหญ่สถานวิจัยเวลานี้กำลังเงียบสงัด ่ผู้คนกำลังจะกลับบ้านไปพักผ่อนไม่มีใครอยู่นอกจากบางคนที่กำลังเคลียร์งานของตนตามทางเดินมีสิ่งบางอย่างวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วเหนือแสงจนกล้องวงจรปิดจับได้เพียงแสงแว็บผ่านไปสิ่งที่แว็บไปนั้นปรากฏตัว ณ ประตูบ้านหนึ่ง ชายมีรูปร่างสูงโปร่ง ผมดำและสิ่งที่แปลกกว่าอะไรคือแว่นตาโค้งสีดำที่เขาใส่ เขาจัดร่างกายก่อนจะเปิดประตูเข้าไปข้างใน
“เธอเรียกฉันมาคงมีธุระจริง ๆนะ เอวา”
เอวากำลังจ้องมองหน้าจอคอมตนเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมากๆ เธอกำลังเสี่ยงโดนไล่ออกมาหลังจากเธอตรวจสอบบางอย่างแล้วเธอพึ่งส่งข้อความบางอย่างไปในคอมตรงดิ่งไปอีกที แล้วตอนนี้ข้อความนั้นมาแล้วนั้นทำให้เธอยิ่งเครียดหนักว่าสิ่งที่เธอเจอมันเื่จริงไหมชายหนุ่มที่มองอย่างสงสัยว่าหญิงสาวไม่ได้ยินที่เขาพูดเหรอ
“เอวา...เอวา!!”
“ว่า!!”เอวาทำสีหน้าใจนคนเรียกก็งงว่าอีกฝ่ายเป็อะไร
“เธอเป็อะไรหรือเปล่า?แล้วเรียกฉันมีอะไร?”
“อ๋อ...คือ...” เอวาจ้องมองหน้าจอคอมตรงหน้าที่มันโปร่งใส่แต่มีแค่เธอที่เห็นข้อมูล เธอจ้องมันก่อนจะหันไปหาอีกฝ่าย "ฉันอยากให้นายช่วยพาฉันไปเกาะเซอร์ไวโดยด่วนที่สุดโจเซฟ!"
“ว่าไงนะ!!” โจเซฟจ้องมองอีกฝ่ายเขาถอดแว่นสีดำออกจนเห็นดวงตาสีดำของเขา “ทำไมต้องไปเกาะนั้นด้วยล่ะ?”
เอวาจ้องมองอีกฝ่ายสลับกับหน้าจอเธอกำลังสลับหน้าจอให้อีกฝ่ายดูข้อความ
‘คุณเป็ใคร’
‘ฉันคือ ไอซ์สโนว์’
โจเซฟจ้องมองข้อความในคอมก่อนจะมองอีกฝ่ายกลับ “เธอเล่นตลกอะไร? ฉันรู้ว่าไอซ์สโนว์คืออะไร มันคือโปรเจคเกี่ยวกับ...”
“ฉันรู้...แต่ว่า...ถ้าฉันส่งข้อความไปอีก...แล้วถ้าอีกฝั่งตอบมานายต้องพาฉันไป!!”
“เธอคิดว่าพี่เขาฟื้นแล้วเหรอ?เธอหลับมาเกือบ 10 ปีเลยนะ!!”
“ฉันรู้!! แต่ไม่ลองก็ไม่รู้โจเซฟ!!”
“งั้นลองดู!!”
โจเซฟเอาเก้าอี้มานั่งเขาจ้องมองอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นอะไรเอวาตั้งสติก่อนจะส่งข้อความไปว่า
‘เธอคือมิรารี เครือเพชรใช่ไหม?’
ข้อความถูกส่งไปไม่นานหลังจากนั้นก็มีข้อความถูกลงมาทั้งสองคนจ้องมองกันอย่างสงสัยว่าข้อความอะไร
‘ใช่!! ฉันชื่อมิรารีได้โปรดมาช่วยฉันด้วย!’
“เป็ไปไม่ได้แน่ ๆเธอหลับไปตั้งเกือบจะ 10 ปี...!!”
“เห็นไหมล่ะ!! ฉันบอกแล้ว!!ต้องใช่!! เพราะไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเกิดการแจ้งเตือนขึ้นว่าไฟฟ้ากำลังทำงานทั้งเกาะ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเป็พวกดาร์คเนสจนเห็นว่าอีกฝั่งกำลังหาข้อมูลั้แ่เริ่มต้น ถามหน่อยพวกดาร์คเนสจะหาไปทำไม!!”
“ถ้าเป็คนที่พึ่งตื่น...”
“ก็ต้องมีความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นและหาข้อมูล...ไม่งั้นฉันคงไม่ลองส่งข้อความไป...ตอนแรกฉันก็กลัว...แต่เธอตอบในสิ่งที่พวกเราตั้งโปรเจคนั้นให้เธอ...เมื่อกี้เธอกำลังดูโปรเจคนั้นพอดี...”
“แต่ที่น่าแปลกที่เธอส่งไปแล้วมีคนตอบมาเธอไม่กลัวเป็ดาร์คเนสเลยเหรอ?”
“ฉันก็กลัว!!แต่ลองคิดถ้าเป็พวกมัน ไม่ตอบหรอกมันคงยิ่งระบบเราฟังไปแล้ว แต่นี่เธอตอบกลับมา!!ถ้าเป็นาย ในสถานการณ์แบบนั้นจะกล้าตอบไหม!?”
“เป็ผมยังไม่กล้าส่งเลยด้วยซ้ำ...ถ้ารู้ว่าเรามีสองฝ่าย...นี่พี่เขา...ยอมเสี่ยงเพื่ออย่างรู้ว่าพวกเราคือฝ่ายไหน...นั้นใช่พี่เขาจริงๆ ใช่ไหม...?”
“ฉันถึงขอไง! โจเซฟให้นายพาฉันไปช่วยมิรารีตอนนี้เลย!!”
โจเซฟจ้องมองอีกฝ่ายที่ตัวเล็กกว่าเขาทำเอาเขาปวดคอขึ้นมาเลยทีเดียว “ได้! แต่ถ้าไม่ใช่พี่ฉันขอจัดการให้คนที่แอบอ้างเป็พี่มิรารีนะ”
“ตามใจนายฉันไม่เกี่ยว!”
เอวาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรเธออยากไปช่วยมิรารีมากกว่า แต่ในใจก็แอบคิดว่าขอให้เป็มิรารีจริง ๆที่ส่งข้อความหาเธอทีเถอะ
“เหรออออ!!” โจเซฟพูดแบบประชด “งั้นไปกัน!!”
“อืม!! ไปกัน!!”
ห่างออกไปหลายร้อยไมล์สู่เบื้องล่างที่มีเหล่ามนุษย์ปกติเดินกันยามราตรีห่างออกจากตัวเมืองซากปรักหักพังมากมายอยู่เต็มไปหมดโกดังร้างใหญ่ที่เคสเนอร์พาพรรคพวกของตัวเองมาอยู่ในสถานที่ที่ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะอยู่กันข้างในห้องห้องหนึ่งเคสเนอร์ได้เรียกผู้คนที่เขา้ามารวมตัวกันพร้อมกับหญิงสาวที่แต่งตัวเป็แม่หมอนั่งบนตักของเขา
“เรียกพวกเราหน่วยฟูโรมีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือคะ?”
หญิงสาวถามหัวหน้าอย่างสงสัยเธอมีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ แต่กับสิ่งที่คล้ายหนามออกมาจากแก้มและแขนด้านนอก
“มีสิ!” เคสเนอร์หยิบกระดาษบนโต๊ะตรงหน้ายื่นให้หญิงสาวที่ถามเขา “ตามหาหญิงคนนี้ที่อยู่บนเกาะเซอร์ไว!”
หญิงสาวมองภาพที่เป็ภาพสเกลของหญิงสาวที่มีผมยาวประบ่าและทั้งร่างกายเป็สีขาว
“ผู้หญิงคนนี้...” หญิงสาวมองอย่างสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร
“ไปพาเธอกลับมาอย่างเป็ ๆฉัน้าเธอมาอยู่ในแผนของฉัน!”
“รับทราบค่ะ! แล้วเื่เวลา”
“ตอนนี้! ก่อนที่จะมีคนดักหน้าเราไปหาเธอออกมา!”
“ค่ะ หน่วยฟูโรขอตัว!”
หญิงสาวทำความเคารพพร้อมกับเดินออกจากตรงนั้นทั้งหมดเคสเนอร์ยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนที่แม่หมอจะยกมือขึ้นมาััใบหน้าของเคสเนอร์
“ดู ๆ พอฉันหานางเจอท่านก็เอาแต่ยิ้มนะ”
“อะไร ๆ เธออิจฉาหรือไงแม่นางฟ้าของฉัน”
“หึฉันสำคัญกับท่านตอนที่ฉันใช้ดวงตาทำนายอนาคตเท่านั้นเองล่ะนะ” แม่หมอกำลังหันหน้าหนีด้วยอาการงอนอีกฝ่าย
“ไม่เลย” เคสเนอร์เปลี่ยนท่าของแม่หมอนอนลงบนโต๊ะตรงหน้าของเขาแล้วเขาคร่อมบนตัวของเธอ “เธอสำคัญต่อหัวใจของฉันมากเลยล่ะนะ เมดิสัน”
“จริงเหรอคะ? ท่านเคสเนอร์…” แม่หมอรู้สึกเคลิ้มไปกับคำพูดของผู้เป็นาย
“จริงสิ~”
ริมฝีปากบางประกบลงบนริมฝีปากอันอวบอิ่มของแม่หมอสาวหญิงสาวโอบรอบคอของชายหนุ่มทั้งสองกำลังบรรเลงรสจูบกันอย่างดูดดื่มจนมือของชายหนุ่มกำลังลูบต้นขาของเธอพร้อมกับดึงบางอย่างลงมาเรื่อยๆ แต่ระหว่างที่กำลังบรรเลงอารมณ์ราคะนั้นในความคิดของเคสเนอร์มีแต่ความคิดที่เขานั้น้าหญิงสาวที่ชื่อมิรารีพลังของเธอที่แม่หมอบอกมันอาจจะไม่ใช่แค่พลังอันเล็กจ๋อยแต่อาจจะมีสิ่งที่เขา้าและเข้านั้นจะ้าเธอมาอยู่ข้างกายให้จนได้
จบตอนที่9 โปรดติดตามต่อตอนที่ 10ต่อไป