มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 ดันทุรัง

            “ชิ”ฉิงชางจวินอดไม่ได้ที่จะกัดลิ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“เจ้ายังเด็กเพียงนี้แต่เก่งกาจนัก”

           สวีอี่ซินถือว่าเป็นคำชม นางยิ้มอย่างสดใสและถามต่อ “พี่ฉินปีนี้ท่านจะฉลองปีใหม่ด้วยกันกับพวกเราหรือไม่? อีกเพียงไม่กี่วันจะถึงวันสิ้นปีแล้วสู้อยู่ในจวนต่อไปไม่ดีกว่าหรือ? พี่ใหญ่ค่อนข้างจะว่างหากเบื่อก็ให้เขาเล่นหมากล้อมกับท่านสักสองสามตาข้ายังแลกเปลี่ยนทักษะการเล่นพิณกับท่านได้อีกด้วย”

           เจียงเฉิงเยว่เอ่ย “อย่าเลย เป็นข้าต่างหากที่...มีความรู้เพียงตื้นเขินทักษะน้อยนิดยากที่จะแสดงให้เห็นอย่างสง่างาม”

            สวีอี่ซินเบะปาก“ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าฉิงชางจวินเชี่ยวชาญเรื่องท่วงทำนองเป็นอย่างยิ่งข้าคิดว่าพี่ฉินไม่ต้องถ่อมตัวหรอก เพียงรังเกียจทักษะอันน้อยนิดของข้าต่างหาก”

           เจียงเฉิงเยว่เตรียมจะพูดต่อว่าเขารู้เพียงผิวเผินเท่านั้น แต่จู่ๆตนเองกลับต้องหยุดนิ่ง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถาม “ซินเอ๋อร์ดูเหมือนว่าข้าจะไม่เคยบอกนามในปรโลกของตนเองกับเจ้านะ?”

           สวีอี่ซินตกตะลึงจนใบหน้าซีดเซียว นางมองมา “พี่ฉินข้าไม่ได้อ่านหนังสือการบ่มเพาะทางเต๋าเหล่านั้นที่ท่านให้ข้าโดยเปล่าประโยชน์แม้ว่าจะมีรากจิตวิญญาณไม่เพียงพอจะบ่มเพาะในทางเต๋า และข้าไม่อาจที่จะทำสำเร็จได้แต่ด้านความรู้พื้นฐานข้ายังพอเข้าใจอยู่บ้าง” ทันใดนั้นนางก้าวมาข้างหน้าแล้วจับมือของเจียงเฉิงเยว่มองหลอดเลือดดำที่ชัดเจนใต้ผิวหนังของเขา แม้กระทั่งรูขุมขนบนผิวหนังจางๆยังคงกล่าว“ภูตผีธรรมดาจะมีความสามารถในการควบแน่นเป็นร่างแท้จริงที่ไม่มีความแตกต่างกับคนเป็นแล้วมายืนพูดคุยเล่นกับข้าตรงนี้ในกลางวันแสกๆได้เช่นไร? ระดับการบ่มเพาะในขอบเขตนี้แม้แต่ในปรโลกยังนับนิ้วได้เพียงไม่กี่ตน แม้ว่าข้าจะไม่ใช่ชาวสำนักเต๋าถึงอย่างไรก็มีเงินเพียงพอการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปรโลกที่ผู้คนรับรู้กันจากชาวสำนักเต๋าเล็กน้อยจึงไม่ใช่ปัญหายิ่งไปกว่านั้นพวกเรารู้จักกันมานาน เดาเพียงเล็กน้อย...ย่อมเดาได้แล้ว พี่ฉินท่านวางใจเถิด ข้ารู้ถึงความหนักเบาของเรื่องราวจะไม่เปิดเผยต่อผู้อื่นสักครึ่งคำโดยเด็ดขาด”

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง แม้ว่าสำหรับราชาผีแล้วสิ่งต้องห้ามที่สุดคือการถูกผู้อื่นเสาะหาและคาดเดาตัวตนที่แท้จริงแต่หลังเขาลองคิดดู เขาเองก็ขาดความรับผิดชอบตัวเขาเองไม่ยั้งปากและเปิดเผยเบาะแสกับนางไปไม่น้อยเขารู้ว่านางคือผู้ที่กลับชาติมาเกิดของอิ๋งเอ๋อร์ จึงไม่ได้ป้องกันตัวตนกับนางเท่าไรนัก

           เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดไม่จา สวีอี่ซินรู้สึกร้อนใจขึ้นมาพลางกุมมือเขาแน่น “พี่ฉินท่าน...ท่านจะไม่โทษข้าใช่หรือไม่? ถ้าหาก...ข้าขอโทษข้าขอโทษ ต่อไปข้าจะไม่ทำเรื่องวาดงูแล้วเติมขา[1] เหล่านี้อีกแล้ว! ท่านอย่าโกรธข้าได้หรือไม่ อย่าเมินข้าได้หรือไม่กัน?”

            เจียงเฉิงเยว่หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเขาใจอ่อนยวบอีกครั้ง ได้แต่ยื่นมือไปวางบนศีรษะของนางด้วยความเคยชินบอกด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร เพียงอย่าให้คนอื่นรู้เด็ดขาด”

           แม้จะคิดไว้ว่าจะถูกผู้ใดล่วงรู้เข้า แต่สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เพราะตนเองสุดท้ายแล้ว ณ ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นผีเร่ร่อนอย่างคราแรกแล้วเขามีความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องตนเองแต่สิ่งที่เขากลัวคือศัตรูของตนเองอาจรู้ว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นสำคัญกับตนแล้วอาจนำหายนะมาให้นางกับครอบครัวของนาง

           สวีอี่ซินจับมือของเขามากุมไว้ในฝ่ามือ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อืม!”

           ทั้งสองคนเดินไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยความลำบาก สวีอี่ซินพลันตื่นเต้นขึ้นมานางเอ่ยกับเจียงเฉิงเยว่ “พี่ฉินหากท่านแม่รู้ว่าท่านจะอยู่ฉลองปีใหม่ที่บ้านของข้าในปีนี้ต้องดีใจแทบตายแน่!”

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง “ซินเอ๋อร์ ข้าอยู่ต่อไม่ได้แล้ว”

           ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของสวีอี่ซินหายไปโดยพลัน “ทำไมเล่า?!”

           เจียงเฉิงเยว่บอกด้วยรอยยิ้มขมขื่นเล็กน้อย“วันขึ้นปีใหม่มีข้อห้ามมากมายสำหรับราชาผีเจ้าลืมแล้วหรือว่าวันนั้นทุกคนจะยุ่งอยู่กับการปราบภูตผี สิ่งที่ปราบก็คือ‘ภูตผี’ อย่างข้า แล้วข้าจะอยู่ที่นี่ไปทำไม? เพื่อเฝ้ารอที่จะถูกใครกำจัดหรือ?”อันที่จริงด้วยฐานการบ่มเพาะของเขาในปัจจุบันเดิมทีเขาไม่หวาดหลัวหรอก เพียงแค่หาข้ออ้างให้ตนเองเท่านั้นเขาเคยชินกับการอยู่คนเดียว ภายในใจจึงเกิดความตื่นตระหนกกับเทศกาลรื่นเริง

           สวีอี่ซินมองเขาด้วยแววตาที่ลุกโชนและท่าทีจริงจัง

           .............................

            วันนี้เจียงเฉิงเยว่พักอยู่ที่จวนของตนเองในเมืองอี้หลีกำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งแล้วอ่านฉับพลันลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งรีบโน้มตัวเข้ามากระซิบที่ข้างหูของเขา “คุณชายจินฮุยเขา...”

           เจียงเฉิงเยว่กล่าว “จินฮุย? เกิดอะไรขึ้น?”

            ลูกน้องบอก“เขาถูกผู้ฝึกฝนมนุษย์บังคับเรียก ก่อนหน้านี้คุณชายได้กำชับไว้แล้วดังนั้นเขาจึงไม่กล้าตอบรับการอัญเชิญระหว่างที่ต่อต้านอย่างแข็งกร้าววิญญาณได้รับความเสียหาย”

           เจียงเฉิงเยว่ขมวดคิ้วแล้ววางม้วนหนังสือลง หยิบพู่กันบนโต๊ะจุ่มลงในชาดแล้วหยิบกระดาษยันต์เพื่อเขียนยันต์แผ่นหนึ่งเมื่อเขาเขียนยันต์เสร็จสิ้นจึงเป่าให้แห้งอย่างระมัดระวังจากนั้นส่งมันให้กับคนสนิทแล้วเอ่ย “ยันต์นี้ เจ้าไปมอบให้จินฮุยแทนข้าให้เขาเก็บมันไว้ให้ดี มันปกป้องวิญญาณของเขาได้จะไม่ถูกผู้ฝึกฝนมนุษย์คนนั้นบังคับเรียกอีกต่อไป “

           ลูกน้องคนสนิทของเขารีบรับไว้ด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง “ขอรับ”

           .............................

            เดือนสามฤดูหนาวที่หนาวเหน็บเพิ่งผ่านพ้นไป มีความอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิและดอกไม้บานฉินจินฮุยเสร็จสิ้นการ ‘ท่องโลก’ จึงกลับไปยังจวนเขาถือโอกาสไปเยี่ยมจวนสกุลสวีอีกครั้งสามีภรรยาสกุลสวีเห็นเขาเป็นบุตรบุญธรรมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อเข้าประตูไปเขากลับเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยยืนตัวตรงห่างจากประตูอยู่ไม่ไกลอย่างไม่คาดคิดจึงหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา

           สวีอี่ชิงเข้ามาต้อนรับ เจียงเฉิงเยว่เอียงศีรษะไปทางนอกประตูแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“คนผู้นั้นยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ?”

           สวีอี่ชิงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “เฮ้อ เมื่อปีก่อนกลับไปที่โซ่วหลิงปีต่อมากลับมาอีกครั้งกล่าวให้ถูกคือ...น้องสาวคนรองของข้าถูกท่านพ่อท่านแม่ตามใจตั้งแต่เด็กจึงมีอารมณ์ร้อนและนิสัยดื้อรั้น ยามนี้แม้แต่ประตูจวนยังไม่ให้เข้ามา”

           เจียงเฉิงเยว่ปิดปากยกยิ้ม

            สวีอี่ชิงกล่าว“หากเป็นคนธรรมดาแล้วไล่เขาไปก็ไม่เป็นไรแต่คุณชายหยวนผู้นั้นสุดท้ายแล้วมีสถานะอย่างไรจึงไม่เหมาะที่จะทำให้ขุ่นเคืองใจนัก พ่อแม่ของข้าข้าและน้องรองผลัดกันไปเกลี้ยกล่อมให้เขากลับไป แต่นิสัยของคนผู้นั้นกลับดื้อรั้นทุกวันนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีสุดท้ายจึงได้แต่มายืนด้วยกันกับเขาเท่านั้น”

           สวีอี่ชิงเสริมอีก “พี่ฉินหากท่านเจอเด็กคนนั้นอย่าได้พูดถึงคนผู้นี้ต่อหน้านางเป็นอันขาดเด็กคนนั้นอาจสติแตกก็ได้”

           ครั้งนี้เจียงเฉิงเยว่หัวเราะออกมาดังลั่น

           เพียงไม่นานสวีอี่ซินก็ออกมาต้อนรับอย่างตื่นเต้นจากนั้นหยิบถุงผ้าที่ปักลายอย่างประณีตงดงามออกมาจากแขนเสื้อนางกระมิดกระเมี้ยนด้วยความเขินอายแล้วส่งให้เจียงเฉิงเยว่ “พี่ฉินอันนี้ข้าให้ท่าน”

            เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึงไปชั่วครู่เมื่อเห็นว่าถุงผ้านั้นปักลวดลายเมฆมงคล พื้นเป็นผ้าแพรต่วนสีดอกบัวไม่รู้ว่าเหตุใดจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อยจากก้นบึ้งของหัวใจแต่ยังคงลังเลอยู่บ้าง เป็นเวลานานกลับยังไม่รับรอยยิ้มบนริมฝีปากของสวีอี่ซินจึงนิ่งค้าง เวลานี้สวีอี่เจินพี่รองของนางมาจากอีกด้านหนึ่งพอดี หลังมองแวบหนึ่งเขาพูดอย่างไม่พอใจ“ซินเอ๋อร์น้อยลำเอียง!”

           สวีอี่ซินจ้องอีกฝ่ายแวบหนึ่ง สวีอี่เจินเพียงทำเป็นมองไม่เห็นจากนั้นฟ้องกับเจียงเฉิงเยว่อีกครั้ง “พี่ฉินคงไม่รู้ แต่เมื่อเร็วๆนี้ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีประเพณีในหมู่ชาวบ้านที่น้องสาวจะต้องมอบถุงผ้าให้พี่ชายและเด็กคนนี้ช่างไร้ฝีมือ สิ่งที่มอบให้ข้ากับพี่ใหญ่ล้วนเป็นของกึ่งสำเร็จรูปท่านอาจไม่เห็นแม้แต่รอยเย็บ สวรรค์!เป็นเช่นนี้ยังบังคับให้ข้ากับพี่ใหญ่ต้องพกไว้อีก ชิ”

           เจียงเฉิงเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในทันที เขารับมาอย่างเป็นธรรมชาติจากนั้นพลิกดูซ้ายขวาอยู่สองรอบจึงพูด “ใช้ได้เลย ค่อนข้างประณีตงดงาม”

           สวีอี่ชิงที่อยู่ด้านข้างเพียงหัวเราะเสียงดัง “พี่ฉิน ท่านไม่รู้อะไรชิ้นนี้ของท่าน ซินเอ๋อร์ทุ่มเทปักมันเป็นเวลานานที่สุดจึงต้องประณีตงดงามอยู่แล้ว”

           สวีอี่ซินเอ่ยกับพวกเขาอย่างโกรธเคือง “หากไม่ต้องการก็คืนข้ามาให้หมด!”

           สวีอี่ชิงรีบจับที่เอวของตนเอง “เช่นนี้ไม่ได้หรอก”

           สวีอี่เจินบอกด้วยรอยยิ้ม “เฮ้ ข้าต้องการ จะคืนก็คืนไม่ได้แล้ว”เขากำลังถือโอกาสที่สวีอี่ซินโกรธโดยไม่ได้สนใจแอบโน้มตัวไปเอ่ยที่ข้างหูของเจียงเฉิงเยว่กับสวีอี่ชิงอย่างพึงพอใจเล็กน้อย“พี่ฉินเดาว่าอย่างไร? ผลงานของเด็กคนนี้ล้ำค่ายิ่งนัก!”

           เฉิงเยว่ยังไม่ทันได้ถาม สวีอี่ชิงเปลี่ยนสีหน้ากล่าว “ทำไมเล่า?”

            สวีอี่เจินตอบ“ข้าขายให้กับคนผู้นั้นที่อยู่หน้าประตู สามพันตำลึงทอง!”

           สีหน้าของสวีอี่ชิงเปลี่ยนไป เขาดุน้องรองด้วยความโกรธ“หรือว่าเจ้าเห็นแก่เงินจนเป็นบ้าไปแล้ว?! ทำเรื่องหลอกลวงคนเช่นนี้ได้อย่างไร?”

           สวีอี่เจินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ใช่ว่าข้าต้องการขายให้เขาแต่เป็นเขาที่เห็นมันแล้วต้องการจะซื้อ และก็เป็นตัวเขาเองที่เสนอราคาถุงผ้าปักเช่นนั้นคุณชายหยวนยังถือว่าเป็นของล้ำค่า เฮ้อ ยิ่งไปกว่านั้นเดิมทีไม่ได้ปักให้เขาด้วย...” เอ่ยถึงตรงนี้เขาอดไม่ได้ที่จะหันศีรษะไปมองน้องสาวคนรองที่กำลังยุ่งกับการสั่งให้สาวใช้จัดวางสุราและอาหารก่อนส่ายศีรษะด้วยความเห็นใจเล็กน้อย “คุณชายหยวนช่างน่าสงสารจริงเชียว ชอบใครดีๆไม่ชอบ ทำไมถึงได้มาสะดุดอยู่ที่คนของเรา...”

            เขายังพูดไม่จบทางด้านสวีอี่ซินจัดวางเสร็จเรียบร้อยนางหันมายิ้มให้ทั้งสามคนที่ยืนอยู่ด้านข้างแล้วบอก “พี่ฉิน มาเร็ว...”

           เจียงเฉิงเยว่พยักหน้าเล็กน้อย สวีอี่ชิงที่อยู่ข้างกายเขารีบกำชับน้องรอง“เจ้าอย่าให้ซินเอ๋อร์รู้เรื่องนี้เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นระวังนางจะถลกหนังเจ้า”

            สวีอี่เจินรีบบอก“แน่นอน แน่นอน”

           เมื่อรับประทานอาหารเสร็จก่อนจากไปเจียงเฉิงเยว่คิดว่าจะกล่าวถึงคนผู้นั้นที่อยู่หน้าประตูกับสวีอี่ซินทว่านางกลับโกรธเคืองขึ้นมาทันใด “เขาที่เป็นฝ่าบาทแห่งวังตะวันออกถึงกับเกียจคร้านจนกลายเป็นเช่นนี้ ยังจะโทษข้าว่าใจดำกับเขาเกินไป? ข้าไม่ชอบความเหลวแหลกไม่รู้จักก้าวหน้าของเขา! อย่าไปสนใจเขาปล่อยเขาไปเถิด”

            เจียงเฉิงเยว่กล่าว“ทำเช่นนี้ไปตลอดไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา”

            สวีอี่ซิน“ไม่อนุญาตให้พูดถึงเขาอีก!”

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง เขาพลันหมดหนทาง

           ดังนั้นจึงบอกลาแล้วจากจวนสกุลสวีไปหลังจากเขาเผชิญหน้ากับฝ่าบาทจากวังตะวันออกผู้นั้นก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความเห็นใจครู่หนึ่งใบหน้าของหยวนฝานเป้ยขาวซีดและหยุดนิ่งเป็นเวลานานจากนั้นจึงนึกขึ้นได้แล้วประสานมือตอบ ช่วงเวลานี้เอง เจียงเฉิงเยว่จากไปอย่างรวดเร็ว

           .............................

           หลังจากนั้นไม่นานลูกน้องของฉิงชางจวินนำข่าวที่น่าตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ข่าวหนึ่งมาให้เขาหลังจากผู้ฝึกฝนมนุษย์คนนั้นล้มเหลวในการอัญเชิญฉินจินฮุยอยู่หลายครั้งก็บังคับเรียกได้สำเร็จอีกฝ่ายนำวิญญาณของฉินจินฮุยจากปรโลกดึงไปที่โลกมนุษย์อย่างแข็งกร้าว!

           เจียงเฉิงเยว่นิ่งค้างเป็นเวลานาน จากนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “เหอะ น่าสนใจข้าประเมินสำนักจงหลีซานนี้ต่ำไป ช่างเป็นเสือซุ่มมังกรซ่อน[2]เสียจริง” เขาหยุดพูดชั่วคราว หลังนึกอะไรขึ้นมาได้จึงสั่งลูกน้อง“เจ้าไปหาพวกซวีอวี่เสียหากสำนักจงหลีซานจากโลกมนุษย์มาที่ตลาดผีต้องแจ้งให้ข้ารู้โดยเร็วที่สุดหากเป็นปลาตัวเล็กก็ช่างมัน สิ่งที่ข้าต้องการจับนั้นคือปลาตัวใหญ่”

            “ขอรับ”

           เมื่อตลาดผีเปิดในอีกหลายเดือนต่อมาซวีอวี่มารายงานข้อมูลให้เจียงเฉิงเยว่ทันทีอย่างที่คาดคิด

           ฉิงชางจวินยกมือขึ้นใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตามาถึงเมืองปี่อั้นซวีอวี่ได้จัดแจงคนไว้เรียบร้อยเพื่อช่วยเจียงเฉิงเยว่สะกดรอยตามอย่างชาญฉลาดตามการชี้นำของเขาจึงค้นพบหนึ่งในสายลับที่อยู่ในห้องส่วนตัวของโรงน้ำชาซึ่งกำลังบีบบังคับล่อลวงด้วยผลประโยชน์ผู้ที่เชี่ยวชาญในการขายแหล่งข่าวของปรโลกทำการแลกเปลี่ยนค่าตอบแทนอย่างราบรื่นมาก

           เจียงเฉิงเยว่รู้จักสายลับผู้นี้ นับว่าเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในปรโลกเช่นเดียวกัน

           คนสองสามคนจากสำนักจงลีซานส่งม้วนกระดาษหนังแกะแผ่นหนึ่งไปบนฝ่ามือของเขาแล้วกล่าว“ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขาหรือไม่แต่ภูตผีตนนี้สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยนคิดว่าต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาอย่างแน่นอน”

           สายลับผู้นั้นเปิดออกอย่างลวกๆ หลังมองแวบหนึ่งพลันเบิกตากว้างโดยพลัน

           ผู้นำของจงหลีซานเป็นชายชราผู้นั้นที่เคยพบในจวนสกุลสวีก่อนหน้านี้ชายชราขมวดคิ้วแล้วรีบถาม “ทำไม?”

            สายลับผู้นั้นเองล่วงรู้ถึงความหนักเบาเช่นกันจึงรีบยัดภาพเหมือนกลับเข้าไปในมือของพวกเขาพร้อมตอบ“ไม่เคยเห็นมาก่อน...และไม่รู้จัก ปรมาจารย์ทุกท่านโปรดกลับไปเถิด”ขณะที่พูดเขาลุกขึ้น แทบจะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจากไป

           หลายคนนั้นรับรู้ได้ว่ามีอะไรผิดปกติ ชายชราจึงคว้าสายลับผู้นั้น“เซียนจวินร่วมมือกับสำนักของข้ามาหลายปี รู้ว่าสำนักของข้าจัดการเรื่องราวอย่างไรจะไม่ดึงเซียนจวินมาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อยเป็นอันขาด ราคาพูดคุยกันได้ขอเพียงเซียนจวินโปรดวางใจ”

           สายลับผู้นั้นส่ายศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่า “ข้าไม่รู้อะไรเลย!”

           ชายชราแห่งจงหลีซานจับสายลับที่ดิ้นรนไม่หยุดไว้ในมือของตนอย่างแน่นหนาเอ่ยอย่างบีบบังคับ “เซียนจวิน ไม่ใช่เรื่องยากที่ข้าน้อยจะบีบบังคับผู้อื่นแต่เมื่อได้รับความไว้วางใจแล้วต้องทำให้ดีที่สุด สำนักของข้าจะใช้กำลังทั้งหมดจำเป็นต้องค้นหาที่มาของท่านผู้นี้ให้จงได้ หากเซียนจวินไม่สะดวกที่จะพูดตามตรงเพียงเปิดเผยเบาะแสเล็กน้อยก็พอแล้วแล้วสำนักของข้าจะไม่ปฏิบัติต่อท่านอย่างขาดความยุติธรรม”

           สายลับผู้นั้นยังคงตกตะลึง จากนั้นหันไปมองชายชราพลางครุ่นคิดแล้วถอนหายใจเอ่ยเกลี้ยกล่อมอย่างมีเจตนาดี “ปรมาจารย์ทุกท่านโปรดกลับไปเถิดออกไปจากที่แห่งนี้ อย่าได้ถามผู้ใดอีกปรมาจารย์ทุกท่านเพียงต้องจำไว้ว่าท่านผู้นี้แม้ว่าสำนักจงหลีซานจะต่อสู้ด้วยกำลังทั้งหมด...ก็ไม่มีโอกาสชนะมากนัก”

           หลังถ้อยคำนี้เอ่ยออกมา ทุกคนของจงหลีซานสูดลมหายใจเย็นในทันทีหนึ่งในนั้นกระโดดขึ้นพูดด้วยความโกรธ “ท่านอย่าคุยโวนักเลยด้วยพลังทั้งหมดของสำนักจงหลีซานยังไม่อาจต่อกรได้หรือ? หากมีบุคคลที่ทรงพลังเช่นนี้ในปรโลกคงไม่ใช่เหนือฟ้าไปแล้วหรอกหรืออย่างไร?!”

            “ไม่...”ชายชราที่คว้าสายลับเอาไว้กล่าว “ใช่ว่าไม่มีเลย หากเป็นเช่นนั้นจริงมีความเป็นไปได้เพียงผู้ที่มีชื่อเสียงในสามโลกไม่นานมานี้...” เขายังไม่ทันพูดจบสายลับรีบร้อนตะโกน “ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย! ท่านอย่าได้เดามั่วซั่ว!ทุกท่านได้โปรดกลับไปเถอะ!”

            “เซียนจวิน...”ชายชรากำลังจะพูดอะไรอีก กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหัวเราะแผ่วเบาและทุ้มลึก

           ทุกคนตกตะลึงไปชั่วขณะ หลังมองไปรอบด้านกลับต้องตะลึงงันโรงน้ำชาซึ่งเดิมทีมีพร้อมไปด้วยเก้าอี้และจานรองฉับพลันกลับมีหมอกควันพวยพุ่งขึ้นมาเบื้องหน้าถูกเปลี่ยนเป็นชานเมืองซึ่งอยู่ในผืนป่ารกร้างและมืดมิดโดยพลัน

           ------------------------

            [1]วาดงูแล้วเติมขา เป็นสำนวน หมายถึง การแต่งเติมอย่างเกินความจำเป็น

            [2]เสือซุ่มมังกรซ่อน เป็นสำนวน หมายถึง มียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่มากมาย

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159