กู้จือเสวี่ยถามหนิงเฟิ่งเป็ครั้งที่สิบว่าวันนี้คือวันที่เท่าไหร่ ขณะที่หนิงเฟิ่งเข้าใจว่าเป็เพราะสมองของท่านแม่ทัพกระทบกระเทือนจึงเกิดอาการหลงลืม
จากเหตุการณ์หลบทำร้ายวันนั้นผ่านมา 1 อาทิตย์แล้ว
กู้จือเสวี่ยได้ย้อนกลับมายังอดีตอีกครั้ง
อดีตที่เขาไม่ได้ทำพลาด จนสูญเสียทุกอย่างไป
อดีตที่นางยังไม่ได้แต่งงานใหม่
กู้จือเสวี่ยสั่งหนิงเฟิ่งให้เก็บข้าวของทันที พร้อมออกเดินทางโดยไม่สนสภาพดินฟ้าอากาศ หนิงเฟิ่งมองฝนที่เริ่มตกจึงเอ่ยถามกู้จือเสวี่ย
“นายท่านจะไปที่ไหนขอรับ”
“ไปอำเภอหรู่หยาง” กู้จือเสวี่ยที่กำลังเก็บข้าวของลงรถม้ากล่าว
“เราต้องไปรายงานตัวกับฮ่องเต้ก่อนนะขอรับ” หนิงเฟิ่งเตือนสติ กู้จือเสวี่ยนิ่งงัน ‘ไปพบฮ่องเต้’
ชาติที่แล้วเขาโดนสตรีคนนั้นหลอกใช้ โดยนางอ้างตัวว่าเป็สตรีที่มีบุญคุณกับเขา ทำให้เขาคอยให้การช่วยเหลือนางมาโดยตลอดแม้เขาจะไม่ได้รักนางแต่เขาก็เต็มใจทำให้เพราะบุญคุณที่นางอ้างตัวว่านางเป็คนกระทำ
เขาไม่รู้เลยว่าคนข้างตัวที่เขาให้การยอมรับปลุกปั้นมากับมือ จะทรยศเขาั้แ่ต้น โดยเข้าพวกกับองค์ชายรองและคอยส่งข้อมูลฝั่งเขาให้ ทั้งๆ ที่กู้จือเสวี่ยไม่อยู่ฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่ความโปรดปรานที่กู้จือเสวี่ยจะได้รับต่อจากนี้ ทำให้เขาไปขัดขวางแผนการของหลายๆ ฝ่ายเข้า นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่เขาจะต้องทำ ชาติที่แล้ว ‘นาง’ แต่งงานใหม่ แถมถูก ‘สารเลว’ หลอกทำร้ายจนตาย โดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ชาตินี้เขาจะไม่ยอมหย่าขาดกับนางเป็อันขาด
“งั้นไปวังหลวงก่อน ค่อยเดินทาง”
หนิงเฟิ่งเห็นกู้จือเสวี่ยไม่สนใจคำเตือนจึงถอนหายใจ แล้วเรียกให้หน่อยปฏิบัติการลับที่ติดตามช่วยเหลือกู้จือเสวี่ยอยู่รอบๆ ออกเดินทาง
ตอนที่ถูกลอบโจมตีกู้จือเสวี่ยประมาทเกินไปจึงไม่ให้หน่วยลับติดตามมาด้วย แต่ตอนนี้กู้จือเสวี่ยเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้เป็อย่างมาก ้าของกู้จือเสวี่ยคือฮ่องเต้ ด้านล่างคือพลทหาร กู้จือเสวี่ยนั้นเถรตรงไม่มีเื้ั ทำให้มีหลายฝ่าย้าที่จะดึงเขาไปเป็พรรคพวก
กู้จือเสวี่ยและพรรคพวกเดินทางมาไม่หยุดหย่อน กินเวลานานหลายเดือนจากชายแดนเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง กู้จือเสวี่ยเมื่อถึงเมื่อหลวงตรงดิ่งเข้าเฝ้าฮ่องเต้ทันที
ฮูหยินผู้เฒ่าและกู้เม่ยเอ๋อร์ นั่งรอกันกู้จือเสวี่ยอย่างใจจดใจจ่อ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี ฮูหยินผู้เฒ่าแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้พบหน้าบุตรชาย ในสายตาของนาง บุตรชายนั้นคือ คนที่ดีที่สุด ใครหน้าไหนก็ไม่ดีพอเท่าบุตรชายของนาง
ในยามนี้พวกนางทั้งคู่ถือได้ว่าเป็ตระกูลขุนนางอย่างเต็มตัว แม้จะมีเสียงนินทาติฉันพวกนางจากพื้นกำเนิด แต่พวกนางไม่นำเื่พวกนั้นมาให้รกสมอง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผลงานของกู้จือเสวี่ยโด่งดังไปทั่วใต้หล้า ในยามนี้มิมีผู้ใดกล้าขัดใจหรือไม่อยากจะผูกมิตรกับพวกนาง
กู้เม่ยเอ๋อร์ ตอนนี้กลายเป็คู่หมั้นของซือจื่อจวนป๋อ
เหตุผลหลักๆ ในตอนนั้นที่นางไม่ชอบพี่สะใภ้ เนื่องจากนางตกหลุมรักเซียวเสวียนจิ่น อดีตคู่หมั้นพี่สะใภ้ แต่โชคชะตาไม่ช่วยนาง เซียวเสวียนจิ่นยังคงครองตัวเป็โสด ส่งนางนั้นได้โดนท่านแม่บังคับให้หมั้นหมายเรียบร้อย แม้ข้างในนางไม่ยินยอมแต่เพื่ออนาคตของตนเอง นางจึงจำทน ทางเลือกของนางมี
กู้เม่ยเอ๋อร์ในเพลานี้มีอายุครบ 16 ปีพอดี แม้นางจะมีคุ่หมั้นแล้วแต่ก็รอคู่หมั้นไว้ทุกข๋เป็เวลา 3 ปี หลังจากที่นายท่านผู้เฒ่าเสียชีวิตหลังจากการหมั้นหมายไม่กี่เดือน ทำให้กู้เม่ยเอ๋อร์ถูกมองไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ในบางครั้งนางยังได้ยินคนรอบข้างกล่าวเหน็บแนมนางว่าเป็ตัวซวย
หลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ กู้จือเสวี่ยนั้นแทบจะหมดแรง เมื่อกลับเข้าจวนเห็นท่านแม่และน้องสาวนั่งรออยู่อย่างสงบเสงี่ยมทำให้เขารู้สึกบอกไม่ถูก
กู้จือเสวี่ยรู้จักทั้งคู่เป็อย่างดี แม้ท่านแม่จะดูเ็า ปากร้าย แต่เขาก็รู้ว่าท่านแม่ดีกับเขาที่สุด ส่วนน้องสาวนั้น ชาติที่แล้วนางต้องแต่งงานกับคนไม่ดี ทำสาวใช้ตั้งครรภ์ั้แ่ยังไม่พ้น่ไว้ทุกข์ ทำน้องสาวของเขาเจ็บช้ำน้ำใจ จนตอนหลังเขาโดนฆ่าตาย น้องสาวของเขานั้นต้องหมดที่พึ่ง คาดว่าชีวิตหลังแต่งงานนั้นคงเหมือนนรกก็ไม่ปาน
“ลูกอกตัญญูกลับมาแล้วขอรับ” กู้จือเสวี่ยที่ตอนนี้ได้รับการอวยยศให้เป็ท่านแม่ทัพ แม้ยังไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็ทางการกำลังนั่งคุกเข่าต่อหน้าผู้เป็แม่
ฮูหยินผู้เฒ่านำ้ตาไหลไม่หยุด พลางตบบ่าเบาๆ
“กลับมาก็ดีแล้ว” ทั้งครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่มีใครเข้าใจนางหรอกว่าการที่ต้องห่างลูกรักมันทำให้หัวใจของนางนั้นเ็ปขนาดไหน
ขณะทานอาหารร่วมกันกู้จือเสวี่ยสังเกตว่าฮูหยินผู้เฒ่ามีอะไรจะพูดแต่ยังคงอุกอักไม่ยอมเอ่ยวาจานั้นออกมา กู้จือเสวี่ยจึงเอ่ยถาม “ท่านแม่มีอะไรอยากจะพูดกับข้าหรือขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่านึกคิดอยู่นานก่อนที่จะเอ่ย “จือเสวี่ยแม่รู้ว่าเ้าแต่งงานมานาน เ้าเคยคิดจะหย่าขาดกับนางบางหรือไม่” กู้จือเสวี่ยมองฮูหยินผู้เฒ่าก่อนจะนึกย้อนไปในชาติก่อน ท่านหญิงสือนัน นั่นสนิทสนมกับท่านแม่ของเขามาก จนนางเป็ตัวการสำคัญที่ทำให้หลี่อวิ๋นเจียวหย่าขาดกับเขา ชาติที่แล้วเขาไม่ชัดเจนเอง ชาตินี้เขาต้องแก้ไขก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป
“ข้าไม่หย่า ชาตินี้อย่างไรข้าก็ไม่หย่า ก่อนหน้านี้ข้าทำผิดต่อนางเอาไว้ ข้าจะไม่กลับไปทำตัวแบบนั้นอีกแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าและกู้เม่ยเอ่อร์ มองหน้ากัน พวกนางต่างไม่ชอบหลี่อวิ๋นเจียว แล้วที่กู้จือเสวี่ยพูดนั้น หมายความว่ากู้จือเสวี่ยจะรับหลี่อวิ๋นเจียวกลับจวนเป็แน่ อาหารมื้อนี้ทำให้สตรีสองนางกินไม่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาในชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดจากทุกฝ่าย
ส่วนตัวต้นเหตุอย่างกู้จือเสวี่ยนั้นยังกินอาหารต่อหน้าตาเฉย ความผิดพลาดของเขานั้นมีมากมายเหลือเกินแต่จากการใช้ชีวิตมาสองชาติทำให้กู้จือเสวี่ยรู้จักนิสัยของหลี่อวิ่นเจียวเป็อย่างดี นางเป็คนซื่อตรง หาก้าให้นางมอบความจริงใจให้ เขาต้องมอบความจริงใจให้นางก่อน แค่คำพูดนั้นยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก หลังจากนี้เขาจะมีเวลาว่างอีกยาว เขาจะทำให้นางยอมรับเขาให้ได้
ขณะเดียวกันหลี่ชิงหลวนนอนเอกเขนกอยู่ข้างเจียงหยางผู้เป็สามี ทั้งคู่อิงแอบแนบชิดกัน “มันกลับมาแล้ว เ้าก็อย่าลืมทำหน้าที่ให้ดี”
“ข้าไม่ลืมแผนของพวกเราหรอกเ้าค่ะ ตอนนี้เป็เวลาดีๆ จะไปพูดถึงคนคนนั้นทำไม”
ว่าแล้วมือของหลี่ชิงหลวนค่อยเลื่อนลงมาที่ด้านล่าง ทรวงอกอิ่มของนางกระเพือมเป็จังหวะ แม้หลี่ชิงหลวนจะมีบุตรชายให้เขาถึงสองคนแล้วมีหัวปีท้ายปี แต่รูปร่างของนางกลับยิ่งเย้ายวนใจ ทรวงออกกลมโต สะโพกผาย และตรงนั้นยิ่งอวบอูมรองรับแรงกระแทกได้ดียิ่ง
หลี่ชิงหลวนถอดเอี๊ยมตัวในออก เผยอกอิ่มที่ยอดสีแดงระเรื่อ จนเจียงหยางถึงกับแทบจะอดใจไม่ไหว เขารู้ดีถึงความสัมพันธ์จอมปลอมของเขาและนาง แต่ในเมื่อคนผู้นั้นยอมอนุญาต เหตุใดเขาจึงไม่อิ่มหนำสำราญให้เต็มที่
ก่อนที่จะนางนำทรวงอกไปแนบชิดกับของรักของเจียงหยางก่อนใช้ความอวบใหญ่ประชิดก่อนที่จะเลื่อนขึ้นลงเอากับเรือบนคลื่นั์ที่สาดไปมาดูดุดันแต่ก็ดูเปี่ยมเสน่ห์น่าหลงใหล ตนมิอาจถอนตัวได้ง่ายดายนัก
ก่อนที่หลี่ชิงหลวนจะพลักเจียงหยางให้นอนลง เขียงหยางมองไปที่ใบหน้าของหลี่ชิงหลวนที่ดูยั่วยวน ในยามค่ำคืนนางยิ่งดูงดงามกว่าใครๆ ที่เขาเคยลิ้มรสมาก่อน นับวันเขายิ่งรู้สึกว่านางยิ่งดูแแ่กับเขามากยิ่งขึ้นทำให้เพิ่มพูนอรรถรส และทำให้เขาได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริง
บ่าวไพร่หน้าเรือนมองหน้ากัน ก่อนค่อยๆ ถอยห่างออกมาจากบริเวณเรือน เป็ที่รู้กันว่าเสียงร้องของฮูหยินนั้นดังก้องไปทั่ว จนเป็ที่รู้กันว่าเจียงหยางชมชอบสตรีที่หวานนอกเปรี้ยวข้างใน ความลุ่มหลงในตัวฮูหยินเป็ที่รู้กันแม้ซือจื่อจะมีอนุภรรยามากมายแต่ก็ไม่มีใครสามารถโค่นล้มความโปรดปรานที่ซื่อจื่อมีต่อฮูหยินได้
บทเพลงรักของทั้งคู่บรรเลงจนถึงรุ่งเช้า เรือนร่างที่เปียกแฉะทำให้หลี่ชิงหลวนรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย ทั้งคู่นอนก่ายกัน เจียงหยางมองหลี่ชิงหลวนที่แสร้งนอนหลับ
‘ถือว่าไม่เสียแรงที่นางเป็คนขององค์ชายรอง ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม’
การฝึกฝนที่ว่านี้คือ นางต้องโดดเด่นเป็ที่จับตามอง โชคดีที่องค์ชายรองส่งนางมาให้เขา ถือว่าภารกิจนี้ค่อนข้างคุ้มอยู่พอตัว นางเป็เพียงเบี้ยที่มีผลประโยชน์ไม่น้อยต่อเขา ถึงนางจะเป็เพียงบุตรีที่เกิดจากอนุภรรยา แต่ฐานอำนาจเดิมของท่านโหวผู้เป็บิดาของนางก็สามารถใช้หลอกล่อพวกหน้าโง่ได้ไม่น้อย
ตระกูลเจียงตอนนี้เป็ที่สนับสนุนองค์ชายรองอยู่ลับๆ โดยที่ทั้งคู่มีผลประโยชน์ร่วมกันมากมาย ถ้าองค์ชายรองได้ขึ้นครองราชย์ พวกเขาก็จะได้ชื่อว่าเป็ผู้สนับสนุนอย่างแท้จริง
แม้จะมีคนบางส่วนล่วงรู้ถึงสายสัมพันธ์นี้แต่ด้วยการแสดงละครเป็องค์ชายที่ไม่เอาไหนขององค์ชายรองทำให้ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจมากนัก แม้แต่องค์รัชทายาทที่ตอนนี้ยังคิดว่าตนเองยังคงเกาะเก้าอี้ไว้ได้แน่นทั้งที่ความจริงองค์ชายรองนั้นเลื่อยขาเก้าอี้เขาได้แล้วหลายข้าง