แต่ถึงอย่างนั้น สภาพร่างกายของเขาก็ยังไม่แข็งแรงเต็มร้อยจนพอที่จะใช้ชีวิตแบบปกติได้ซะทีเดียว เขายังทำงานไม่ได้ ต้องคอยระมัดระวังตัวและงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนักๆทุกอย่าง จนกว่าจะครบหกเดือนตามคำสั่งของหมอ
และ่เวลานี้เองที่มันทำให้เขารู้สึกเหงา
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน พ่อของเขาเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย แล้วก็ได้เจอแม่ของเขาซึ่งทำงานเป็นักร้องอยู่ในคบาร์แห่งหนึ่งในพัทยา พ่อชอบแม่มาก จึงขอให้แม่เลิกร้องเพลงแล้วก็ทำเื่พาแม่ไปอยู่ที่อิตาลี่ด้วย พ่อเป็นักธุรกิจที่มีงานยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาพักและอายุมากกว่าแม่ถึงสิบห้าปี เมื่อมีเวลาว่างก็ชอบที่จะพักผ่อนอยู่กับบ้าน ในขณะที่แม่เป็คนสวยมากและชอบใช้ชีวิตมีสังคม ติดปาร์ตี้ ติดเพื่อน
ไลฟ์สไตล์ของคนทั้งสองต่างกันมาก ปัญหาต่างๆจึงตามมา มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่บ่อยครั้ง เขารับรู้ได้ดีตามวัยที่มากขึ้นทุกวัน แล้วชีวิตคู่ของพ่อกับแม่ก็จบลงตอนที่เขาอายุได้สิบสามปี เมื่อพ่อจับได้ว่าแม่ไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายอื่น พ่อโกรธมากและขอหย่ากับแม่
แม่ยอมหย่าแต่โดยดีเพราะหลงผู้ชายคนใหม่มาก แม่ออกจากบ้านไปโดยที่ไม่สนใจเขาเลย แต่เขาก็ได้ข่าวของแม่อยู่เสมอ เพราะแม่ไม่ได้ไปอยู่ไหนไกล ยังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเดียวกันนี่เอง แม่เปลี่ยนผู้ชายไปอีกหลายคนก่อนจะกลับเมืองไทยในอีกห้าปีต่อมา จากนั้นเขาก็ไม่ได้ข่าวของแม่อีกเลย
จนเมื่อไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา เขารู้สึกเบื่อกับการนั่งๆนอนๆอยู่แต่ในบ้านเป็อย่างมาก เขาจึงเริ่มค้นหาข้อมูลของแม่ ก่อนตัดสินใจเดินทางมาเมืองไทย ไม่ใช่เพื่อพบแม่โดยตรง แต่เป็เพราะข้อมูลด้านบวกหลายๆอย่างของเมืองไทยที่ได้ค้นพบมากกว่า ที่ทำให้เขาเดินทางมาที่นี่ แต่เขาก็ยังติดต่อแม่อยู่ดี ตามเบอร์โทรเดิมที่เคยมีอยู่ ไม่ได้เจตนาว่าจะเจอ แค่อยากให้รับรู้ไว้เท่านั้น
ขณะที่กำลังยืนตัดสินใจว่าจะไปทางไหนดีอยู่นั้น เขาก็ถูกสะกิดจากทางด้านหลัง หันกลับไปก็พบกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งเขาจำได้ดีเพราะเคยวีดีโอคอลคุยกันหลายครั้งแล้ว ก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่
ในวัยสี่สิบเจ็ดปี แม่ดูโทรมไปมาก มากกว่าที่เขาเคยเห็นเมื่อก่อนนี้และมากกว่าผู้หญิงวัยเดียวกันอีกหลายๆคน เรียกว่าแทบไม่เหลือร่องรอยความสวยที่ไม่เป็สองรองใครไว้ให้เห็นเลยทีเดียว
“ฉันมารอแกอยู่เป็ชั่วโมงแล้ว”
แม่พูดกับเขาด้วยภาษาอิตาเลี่ยน เพราะรู้ว่าเขาไม่เก่งภาษาไทยนัก แม้จะพอพูดได้บ้างก็เถอะ
“ผมไม่ได้บอกให้แม่มารอ”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอันเรียบเฉย ความเจ็บแค้นที่แม่เคยทำไว้กับพ่อและเขาในอดีต ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ
“แกอย่ามาทำเป็อวดดีเลยแดเนี่ยล แกยังไม่เคยมาที่นี่ เดี๋ยวก็ถูกพวกแร้งพวกกามันลากไปทึ้งเท่านั้นเอง”
“เหมือนที่แม่เคยทำไว้กับคนอื่นๆใช่ไหมครับ”
แม่ถลึงตาเขียวปั้ดใส่เขาพร้อมกับบิดเนื้อที่ต้นแขนของเขาอย่างแรง เหมือนที่เคยทำบ่อยๆตอนที่เขายังเด็ก ตอนนั้นเขาร้องไห้จ้าทุกครั้งที่โดน แต่ตอนนี้เขาโตแล้วความรู้สึกเจ็บทางกายมันน้อยกว่าความรู้สึกเจ็บทางใจมากมายหลายเท่านัก
แล้วแม่ก็ดึงแขนของเขาพาไปที่รถแท็กซี่คันหนึ่งซึ่งจอดรออยู่ไม่ไกล
“แม่จะพาผมไปไหน”
หนุ่มน้อยลูกครึ่งไทยอิตาลีที่รูปงามปานเทพบุตรไม่วายเอ่ยถาม
“ไปที่พักของฉันนะสิ หรือว่าแกมีที่ไปทางอื่น”
ชายหนุ่มเงียบ เพราะเขายังไม่ได้จองโรงแรมไว้ แถมตอนนี้เวลาก็เกือบสามทุ่มแล้ว อีกอย่างเขาก็รู้สึกอ่อนเพลียจากกสรเดินทางเต็มทน สุดท้ายจึงยอมขึ้นรถไปกับแม่ เพราะคิดว่าเื่อื่นไว้ค่อยว่าทีหลัง
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐