“ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอกระดาษหน่อย ข้าจะเขียนแบบเข็มที่้าเจาะกระโหลกให้พวกท่านไปหามา แล้วเข็มปลายสน เพื่อเอามาฝังเข็มหยุดเืและน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาในส่วนของสมองมากเกินไป” เสี่ยวเทียนเขียนเสร็จก็ยื่นให้ท่านเสนาบดีซุนเพื่อให้คนไปจัดทำมาให้ แต่ทันใดนั้นเอง ถิงถิง ก็เกิดปวดหัว ขึ้นมาแล้วก็ ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“ ท่านปู่ ปวด ปวด หัว..” ถิงถิง พูดได้ไม่มากแต่ยกมือชี้ที่หัวพยายามบอกท่านปู่ของเธอว่าเธอเ็ปมาก น้ำตาไหลพรากออกมา ท่านเสนาบดีซุนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารหลานสาวยิ่งนัก
“ ลูกแม่” แม่ถิงถิงโผเข้าหาลูกด้วยความใ เสี่ยวเทียนเข้ามาดูอาการใกล้ๆ พบว่า เส้นเืที่หัวกลับมีรอยโป่งพองอย่างเห็นได้ชัดเลย
“ ท่านหมอเทวดาน้อยได้โปรดช่วยหลานข้าด้วยเถิด” ท่านเสนาบดีซุนเอ่ยขอร้องเสี่ยวเทียน
“ พาถิงถิงไปที่เตียง ต้องทำการรักษาเดี๋ยวนี้เลย คนที่ไม่เกี่ยวข้องขอให้ออกไปก่อน” เสี่ยวเทียนบอกตามที่อาจารย์สั่งทุกประการ
พอให้ถิงถิงนอนราบแล้ว เสี่ยวเทียนก็นำมือทั้งสองค่อยๆ ประคองศรีษะของถิงถิงเอาไว้ แล้วก็ ให้อาจารย์เข้าควบคุมร่างของตนเอง เพราะงานนี้ เสี่ยวเทียนไม่สามารถทำอะไรได้อย่างแน่นอน พออาจารย์ควบคุมร่างเสี่ยวเทียนแล้ว ก็ใช้มือลูกหน้าถิงถิง เบาๆ ทำให้ถิงถิงหลับไปอย่างง่ายดาย ไม่ทรมานจากความเ็ปอีก
จากนั้นก็ใช้พลังมิติ ดึงถุงน้ำออกจากศรีษะของถิงถิง ออกมาอย่างง่ายดาย ศรีษะของถิงถิงก็ค่อยๆ หดเล็กลงไปอย่างช้าๆ อาจารย์ลู่เอินยังปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์เข้าไปรักษาสมองที่ถูกทำลายไปแล้ว ให้กับฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ แล้วช่วยปรับ โครงหน้าและกระโหลกให้กับเข้าที่ ไม่นานนัก โครงหน้าและกะโหลกที่เหมือนกับบาตรพระ ก็กลับมาเป็เหมือนเด็กปกติทั่วไป ทุกคนที่เห็นใบหน้าของถิงถิงที่กลับมาเป็ปกติแล้วก็ตกตะลึงกันทั้งหมด ไม่คิดว่า เด็กน้อยวัยเพียงหกขวบ
จะสามารถรักษา ถิงถิง ที่ป่วยเป็โรคประหลาดนี้ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
เสี่ยวเทียนใช้มือลูกหน้าถิงถิง อีกครั้ง ทำให้ถิงถิงลืมตาตื่นขึ้นมา คราวนี้ดวงตากลมใหญ่เหมือนตุ๊กตา สามารถมองโลกนี้ได้ชัดเจนขึ้นเยอะ
“ ท่านแม่” ถิงถิง ลุกชึ้นนั่งได้ก็โผเข้ากอดแม่ด้วยความดีใจ
“ ท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่า ถิงถิงไม่ปวดหัวแล้ว ถิงถิงหายแล้ว” ถิงถิงพูดจาได้ยาวและชัดขึ้น สร้างความดีใจให้กับทุกคนยิ่งนัก ท่านตาจางเองก็ยืนมองดูอยู่ก็อดน้ำตาซึมออกมาไม่ได้ ที่เห็นเด็กน้อยถิงถิง กลับมาเป็ปกติราวปฏิหารย์ได้อีกครั้ง
“ ถิงถิง รีบขอบคุณท่านหมอเทวดาน้อยเร็วเข้า”
“ ขอบพระคุณเ้าค่ะ ท่านหมอเทวดาน้อย” ถิงถิงเอ่ยเสียงใสขึ้นเสี่ยวเทียนยิ้มอย่างมีความสุขที่เห็นสายตาดวงนี้มีประกายแววตา ส่องประกายความสุขสดใสขึ้นอีกครั้ง
“ ขอบคุณท่านจาง ที่พาเสี่ยวเทียนมา หากว่าไม่ได้เสี่ยวเทียนวันนี้ ข้าไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับถิงถิง” เสนาบดีซุนรีบเอ่ยขอบคุณท่านตาจางทันที
“ ไม่ต้องขอบคุณหรอก เสี่ยวเทียนก็เหมือนกับลูกหลานของท่าน นี่ถือว่าเป็ของขวัญที่มอบให้ท่านวันเกิดก็แล้วกัน”
“ ไม่ว่ายังไง ตระกูลซุนของเราถือว่า เสี่ยวเทียนเป็ผู้มีพระคุณของเรา ยังไงต้องขอบใจเ้าจริง ๆ ”
“ ท่านปู่ ถิงถิง ออกไปข้างนอกได้แล้วใช่ไหม”
“ อืมได้ซิ หลานปู่ มาปู่จะพาไปรู้จักกับคนให้ทั่วเลย” ท่านเสนาบดีซุนก็อุ้มหลานสาวที่น่ารักออกไปพบกับแขกที่มาในงานวันนี้
“เสี่ยวเทียนด้านนอกมีชายชุดดำ มีอาวุธหน้าไม้ ปิดหน้าปิดตา เฝ้าอยู่บนต้นไม้ และบนเรือเหาะ รวมๆ กันแล้วประมาณ ห้าร้อยคน บอกให้ทุกคนระวังตัวไว้ด้วย”
“ ทุกคนหยุดก่อน ท่านเสนาบดี ข้างนอกมีนักฆ่าชุดดำ อยู่บนเรือเหาะลำใหญ่ มีอาวุธหน้าไม้ครบมือ สั่งให้ทุกคนระวังตัว อย่าเพิ่งพาถิงถิง ออกไปเลย”
พอทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ใ ท่านเสนาบดีถึงกับหยุดไม่กล้าเดินต่อ รีบพาถิงถิงมาให้แม่ของถิงถิงอุ้มต่อ
“ พ่อบ้านซู่ เ้าไปบอกให้พวกหน่วยอารักขาทั้งหมดให้ระวังตัว ด้านนอกมีคนร้ายอยู่บนต้นไม้ กับ บนเรือเหาะ พวกมันมีอาวุธหน้าไม้ครบมือ แล้วรีบไปเชิญแขกสำคัญเข้ามาในตึกเพือความปลอดภัยด่วน” เสนาบดีสั่งพ่อบ้านให้ไปบอกให้ด้านนอกให้ระวังตัว แต่ไม่ทันแล้ว ด้านนอกเริ่มมีการต่อสู้ คนร้ายชุดดำเริ่มโจมตีแล้ว
“ พวกมันเป็ใคร ทำไมถึงกล้าบุกจวนเสนาบดีของท่าน” ท่านตาจางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ข้าก็ไม่รู้ หากพวกมันทำสำเร็จ ไม่มีคนทำงานในราชสำนักแน่”
“ ท่านตา ข้าขออกไปดูหน่อย” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็พุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่ท่านตาจาง กำลังจะห้ามแต่ว่าห้ามไม่ทัน
พอเสี่ยวเทียนออกมาด้านนอกก็พบ ลูกธนูยิงจาก บนเรือเหาะ กับต้นไม้สูงรอบๆ
กลายเป็ฝนธนู ยิงเข้ามาในคฤหาสน์ ไม่ขาดสาย เสี่ยวเทียนเห็น ลุงใหญ่ ลุงห้า จางชง กับต้าเกิน หลบอยู่ใต้โต๊ะ ปลอดภัย แต่คนหลายคนไม่รู้ใครเป็ใครถูกฝูงธนูยิงใส่ตายเกลื่อน เสี่ยวเทียนขว้างเหรียญเป็ร้อยเหรียญเข้าไปใส่คนร้าย ที่หลบอยู่บนต้นไม้ ร่างโจรชุดดำกว่าร้อยคนก็ค่อยๆหล่นลงมาทีละคน จนตายกันหมด คนร้ายชุดดำที่อยู่บนเรือเหาะสามร้อยคน เวลานี้ก็ะโลงมา แล้วใช้ดาบไล่ฟันคนที่หลบรอดจากลูกธนู แล้วกำลังบุกเข้ามาในบ้าน เสี่ยวเทียนยืนขวางอยู่ในห้องโถง พร้อมถือกระบี่ไม้ดำ ยืนจังก้าขวางเอาไว้
พวกคนร้ายไม่กล่าวคำพูดใดใด ก็เงื้อดาบเข้าฟันใส่ เสี่ยวเทียนทันที เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ แต่คนร้ายที่เรียงหน้าเข้ามากลับถูก พลังอัสนีจากกระบี่ไม้ดำ ฟาดเข้าใส่ คนร้ายที่วิ่งเข้ามาชุดแรก กระเด็นออกไป นอกห้องโถง ร่างไหม้เกรียมตาย เกลื่อน พวกคนร้ายเห็นเช่นนั้นพวกมันนำยันต์ออกมา แล้วสะบัดยันต์สีดำ จนยันต์เกิดการลุกไหม้ แล้วพวกมันก็กลืนยันต์ที่ถูกไฟไหม้ลงท้องไป
คราวนี้พวกคนร้ายที่กินยันต์เข้าไปเกือบ ห้าสิบคน เกิดมีอาการแปลกๆ คล้ายคนถูกผีเข้า ตัวมันสั่น ไปทั้งตัว แล้วพอมันหายสั่น พวกมันทำท่าแยกเขี้ยวใส่เสี่ยวเทียน แล้วพุ่งเข้ามาในห้องโถงอีกครั้ง เสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังแสงอัสนีเข้าใส่พวกมันอีกครั้ง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สายฟ้าก็ยังฟาดพวกมันจนร่างกายเผาไหม้ตัวดำ แต่พวกมันกลับลุกขึ้นมาได้อีกเหมือนกับว่าพวกมันไม่เ็ปใดๆ เลย
“ อาจารย์ พวกนี้มันเป็อะไรกันแน่ ทำไมมันถึงยังลุกขึ้นมาได้อีกเนี่ย”
“ พวกมัน คงจะอัญเชิญปีศาจมารร้าย ที่พวกมันเคารพ รู้สึกว่ากลิ่นไอปีศาจนี้มันคุ้นๆ ชอบกล เ้าใช้กระบี่ไม้ดำ ตัดหัวมันก็เรียบร้อยแล้ว” อาจารย์ลู่เอินแนะนำ
แล้วเสี่ยวเทียนก็ปล่อยกระบี่ไม้ดำขยายให้ใหญ่ขึ้น แล้วไล่ฟันพวกมารร้ายเหล่านี้จนคอขาดไปทีละคน จนหมด แล้วพวกมันก็หมดฤทธิ์ทันที คนที่เหลือที่อยู่ด้านนอกรีบวิ่งเข้ามาด้านในห้องโถงทันที เทียนออกไปด้านนอก เพื่อเข้าไปช่วยพวกลุงใหญ่ ที่กำลังถูกพวกคนร้ายที่ กลืนยันต์ไปแล้วทำให้พวกมันไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ฉัวะๆๆๆ !! ร่างคนร้ายคอขาดไปอีกสี่คน
“ ลุงใหญ่ เข้าไปหลบข้างตัวบ้านก่อน” เสี่ยวเทียนะโบอก ลุงใหญ่กับพวกก็รีบวิ่งเข้าไปทันที
“ อาจารย์ พวกมันเยอะจัง และกระจายออกไปแบบนี้ คงไปช่วยไม่ทัน คงมีคนล้มตายมากมายแน่เลย”
“ เ้าเรียกกระบี่อาญาสิทธิ์อัสนี์ออกมา แล้วปล่อยมันขึ้นไปบนฟ้า แล้วส่งจิตออกคำสั่งให้สังหารคนร้ายชุดดำเหล่านี้ซะ” อาจารย์ลู่เอินออกคำสั่งไป เสี่ยวเทียนทำตามทันที พอกระบี่อาญาสิทธิ์ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กระบี่อาญาสิทธิ์ ก็ปล่อยสายฟ้าฟาดที่หัวของคนร้ายทั้งหมด ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
คนร้ายทั้งหมดถูกพลังอัสนีสายฟ้า หัวะเิตายกันไปทีละคนจนหมด ไม่ว่ามันจะหลบซ่อนตัวอยุ่ที่ใด สุดท้าย พวกคนร้ายที่บุกเข้า ก็ตายกันเกลี้ยง เสี่ยวเทียนมองไปบนท้องฟ้า เห็นเรือเหาะ วาร์ปหายไปแล้ว
แล้วพอท่านเสนาบดีออกมาก็ตรวจซากศพเหล่านี้ พบว่าบนหน้าอก และแขนพวกมันมี ตราดอกบัวสีดำ ติดอยู่ทั้งสองจุด
“ ลัทธิดอกบัวทมิฬ” เสี่ยวเทียนเอ่ย ทำให้ทุกคนที่ได้ยินหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนกันหมด
“ นี่เ้ารู้จักพวกคนร้ายด้วยหรือนี่” ท่านเสนาบดีถามทันที
“ รู้แต่เพียงว่า สัญลักษณ์ดอกบัวสีดำนี้ เป็ของลัทธิบัวทมิฬขอรับ” เสี่ยวเทียนกล่าวตามตรง
“ ข้าเคยได้ยินมาว่าลัทธินี้มันถูกทำลายไปเมื่อกว่าห้าร้อยปีก่อน โดยท่านจักรพรรดิฟงเทียนอี้ พวกเหล่าสาวกถูกกำจัดไปจนหมด ที่เหลือก็หนีหายออกจากแผ่นดินฉางอันไปจนหมด ไม่เห็นพวกมันโผล่มาอีกเลย มันมาคราวนี้ ไม่รู้มีจุดประสงค์อะไร หากคิดฟื้นฟูลัทธิมารขึ้นมาใหม่ คงมีคนล้มตายอีกไม่น้อย พรุ่งนี้ข้าคงต้องรายงานกับฝ่าา” เสนาบดีเอ่ยด้วยความหวั่นใจ
หลังจากนั้นท่านตาจางก็ขอตัวกลับกันเลย เพราะสภาพงานวันเกิดมีแต่ศพเกลื่อนกลาดเช่นนี้ไม่เป็มงคลเท่าไร ท่านเสนาบดีรีบสั่งคนให้มาจัดการกับศพ เหล่านี้ทันที
ระหว่างทางกลับบ้านท่านตาจางจู่ๆ ก็เอ่ยเื่เรียนหนังสือกับเสี่ยวเทียน
“ เสี่ยวเทียน เวลานี้เ้าก็โตพอที่จะเข้าเรียนที่สถานศึกษาได้แล้ว พรุ่งนี้สำนักสะท้านฟ้าจะเปิดรับศิษย์ ข้าจะคุยกับแม่เ้า จะส่งเ้าไปทดสอบที่สำนักสะท้านฟ้า”
“ ท่านตา แล้วที่สำนักสะท้านฟ้า เขาสอนอะไรบ้างหรือ ขอรับ”
“ เขาสอนทั้งการต่อสู้ การปรุงยา การสร้างอาวุธ เวทย์มนตร์ เ้าเข้าไปแล้วก็จะรู้เอง แม่ของเ้าตอนเด็ก ก็เรียนที่นี่เหมือนกัน พอสอบได้ ก็ไปเรียนต่อชั้นพิภพที่สอง จนสอบผ่านอีกระดับ ก็ไปเรียนที่พิภพที่สาม จนเจอกับพ่อของเ้าที่นั่น”
ท่านตาเอ่ยความหลังของท่านแม่ให้ฟัง ทำให้เสี่ยวเทียนนึกอยากไปเรียนที่เดียวกับท่านแม่เหมือนกัน
คืนนั้น เสี่ยวเทียนกลับไปก็เข้าไปหาท่านแม่เพื่อสอบถามเื่ของสำนักสะท้านฟ้าทันที
“ เ้าใกล้จะ เจ็ดขวบแล้ว ก็สามารถเข้าไปเรียนสำนักสะท้านฟ้าได้ สมัยแม่ยังเด็กเท่าเ้า แม่สามารถเอาชนะ เด็กรุ่นเดียวกันได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย ไม่มีใครสู้แม่ของเ้าได้เลยแม้แต่คนเดียว”
“ นี่ท่านแม่เก่งขนาดนั้นเชียว”
“ ใช่แล้วพูดแล้วจะหาว่าแม่คุย แม่เก่งขนาดที่ว่า สำนักสะท้านฟ้าชั้นพิภพที่สอง ถึงกับแย่งตัวเอาแม่ไปเป็ศิษย์กันเลย” แม่เอ่ยความหลังอย่างมีความสุข
“ แล้วท่านแม่พบกับท่านพ่อได้ยังไง” เสี่ยวเทียนลองถามดู
“ หลังจากที่แม่ฝึกที่สำนักสะท้านฟ้าที่พิภพที่สอง แล้วแม่ก็ผ่านการทดสอบ ก็ถูกส่งไปเรียน สำนักสะท้านฟ้า ชั้นที่ 3 แม่ก็เจอกับพ่อเราที่นั่น เวลานั้น พ่อของเ้าเป็ศิษย์พี่ เราจึงได้สนิทกัน จนกำเนิดเ้าขึ้นมายังไงล่ะ”
“ สนิทกันแบบไหนกันนะ ทำให้ข้าเกิดมาได้” เสี่ยวเทียนคิดในใจไม่กล้าเอ่ยออกไปกลัวท่านแม่จะทุบเอา
“ พรุ่งนี้แม่จะพาเ้าไปทดสอบเอง” พรุงนี้แม่จะพาไปด้วยตัวเองก็ดี จะได้ไม่ต้องให้ท่านตาพาไป
เช้าตรู่ แม่เรียกให้เสี่ยวเทียน รีบอาบน้ำแต่งตัว จะได้เดินทางไปแต่เช้า
ระหว่างทางแม่เอ่ยกับเสี่ยวเทียนว่า
“ ลูกแม่ ที่สำนักสะท้านฟ้าแห่งนี้ อาจจะสอนวิชาพื้นๆ ไม่สามารถเทียบกับอาจารย์ของเ้าได้ แต่ลูกก็อย่าไป ดูถูกพวกเขาเสียล่ะ และอีกอย่างเวลาไปเรียนก็อย่าไปแสดงฝืมือให้โดดเด่นนัก จำไว้ว่า ทำดีนั้นได้ แต่อย่างเด่นจะเป็ภัยกับตน เพราะคนทั่วไปต่างไม่มีใครอยากให้เราเด่นเกินหน้าพวกเขา ไม่เช่นนั้น แม้แต่เพื่อนเ้าก็จะไม่มี” แม่เตือน ไม่ให้เสี่ยวเทียนทำตัวให้เด่น
พอทั้งคู่มาถึงสำนัก ก็พบเห็นคนมาสมัครเพื่อทดสอบเข้า ที่สำนักสะท้านฟ้ามากมายนับหมื่นๆ คน แต่ทางสำนัก้าเพียงแค่ 100 คนเท่านั้น แค่ทางเข้าสำนักคนก็เข้าคิวกันยาวเป็กิโลแล้ว แต่ทางด้านซ้ายมีทางพิเศษ เสี่ยวเทียนเห็นคนที่แต่งตัวหรูหรา เพื่อบุตรหลานเดินเข้าไปอย่างสบาย ไม่ต้องรอคิวเหมือนตน
“ ท่านแม่ ทางพิเศษนี้ พวกเราใช้เดินเข้าไปไม่ได้รึ” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ แม่บอกแล้วไง อย่าทำตัวเด่น รอคิวไปตามเขานี่แหละ” แม่ลูบหัวเสี่ยวเทียนให้ใจเย็นๆ เสี่ยวเทียนพอเดินมาใกล้ หัวแถว ก็สังเกต คนมากมาย ต้องเดินกลับกันเป็จำนวนมาก เหมือนกันว่า พวกเขาถูกทดสอบแล้ว ว่าไม่ผ่าน พอถึงอีกไม่กี่คิว
ก็มีได้ยินเสียงเ้าหน้าที่แจ้งว่า
“ คนที่เข้ามาใหม่ ด้านหน้าของพวกเ้ามีหมูโลหะสะท้านฟ้า พวกเ้าใช้นิ้วก้อยข้างซ้ายหรือขวา ของเ้าก็ได้ หากยกหมูโลหะสะท้านฟ้าขึ้นมาเสมอไหล่ได้ พวกเ้าก็จะได้เข้าสำนักสะท้านฟ้า”
เสี่ยวเทียนเพ่งมองหมูโลหะทั้งห้าสิบตัว ที่เรียงอยู่ด้านหน้า ตัวก็ไม่ใหญ่นักแต่ใช้จิตััตรวจสอบ พบว่ามันหนักประมาณ หนึ่งร้อยกิโลน่าจะได้ แล้วให้ใช้นิ้วก้อยเกี่ยวห่วงที่อยู่กลางหลังหมูโลหะตัวนี้ คงเป็การยากที่คนทั่วไป จะสามารถยกขึ้นได้
“ ท่านแม่ เมื่อก่อนท่านแม่ก็ยก หมูโลหะสะท้านฟ้านี่ด้วยหรือเปล่า?” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ ยกซิ แม่ยกได้สบายมาก แม่เชื่อว่าลูกทำได้ ” แม่ลูบหัวเสี่ยวเทียนแล้วเผยรอยยิ้มออกมา และแล้วก็มาถึงคิว ที่เสี่ยวเทียนจะยกหมูโลหสะท้านฟ้า
เสี่ยวเทียนก้มลงไปใช้นิ้วก้อยข้างขวา แล้วดึงขึ้นมาด้วยแรงปกติ ไม่ได้ใช้พลังปราณช่วยแม้แต่น้อย เสี่ยวเทียนยกขึ้นมาเสมอไหล่ตามกติกา
“ผ่าน ไปรับป้ายชื่อแล้ว รายงานตัวได้เลย” เสียงของผู้คุมประกาศว่าเสี่ยวเทียนผ่านอย่างง่ายดาย จากนั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งแต่งชุดสีขาว คาดเอวสีดำ เดินเข้ามาหาท่านแม่ เสี่ยวเทียนเลยเข้าไปหาทันที
“ ศิษย์พี่มาทำอะไรแถวนี้ขอรับ รีบไปเถอะ ท่านเ้าสำนักรอท่านอยู่นานแล้ว”
“ ก็ให้เสี่ยวเทียนมาลองทดสอบก่อนเท่านั้น”
“ โธ่ ท่านก็ทราบว่า ท่านเ้าสำนักรับเสี่ยวเทียนไว้เป็ศิษย์อยู่แล้ว มาเสียเวลาที่นี่ทำไมกันเล่า รีบไปกันเถอะ” ศิษย์สำนักสะท้านฟ้าเอ่ยเช่นนี้ เสี่ยวเทียนมองหน้าท่านแม่ตนเอง
“ ท่านแม่..?.”
“ แม่อยากให้ลูกทดสอบแบบเด็กทั่วไป ไม่อยากให้ลูกรู้ ว่าตัวเองได้สิทธิเข้าสำนักโดยไม่ต้องทดสอบ ไปกันเถอะท่านเ้าสำนักรออยู่” เสี่ยวเทียนก็ไม่กล้าถามมากความ จึงตามศิษย์พี่ ไปพบเ้าสำนักสะท้านฟ้าทันที....