Episode
| 5 |
สองต่อหนึ่งมันฟินแค่ไหน
ร้านอาหารผีเสื้อจิบิ (ทาวน์อินทาวน์)
รถทั้งสองคันถูกขับเข้ามาจอดยังด้านในร้านอาหารชื่อดัง เรียกได้ว่ามันเป็ภัตตาคารหรูเลยก็ว่าได้ โดยัเป็คนโทรจองคิวล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว เพียงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวร้านอาหารก็ป้อนคิวให้กับลูกค้าวีไอพีได้อย่างง่ายดาย
คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับก็หน้าบูดบึ้งตลอดทั้งทาง ธาร์มพยายามเก็บกลั้นความไม่พอใจเอาไว้เต็มอก แววตาที่แฝงไปด้วยความเป็ห่วงจ้องมองทางขนมผิงไม่ลดละ
ภาคภูมิที่เธอเป็ห่วงนักหนาก็คือ.. น้องชายเพียงคนเดียวของเธอ
“ต่อไปนี้ให้พวกผมไปคอยรักษาความปลอดภัยให้กับน้องภาคภูมิที่โรงเรียนดีไหม? พี่จะได้สบายใจไงครับ”
ธาร์มเอ่ยขึ้นในขณะที่รถมาจอดยังหน้าร้านอาหาร เ้าของจัดการปลดล็อกรถและเตรียมจะเปิดประตูออกไป ขนมผิงจึงชะงักกับประโยคนั้นเพียงชั่วครู่
“เฮ้อ.. ไม่ต้องเลยนะธาร์ม หน้าที่ของธาร์มก็คือเรียนหนังสือ ไม่ใช่ไปดูแลน้องชายของพี่”
“แต่พี่ขนมผิง”
“ช่างเขาเถอะนะ ผู้ชายคนนั้นทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก พี่เอาตัวรอดได้ เชื่อพี่สิ..”
ประโยคอันหนักแน่นเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มบาง สิ่งนี้มันก็ยิ่งทำให้ธาร์มรู้สึกเป็ห่วงเธอมากยิ่งขึ้น ผู้หญิงตัวเล็กๆเพียงคนเดียวจะทำให้มาเฟียใหญ่แพ้ราบคาบได้ยังไง
“ต่อไปนี้พี่เรียกผมว่าธาร์ม แล้วพี่ขนมผิงก็เรียกแทนตัวเองว่าพี่นะครับ ผมชอบให้พี่เรียกแบบนั้น คำว่าอาจารย์หรือว่าฉัน..ที่พี่ใช้ก่อนหน้านี้ มันดูห่างเหินเกินไปน่ะครับ”
หนุ่มหล่อเอ่ยพลางก็เอื้อมมือมาลูบหัวของเธออย่างแ่เบา ซึ่งการกระทำนี้ก็สร้างความอบอุ่นให้กับอีกฝ่ายมากเหลือเกิน ขนมผิงอมยิ้มกริ่มแล้วพยักหน้าตอบรับเขาเบาๆ
และหลังจากนั้นทั้งสองก็ได้ลงมาจากรถด้วยกัน โดยมีัที่ยืนรออยู่หน้าร้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากนักเลงหนุ่มอย่างสิ้นเชิง เขาคอยจ้องมองมาเฟียใหญ่เขม็ง ราวกับว่าพร้อมจะมีเื่มีราวกันอยู่ตลอดเวลา
ตึกๆๆๆ
“สวัสดีค่ะคุณั ที่จองไว้ใช่ไหมคะ.. เชิญด้านในห้องวีไอพีเลยค่ะ ทางเราเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว”
พนักงานสาวเอ่ยพลางผายมือด้วยรอยยิ้มหวาน เธอเดินนำลูกค้าวีไอพีอย่างัเข้าไปด้านในห้องอันแสนกว้างขวาง ทุกอย่างถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้มากมาย มีวิวตรงตู้กระจกคล้ายอควาเรียมแบบจำลอง แสงไฟสลัวนี้ให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในบาร์ลับ
“เชิญครับคนสวย”
ัเอ่ยพลางก็เลื่อนเก้าอี้ให้กับหญิงสาวที่เขาปรารถนา ก่อนที่ขนมผิงจะเหลือบแววตามองไปทางธาร์มแวบหนึ่ง เธอก็จัดการนั่งลงบนเก้าอี้ตามมารยาท เพียงไม่นานหลังจากนั้นทั้งสองคนก็รีบทิ้งตัวลงอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว
พึ่บ!
โชคดีที่พนักงานเตรียมโต๊ะไว้สำหรับสามที่นั่งพอดี ไม่งั้นักับธาร์มคงจะต่อยตีกันเพื่อแย่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามขนมผิงเป็แน่
“ฮึ่ม.. มึงเขยิบออกไปหน่อยดิวะ จะเข้ามาติดอะไรกูนักหนา” ธาร์มที่พยายามขยับเก้าอี้หันไปบ่นคนด้านข้างอย่างหงุดหงิด
“มึงนั่นแหละเข้ามาติดกูเอง ที่ว่างก็ตั้งเยอะแยะ แล้วอีกอย่าง มึงควรเรียกกูว่าพี่นะ กูอายุห่างกับมึงตั้งกี่ปี เป็แค่เด็กน้อยอย่าปีนเกลียว” ัแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่ายด้วยสีหน้าดุดัน
“เด็กน้อยก็เตะปากมึงสลบได้นะ ลองไหมล่ะ”
“ย..หยุดนะคะ! ทั้งสองคนเลย!! เฮ้อ..”
ขนมผิงที่รีบเอ่ยห้ามปรามยกมือขึ้นมากุมขมับ สายตาเหนื่อยหน่ายใจจ้องมองไปยังหนุ่มหล่อทั้งสองที่ถลึงตาใส่กัน สภาพของักับธาร์มตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากหมาบ้า อีกคนก็หมาผู้ใหญ่ อีกคนก็เป็หมาเด็ก
“ฮึ่มมม..”
“ขอโทษครับพี่ขนมผิง”
จนกระทั่งธาร์มได้หันมาขอโทษอาจารย์สาวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เขาเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทางราวกับไม่อยากจะมีเื่ แต่ใครจะรู้ว่าถ้าขนมผิงลุกออกไป บางทีหมาสองตัวอาจจะะโกัดกันก็ได้
“อาหารมาเสิร์ฟแล้วครับ..”
“ขออนุญาตนะคะ”
ใช้เวลาเพียงไม่นานหลังจากที่ทั้งสามได้คุยเื่อะไรกันไปเรื่อยเปื่อย บรรดาพนักงานเสิร์ฟก็นำอาหารเข้ามาวางเรียงกันบนโต๊ะ เรียกได้ว่ามันเยอะเสียจนขนมผิงรู้สึกใเลยทีเดียว
ทั้งขาหมู เป็ดย่าง อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี รวมไปถึงฝั่งอาหารฝรั่งที่ยกชีสมาทั้งถัง ัเป็คนสั่งอาหารทั้งหมดนี้ไว้ราวกับคนเสียสติ..
“เดี๋ยวนะคะคุณั นี่คุณสั่งมาเลี้ยงคนทั้งร้านหรือไง ทำไมมันถึงได้เยอะขนาดนี้คะ เราสามคนคงไม่น่าจะทานกันหมดนะคะ”
ขนมผิงเอ่ยพลางก็เหลือบสายตามองไปทางมุมโต๊ะที่ยังมีอาหารเข้ามาวางไม่หยุด ซึ่งแต่ละจานก็ใหญ่มหึมา มีจานปลากะพงตัวใหญ่อีกเป็แพ เธอเบิกตาโพลงจ้องมองทุกอย่างก่อนจะหันไปทางัที่นั่งฉีกยิ้มกว้าง
“ไม่เป็อะไรหรอกครับ ถ้าพวกเราทานเหลือเนี่ย เดี๋ยวผมสั่งให้ทางร้านเก็บกลับเอง ไม่ต้องห่วงเลย”
“หึ.. รวยจังนะไอ้สัด” (ลอยๆ)
ประโยคที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาก็ทำให้ัหันขวับไปมองอีกฝ่าย สายตาที่แปรเปลี่ยนไปเริ่มทำให้บรรยากาศในตอนนี้ย่ำแย่
“เอ่อ ด..ดีจังนะคะ คุณันี่ใช้เงินเหมือนว่าวันนี้จะเป็วันสุดท้ายของชีวิตเลย น่าอิจฉาจังค่ะ..”
ขนมผิงรีบกล่าวเพื่อเรียกร้องความสนใจของเ้าตัว เพราะถ้าหากเธอยังปล่อยให้หมาสองตัวจ้องมองหน้ากันอยู่แบบนี้ มันอาจจะมีเื่ใหญ่เกิดขึ้นก็ได้
“หึๆๆ นี่เป็ประโยคชมหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีว่าครอบครัวของผมรวยมากน่ะ จะใช้เงินทิ้งขว้างยังไงก็ไม่สะกิดขนหน้าแข้งของผมหรอก มรดกผมเยอะครับ ไม่เหมือน..” ัเลื่อนแววตาคมมองไปทางชายหนุ่มที่นั่งกำหมัดแน่น
“ทานข้าวกันเถอะครับพี่ขนมผิง เดี๋ยวผมตักให้!”
ธาร์มจึงรีบแทรกขึ้นมาด้วยความโมโห เขากัดฟันแน่นพลางตวัดสายตาอำมหิตมองไปทางพ่อหนุ่มอวดรวย พอรู้ว่าไอ้เวรนี่พูดถึงตัวเองก็ยิ่งเดือดดาลเข้าไปใหญ่ แต่ธาร์มจำเป็จะต้องข่มอารมณ์เพื่อผู้หญิงที่เขาแอบชอบ
“นี่ครับคุณขนมผิง ขาหมูที่นี่อร่อยมากเลยครับ ลองชิมดู”
“ชิมอันนี้ดีกว่าครับพี่ขนมผิง ผัดเผ็ดปลาดอลลี่ ทานของมันๆมากมันไม่ดีต่อสุขภาพ” นักเลงหนุ่มพูดพลางก็รีบตักผัดเผ็ดให้กับหญิงสาว
าเย็นใน่เวลานี้ก็ได้เกิดขึ้น เพราะว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมใคร พวกเขาต่างก็ตักอาหารใส่จานของขนมผิงราวกับบาตรพระ ทั้งผักทั้งหมูทั้งไก่และปลา หลากหลายรสชาติรวมกันอยู่ในนั้นเป็หนึ่งเดียว
“อะเอ่อ.. ฉ..ฉันว่า”
“ลองทานอันนี้สิครับคุณขนมผิงคนสวย กระเพาะปลาเนื้อแกะ เดี๋ยวผมตักให้นะ” ักระตุกยิ้มแล้วรีบเอาถ้วยลายจีนตักกระเพาะปลาใส่ในทันที
“เหอะ ไม่ต้องทานเนื้อแกะหรอกครับพี่ขนมผิง สงสารมัน”
“คะ?”
ก่อนที่จะสงสารเนื้อแกะในกระเพาะปลา มันมีเมนูนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอ..
“ทานอันนี้ดีกว่าครับ ผัดผักใส่แมงกะพรุน นี่ครับ”
“อะเอ่อ ธาร์ม.. พี่ว่ามันเยอะไป”
“ทานให้หมดเลยนะครับ”
ธาร์มเอ่ยพลางก็หันไปเบ้ปากใส่ศัตรูหัวใจ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองใบหน้าสวยของอาจารย์สาว ซึ่งาประสาทนี้ก็เกิดขึ้นและวนเวียนซ้ำไปมาจนขนมผิงปวดหัวจี๊ด ตอนนี้จานของเธออุดมไปด้วยอาหารมากมาย ดูยังไงก็เหมือนบาตรพระชัดๆ
“แล้วพวกคุณสองคนไม่ทานกันเหรอคะ นี่ไงผัดเผ็ดค่ะ เดี๋ยวฉันตักให้” ขนมผิงเอ่ยพลางก็เตรียมจะยื่นมือไปตักอาหารให้พวกเขา
“ไม่ต้องหรอกครับพี่ขนมผิง พอดีว่าผมไม่ทานของเผ็ด”
“ผมก็ไม่ทานเผ็ดเหมือนกัน”
กึก
ความจริงที่เอ่ยออกมานั้นทำให้ขนมผิงหยุดชะงัก ใบหน้าหวานของเธอจ้องมองไปยังชายหนุ่มทั้งสองที่อธิบายอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
“นี่คุณั กับ ธาร์ม ไม่ทานของเผ็ดเหรอคะเนี่ย”