ในมิติวงกตที่ซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ จวินเหรินนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง ประกายเมล็ดดาวสีม่วงในจิติญญาของเขาเริ่มสว่างขึ้นอย่างมั่นคงหลังจากคำพูดของหยวนหลิงจุดประกายบางอย่างในใจเขา
เขาปิดตาลงอีกครั้ง คราวนี้มิได้บังคับตัวเองให้ลืมความแค้น แต่พยายาม 'วางมันลง' ชั่วคราว ราวกับวางหินก้อนใหญ่ที่แบกไว้บนบ่า เพื่อให้ตัวเองได้หายใจ และเดินต่อไป
ทันใดนั้น
ห้วงจิตของเขาถูกดึงเข้าไปในมิติภายในอันมืดมิด
ตรงหน้าจวินเหรินคือร่างเงาที่เหมือนเขาทุกประการ ผมดำยาว ใบหน้าคมกริบ ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะและความแค้นที่แผดเผาราวเปลวเพลิงนรก ร่างนั้นยกดาบไม้ที่เคยใช้ฝึกในอดีตขึ้นมา แต่พลังที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงยิ่งกว่าดาบเทพใด ๆ
‘เ้า... จะละทิ้งข้าได้อย่างไร? ข้าคือความแค้นของเ้า! ข้าคือเหตุผลที่เ้ายังมีชีวิตอยู่!’
ร่างเงาคำราม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่จวินเหรินด้วยกระบวนท่า ‘ัเก้าทิศ รูปที่เก้า – ัพิโรธฟ้า’ พลังสีดำสนิทปะปนกับสีฟ้าของหยกัฟ้าคืนชีพ พุ่งทะลวงเข้ามาราวพายุหมุน
จวินเหรินยกมือขึ้นป้องกัน พลังวิถีเทวะนิรันดร์สีม่วงอ่อนแผ่ออกเป็เกราะบาง ๆ แต่ถูกกระแทกจนร่างกายสั่นะเื เขาสวนกลับด้วยหมัดที่ผสานประกายเมล็ดดาว แต่ร่างเงากลับรับได้อย่างง่ายดาย แล้วสวนกลับด้วยความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
การต่อสู้ในห้วงจิตดำเนินไปหลายวันหลายคืน (แม้ในโลกภายนอกจะผ่านไปเพียงชั่วพริบตา) ทั้งสองะเิพลังห่ำหั่นกันไม่ลดละ ทุกกระบวนท่าที่จวินเหรินเคยฝึก ถูกใช้โดยร่างเงาในรูปแบบที่ดุร้ายและไร้ความปราณีกว่า
‘เ้าจะแพ้... แล้วข้าจะกลืนกินเ้า!’
ร่างเงาหัวเราะเยาะ ก่อนจะซัดหมัดสีดำสนิทเข้าใส่หน้าอกจวินเหริน
ในโลกภายนอก ร่างกายจริงของจวินเหรินกระอักเืออกมาเป็สาย หน้าผากมีเหงื่อเย็นไหลย้อย ร่างกายสั่นเทิ้มราวจะแตกสลาย
หยวนหลิงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ตาโตด้วยความใ นางรีบยกคฑาสั้นขึ้น ลูกไฟที่ปลายคฑาพลันขยายใหญ่กลายเป็ดอกบัวเพลิงเก้าชั้นสีแดงเพลิงสว่างไสว
"เพลิงนิรันดร์ ดอกบัวเก้าชั้น – ปกป้อง!"
ดอกบัวเพลิงเก้าชั้นแผ่กลีบออกห่อหุ้มร่างกายจวินเหรินไว้ทั้งหมด พลังเพลิงบริสุทธิ์ไหลซึมเข้าสู่เส้นลมปราณที่แตกสลาย ช่วยยึดโยงจิติญญาไม่ให้แตกกระจาย
หยวนหลิงกัดฟัน มือเล็ก ๆ สั่นเทาแต่ยังคงยืนหยัด
"พี่ชาย... ทนหน่อยนะ ข้าจะคอยปกป้องร่างกายพี่เอง! อย่าแพ้เด็ดขาด!"
ภายในห้วงจิต จวินเหรินกำลังจะทรุดลง เขารู้สึกว่าพลังของตนใกล้หมดสิ้น ร่างเงากำลังยกดาบขึ้นเพื่อฟันสังหารครั้งสุดท้าย
แต่ในวินาทีนั้น
หยกัฟ้าคืนชีพที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิติญญาสั่นะเือย่างรุนแรง
แสงสีฟ้าอมเงินพุ่งทะลักออกมา กลายเป็ม้วนคัมภีร์โบราณที่ลอยขึ้นตรงหน้าจวินเหริน คัมภีร์แผ่แสงสว่างจ้า ก่อนจะสลายกลายเป็อาวุธชิ้นหนึ่ง ดาบยาวสีเงินอมฟ้าที่มีลายดวงดาวและกลุ่มดาวหมุนวนรอบตัวดาบ ปลายดาบมีแสงพุ่งออกเป็รูปจักรวาลขนาดย่อส่วน
‘สมบัติเทพา – ดาราจักรวาลพิฆาต’
จวินเหรินกำด้ามดาบนั้นแน่น พลังดาราจักรวาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย เขารู้สึกถึงพลังที่เหนือกว่าความโกรธแค้นใด ๆ
"ข้าจะไม่ให้เ้าควบคุมข้าอีกต่อไป... ข้าจะใช้เ้าเป็พลัง... ไม่ใช่พันธนาการ!"
เขาฟันดาบออกไปครั้งเดียว พลังดาราจักรวาลพิฆาตแผ่กระจายเป็วงกว้าง กลุ่มดาวนับล้านหมุนวนรอบร่างเงา ก่อนจะบดขยี้มันลงอย่างสิ้นเชิง
ร่างเงาคำรามครั้งสุดท้าย ก่อนจะแตกสลายกลายเป็ฝุ่นแสงสีดำที่ค่อย ๆ ถูกดูดกลืนเข้าสู่เมล็ดดาวสีม่วงในจิติญญาของจวินเหริน
เมล็ดดาวนั้นสว่างเจิดจ้าขึ้นอย่างสมบูรณ์ ขั้นแรกของวิถีเทวะนิรันดร์ สำเร็จ!
ในโลกภายนอก จวินเหรินลืมตาขึ้นช้า ๆ เืที่มุมปากหยุดไหล ดอกบัวเพลิงเก้าชั้นค่อย ๆ จางลง หยวนหลิงรีบวิ่งเข้ามากอดขาเขาแน่น
"พี่ชาย! พี่ทำได้แล้ว! ข้าบอกแล้วว่าพี่ทำได้!"
จวินเหรินยิ้มอ่อนโยน ลูบหัวเด็กสาวเบา ๆ
"ขอบคุณเ้า... หยวนหลิง หากไม่มีเ้า ข้าคงไม่รอดมาถึงตอนนี้"
แต่ในขณะนั้นเอง
ที่มุมหนึ่งของมิติวงกต ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีดราวหิมะ ผมยาวสีเงินสลวยถึงเอว สวมเสื้อคลุมสีเทาเข้มปักลายดวงจันทร์เสี้ยว กำลังยืนนิ่ง มองมาทางนี้ด้วยดวงตาว่างเปล่าและเ็าจนสะท้านใจ
เขาคือหลานอวิ๋น ศิษย์คนแรกของหลิงหว่านเซียน ระดับวิถีเทวะนิรันดร์สูงส่งกว่าหลานฉิงอวี่หลายขั้น
ั้แ่แรกที่รู้ว่าท่านอาจารย์รับจวินเหรินมาเป็ศิษย์ เขาไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เมื่อหลานฉิงอวี่รายงานว่าเด็กคนนั้นมี ‘หยกัฟ้าคืนชีพ’ ติดตัว ความริษยาจึงบังเกิดขึ้นในใจอย่างรุนแรง
เขารู้ดีว่าสมบัติเทพาที่เกิดจากหยกชิ้นนี้มีอนุภาพเหนือล้ำเพียงใด มันคือสิ่งที่แม้แต่เขาในฐานะศิษย์คนแรกก็ยังไม่มี
หลานอวิ๋นหันไปหาหลานฉิงอวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
"จับตาดูเขาให้ดี... รายงานทุกความก้าวหน้าในวิถีเทวะนิรันดร์ของเขาให้ข้าทราบทุกครั้ง อย่าให้พลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว"
หลานฉิงอวี่ก้มศีรษะรับคำ สีหน้าเ็าไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ในใจของหลานอวิ๋น ความริษยานั้นเริ่มก่อตัวเป็เงามืดที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น